บนกำแพงเมืองตกอยู่ในบรรยากาศที่กดดันมาก
ใต้กำแพงเมืองมีศพกองเรียงกันเป็ูเา
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉียนโม่แล้ว มนุษย์กับเผ่าสมุทรจึงไม่กล้าคิดจะต่อสู้กันอีก พวกเขามิยอมให้โชคชะตาของตนถูกคนอื่นควบคุม และพวกเขาอยากออกจากสถานที่โชกเืแห่งนี้แล้ว
“สาวน้อย เ้ามานี่”
เฉียนโม่เอ่ยปากพร้อมกวักมือเรียกเมิ่งชิงชิง
เมิ่งชิงชิงหัวใจบีบรัด แต่นางยังคงรวมความกล้าเดินเข้าไป “เผ่าราชันสมุทรเมิ่งชิงชิง คารวะผู้าุโ”
เมื่อเผชิญหน้ากับเฉียนโม่ที่ฝีมือลึกล้ำมิอาจคาดเดา เมิ่งชิงชิงจึงต้องถ่อมตัว ทิ้งความภาคภูมิใจในฐานะเ้าหญิงแห่งเผ่าสมุทรเอาไว้
เฉียนโม่พยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเ้าอยากได้สิ่งใด แต่ิญญาัมีประโยชน์กับเ้าไม่มากนัก ให้เ้าไปก็เสียของเปล่าๆ ไม่สู้มอบให้ข้าเป็คนจัดการดีกว่า…แน่นอนว่าข้าจะไม่เอาของเ้าไปเฉยๆ สิ่งนี้มอบให้เ้าเป็ของชดเชยแล้วกัน”
เมื่อพูดจบเฉียนโม่ดีดพลังเซียนาใส่เข้าไปในร่างกายของเมิ่งชิงชิง
“อะไรกัน! นี่ นี่มัน…”
เมิ่งชิงชิงที่ได้รับพลังเซียนา ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน สายเืเกิดการวิวัฒนาการโดยตรง
โชควาสนา! นี่เป็โชคครั้งใหญ่!
เมิ่งชิงชิงสะกดความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ นางรู้สึกตื่นเต้นมาก
ถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าเฉียมโม่มอบสิ่งใดให้นาง แต่นางััถึงคุณประโยชน์ของสิ่งนี้ด้วยตัวเองแล้ว มันมีประโยชน์มากกว่ากระดูกิญญาัแน่นอน
“ขอบคุณผู้าุโที่ชี้แนะ”
เมิ่งชิงชิงโค้งตัวคำนับ หลังจากนั้นหันไปมองพวกเหมยซิ้งหง “เผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรเป็ศัตรูกันมาหลายยุคสมัย มิใช่สิ่งที่จะแก้ไขได้เพียงคำพูดเดียว แต่หลังจากวันนี้เป็ต้นไป ข้าจะพยายามห้ามปรามเผ่าสมุทรและจะไม่เป็ฝ่ายเริ่มาก่อน แน่นอนว่าหากพวกเ้าเผ่ามนุษย์้าา พวกเราเผ่าสมุทรก็มิได้หวาดกลัว”
เมิ่งชิงชิงเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วมองจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสายตาซับซ้อน “ไป๋เฮ่อ ไม่ว่าเผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรจะทำาต่อหรือไม่ แต่เ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ เ้าก็คือสหายของเผ่าราชันสมุทรของเรา วังราชันสมุทรยินดีต้อนรับเ้าทุกเมื่อ”
เมื่อกล่าวจบเมิ่งชิงชิงปีนขึ้นกระดองเต่ากำลังจะจากไป ทว่าเฉียนโม่กลับกล่าวว่า “สาวน้อย เต่าน้อยตัวนี้น่าเอ็นดูนัก มิสู้ให้ข้ายืมขี่สักวันสองวัน ข้ามีของดีจะให้มันเช่นกัน”
“ดี เช่นนั้นขอมอบเต่าทมิฬให้ท่านใช้แล้วกัน”
เมิ่งชิงชิงจิตใจสั่นไหว นางพยักหน้ารับทันที จากนั้นพาเผ่าสมุทรถอยทัพ คลื่นน้ำสีเืจึงอันตรธานหายไป
ก่อนจากไป นางยังหันมองจั๋วอวิ๋นเซียนโดยไม่รู้ตัว
……
“เอ๊ะ? หรือว่าสาวน้อยคนนี้จะชอบเ้าเข้าแล้ว?”
เฉียนโม่กึ่งยิ้มพลางหันไปมองจั๋วอวิ๋นเซียน ส่วนเขาตอบโดยไม่หันกลับมา “สาวน้อยหรือ? ได้ยินมาว่าอายุขององค์หญิงสามเหมือนจะมากกว่าเ้าเกาะทั้งสามอีกกระมัง?”
“อุ๊บ!”
ฉินตงหวู่เกือบหลุดหัวเราะออกมา
เ้าเกาะทั้งสามก็เกือบจะกระอักเื พวกเขาจ้องจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยความแค้นเคือง จากนั้นเหลือบมองเฉียนโม่พลางถอนหายใจด้วยความโศกเศร้า มีคนกล้าเปรียบเทียบแบบนี้ที่ไหน? ผู้บำเพ็ญเซียนไม่ชอบให้คนอื่นกล่าวถึงอายุของตนเองมากที่สุด พูดเช่นนี้มิใช่การแทงใจดำหรือ? อีกทั้งยังบอกว่าสตรีคนหนึ่งอายุมากต่อหน้าสตรีอีกคนที่อายุมากกว่า? แบบนี้มิใช่การหาเื่ใส่ตัวหรอกหรือ! ยังดีที่เฉียนโม่มิได้สนใจเื่เหล่านี้ และโชคดีที่เมิ่งชิงชิงจากไปนานแล้ว มิเช่นนั้นอาจจะหันกลับมาก่อาสองเผ่าพันธุ์ได้
อาจเป็เพราะรู้สึกว่าหากยังอยู่ต่อไปอาจจะอึดอัดได้ เ้าเกาะทั้งสามกับคนของขั้วอำนาจอื่นๆ ต่างขอตัวจากไป
จากนั้นฉินตงหวู่ก็ขอตัวจากไป นางไม่วางใจทิ้งเด็กน้อยสองคนอย่างเสี่ยวเนี่ยนกับเสี่ยวจิ่วไว้นอกสายตา
……
เมื่อทุกคนจากไปแล้ว จั๋วอวิ๋นเซียนถึงกล่าวว่า “ผู้าุโ ท่านมีวิธีสะกดสัตว์ั์หุบเหวหรือไม่ เพื่อกำจัดอันตรายในทะเลล่วนซิงจนหมดสิ้น?”
ถึงแม้ความวุ่นวายในเกาะสามเซียนจะจบลงแล้ว แต่อันตรายจากสัตว์ั์หุบเหวไท่หยวนยังไม่ถูกแก้ไข ต่อไปจะกลายเป็ปัญหาไม่จบไม่สิ้น โดยเฉพาะมันจะส่งผลกระทบต่อแผนการของจั๋วอวิ๋นเซียน ตัวแปรมากเกินไปทำให้เื่บางเื่มิอาจควบคุมได้
ทว่าสำหรับตอนนี้มันอาจจะมิใช่เื่แย่สำหรับแผนการของจั๋วอวิ๋นเซียน มิถูกทำลายมิอาจสร้างใหม่ เช่นนั้นก็ทำลายเพื่อสร้างขึ้นใหม่ หากคนร้ายเื้ัเปิดเผยตัวตนออกมา ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับเผ่าสมุทรจะคลี่คลายลง จากนั้นร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรู สร้างกฎระเบียบขึ้นใหม่
“ไม่มีประโยชน์หรอก”
เฉียนโม่ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “อย่าคิดว่าข้าสะกดหางท่อนเล็กๆ ของสัตว์ั์หุบเหวด้วยท่าทางสบายๆ แต่ความจริงแล้วข้าใช้พลังไปมากกว่าครึ่ง สำหรับร่างหลักของสัตว์ั์หุบเหวนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้าเป็เพียงร่างจำแลงอยู่ได้ไม่นานนัก ต่อให้ข้าใช้ร่างหลักทลายผนึกออกมา ก็ทำอะไรมิได้เช่นกัน”
จั๋วอวิ๋นเซียนยังคงกล่าวอย่างไม่ยินยอม “หรือว่าจะไม่มีวิธีอื่นเลยจริงหรือ? หากเอาเื่นี้ไปบอกกับพันธมิตรเซียนศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจะสามารถจัดการได้หรือไม่?”
เฉียนโม่ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “เ้าหนู เ้าไม่รู้เสียแล้วว่าสัตว์ั์หุบเหวไท่หยวนนั้นน่ากลัวเพียงใด หากสัตว์อสูรตนนี้ฟื้นคืนชีพกลับมา ไม่ต้องพูดถึงทะเลล่วนซิง ทั้งทวีปไท่เซวียนล้วนต้องถูกกลืนกิน แล้วก็ยิ่งสัตว์ตัวนี้กลืนกินสิ่งมีชีวิตเข้าไปมากเท่าไร พลังและร่างกายก็ยิ่งแข็งแกร่ง ถึงตอนนั้นทั้งแผ่นดินเซียนฉยงจะสูญสิ้น…พันธมิตรเซียนศักดิ์สิทธิ์ที่เ้าว่ามาข้าเคยเจอมาก่อน น่าเสียดายที่พลังของพวกเขาอ่อนแอมากเกินไป”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนเงียบกริบ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี แม้แต่พันธมิตรเซียนศักดิ์สิทธิ์ยังนับว่าอ่อนแอ เช่นนั้นแผ่นดินเซียนฉยงคงจบสิ้นแล้ว?
เฉียนโม่กล่าวด้วยท่าทางสบายๆ “อย่ากังวลไปเลยเ้าหนู ด้วยพลังของเ้าตอนนี้ กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ ปล่อยให้มันเป็ไปตามธรรมชาติ พวกเ้ายังมีเวลาคิดหาวิธี”
“ยังมีเวลาอีกนานเท่าไร?”
“อืม ประมาณสามร้อยปีกระมัง!”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนพูดไม่ออก สมองเขามืดสนิท เขาอยากจะถามอีกฝ่ายว่าพูดกันดีๆ ได้หรือไม่?
สามร้อยปีนานเพียงใดหรือ?
สำหรับคนธรรมดาแล้ว มันเป็เวลายาวนานหลายชาติภพ
ผู้บำเพ็ญเซียนส่วนใหญ่มีอายุเพียงสองร้อยถึงสามร้อยปีเท่านั้น ส่วนจั๋วอวิ๋นเซียนตอนนี้อายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ถึงสามร้อยปีหรือไม่
เฉียนโม่มองความคิดของจั๋วอวิ๋นเซียนออกจึงจงใจเค้นเสียง “เ้าหนู เ้าคิดว่าเวลาสามร้อยปียาวนานหรือ? สำหรับเหล่าเซียนแล้ว เป็เวลาปิดด่านเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“……”
จั๋วอวิ๋นเซียนไม่อยากพูดต่อ เอาเถอะ ไม่พูดถึงเื่นี้แล้ว ระดับชีวิตไม่เหมือนกัน จึงมีความเข้าใจเวลาต่างกัน
ในเวลานี้เฉียนโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเปลี่ยนไป “เ้าหนู รู้หรือไม่ว่าข้ามาหาเ้าเพราะเหตุใด?”
“หืม?” จั๋วอวิ๋นเซียนมึนงง “ไม่รู้”
เฉียนโม่เคาะศีรษะของอีกฝ่ายแล้วกล่าวต่อว่า “เ้าฉลาดนักมิใช่หรือ ลองทายดูสิ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนตอบตามตรง “ข้าทายไม่ถูกหรอก”
“เ้า…”
เฉียนโม่มองชายหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อเห็นท่าทางซื่อๆ ของอีกฝ่าย จึงมิได้รังเกียจอย่างที่คิดแล้ว
“ช่างมันเถอะ เื่ของเ้าค่อยว่ากัน จัดการปัญหาของเ้าก่อนเถอะ”
“ปัญหาหรือ?”
จั๋วอวิ๋นเซียนอดตะลึงมิได้ เขาเคร่งเครียดเล็กน้อย
เขาเห็นเฉียนโม่หันไปมองยังกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไป “เ้าหนูแอบดูมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รีบออกมาอีก?”
เ้าหนูอีกแล้วหรือ?
จั๋วอวิ๋นเซียนมองเฉียนโม่ เขารู้สึกเศร้าแทนคนบางคน
เพียงไม่นานก็มาเงาหนึ่งบินลงมาจากฟากฟ้า เขาก็คือคนบาปแห่งโม่เหมิน โอวหยาง
