ราชวงศ์เป่ยจิ้งมีสายเืของสัตว์มงคล ทว่าความลับของราชวงศ์ข้อนี้ไม่สามารถเผยแพร่สู่ภายนอกได้ พวกเขาจะกลายเป็ร่างเดิมก็ต่อเมื่อถูกคุกคามหรือเมื่อยินยอมเท่านั้น เป็สายเืที่สืบทอดต่อกันมาเพื่อปกป้องเป่ยจิ้ง
ยามนี้แมวดำกำลังเดินวนรอบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง จะให้นางเห็นสภาพเช่นนี้ของเขาไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นหากเื่แดงออกไปอาจจะมีผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากเื่นี้ก่อให้เกิดความไม่สงบในแคว้นได้
“ช่างโง่เขลานัก แค่นี้ก็ล้มจนสลบไปเสียได้”
แมวดำถากถางอย่างไม่เกรงใจ มันสะบัดหางและะโไปเหยียบย่ำบนกายของเหยาเชียนเชียนเล็กน้อยอย่างง่ายดาย เขี้ยวคมทาบอยู่บนลำคอของนาง หากเขากัดลงไปจะต้องจบชีวิตของหญิงสาวผู้นี้ได้อย่างแน่นอน
เพียงแต่หากนางตายไปเวลานี้ ทางฝั่งเสด็จพ่อและเป่ยเซวียนเฉิงก็จะยุ่งยากอยู่บ้าง แมวดำเก็บเขี้ยวและเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
“เช่นนั้นจะปล่อยให้เ้ารอดไปก่อน อย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็วหนอนกู่ในตัวเ้าก็จะคร่าชีวิตเ้าไปเอง ไม่ต้องลำบากให้ปากของเปิ่นหวังต้องแปดเปื้อน”
แมวดำะโลงจากเตียงหมายจะปีนหน้าต่างออกไป ร่างกายาเ็ควรรีบรักษาโดยเร็วที่สุด การกลับคืนร่างเดิมสามารถเพิ่มความเร็วในการสมานาแได้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาต้องหาที่ซ่อนตัวก่อน
ทันทีที่อุ้งเท้าแมวเปิดหน้าต่างออกจนเกิดเป็ช่องว่างเล็กๆ ั์ตาล้ำลึกคู่นั้นก็มองไปยังหญิงสาวที่อยู่บนเตียงอีกครั้ง
อาภรณ์ของเขายังอยู่ตรงนั้น ทั้งเสื้อคลุมตัวนอกและชุดชั้นใน หากหญิงสาวฟื้นขึ้นมาจะทำอย่างไร
แมวดำย้อนกลับไปด้วยท่าทางดุดัน และคาบมุมหนึ่งของเสื้อผ้าไว้ เหยียดขาออกพร้อมกระดกก้นขึ้นพยายามดึงออกมา ท่าทางดุดันในคราแรกเมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็น่าขัน
สตรีผู้นี้ตัวหนักไม่น้อย ไฉนถึงดูผอมบางได้ถึงเพียงนั้น ถ้าเขาหายดีเมื่อไรจะอดอาหารนางสิบวันเป็แน่!
ในที่สุดเขาก็ดึงเสื้อผ้าออกมาได้ แมวดำหอบหายใจและจ้องเขม็งไปยังสตรีที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะคาบเสื้อผ้ามุ่งตรงไปยังเรือนของอาเหยียน
“ท่านพ่อ?”
อาเหยียนน้อยเพิ่งตื่นนอน เขาขยี้ตาเล็กน้อยและตรงเข้ามาอุ้มแมวดำไว้ “ท่านพ่อแอบกินเนื้อหรือ?”
แมวดำแสดงเจตนาให้วางเขาลงอย่างไม่มีทางเลือกและเลียแผลตัวเอง น้ำลายของพวกเขาเป็ยารักษาาแที่ดีที่สุด ซึ่งาแระดับนี้ วันรุ่งขึ้นก็คงฟื้นฟูเป็ปกติแล้ว
“พ่อจะอยู่ที่นี่สักพัก อาเหยียนห้ามให้คนเข้ามานะ”
อาเหยียนน้อยพยักหน้า เขาใช้ผ้าห่มกองเป็รังเล็กแสนสบายเพื่อให้แมวดำพักฟื้นในนั้นอย่างเต็มที่ แมวดำ้าพักผ่อนเพียงครึ่งวันเช้าเท่านั้น จากนั้นก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวแล้ว
ในเมื่อสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวนแล้ว เช่นนั้นเขาก็สามารถกอดผู้เป็พ่อและหลับอย่างสบายใจได้สักพัก ทว่ายังไม่ทันได้นอนดีๆ ก็ได้ยินเสียงคนถกเถียงกันเบาๆ อยู่ข้างนอก
ปลายหูของแมวดำกระดิกสองครั้ง เห็นได้ชัดว่ามันก็ถูกเสียงดังรบกวนเช่นกัน
อาเหยียนน้อยเปิดประตูอย่างเบามือ และได้สบเข้ากับแววตายินดีของเหยาเชียนเชียนเข้าพอดี
“อาเหยียนตื่นแล้ว ทีนี้ก็ให้ข้าเข้าไปได้แล้วกระมัง” นางกล่าวอย่างจนใจ
สาวใช้เห็นว่าซื่อจื่อตื่นจากนอนกลางวันแล้ว จึงทำได้เพียงปล่อยให้เหยาเชียนเชียนเข้าไป
“อาเหยียน ไปเถิด เราเข้าไปข้างในก่อน”
อาเหยียนนึกถึงเื่ที่เขารับปากกับผู้เป็พ่อว่าจะไม่ให้คนนอกเข้ามา แต่กลับแหงนหน้าขึ้นขอให้ผู้เป็แม่อุ้ม ท่านแม่ไม่ใช่คนนอก เพราะฉะนั้นสามารถเข้าไปได้
เมื่อแมวดำเห็นสตรีที่เขาวานให้ช่วยเมื่อครู่อุ้มเด็กชายเดินเข้ามาก็ตาเบิกโพลง
ลูกอกตัญญู!
“เอ๊ะ?” เหยาเชียนเชียนชะงักเล็กน้อย “เหตุใดถึงมีแมวดำด้วยเล่า?”
แมวตัวนี้สวยมาก ขนเงาวาวเป็ระเบียบและรูปร่างสมส่วน เพียงมองแวบแรกก็รู้สึกว่าััต้องดีมาก เหยาเชียนเชียนยื่นมือออกไปหมายจะััอย่างห้ามใจไม่ไหว แต่กลับถูกอีกฝ่ายร้องขู่เสียงต่ำให้ถอยไป
“ช่างเป็แมวที่ดุร้ายเสียจริง” นางเอ่ยถามอาเหยียน “มันมาจากที่ใดหรือ มีชื่อหรือไม่?”
อาเหยียนน้อยมองไปยังแมวดำด้วยความลำบากใจเล็กน้อย เขาโกหกผู้เป็แม่ไม่ได้ จึงจำต้องตอบอย่างลังเลไปว่า “เป็แมวในจวนขอรับ ชื่อ...ชื่อว่า...เสี่ยวไกวไกว [1]”
พรืด!
“ฮ่าๆๆๆ อึก!”
เหยาเชียนเชียนหัวเราะจนเซเข้าใส่ตัวเขา เหตุใดแมวที่ดูสง่างามน่าเกรงขามจึงมีชื่อที่น่ารักน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้กัน ทั้งคู่ไม่มีเวลาสนใจมุมปากที่กระตุกของแมวดำ คนหนึ่งก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ส่วนอีกคนก็หัวเราะเสียจนน้ำหูน้ำตาไหล
“ชื่อนี้สุดยอดไปเลย ผู้ใดเป็คนตั้งหรือ?”
“อา...อาเหยียนตั้งเอง”
เขาชอบชื่อนี้มาก อาเหยียนยังคงจับแขนเสื้อเหยาเชียนเชียนไว้ไม่ยอมคลายมือ วันก่อนยามที่ท่านแม่กล่อมเขานอนก็มักจะเรียกเขาเช่นนี้ เขาชอบมากจริงๆ เมื่อต้องยกให้ร่างเดิมของท่านพ่อไปก็ยังอาลัยอาวรณ์อยู่ไม่น้อย
“เสี่ยวไกวไกว มาหาพี่สาวสิ” เหยาเชียนเชียนหยอกเย้า ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่นางรู้สึกว่าสายตาของแมวดำตัวนี้เจือแววรังเกียจอยู่หลายส่วน
เป็แค่แมวแท้ๆ อย่าเ้าอารมณ์นักได้หรือไม่
“ข้าลองอุ้มมันได้หรือไม่?” เหยาเชียนเชียนคันไม้คันมือ ยังไม่ทันที่อาเหยียนจะพูด แมวดำบนเตียงก็แยกเขี้ยวคมและลุกขึ้นกึ่งนั่ง ท่าทางพร้อมจะสู้ได้ทุกเวลา
“เสี่ยวไกวไกวไม่...ไม่ชอบขอรับ ท่านแม่อุ้มข้าแทนสิ” อาเหยียนพูดตะกุกตะกักพลางยื่นมือออกไปหมายจะให้เหยาเชียนเชียนอุ้ม
แมวดุขนาดนี้ ชิงผิงอ๋องกล้าเลี้ยงไว้ใกล้ตัวอาเหยียนได้อย่างไร หากมันข่วนหรือกัดขึ้นมาจะทำอย่างไร เหยาเชียนเชียนอุ้มเขาพลางตบเบาๆ แต่จะว่าไป ชิงผิงอ๋องไปที่ใดแล้วเล่า?
นางไม่ระวังจนล้มสลบไปบนเตียง โชคดีที่ล้มไม่รุนแรงนัก ใช้เวลาไม่นานก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ทว่าเมื่อฟื้นขึ้นมา ในห้องก็เหลือเพียงแค่นางคนเดียวแล้ว ศีรษะเจ็บเล็กน้อย ชิงผิงอ๋องผู้นี้คงไม่ได้เห็นนางสลบแล้วหนีไปเลยกระมัง ไร้มนุษยธรรมมาก!
“อาเหยียน วันนี้เ้าได้เจอท่านพ่อของเ้าหรือไม่” เหยาเชียนเชียนกังวลเล็กน้อย อย่างไรเืบนตัวเขาก็ดูน่าใไม่น้อย “แม่มีเื่อยากพูดกับเขา”
อาเหยียนน้อยเคลื่อนสายตาโดยไม่รู้ตัว เขาตอบไปอย่างอ้ำอึ้งว่า “เจอแล้วขอรับ แต่แค่ได้เจอ ท่านแม่อยากพูดอะไร อาเหยียนจะไปบอกให้”
หากบอกอาเหยียนว่าพ่อของเขาได้รับาเ็คงไม่เหมาะกระมัง เหยาเชียนเชียนเม้มปาก และตอบส่งๆ ไปว่าไม่มีอะไร ด้วยกลัวว่าจะถูกเด็กน้อยมองท่าทีออก จึงทำได้เพียงมองไปรอบๆ และพยายามเปลี่ยนประเด็น
เมื่อมองดูอย่างตั้งใจ เหตุใดใต้ตัวของแมวตัวนี้จึงเป็สีดำอมม่วง เหยาเชียนเชียนโน้มเข้าไปใกล้อย่างสงสัยหมายจะดูให้ชัดเจน แต่ก็พลันได้ยินอาเหยียนน้อยส่งเสียงเรียกขึ้นมา
“อ๊ะ!” อาเหยียนน้อยดิ้นรนลงจากเตียง และดึงนางไปอยู่ข้างตู้
“ท่านแม่ กินน้ำตาล!”
ใบหน้าเล็กของเขาแดงเรื่อและมองมายังเหยาเชียนเชียนอย่างตื่นเต้น เป็ครั้งแรกที่เขาไม่ซื่อสัตย์กับผู้เป็แม่ อาเหยียนน้อยคล้ายจะรู้สึกว่าเขาเป็เด็กไม่ดี
เหตุใดท่านพ่อถึงไม่ยอมให้เขาบอกท่านแม่ ทั้งๆ ที่ท่านแม่ก็เคยเห็นร่างเดิมของเขาแล้วแท้ๆ ท่านแม่ต้องไม่รังเกียจท่านพ่ออย่างแน่นอน
“ขอบใจนะอาเหยียน” เหยาเชียนเชียนร้องไม่ได้ยิ้มไม่ออก นางรู้สึกว่าวันนี้เขาดูร้อนรนอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อาจจะเป็เพราะเด็กเริ่มโตแล้ว จึงเริ่มมีความลับของตัวเอง
“พูดถึงเื่นี้ ข้าเกือบจะได้ซื้อของว่างกลับมาให้อาเหยียนอยู่แล้วเชียว” นางทอดถอนใจพลางอุ้มอาเหยียนไปข้างโต๊ะ “น่าเสียดายที่ซื้อไม่ได้”
“อาเหยียนไม่เป็ไร ท่านแม่อย่าถอนหายใจ”
ช่างเป็เด็กดียิ่งนัก เหยาเชียนเชียนจูบเขา นึกถึงเื่ที่นางถูกแม่นมหลอกไปพบองค์ชายสามที่นั่น ในใจก็เกิดรำคาญขึ้นมา เดิมทีในสายตาของชิงผิงอ๋องนางก็ยังไม่ได้ดีขึ้นขนาดนั้น ครั้งนี้พอดีขึ้นมาบ้างแล้วกลับเกิดเหตุให้สิ่งที่ทำมาหลายวันนี้เสียเปล่า
“ไม่ได้เื่จริงๆ” นางสบถอย่างโกรธเคือง “อยากให้ข้าตายอยู่ที่จวนอ๋องจริงๆ หรืออย่างไร”
อาเหยียนน้อยเห็นเหยาเชียนเชียนดูอารมณ์ไม่ดีจึงมองไปข้างหลังอย่างลังเล
ท่านพ่อ ข้าไปยกอาหารมาให้ท่านแม่ได้หรือไม่ ทุกครั้งที่อาเหยียนอารมณ์ไม่ดี ท่านพ่อก็จะปลอบเช่นนี้เสมอ
แมวดำปั้นหน้าเ็า สตรีผู้นี้อารมณ์ไม่ดี เกรงว่าจะเป็เพราะเื่เป่ยเซวียนเฉิงกระมัง เปิ่นหวังรบกวนเื่ดีๆ ของนาง จิตใจถึงได้พะวงจนถึงยามนี้
อย่าให้เปิ่นหวังจับได้ในยามที่พวกเ้ากำลังสนิทสนมกันมากกว่านี้แล้วกัน มิเช่นนั้นเปิ่นหวังจะหั่นเป็ชิ้นๆ แล้วโยนให้สุนัขกินเสีย!
ดูเหมือนว่าท่านพ่อก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน อาเหยียนน้อยไม่เข้าใจว่าเหตุใดทั้งคู่ถึงอารมณ์ไม่ดี เมื่อคิดได้ดังนี้จึงตั้งใจออกไปนำอาหารเล็กน้อยกลับมา
“ท่านแม่รอข้านะ” เขาก้าวขาสั้นๆ วิ่งออกไป โดยไม่ลืมปิดประตูอย่างระมัดระวัง
เด็กคนนี้ไปที่ใดอีกเล่า เหยาเชียนเชียนส่ายหน้าอย่างขบขัน ในห้องเหลือเพียงนางและแมวดำ บางทีอาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณของสัตว์ แมวดำค่อยๆ ลุกขึ้น และพยายามหนีออกไปอย่างเงียบเชียบ
“จับได้แล้ว!”
เหยาเชียนเชียนอุ้มแมวดำขึ้น ทำให้เป่ยเหลียนโม่ใจนเกือบจะหลุดส่งเสียงออกมา เมื่อกลั้นไว้ได้แล้วจึงเหวี่ยงอุ้งเท้าใส่
บังอาจ!
“จิ๊!”
เหยาเชียนเชียนขมวดคิ้ว ข้อมือของนางถูกแมวดำข่วนจนทิ้งรอยเืไว้สามขีด เสี่ยวไกวไกวไม่เป็เด็กดีเลยสักนิด นางย่นคิ้วก่อนจะปล่อยมืออย่างลังเล แต่ในยามนั้นกลับเห็นรอยแผลบนตัวแมวดำ
“เหตุใดเ้าถึงได้รับาเ็เล่า?” นางเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจปนสงสัย สายตาค่อยๆ เคลื่อนไปยังใบหน้าของแมวดำ คิ้วขมวดเป็ปม “เ้าได้รับาเ็ ชิงผิงอ๋องก็ได้รับาเ็ เ้าคงไม่ใช่...”
แมวดำยื่นกรงเล็บคมกริบออกไปอย่างระมัดระวัง กรงเล็บของเขาทั้งแหลมคมและทรงพลัง ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็สามารถคว้านเอาดวงตาของสตรีผู้นี้ออกมาได้
เหยาเชียนเชียนมีสีหน้าจริงจัง นางอุ้มแมวดำขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาของนาง ก่อนจะกล่าวช้าๆ ว่า “เ้าคงไม่ใช่...แมวของชิงผิงอ๋องกระมัง?”
เฮ้อ...
นางไม่ได้สังเกตอารมณ์ซับซ้อนในแววตาของแมวดำ กล่าวคาดเดาเอาเอง “ดูนิสัยเ้าสิ เหมือนชิงผิงอ๋องไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าบอกว่าไม่ใช่แมวของเขาข้าก็ไม่เชื่อหรอก”
เหยาเชียนเชียนถือโอกาสที่ไม่มีผู้ใดอยู่รอบๆ รวบรวมความกล้าอันน้อยนิดระบายความคับข้องใจต่อแมวดำ เริ่มจากบรรยายข้อเสียของเป่ยเหลียนโม่อย่างเคียดแค้นไปหนึ่งยก อารมณ์บูดบึ้งอย่างถึงที่สุด หลายบุคลิกเอาแน่เอานอนไม่ได้ อีกทั้งสมองยังไม่ทำตามคำสั่ง
นางถอนหายใจพลางคุ้ยกล่องยาเพื่อทายาให้แมวดำ
“เ้าว่าองค์ชายสามเป็เช่นนั้นแล้วข้ายังจะชอบเขาได้ลงหรือ จะโกรธอะไรขนาดนั้นกัน”
แมวดำที่กำลังดิ้นขัดขืนชะงักไป ดวงตาลึกล้ำเจือแววตะลึงพินิจมองนางเล็กน้อย ลูกสาวคนเล็กของตระกูลเหยาหลงรักเป่ยเซวียนเฉิงมานาน ทุกคนในนครหลวงล้วนรู้ดี แม้กระทั่งงานอภิเษกของเขากับนาง เขาก็ต้องอ้อนวอนฮ่องเต้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงสามารถสู่ขอนางมาได้สำเร็จ
แม้แต่เสด็จพ่อยังทรงทราบความรู้สึกที่นางมีต่อเป่ยเซวียนเฉิง แต่วันนี้นางกลับบอกว่านางไม่ชอบอีกฝ่าย
โกหกอีกแล้ว แมวดำเบือนหน้าหนี แม้ว่าจะไม่เข้าใจสีหน้าของมัน แต่เหยาเชียนเชียนอ่านแววเหยียดหยามหลายส่วนจากแววตาของมันได้อย่างน่าอัศจรรย์
“หึ เ้าไม่เชื่อข้า” นางลูบหัวแมวดำอย่างไม่เกรงใจ พลางโน้มเข้าไปใกล้แววตาโกรธเคืองของแมวดำอย่างเอาอกเอาใจ และจูบปลายจมูกของมันเบาๆ
“ช่างเถิด เ้าเป็แค่แมวตัวน้อย จะไปเข้าใจอะไร”
บัง...บังอาจ!
แมวดำใช้อุ้งเท้าดันหน้าใหญ่ๆ นั้นออก สตรีผู้นี้ประจบได้แม้กระทั่งแมวหรือ!
“ไม่คิดเลยว่าคนอย่างชิงผิงอ๋องจะเลี้ยงแมวด้วย” เหยาเชียนเชียนจับอุ้งเท้าแมวดำไว้ทั้งสองข้าง นางยิ้มร่าพลางลูบขนให้มันไปด้วย
“แล้วเ้าเป็ตัวผู้หรือตัวเมียเล่า” นางว่าพลางยกแมวดำขึ้นสูงอย่างเ้าเล่ห์ “ขอข้าดูหน่อย”
บังอาจ บังอาจ!
สตรีเช่นเ้าช่างไร้ยางอายเหลือเกิน! ปล่อยเปิ่นหวังลงเดี๋ยวนี้!
แมวดำทั้งใและโกรธมาก มันเหยียดเตะขาหลังอย่างรวดเร็ว อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างเกี่ยวปกคอเสื้อของนางไว้แ่า แมวดำเกาะอยู่ข้างบนเช่นนั้นแสดงท่าทียอมตายมากกว่ายอมเชื่อฟังอย่างชัดเจน
“อย่าดิ้น” เหยาเชียนเชียนพูดเสียงเข้ม “ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเ้าโกนขนเสีย”
เปิ่นหวังจะฆ่าเ้า!
เชิงอรรถ
[1] เสี่ยวไกวไกว หมายถึง เด็กดี
