ตอนที่ 1
ห้องถ่ายทอดสดปริศนา
ฝนปรอยลงมาเบาๆ ถนนที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงา
เด็กสาวผิวขาวสวมเสื้อแจ็กเก็ตลายดอกไม้ ยืนอยู่บนถนน ถือร่มสีแดง ดวงตาชุ่มฉ่ำมองสำรวจผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างสงสัย
หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก เธอก็รวบรวมความกล้าและพูดกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอย่างงประหม่าขัดเขินว่า “คุณผู้หญิงคะ ฉันเห็นว่าหน้าผากของคุณหมองคล้ำดูมีเคราะห์ ไม่ทราบว่าสนใจรับยันต์ไปช่วยปัดเป่าภัยพิบัติสักแผ่นไหมคะ?”
หญิงคนนั้นหยุดชะงัก เธอเอามือแตะหน้าผากโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นรอยเปื้อนสีเทาบนนิ้วมือ เธอก็สบถออกมา “บ้าเอ๊ย ไหนบอกว่าเป็แป้งกันน้ำไง! โดนหลอกอีกแล้วหรอเนี่ย!”พูดจบเธอก็เอามือปิดหน้าผาก สบถอีกครั้ง แล้วรีบเดินจากไป
ชิงหลี่ยืนอยู่คนเดียวอย่างน่าสงสารบนริมถนน มือข้างหนึ่งกุมท้องที่ร้องจ๊อกๆ ของเธอไว้
ถ้าเธอไม่หาเงินซื้ออาหารเร็วๆ นี้ เธอคงอดตายแน่
“หนู อยากหางานทำไหม”
ชายในชุดสูทปรากฏตัวต่อหน้าชิงหลี่ ใบหน้าของเขาซีดเซียวไร้ชีวิตชีวา รอยยิ้มสุภาพของเขากลับแฝงไปด้วยความน่าขนลุก ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
ทว่ายามนี้ชิงหลี่กำลังขัดสนเงินทอง... ขัดสนอย่างยิ่ง
เธอพยักหน้าหงึกหงักพลางตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “งานอะไรคะ”
“งานง่ายมาก แค่ทำภารกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้สำเร็จ เธอก็จะได้รับค่าตอบแทนอย่างงาม” ชายคนนั้นยิ้ม
“ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชิงหลี่เอียงคอถามอย่างสงสัย ผมเปียสองข้างห้อยระอยู่ตรงหน้าอก ดวงตาใสซื่อคู่นั้นดูเป็ประกายสะอาดบริสุทธิ์... แต่ดูๆ ไปก็ดูมีความ 'ซื่อบื้อ' แฝงอยู่ไม่น้อย
“แน่นอน นี่คือนามบัตรของฉัน บริษัทเราอยู่แถวนี้เอง ถ้าเธอสนใจจะลองไปดูตอนนี้เลยก็ได้”
ชายคนนั้นยื่นนามบัตรสีขาวให้ชิงหลี่ พิมพ์ด้วยหมึกสีดำว่า บริษัท หลิงเนิ่ง มีเดีย จำกัด รองผู้จัดการทั่วไป—เหอเหวิน
“เอ่อ แต่...”
ท้องของชิงหลี่ร้องอีกครั้งในขณะนั้น เธอพูดอย่างเขินอายด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อย “ฉันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ฉันขอยืมเงินสองร้อยหยวนไปกินข้าวก่อนได้ไหมคะ?”
เหอเหวินยิ้มและพูดว่า “ได้สิ”
เขาหยิบธนบัตรสีแดงสองใบออกมาจากกระเป๋าเงินและยื่นให้ชิงหลี่โดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นเงิน ดวงตาที่เคยสว่างไสวของชิงหลี่ก็ยิ่งเปล่งประกาย เธอรับเงินมาพลางเอ่ยกับชายคนนั้นด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า “เสร็จโจร!”
เหอเหวินตะลึง ในเวลาเพียงครึ่งวินาที เด็กสาวซื่อๆ ก็วิ่งไปหลายเมตรพร้อมกับเงิน และในพริบตาเธอก็หายไป
“...” เสียง “อืม” ติดอยู่ในลำคอ
ใครที่บอกว่าพวกเด็กบ้านนอกซื่อสัตย์หลอกง่าย เขาจะตบปากให้คว่ำเลยทีเดียว!
หลังจากเข้าไปในร้านบะหมี่เล็ก ๆ และจัดการบะหมี่น้ำไป 20 ชาม ชิงหลี่ก็ใช้เงินสองร้อยหยวนนั้นจนเกลี้ยงไม่เหลือเศษ
ก่อนลงจากูเา อาจารย์ของเธอได้สั่งสอนว่า ในอาชีพของพวกเขา การโกงและการฉ้อฉลในระดับหนึ่งนั้นเป็ที่ยอมรับได้ แต่เงินที่ขโมยมาจะต้องถูกจัดการให้เรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะส่งผลเสียต่อบุญกุศลของเธอ
ทว่า... ฉายาทางธรรมของอาจารย์คือ — ‘เชวียเต๋อ’ (ขาดคุณธรรม)!
ส่วนฉายาของชิงหลี่คือ — ‘อู๋เต๋อ’ (ไร้คุณธรรม)
ตอนนี้ เพราะอาจารย์ของเธอ “ขาดคุณธรรม” มากเกินไปและมีศัตรูมากมาย เขาจึงออกเดินทางไปทั่วโลก (เพื่อหลีกเลี่ยงศัตรู)
ชิงหลี่ผู้โดดเดี่ยว อ่อนแอ และน่าสงสาร ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงจากูเาเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าการหาเงินจะยากยิ่งกว่าการบำเพ็ญเพียรเสียอีก
“อิ่มแล้วเริ่มง่วงแฮะ เดี๋ยวจะไปงีบที่ KFC หรือ McDonald's ดีนะ?”
นิ้วเรียวของชิงหลี่คีบนามบัตรสีขาวใบนั้นไว้พลางสะบัดเบา ๆ ไอสีดำที่แฝงอยู่บนนั้นมลายหายไปสิ้น เธอดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว นามบัตรก็ลงสู่ถังขยะริมทางอย่างแม่นยำ
สัญญาณไฟแดงนับถอยหลังทีละวินาที เมื่อแสงไฟเขียวสว่างขึ้น ชิงหลี่ก็ก้าวเดินข้ามทางม้าลายด้วยรอยยิ้มเกียจคร้าน ผู้คนรอบข้างต่างกางร่มเดินสวนกันอย่างรีบเร่ง ฝีเท้าเริ่มรวดเร็วขึ้นอย่างผิดปกติ
ชิงหลี่ััได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เธอหยุดฝีเท้าลง พลันเห็นภาพรอบตัวบิดเบี้ยวเลือนราง ตึกสูงตระหง่านและผู้คนบนท้องถนนค่อย ๆ จางหายไป...
[ ยินดีต้อนรับผู้เล่นหมายเลข 100 ] เสียงจักรกลเย็นเยียบดังกระหึ่มจากทั่วทุกทิศทางจนแทบจะบาดแก้วหู
[ นี่น่ะเหรอหมายเลข 100 คนใหม่? ]
[ ดูเชยชะมัด ทั้งขี้เหร่ทั้งบ้านนอก ]
[ ยัยหมายเลข 100 นี่เป็ปัญญาอ่อนหรือเปล่า ทำไมฉันรู้สึกว่ายัยนี่ดูหน้าซื่อบื้อจัง ]
[พระเ้า เธอยังใส่เสื้อแจ็กเก็ตผ้าฝ้ายลายดอกไม้! นี่มันของเก่าที่ขุดขึ้นมาจากหลุมศพเ้าของบ้านหรือไง?! ]
ภายในห้องไลฟ์สดมีผู้ชมเพียงไม่กี่คน
"ยินดีด้วย คุณพูดถูก"
ชิงหลี่ยิ้มอย่างขวยเขิน เธอใช้เวลาเพียงสิบวินาทีในการปรับตัวกับสถานการณ์ เมื่อเห็นหน้าจอแสงปรากฏขึ้นในมโนสำนึกพร้อมข้อความที่พุ่งผ่านไปมา เธอก็เข้าใจในทันทีว่าตนเองอยู่ที่ไหน
จะว่าไป คนที่พิมพ์คอมเมนต์นั้นช่างตาถึงจริง ๆ เสื้อนวมตัวนี้อาจารย์ไปขุดมาจากในโลงศพจริง ๆ นั่นแหละ
อาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า: “คนเราตายไปก็เหลือแต่กระดูกเหม็น ๆ เสื้อนวมสวย ๆ แบบนี้ถ้าปล่อยให้เน่าเปื่อยไปตามดินคงเสียของแย่” ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ผู้ขี้งกเหนือใครจึงไปขุดเอาเสื้อตัวนี้จากหลุมศพมาให้เธอสวมใส่
ชิงหลี่ไม่ได้สนใจคอมเมนต์อื่น ๆ อีก เธอเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างเงียบเชียบ
ในพื้นที่ปิดตายที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสี่ด้าน มีคนแปลกหน้าห้าคนทั้งชายและหญิงกำลังใช้สายตาสำรวจและประเมินเธอเช่นกันแต่เมื่อเห็นชิงหลี่ในชุดสาวบ้านนอก ท่าทางหัวอ่อนขี้ขลาด หลายคนก็ฉายแววดูแคลนออกมาทางสายตา
“มีคนมาสังเวยชีวิตเพิ่มอีกคนแล้ว” ชายร่างใหญ่หน้ากลมคนหนึ่งพึมพำ
“หมายเลข 89 อย่าไปกดดันน้องสาวคนใหม่นักเลย ไม่เห็นหรือว่าเธอขวัญเสียจนแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาค่อนข้างดีแต่มีท่าทางกะล่อนกล่าวปนหัวเราะ
แม้หมายเลข 89 จะตัวใหญ่กว่าหลายขุม แต่เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเปิดปาก เขาก็รีบหุบปากฉับทันที
“หมายเลข 65 พูดถูกแล้ว น้องสาวยังไม่รู้กฎกติกาเลย อย่าไปขู่เธอเลย”
หญิงสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้ชิงหลี่ พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อโจวหย่า หรือจะเรียกฉันว่าหมายเลข 74 ก็ได้”
เธอยกข้อมือที่มีนาฬิกาดิจิทัลให้ดู บนหน้าจอปรากฏตัวเลขเด่นชัด — 74
ชิงหลี่ก้มมองข้อมือตนเอง พบนาฬิกาแบบเดียวกันเป๊ะ แต่ตัวเลขของเธอคือ 100
100... ช่างเป็ตัวเลขที่มงคลจริง ๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชิงหลี่”
ชิงหลี่ก้มหน้างุด ตอบกลับด้วยเสียงเบาหวิวราวเสียงยุงบิน ท่าทางดูขลาดกลัวยิ่งนัก “ฉันคือหมายเลข 100 ค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันรู้ว่าเธอคงสับสน แต่สิ่งเดียวที่ฉันบอกเธอได้คือ... จงพยายามมีชีวิตรอดให้ได้” เธอตบไหล่ชิงหลี่เบา ๆ ก่อนจะนิ่งเงียบไป
ในความคิดของเธอ เด็กสาวที่ดูไร้ประโยชน์คนนี้เป็แค่ตัวประกอบ ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาพูดด้วย
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ” ชิงหลี่ฉีกยิ้มซื่อดูซาบซึ้งใจยิ่ง
[โง่จริง มีคนให้คำแนะนำไร้ประโยชน์กับเธอ แล้วเธอยังขอบคุณเหมือนคนโง่อีกเหรอ]
[หมายเลข 74 นั่นมันชาเขียวกับดอกบัวขาวผสมกันนี่นา เสแสร้งจัง]
[ ยัยหนูบ้านนอก ในโลกนี้ลำดับยิ่งน้อยยิ่งแข็งแกร่ง แนะนำให้ไปเกาะขาหมายเลข 65 ไว้ดีกว่า เผื่อดวงดีจะได้รอดชีวิต ]
ข้อความเ่าั้เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว และชิงหลี่ก็อ่านทบทวนอย่างรวดเร็วในใจ
ดูเหมือนว่าห้องไลฟ์สดของเธอจะไม่ปะปนกับใคร ทุกคนมีห้องส่วนตัวและผู้ชมเฉพาะกลุ่ม
ทันใดนั้น บนกำแพงสีขาวโพลนในห้องที่ปิดตายกลับมีของเหลวสีแดงฉานซึมออกมา ชิงหลี่ร้องอุทานด้วยความตระหนก: “เื! เืเต็มไปหมดเลย!”
สกปรกจัง ถ้ามีเชื้อโรคปนมาด้วยจะทำยังไงเนี่ย?
