หยวนเฟิงสามคนแยกกันอยู่สามด้านของเนี่ยเทียน เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจดั่งผีร้าย
เนี่ยเทียนที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถแยกแยะตัวจริงตัวปลอมได้สงบนิ่งมากขึ้น ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิม
อยู่ๆ เขาก็คิดหาวิธีออก
ในเมื่อหยวนเฟิงสามคนนั้นมีทั้งตัวจริงและตัวปลอม อีกทั้งผู้ที่สามารถทำร้ายเขาได้อย่างแท้จริงก็มีเพียงหยวนเฟิงตัวจริงเท่านั้น ถ้าเช่นนั้น... เขาจึงสามารถมองข้ามหยวนเฟิงตัวปลอมอีกสองคนไปได้ชั่วคราว
หยวนเฟิงตัวปลอมไม่มีทางใช้พละกำลังที่มากเกินไปกับเขาอย่างหยวนเฟิงตัวจริงแน่นอน!
เมื่อเป็เช่นนี้ ใช้การไม่เปลี่ยนแปลงรับมือการเปลี่ยนแปลง บางทีน่าจะเป็ทางเลือกที่ฉลาดมากที่สุด
มีหยวนเฟิงอีกคนหนึ่งที่ซัดหมัดต่อยโครมเข้ามาที่หน้าอกของเขา เขามองนิ่งตาไม่กะพริบ ไม่แยแสเลยแม้แต่นิดเดียว
“ตู้ม!”
หมัดที่ซุกซ่อนด้วยพลังิญญาที่เหมือนกันกระแทกลงมาที่หน้าอกของเขาอย่างแรง ร่างของเขาสั่นเบาๆ ความเ็ปวาบผ่านใบหน้า
หมัดนี้เมื่อเทียบกับการโจมตีสองครั้งก่อนของหยวนเฟิงยังถือว่าอ่อนกว่าหลายเท่านัก ด้วยระดับความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเขา จึงสามารถทนรับได้โดยไม่มีปัญหา
“ตัวปลอม!”
เขาที่ถูกโจมตีติดต่อกัน หลังจากสังเกตเห็นความแตกต่างของพละกำลังจึงสามารถแยกแยะได้อย่างง่ายดายว่าการโจมตีใดเป็ของหยวนเฟิงตัวปลอม
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ทนรับการโจมตีของหยวนเฟิงคนที่สองต่อไป
การโจมตีของหยวนเฟิงคนที่สองมาจากทางฝั่งขวามือ
หยวนเฟิงคนนั้นนิ้วทั้งห้าหงิกงอราวกับตะขอ ขยุ้มจับที่ไหล่ของเขา
“แควก!”
อาภรณ์ตรงไหล่ขวาของเขาพลันฉีกขาด ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนส่งตรงมาจากไหล่ขวาที่เปิดเปลือย
ทว่าความเ็ประดับนี้ยังคงอยู่ในขอบเขตที่เขาสามารถทนรับได้
“ตัวปลอมอีกหนึ่ง!”
เขาที่ตั้งสติได้แล้ว ยังคงไม่ขยับดุจเดิม รอนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างสงบ
“ตูม! ผลั่กๆ!”
หลังจากนั้น หยวนเฟิงตัวปลอมสองคนนั้นก็ลงมือติดต่อกัน ใช้ทั้งหมัดทั้งกรงเล็บโจมตีเขาอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานเขาก็รับการโจมตีติดต่อกันถึงสิบกว่าครั้ง อาภรณ์บนร่างขาดหลุดลุ่ย ผิวเนื้อที่เปิดเผยออกมาก็มีรอยแผลเล็กๆ มากมายหลายเส้น
ทว่าเขาก็ยังคงยืนตระหง่านนิ่งเฉย ประหนึ่งหินผาหนักแน่นที่ตั้งอยู่ที่เดิมมานนานนับหมื่นปี สีหน้าไร้อารมณ์
หยวนเฟิงสามคนที่วนล้อมกายเขา โจมตีเขาไม่ขาดระยะ พอเห็นว่าเขาถูกโจมตีหลายครั้งติดต่อกัน นอกจากรอยาแที่เพิ่มขึ้นมาบนร่างแล้วก็คล้ายจะไม่เป็อะไรอีก จึงเริ่มร้อนรน
ต่างไปจากเขา หลังจากที่หยวนเฟิงต่อสู้กับสำนักโลหิตและสำนักภูตผีมาแล้วก็เอาแต่เร่งรีบเดินทางอย่างบ้าคลั่งมาโดยตลอด
เพื่อถอยห่างจากสำนักภูตผีและสำนักโลหิตให้ได้มากที่สุด ระหว่างทางเขาไม่กล้าแม้แต่จะหยุดพัก พลังิญญาจึงยังไม่ฟื้นตัวกลับมา
หินวิเศษที่เขาพกมาด้วยก็ใช้หมดไปั้แ่ตอนอยู่เกาะน้ำแข็งแล้ว
และก็เนื่องด้วยเขาสูญเสียพลังมากเกินไป อีกทั้งไม่มีหินวิเศษช่วยฟื้นตัว ดังนั้นเมื่อเขาเจอเนี่ยเทียนในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังมากเกินจำเป็ เขาจึงแค่้ารีดไถหินวิเศษจากเนี่ยเทียนเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เขาที่ต่อสู้กับเนี่ยเทียนในเวลานี้ แท้จริงแล้วเขาเหนื่อยล้าไม่น้อย
หากไม่สามารถกำจัดเนี่ยเทียนได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ ถ่วงเวลาแบบนี้ต่อไป เขาที่ร่ายเวท “คาถาเงาสีเทา” จะต้องสูญเสียพลังไปอีกมหาศาล
อีกอย่างในใจเขาก็กำลังเป็กังวลด้วยว่าสำนักภูตผีและสำนักโลหิตจะตามมาทัน
หยวนเฟิงตัวปลอมสองคนรับพละกำลังจากเขา แต่กลับไม่สามารถฆ่าเนี่ยเทียนได้จริง ทำให้เขาเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาที่ปะปนอยู่กับหยวนเฟิงตัวปลอมสองคนนั้น รออยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเนี่ยเทียนเอาแต่เป็ฝ่ายรับการโจมตีตลอดเวลา ในที่สุดจึงแอบลงมืออีกครั้ง
“ตูม!”
หมัดนี้ของหยวนเฟิงกระแทกลงมาบนหน้าอกของเนี่ยเทียนเน้นๆ!
หมัดนี้ พลังที่ะเิออกมาในชั่วพริบตาทำให้เนี่ยเทียนกระอักเืสดออกมาอีกครั้ง
“เ้านี่แหละ!”
ทว่าเนี่ยเทียนที่เตรียมตัวตั้งรับอยู่นานแล้วข่มกลั้นความเ็ปมหาศาลที่ร้าวเข้าไปถึงกระดูก กระโจนใส่หยวนเฟิง ผลักเขาลงกับพื้นกะทันหัน
ไม่สนใจการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของหยวนเฟิงตัวปลอมสองคนที่อยู่ด้านหลัง มือทั้งคู่ของเขาที่บีบรัดลำคอของหยวนเฟิงออกแรงอย่างต่อเนื่อง พยายามจะบีบกระดูกลำคอของหยวนเฟิงให้แตก
“ตูมๆ!”
ด้านหลังมีเสียงกระแทกโจมตีดังอื้ออึ้ง หยวนเฟิงตัวปลอมสองคนนั้นพยายามทุบตีเขาอย่างสุดความสามารถ
“เ้าจงตายเสียเถอะ!”
เนี่ยเทียนกัดฟัน ั์ตาเต็มไปด้วยความดุร้าย มือทั้งคู่ที่กุมลำคอของหยวนเฟิงประหนึ่งคีมเหล็กที่ยิ่งบีบก็ยิ่งแน่น
เขาััได้ถึงคลื่นพลังิญญาเข้มข้นจากลำคอของหยวนเฟิง รู้ว่าเมื่อหยวนเฟิงถูกกักตัวเช่นนี้จึงรวบรวมพลังิญญาทั้งหมดในร่างมาไว้ที่ลำคอ
เขาจึงไม่สามารถบีบคอของหยวนเฟิงให้แตกสลายได้ในชั่วพริบตา!
“พลังจิตโจมตี!”
เขาที่รู้ว่าโอกาสมีเพียงครั้งเดียวจึงรวบรวมพลังจิตอย่างบ้าคลั่ง แล้วทิ่มแทงลงไปในสมองของหยวนเฟิงอย่างรุนแรง
“ฟู่ๆ!”
ระหว่างดวงตาทั้งสองของเขาและหยวนเฟิง การโจมตีอย่างบ้าระห่ำของพลังจิตทำให้อากาศเกิดเสียงประหลาดดังลอยมา
หยวนเฟิงที่ไม่สามารถหายใจได้ ในใจบังเกิดความหวาดกลัว คล้ายไม่สามารถร่ายเวท “คาถารวมิญญา” ของหุบเขาเทาออกมาได้อีก
อยู่ใกล้กันขนาดนี้ พลังจิตที่มากมหาศาลของเนี่ยเทียนจึงไหลกรากเข้าไปในสมองของหยวนเฟิงจนหมด ทำให้สีหน้าของหยวนเฟิงพลันเลื่อนลอย
พลังิญญาที่รวบรวมมาไว้ตรงลำคอของเขาอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากเขาไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้จึงคลายลงทันใด
“กร๊อบ!”
ในที่สุดเสียงกระดูกแตกกังวานก็ดังขึ้นมาจากลำคอของหยวนเฟิง
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น เส้นประสาทที่ขมึงเกร็งของเนี่ยเทียนพลันคลายตัวลง
เขารู้ว่าหยวนเฟิงถูกเขาฆ่าตายแล้ว!
บัดนี้ความรู้สึกเ็ปที่ส่งมาจากเื้ัก็หายไปแล้วเช่นกัน
เขาพลิกตัวลงมาจากร่างของหยวนเฟิง นอนแผ่อ้าซ่า เมื่อมองไปทางด้านหลังก็พบว่าหยวนเฟิงตัวปลอมสองคนนั้นราวกับหมอกเข้มข้นที่ถูกพายุพัดกวาดให้สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
“ตายได้เสียที”
ลมหายใจหอบฮักๆ ของเขาค่อยๆ สงบลง แอบัักับสภาพร่างกายของตัวเอง
ตอนที่ต่อสู้กับอวิ๋นซง เขาแทบจะไม่ได้ใช้พละกำลังอะไรก็สามารถฆ่าอวิ๋นซงได้ในพริบตา
ทว่าขั้นตอนการสังหารหยวนเฟิงกลับเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิม
เวลานี้ ท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขาเต็มไปด้วยรอยเืตัดสลับกันไปมา รอยเืเ่าั้ล้วนเกิดจากการโจมตีของหยวนเฟิงตัวปลอม
รอยเืนั้นเป็เพียงแค่าแภายนอก มองดูแล้วก็น่าใ ทว่าในความเป็จริงแล้วกลับไม่ได้บาดลึกถึงเอ็นหรือกระดูก
าแที่แท้จริงของเขาล้วนเกิดจากการโจมตีสามครั้งของหยวนเฟิงตัวจริง การโจมตีสามครั้งนั้น ทุกครั้งล้วนทำให้เขากระอักเื รู้สึกเหมือนอวัยวะตันห้าอวัยวะกลวงหกเคลื่อนที่เล็กน้อย
“หยวนเฟิง เมล็ดพันธุ์ของหุบเขาเทา หลอมลมปราณขั้นเก้า ก่อนมาที่นี่ พลังิญญาในร่างของเ้าหมอนี่บางทีอาจยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ่ที่เจริญเต็มที่”
“แต่ต่อให้เป็เช่นนั้น เขาก็เกือบจะฆ่าข้าได้ เกือบทำให้ข้ามิอาจมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นมาได้อีก!”
“คำพูดของเขาก่อนหน้านี้มีเหตุผลมาก ข้าไม่ได้ถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวไป ไม่รู้ว่าควรจะใช้ข้อได้เปรียบที่ตัวเองมีอย่างไร มิสามารถนำพลังจิตมหาศาลมาแปลงเป็การโจมตีที่แข็งแกร่งได้”
“ข้าไม่รู้คาถาวิเศษ หรือกระบวนท่าวิเศษที่มหัศจรรย์ ไม่มีอาวุธที่เหมาะมือสักชิ้น เวลาต่อสู้จึงเสียเปรียบคนอื่นอย่างมาก”
“ครั้งนี้รอข้าออกไปจากโลกมายามรกตเมื่อไหร่จะต้องรีบเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นเก้าให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อได้ไปฝึกวิชาและเคล็ดลับวิเศษ ได้รับอาวุธวิเศษระดับสูงจากสำนักหลิงอวิ๋น”
“...”
มองท้องฟ้าสีเทาขมุกขมัว เขาจัดระเบียบแนวความคิด สรุปบทเรียนที่ได้รับ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อกล้ามเนื้อของเขาไม่รู้สึกเ็ปเท่าใดแล้ว เขาถึงได้ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ตรงเข้าไปค้นร่างของหยวนเฟิงและอวิ๋นซง
บนร่างของหยวนเฟิงและอวิ๋นซงไม่มีหินวิเศษสักก้อนที่สามารถนำมาใช้ได้ อวิ๋นซงนั้นข้นแค้นมากที่สุด เขาไม่ได้อะไรมาสักอย่างจากร่างของอวิ๋นซง
บนร่างของหยวนเฟิง ธงมหัศจรรย์ผืนนั้นก็ถูกเขาริบเอาไป
นอกจากนี้แล้ว ยังมีแผนที่ของโลกมายามรกตอีกหนึ่งแผ่น แผนที่นั้นน่าจะมาจากการวาดของคนหุบเขาเทาคนใดคนหนึ่ง เพื่อสะดวกให้หยวนเฟิงใช้ตามหาสัตว์วิเศษระดับสองในโลกมายามรกต
ธงผืนนี้เขาไม่รู้ว่าควรใช้อย่างไรจึงไม่มีประโยชน์กับเขาไปชั่วขณะ ทว่าแผนที่โลกมายามรกตแผ่นนั้นกลับมีประโยชน์อย่างมาก
เก็บเอาธงและแผนที่มาไว้ เขาหยิบเอาถุงผ้าที่วางไว้ก่อนหน้านั้นขึ้นมา หยิบเอาหินวิเศษออกมาสองก้อน เริ่มดูดซับพลังจากหินวิเศษมาฟื้นกำลังตัวเอง
พลังิญญาที่ใช้ไป เมื่อได้หินวิเศษสองก้อนจึงฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว าแบนร่างของเขายังจำเป็ต้องใช้เวลาถึงจะค่อยๆ หายดี
“แม้แต่พวกเดียวกันก็ยังฆ่าได้ เ้านี่ช่างโเี้เสียจริง เนี่ยเทียนใช่หรือไม่? ข้าจำเ้าได้” ทันใดนั้น น้ำเสียงเ็าใสกังวานของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ถูกเวลา
อวี๋ถงที่สวมชุดแดงเพลิงตลอดร่าง เผยตัวขึ้นมาหลังเนินทรายสูงตระหง่านแห่งหนึ่งดุจดวงิญญา
อาศัยเข็มทิศโลหิต นางตามรอยหยวนเฟิงและอวิ๋นซงมาตลอดเวลา ตอนที่หยวนเฟิงเจอกับเนี่ยเทียน นางอยู่ห่างจากพวกเขาไปประมาณสิบกว่าลี้
เมื่อนางค่อยๆ เข้ามาใกล้แล้วใช้เข็มทิศโลหิตรับััอีกครั้งก็พบว่ามีจุดแสงแห่งชีวิตหลงเหลือเพียงจุดเดียว
เดิมนางคิดว่าเป็คนใดคนหนึ่งของสำนักภูตผีที่กำจัดหยวนเฟิงและอวิ๋นซงได้ก่อนนาง
พอนางเร่งรุดเดินทางมาถึงที่นี่ กลับพบว่าคนผู้นั้นคือเนี่ยเทียน!
เนี่ยเทียนที่ถือเป็หนึ่งในผู้ประลองของสี่สำนัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าในโลกมายามรกตยังมีสำนักภูตผีและสำนักโลหิตอยู่ ทว่ากลับยังคงสังหารหยวนเฟิงและอวิ๋นซง!
นางไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนกับหยวนเฟิงและอวิ๋นซงมีความแค้นอันใดต่อกัน แต่ในเมื่อเหลือเนี่ยเทียนแค่คนเดียว นางก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องคิดบัญชีกับเนี่ยเทียน
“เงาโลหิตทับซ้อน!”
อยู่ๆ นางก็กวักมือเรียกศพของหยวนเฟิงและอวิ๋นซง เห็นเพียงว่าเืสดของหยวนเฟิงและอวิ๋นซงบินทะยานออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เืสดที่สาดกระเซ็นออกมา ภายใต้อิทธิพลจากคาถาวิเศษของนางพลันแปลงกายมาเป็เงาโลหิตสองร่างอย่างรวดเร็ว
เมื่อเงาโลหิตก่อตัวได้สำเร็จ แสงสีเืในดวงตาของนางเปล่งวาบ เงาโลหิตสองร่างนั้นก็กระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียนทันที
-----