ที่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกแปลกใจคือ แท่นบูชาบรรพบุรุษไม่ได้อยู่ในมุมที่สามารถเห็นได้ชัดใน 'ค่ายโร้ก' ภายใต้การนำของแม่ชีอาคาร่า ซุนเฟยและคนอื่นๆ ในค่ายก็พากันมาถึงเต็นท์เล็กๆ ด้านนอกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของค่าย
ก่อนหน้านี้ซุนเฟยเคยเดินผ่านตรงนี้มาหลายครั้ง
ที่นี่เต็มไปด้วยขวดและไหที่แตกหักหรือบิ่น ทั้งยังมีตะไคร่น้ำและเถาวัลย์อยู่ทุกที่ กลิ่นน้ำยาที่ฉุนจมูกตลบอบอวลไปในอากาศ ดูๆ แล้วเต็นท์นี้เล็กมากและยังดูทรุดโทรมเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ซุนเฟยเคยสงสัยมาหลายครั้งว่า เต็นท์เล็กขนาดนี้ จะสามารถจุคนเข้าไปได้อย่างไร เกรงว่าคนที่เข้าไปได้คงต้องมีรูปร่างผอมแห้งเหมือนแม่ชีอาคาร่าแน่ๆ
แต่ครั้งนี้ เขาก็ต้องตกตะลึง
เมื่อยัยป้าอาคาร่า คาเชีย และตาเฒ่าเคนก้มตัวเดินเข้าไปในเต็นท์ ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ในใจรูสึกประหลาดใจเป็อย่างมาก หรือด้านในของเต็นท์มันซ่อนถ้ำที่ไม่มีใครรู้จักไว้ ไม่อย่างนั้น พื้นที่เล็กๆ แบบนั้นจะจุคนจำนวนมากได้อย่างไร? ั้แ่ต้นจนจบ แทบจะทุกคนใน 'ค่ายโร้ก' พากันเข้าไปข้างใน ปากของซุนเฟยก็ยิ่งอ้าปากค้างจนปากแทบฉีก
เอเลน่าใช้มือเล็กๆ เย็นชืดแตะเบาๆ ไปที่ร่างซุนเฟย “นายท่าน พวกเรารีบเข้าไปกันเถอะ”
ซุนเฟยได้ได้แต่เกาหัวแล้วเดินเข้าไปข้างใน
แม้ว่าเขาจะคิดว่าในเต็นท์จะเป็ถ้ำ...แต่ เมื่อเขาก้มตัวมุดเข้าไปในเต็นท์ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง ข้างในเต็นท์เล็กๆ นี้กลับเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ ด้านหน้ากว้างโล่ง ทางเดินยาวจนมองไม่เห็นขอบเขตเชื่อมต่อกับห้องโถงั์ ในห้องโถงเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้ที่วางอย่างเป็ระเบียบ บนผนังทางเดินทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยประตูที่แน่นขนัดจนนับไม่หวาดไม่ไหว มันมีกี่ห้องกันแน่
“นี่...ที่แท้นี่คือ...พื้นที่เวทมนตร์?”
หลังจากที่ซุนเฟยตาค้าง เขาก็พลันเข้าใจต้นสายปลายเหตุ ความจริงนี้ทำเอาแทบบ้า เต็นท์เล็กๆ ดูทรุดโทรมของอาคาร่าที่แท้ก็เป็ทางเข้าสู่พื้นที่ใหญ่ เมื่อผ่านเต็นท์เล็กๆ นี่ไปก็จะเข้าสู่พื้นที่ที่คาดไม่ถึงมาก่อน
แต่ในทางกลับกัน เมื่อคิดวิเคราะห์กันดีๆ 'ค่ายโร้ก' มีสถานที่ลึกลับแบบนี้ถือว่าเป็เื่ปกติ ความจริงค่ายนี้ก็ดำรงอยู่มาหลายพันหลายหมื่นปี ในตำนานเอ่ยว่าที่นี่ดำรงอยู่ั้แ่ตอนที่นรกและ์ทำากันเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีก่อน ประวัติศาสตร์ที่สะสมมาอย่างยาวนาน แม้ว่าภายนอกอาจจะดูทรุดโทรมและพลังอาจจะดูน้อย แต่นั่นเพราะว่าค่ายถูกเหล่ามอนสเตอร์และปีศาจชั่วร้ายเข้ารุกรานมาตั้งแล้ว แต่ก็ยังยืนหยัดได้เป็ระยะเวลานาน แม้แต่ 'บลัด เรเว่น ช่างตีเหล็กผู้ร่วงหล่น พาลาดินผู้ร่วงหล่นกริสโวลด์' และลาสบอสอย่าง 'แอนเดเรีย' ก็ไม่อาจยึดครองที่นี่ได้
ใน่เวลาที่ยากลำบาก เหตุผลเดียวที่ยังมีชีวิตรอดนั่นคือ...พลัง
เห็นได้ชัดว่าใน 'ค่ายโร้ก' มีพลังบางอย่างที่ซุนเฟยไม่รู้จักหลบซ่อนอยู่
ฝูงชนยังคงเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เดินผ่านห้องโถงที่ดูเหมือนเป็สถานที่ประชุม ซุนเฟยยังมองไม่เป็ปลายทางเดินเลย อาคาร่าและคาเชียเดินนำหน้าสุด พวกเขาเดินช้ามาก ซุนเฟยอยากฃเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่ตอนนั้นเองก็เกิดเื่แปลกๆ ขึ้น ซุนเฟยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ค้นพบ ยิ่งตัวเขาเองวิ่งไปข้างหน้า ระยะห่างระหว่างตัวเองและคนที่อยู่ด้านหน้าก็ยิ่งไกลขึ้น มองเห็นเพียงเงาเลือนรางของอาคาร่าและคนอื่นๆ
เป็ไปได้อย่างไร?
ซุนเฟยมึนงง
“นายท่านซุนเฟย เวลาและพื้นที่ของที่นี่ถูกกลับด้าน...ยิ่งเดินช้า ระยะทางที่แท้จริงก็ยิ่งน้อย ท่านอย่าวิ่ง ”เอเลน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ กระซิบเตือน
ซุนเฟยอึ้ง ในที่สุดเขาก็เข้าใจในเส้นสนกลใน
เขาส่งยิ้มน้อยๆ เป็การขอบคุณไปให้เอเลน่า ก่อนจะเริ่มเดินช้าๆ
ซุนเฟยก็ต้องแปลกใจ ความเร็วมีผลต่อก้าวเดินไปข้างหน้ามาก แม้ว่าจะก้าวน้อยๆ ทีละก้าว แต่ประตูห้องกลับถอยหลังไปเร็วมากจนได้ยินเสียงดังฟิ้วๆ ราวกับว่าทุกคนกำลังเดินอยู่บนสายพานลำเลียงที่เคลื่อนไหวและกำลังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อซุนเฟยเห็นในใจก็พลันตื่นเต้น จังหวะการก้าวเท้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ช้าลงอีกนิดจนแทบไม่ต่างอะไรกับหอยทาก แต่ภายใต้กฎของพื้นที่มหัศจรรย์นี้ ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเข้าก็กลายเป็ยิ่งเร็วมากขึ้น เพียงชั่วพริบตา ซุนเฟยก็ไล่ตามยัยป้าอาคาร่าที่เดินช้าๆอยู่ด้านหน้าทัน
“ฮึๆๆ พื้นที่มหัศจรรย์....ฮิๆ พวกเราจะไปที่ไหนกัน?” ซุนเฟยถามอย่างไม่มีอะไรจะคุยด้วย
“แท่นบูชาบรรพบุรุษ” คำตอบของยัยป้าแม่ชีดูสั้นๆ กระชับ
“อืม...อีกไกลไหม?”
“ถึงแล้ว”
พูดจบ แม่ชีอาคาร่าก็หยุดเดิน
ซุนเฟยมองไปด้านหน้า หัวใจเล็กๆ ที่บอบบางพลันเต้นโครมครามขึ้นมา
ปลายทางของทางเดิน ได้ปรากฏพื้นที่ลึกลับที่กว้างขวางออกมาอย่างไม่น่าเชื่อแ ละแท่นหินสีดำสูงสามสิบหรือสี่สิบเมตร เหมือนตึกระฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางพื้นที่ลึกลับนั้นอย่างเงียบๆ
แท่นบูชามีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าห้าสิบเมตร ทุกชั้นมีหินสีดำที่ไม่รู้จักวางทับซ้อนกัน แบ่งทั้งหมดเป็เก้าชั้น ยิ่งสูงพื้นที่ยิ่งเล็กและมีบันไดแคบๆ สี่ด้านเป็ทางนำไปยังชั้นสูงสุดของแท่นบูชา ชั้นที่เก้ามีพื้นที่จุคนได้แค่สี่ห้าคน หากมองไกลๆ บนก้อนหินแท่นบูชาทุกชั้นเต็มไปด้วยลวดลายอักขระเวทมนตร์ที่ดูลึกซึ้งทอดยาวติดต่อกันเหมือนเถาวัลย์ ทั่งยังเป็ตัวอักษรที่ไม่รู้จัก นอกจากลวดลายอักขระเวทมนตร์ ยังแกะสลักภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณนับไม่ถ้วนซึ่งมีเนื้อหาที่แตกต่างกัน ้าเป็ปีศาจดุร้ายกำลังร้องคำรามเข้าโรมรันกับนักรบและจอมเวท
ตัวแท่นบูชาเป็สีดำทั้งหมดตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางพื้นที่อย่างเงียบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณเหมือนจะบอกเล่าประวัติศาสตร์ลึกลับที่จมหายไปอย่างเงียบๆ คล้ายจะเผยให้เห็นถึงความน่ากลัวและความเหี้ยมโหด ซุนเฟยสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันปีศาจจางๆ อย่างชัดเจนที่แผ่ออกมาในอากาศจากแท่นบูชา
“นี่คือแท่นบูชาบรรพบุรุษ” ใบหน้าของแม่ชีอาคาร่าดูเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจือไปด้วยร่องรอยความศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่าแท่นบูชาเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจของนาง นางพูดกับซุนเฟยว่า “บันไดฝั่งตะวันออก ทอดยาวไปถึงชั้นที่เก่า ภาวนาอย่างศรัทธาแล้วพระเ้าจะมอบความสามารถที่น่าทึ่งให้ท่านสามประการ ไปเถอะ ท่านซุนเฟย”
พูดจบ อคาาร่าและคนอื่นๆ ใน 'ค่ายโร้ก' ก็พากันคุกเข่าลงพลางท่องภาษาโบราณและลึกลับบางอย่างออกมา บรรยากาศธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบทุกคน พลังแสงสว่างที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่ออกมาจากร่างของพวกนางเหมือนแสงดาวบนท้องฟ้า แสงสีขาวสั่นไหวเบาๆ ก่อนจะพุ่งไปทางแท่นหินบูชาสีดำ้า
ซุนเฟยเดินขึ้นไปที่บันไดหินแคบฝั่งตะวันออกทีละก้าว
เมื่อเขาเดินมาถึงจุดสูงสุดของแท่นบูชาเก้าชั้น พื้นแท่นบูชาสีดำเหมือนจะดูดซึมแสงสว่างที่ออกมาจากร่างของคนในค่ายโร้ก ค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ขึ้นมา เริ่มั้แ่ชั้นที่หนึ่งที่อยู่ด้านล่างสุด ทุกชั้นเริ่มหมุนราวกับเครื่องมือที่ซับซ้อนกำลังตรวจปรับคลื่นและพิกัดอยู่
กลิ่นอายโบราณแพร่กระจายออกมา
ในใจซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะเต้นโครมคราม ดวงตาจ้องมองทุกอย่างตรงหน้าอย่างเงียบๆ
ทั้งหมดนี้เกินกว่าจินตนาการของเขา ในเกมคอมพิวเตอร์โลกเก่าของเขาไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้น ขณะนี้ เื่ราวบางอย่างได้เคลื่อนไปทิศทางที่อยู่นอกความทรงจำของซุนเฟย
ตอนนี้เอง
ตูม!
เสียงดังเหมือนฟ้าจะถล่มดินจะทะลายก็ดังขึ้น ในที่สุดแท่นบูชาสีดำใต้เท้าของเขาก็หยุดหมุน
ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างมากเหมือนถูกย้ายไปที่อื่น เขามองไม่เห็นอาคาร่าและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านล่าง ราวกับว่าแท่นบูชาทั้งหมดถูกคนที่มีเวทมนตร์มหาศาลย้ายไปอยู่ในท่ามกลางอวกาศที่ไม่มีที่สิ้นสุด มองไปรอบๆ ก็มีแดวงดาวส่องประกายทุกที่ ในพื้นที่นี้ไม่มีข้างบนข้างล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง เหมือนเป็สูญญากาศจักรวาล
ซุนเฟยยังไม่ทันได้ใ...
ทันใดนั้นก็มีแถบแสงสีขาวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนปรากฏขึ้นมา เขาถูกปกคลุมท่ามกลางแสงสว่างทั้งร่าง ความรู้สึกนี้เหมือนตอนที่ฆ่ามอนสเตอร์แล้วเลเวลอัพ แต่แถบแสงสีขาวนั่นพลังอำนาจเทียบไม่ได้กับที่ปรากฏตอนนี้ ความรู้สึกของซุนเฟยเหมือนถูกลอกออกไป เหลือเพียงแต่เสียงทรงอำนาจเ็าดังสะท้อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในหัว
“พระเ้าสูงสุด วันเดือนปีที่ไม่มีที่สิ้นสุด พื้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด ่เวลานิรันดร์...ตามที่บรรพบุรุษแผ่นดินโร้กได้ให้สัตย์สาบานไว้ มนุษย์น้อยผู้อ่อนแอ ซุนเฟย เ้าได้สังหารแอนเดเรีย หนึ่งในสี่ั์แห่งนรก ได้รับเป็ทักษะพระเ้าประการ ทักษะทั้งสามของพระเ้าก็คือ 'เรียนรู้ ให้' และ 'อัญเชิญ' ...มนุษย์ เตรียมรับของขวัญจากพระเ้า!”
สิ้นเสียงทรงอำนาจเ็านี้ แถบแสงสีขาวก็เริ่มชำระล้างร่างของซุนเฟย ระหว่างกระบวนการชะล้างนี้เหมือนอยู่ในการผ่าตัดและถูกให้ดมยาระงับความรู้สึกจำนวนมาก ไม่เจ็บไม่ปวด แต่ซุนเฟยกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเซลล์ทุกส่วนในร่างของตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่าเชื่อ...
……
ด้านล่างแท่นบูชา
“ท่านอาคาร่า...นายท่านซุนเฟยเขา...จะเกิดเหตุสุดวิสัยหรือเปล่า? ผ่านไปตั้งสามชั่วโมงกว่าแล้ว...” มองไปที่แท่นบูชาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีขาวกำลังปกคลุม ใบหน้าของเอเลน่าก็เผยสีหน้าเป็ห่วงขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะถามแม่ชีอาคาร่า
“เอเลน่า ลูกข้า เ้าไม่ต้องใจร้อน...นี่เป็เจตนารมณ์ของบรรพบุรุษและพระเ้า”
อาคาร่ามองไปที่ 'ดอกไม้โร้ก' ที่นั่งไม่เป็สุขอยู่ข้างๆ ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา นางกำลังแสดงท่าทางอ่อนโยนที่ซุนเฟยไม่เคยเห็นปลอบโยนเอเลน่า “ในตำนานโบราณของแผ่นดินโร้ก 'ดอกไม้โร้ก' ทุกคนจะต้องบูชาบรรพบุรุษที่สามารถเปลี่ยนแปลงนาง แอนเดเรียได้พบเดียโบล (จอมปีศาจ) และเ้าได้พบซุนเฟย นี่คือโชคชะตาที่ได้กำหนดให้เ้ามานานแล้ว เอเลน่าลูก ข้าคาดเดาอนาคตของเ้าได้ ทุกสิ่งที่เ้า...”
ตูม!!!
อาคาร่าที่เพิ่งพูดถึงตรงนี้ หูก็ได้ยินเสียงดังสนั่น นางหยุดพูดและเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมกับทุกคน เห็นเพียงแสงสีขาวที่ปกคลุมแท่นบูชาบรรพบุรุษก่อนหน้านั้นค่อยๆ สลายไป ในที่สุดพวกนางก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนแท่นบูชาได้อย่างชัดเจน บนบันไดหินแคบๆ ซุนเฟยที่ได้เสร็จสิ้นกระบวนการพิธีบูชาก็ค่อยๆ เดินลงมาทีละก้าว
สีหน้าของเอเลน่าเผยอาการดีใจ รีบวิ่งไปต้อนรับ นางกวาดสายตามองขึ้นลงสำรวจร่างของซุนเฟย เห็นว่าเขาไม่ได้รับาเ็อะไร หัวใจที่เต้นโครมครามในที่สุดก็ค่อยๆ สงบลงพลางถอนหายใจออกมา เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาจางๆ ขึ้นบนใบหน้าหยกขาว
“ข้าไม่เป็ไร เ้าวางใจเถอะ”
ซุนเฟยรับรู้ได้ถึงความกังวลของสาวน้อย จึงหัวเราะออกมาก่อนััมือน้อยๆ ที่เย็นเฉียบของเธอ
เอเลน่าประหม่าอาย ใบหน้าแดงก่ำขณะที่บิดมือออกจากมือหนา พลางก้มหน้าต่ำเดินไปหากลุ่มเพื่อน
……
จากนั้นก็ใช้เส้นทางเดิมกลับออกไปนอกเต็นท์ เวลาในเกมเหลือน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง ซุนเฟยไม่ได้ออกไปไล่ล่าสังหารมอนสเตอร์ แต่กลับอยู่สนทนากับสองผู้นำ 'ค่ายโร้ก' และเฒ่าเคนเป็เวลานาน
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาพูดอะไร ไม่มีใครรู้ว่าทักษะพระเ้าสามประการที่ซุนเฟยได้รับจากแท่นบูชาบรรพบุรุษเป็อย่างไรกันแน่ หลังจากที่ซุนเฟยได้ออกจากโลก Diablo ทุกคนในค่ายก็เห็นใบหน้าแม่ชีอาคาร่าเผยท่าทางผ่อนคลายที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
------------------------
