ปล้นกันชัดๆ!
ไม่รู้ว่าเป็เพราะมั่นใจในตัวเองเกินไปหรือคิดว่าไม่มีใครกล้าทำอะไร กลุ่มของเติ้งเจ๋อเยี่ยนถึงได้ยโสโอหังขนาดนี้
พวกเขานั่งรอเ้าของร้านจนเริ่มเบื่อ ถึงขั้นถือวิสาสะหยิบเบียร์ของทางร้านมาเปิดดื่มต่อหน้าพนักงานเสิร์ฟ
จากนั้นก็ควักไพ่ขึ้นมาสองสำรับ ล้อมวงเล่นกันกลางร้าน เสียงหัวเราะฮิฮะและเสียงเอะอะโวยวายดังก้องไปทั่วโถงจัดเลี้ยง
ที่เกินไปกว่านั้นคือ พอพวดเขาดื่มเบียร์หมด ก็โยนขวดเปล่าทิ้งลงพื้นหน้าตาเฉย เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนกราด เสียงเพล้งพลั้งบาดหูบาดใจ
พนักงานร้านได้แต่ยืนมองด้วยความโกรธแค้นจนมือสั่น แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม ทำได้เพียงปล่อยให้พวกกุ๊ยพวกนี้ระรานตามใจชอบ
ยิ่งพนักงานนิ่งเฉย เติ้งเจ๋อเยี่ยนและสมุนก็ยิ่งได้ใจ
พวกเขาทั้งะโด่า ทุบโต๊ะสั่งให้พนักงานไปเอาเบียร์มาเพิ่ม แถมยังโวยวายจะเอาถั่วทอดมาแกล้มเหล้าอีกต่างหาก
พอเห็นพนักงานยังยืนบื้อไม่ขยับ…
หัวโจกในกลุ่มนักเลง หรือที่เติ้งเจ๋อเยี่ยนจ้างมาในนาม "พี่เอ้อร์คุน" ก็ถลกแขนเสื้อโชว์รอยสักเต็มแขน
เขากระแทกขวดเบียร์เปล่าลงกับพื้นจนแตกละเอียด เสียงดัง ปัง! ทำเอาพนักงานสะดุ้งโหยงถอยกรูดไปหลายก้าว
“บอกให้ไปเอาเหล้า เอาถั่วมาไง หูหนวกเหรอวะ?!”
“หรืออยากให้ข้าพังร้านเฮงซวยนี่ทิ้ง!”
พนักงานรู้สึกอดสูและคับแค้นใจสุดขีด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเลงท่าทางเหี้ยมเกรียม พวกเขาจึงต้องยอมกลืนเื
สุดท้ายก็จำใจไปหยิบเบียร์กับถั่วทอดมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ
พอได้ของกินของเมามาเพิ่ม พวกนักเลงก็ยิ่งส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ดื่มเหล้าอึกใหญ่พลางฟาดไพ่ลงโต๊ะ ปากก็สบถคำหยาบคายไม่ขาดสาย
ลูกค้าบางคนที่ตั้งใจจะมากินข้าว พอเดินเข้าร้านมาเห็นภาพนรกแบบนี้ ต่างก็รีบหันหลังวิ่งหนีเตลิดไปตามๆ กัน
หลังจากซดเหล้าไปไม่รู้กี่ขวด เติ้งเจ๋อเยี่ยนเริ่มปวดฉี่ เขาจึงลุกขึ้นยืนโอนเอนเดินไปทางห้องน้ำ
ส่วน "พี่เอ้อร์คุน" หัวโจกนักเลงก็เริ่มเมามายได้ที่
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาซองหนึ่ง แล้วเดินทอดน่องไปทางประตูร้านกะจะออกไปสูดอากาศและพ่นควันข้างนอก
เขามือหนึ่งคลำหาโทรศัพท์ ตั้งใจจะโทรหาเด็กคุมร้านเน็ตเ้าประจำให้จองคอมพิวเตอร์ไว้สักสิบกว่าเครื่อง กะว่าเดี๋ยวเสร็จงานจะพาลูกน้องไปเล่นเกมยาวๆ ยังไงเติ้งเจ๋อเยี่ยนก็เป็คนเลี้ยงอยู่แล้ว
พอเดินถึงหน้าประตู พี่เอ้อร์คุนก็คาบบุหรี่ไว้ในปาก ก้มหน้าก้มตาคลำหาไฟแช็ก
สงสัยเขาคงจะรู้สึกว่าท้องฟ้าข้างนอกมันดูพิลึกๆ มืดตึ๊ดตื๋อผิดปกติ จึงพึมพำออกมาว่า “แม่งเอ๊ย ทำไมฟ้ามืดขนาดนี้วะ ไฟถนนนี่เขากะจะไม่เปิดกันเลยหรือไง?”
สิ้นคำพูดนั้น... จู่ๆ ก็มีมืออวบๆ มือหนึ่งยื่นมาตรงหน้าเขา ในมือนั้นถือไฟแช็กที่จุดรอไว้แล้ว
แป๊ก! เปลวไฟลุกโชนขึ้นสว่างวาบ เผยให้เห็นใบหน้ากรึ่มเหล้าของพี่เอ้อร์คุนชัดถนัดตา
ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหู “ตอนนี้สว่างพอหรือยัง?”
พี่เอ้อร์คุนพยักหน้าตามสัญชาตญาณ ยื่นปลายบุหรี่ไปจ่อที่ไฟแช็ก สูดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นออกมาคละคลุ้ง แล้วพึมพำเสียงพร่า “สว่างแล้วๆ ขอบใจมากนะน้องชาย!”
“ไม่เป็ไร!” อีกฝ่ายตอบกลับนิ่งๆ
พี่เอ้อร์คุนถึงเริ่มรู้สึกตัว พยายามเงยหน้าที่เมามายขึ้นมองเ้าของมืออวบๆ และใบหน้าอ้วนกลมที่ดูไม่คุ้นตานั้น
เขากำลังจะอ้าปากถามว่า “แกเป็ใครวะ?”
แต่ทันใดนั้น เขากลับััได้ว่าบรรยากาศรอบตัวมัน "ผิดปกติ" อย่างแรง
วินาทีต่อมา รูม่านตาของเขาหดเกร็งด้วยความหวาดกลัว บุหรี่ที่คีบไว้ร่วงหลุดจากมือลงพื้นทันที
ภาพที่เห็นคือ... ดวงตานับร้อยคู่กำลังจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียง แววตาแต่ละคู่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
จำนวนคนที่มากมายมหาศาลทำให้เขารู้สึกหลอนไปเองว่า พวกคนเหล่านี้แหละที่ทำให้ท้องฟ้าที่มืดอยู่แล้ว ยิ่งมืดมิดลงไปอีกหลายเท่าตัว!
พี่เอ้อร์คุนขาสั่นพั่บๆ จนยืนไม่อยู่ ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดัง ตุ้บ!
“พี่... พี่ชาย... คนกันเองทั้งนั้นครับ พวกเราคนกันเอง...”
อีกด้านหนึ่ง…
เติ้งเจ๋อเยี่ยนเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาสะบัดมือที่เปียกน้ำพลางเดินนวยนาดกลับมาที่โถงกลางร้าน
พอมาถึงเขาก็สังเกตเห็นคนแปลกหน้าสองคนยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ คนหนึ่งอ้วนกลม อีกคนสวมแว่นกรอบทองท่าทางดูเป็ปัญญาชน
ทั้งคู่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างที่หน้าเคาน์เตอร์
โดยเฉพาะคนใส่แว่น ดูท่าทางคล่องแคล่วเป็มืออาชีพมาก
ไม่นานนัก ชายหนุ่มใส่แว่นก็ชูนิ้วส่งสัญญาณ "OK" ให้คนอ้วน
คนอ้วนพยักหน้าเข้าใจทันที นั่นหมายความว่า "หลักฐานถูกจัดเก็บเรียบร้อยแล้ว"
เติ้งเจ๋อเยี่ยนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เขาเงยหน้ามองเพดานร้าน และต้องใจหายวาบเมื่อพบว่า... มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
ใจเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ร้านนี้มีกล้องั้แ่เมื่อไหร่วะ? เมื่อก่อนจำได้ว่าไม่เคยมีนี่หว่า!
พลาดแล้ว!
เติ้งเจ๋อเยี่ยนตั้งท่าจะะโเรียกพี่เอ้อร์คุนให้ไปแย่งชิงหลักฐานในกล้องมา
แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเด็กสาวแปลกหน้าที่ดูเด็กและสวยมากคนหนึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้กลางโถงร้าน
เด็กสาวคนนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบเย็นเยือก
ส่วนชายหนุ่มอ้วนและคนใส่แว่น หลังจากจัดการที่หน้าเคาน์เตอร์เสร็จ ก็เดินตรงมาหยุดยืนข้างหลังเด็กสาวคนนั้นอย่างสงบนิ่งในท่ากอดอก
เมื่อเห็นเติ้งเจ๋อเยี่ยนเดินออกมาจากห้องน้ำ เด็กสาวก็ค่อยๆ ยื่นมือขวาที่ขาวเนียนดุจหยกออกมา
ชายร่างท้วมรีบรู้ใจทันที เขาหยิบเบียร์จากข้างตัวมายื่นส่งให้ถึงมือเด็กสาวอย่างนอบน้อม
เด็กสาวรับขวดเบียร์มาแล้วขว้างทิ้งลงพื้นหน้าตาเฉย เพล้ง! ขวดแตกละเอียด เศษแก้วและน้ำเบียร์กระเซ็นไปทั่ว
เสียงนั้นทำเอาเติ้งเจ๋อเยี่ยนสะดุ้งสุดตัว
ตอนนี้เขาพอจะเดาออกแล้วว่าเด็กสาวคนนี้คือใคร—เธอคงเป็เ้าของร้านตัวจริง
เติ้งเจ๋อเยี่ยนกำลังจะอ้าปากขู่ แต่เด็กสาวกลับหยิบเบียร์ขวดที่สองขึ้นมาขว้างลงพื้นอีกอย่างไม่ลังเล
เพล้ง! ขวดแตกกระจาย คราวนี้น้ำเบียร์กระเด็นมาโดนขากางเกงของเติ้งเจ๋อเยี่ยนเต็มๆ
เขาเริ่มงงเป็ไก่ตาแตก ไม่รู้ว่ายัยเด็กนี่้าจะสื่ออะไร
แต่พอหันไปเห็นกลุ่มของพี่เอ้อร์คุนยังยืนอยู่แถวนั้น เขาก็เริ่มมีลูกฮึดขึ้นมาอีกครั้ง
“เธอคือเถ้าแก่ร้านนี้ใช่ไหม? อย่าว่าแต่เธอจะทุบเบียร์ทิ้งเองเลย ต่อให้เธอเผาร้านทิ้งเธอก็ต้องจ่ายค่าเสียหายให้พวกเรา!”
เด็กสาวไม่สนใจคำขู่ของเขา เธอหยิบขวดที่สามขึ้นมาแล้วขว้างทิ้งอีกครั้ง เพล้ง!
ในขณะเดียวกัน ชายร่างท้วมและชายหนุ่มท่าทางเ็าที่ดูไม่น่าแหยมด้วยเริ่มเคลื่อนไหว
พวกเขาสั่งให้คนขนเครื่องดื่มทั้งหมดในร้านมาวางกองไว้ที่ลานกลางโถงจนพูนเป็ูเาย่อมๆ
จากนั้นเด็กสาวก็ลุกขึ้นยืน แววตาคมปลาบกวาดมองเติ้งเจ๋อเยี่ยน ก่อนจะหันไปจ้องกลุ่มนักเลงที่อยู่ข้างหลังเขา
“มา... มาช่วยกันทุบ ทุบให้หมดกองนี้เมื่อไหร่ เื่นี้ถึงจะถือว่าจบ”
เติ้งเจ๋อเยี่ยนงงเป็รอบที่ล้าน ไม่เข้าใจว่ายัยนี่เล่นเกมอะไรอยู่
ทว่า... สิ่งที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าคือ นักเลงที่เขาจ้างมากลับยอมทำตามคำสั่งนั้นจริงๆ!
พี่เอ้อร์คุนเป็คนเริ่มนำทีม พวกลูกน้องเริ่มระดมทุบขวดเบียร์อย่างบ้าคลั่ง เสียง เพล้งๆๆ ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงประทัดในงานเทศกาล
เมื่อขวดเหล้าขวดเบียร์กองนั้นถูกทุบจนพินาศสิ้น โถงทั้งโถงก็ตกอยู่ในสภาพเละเทะไม่ต่างจากสมรภูมิ
พื้นเต็มไปด้วยเศษแก้วระยิบระยับ น้ำเหล้าน้ำเบียร์เจิ่งนอง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกจนแสบจมูก
พวกลูกกะจ๊อกหลังจากทุบเสร็จ ก็มายืนเรียงแถวกันหน้าจ๋อยเรียบร้อยเหมือนเด็กประถมหน้าเสาธง
พี่เอ้อร์คุนเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือกับเด็กสาว “พวก... พวกเราไปได้แล้วใช่ไหมครับ?”
เติ้งเจ๋อเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็ฟิวส์ขาดทันที: “ยัยนี่ยังไม่จ่ายเงินชดเชยพวกเราเลย จะไปได้ยังไงวะ?!”
พูดไม่ทันจบ พี่เอ้อร์คุนก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าเติ้งเจ๋อเยี่ยนอย่างแรงจนหน้าหัน เพลี๊ยะ!
“ไอ้เวรเอ๊ย! หุบปากไปเลย!”
ตบนี้แรงมากจนเติ้งเจ๋อเยี่ยนแทบหมุนคว้างกลางอากาศ แก้มบวมเป่งขึ้นมาในพริบตา
“เฮ้ย พี่เอ้อร์คุน! พี่มาตบผมทำไมเนี่ย?”
เติ้งเจ๋อเยี่ยนไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขาเปย์เงินจ้างมาจะมาลงมือกับนายจ้างเสียเอง
“ฉันไม่ใช่แค่จะตบแกนะ ฉันจะกระทืบแกด้วย!”
พี่เอ้อร์คุนสติแตกไปแล้ว เขาประเคนทั้งหมัดทั้งแข้งใส่เติ้งเจ๋อเยี่ยนแบบไม่ยั้ง
เติ้งเจ๋อเยี่ยนลงไปนอนขดตัวเป็กุ้ง ร้องโอดโอยด้วยความเ็ปอยู่บนพื้น
ผ่านไปเกือบสิบนาที พี่เอ้อร์คุนถึงยอมหยุดมือ
เติ้งเจ๋อเยี่ยนนอนกุมท้อง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นและน้ำเบียร์ ใบหน้าเขียวช้ำไปหมดจนแทบจะคลานไม่ไหว
พี่เอ้อร์คุนหันกลับมา ปรับสีหน้าให้ดูนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเด็กสาว “ท่านครับ... ตอนนี้พวกเราไปได้หรือยัง?”
ต่อให้เติ้งเจ๋อเยี่ยนจะโง่แค่ไหน เขาก็รู้แล้วว่าพี่เอ้อร์คุน "ทรยศ" เข้าให้แล้ว
เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนระดับเ้าพ่ออำเภอถึงกลัวยัยเด็กคนนี้ขนาดนี้
เด็กสาว—หรือหลิวหยูถง—ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เพียงแค่กระดิกนิ้วเบาๆ
หม่าต๋าที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังรีบยื่นใบรายการราคาเครื่องดื่มของทางร้านที่เพิ่งพิมพ์ออกมาใหม่สดๆ ร้อนๆ ส่งให้
“ฉันไม่ใช่คนชอบโกงใคร... จ่ายค่าเสียหายตามราคาในใบนี้มา แล้วพวกแกจะไปไหนก็ไป”
พี่เอ้อร์คุนรับใบรายการมาดู พอกวาดสายตาอ่านเท่านั้นแหละ... เขาถึงกับหน้ามืดตาลาย
ในใบนั้นเขียนระบุว่า: เบียร์ขวดละ 100 หยวน, สุราขาวเริ่มต้นที่ขวดละ 1,000 หยวน
พอมองกองเศษแก้วที่ท่วมพื้นร้านอยู่นี่... ไอ้ฉิบหาย! นี่มันต้องจ่ายเป็แสนเลยนะเว้ย!
ต่อให้ขายตัวเขาเข้าโรงงานนรกก็ยังไม่มีปัญญาจ่ายเลย!
แต่ถ้าไม่จ่าย... เขานึกถึงภาพชายฉกรรจ์นับร้อยที่ยืนล้อมกรอบอยู่หน้าประตูร้านแล้ว ใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ถ้าไม่ควักเงินออกมาวันนี้ มีหวังศพไม่สวยแน่
คิดได้ดังนั้น พี่เอ้อร์คุนก็ปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อเติ้งเจ๋อเยี่ยนที่นอนพะงาบๆ อยู่ขึ้นมา แล้วตะคอกใส่หน้าอย่างเหี้ยมเกรียม
“เื่นี้แกเป็คนก่อ แกนั่นแหละต้องจ่าย! ถ้าไม่จ่าย... ฉันจะฆ่าแกทิ้งตรงนี้แหละ!”
พูดจบเขาก็ฟาดใบรายการราคานั้นเข้าใส่หน้าเติ้งเจ๋อเยี่ยนเต็มแรง
เติ้งเจ๋อเยี่ยนแม้จะไม่รู้ว่าพวกพี่เอ้อร์คุนกลัวอะไรนักหนา แต่เขารู้ซึ้งแล้วว่าถ้าไม่จ่ายเงินวันนี้ เขาไม่ได้กลับบ้านแน่
เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวขณะหยิบใบรายการขึ้นมาดู... พอเห็นราคาเท่านั้นแหละ เขาถึงกับตาเหลือก
เบียร์ขวดละร้อยหยวนเนี่ยนะ?!
นี่มันปล้นกันชัดๆ!!!
