บทที่ 7
พวกคุณขายผม
ณ ห้องพักผู้ป่วยระดับ VIP ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
เสิ่นชิงสื่อ เปิดดูประวัติคนไข้ "จี้เหิง หมดสติไปสามวัน ผลตรวจเื การทำงานของตับและไต รวมถึงดัชนีชี้วัดต่างๆ ปกติทั้งหมด ผลเอ็กซเรย์ไม่พบการาเ็หรือเืออกในสมอง ไม่มีโรคหัวใจหรือปอด และไม่มีอาการสารพิษตกค้าง..."
ทุกประโยคที่เขาพูดออกมา ราวกับเข็มที่ทิ่มแทงใจของ ฟู่ซินหย่า
เสิ่นชิงสื่อ คุณชายเล็กแห่งตระกูลเสิ่น ผู้แสดงพร์ด้านการแพทย์ที่น่าทึ่งมาั้แ่เด็ก เขาได้รับการยกย่องว่าเป็หมออัจฉริยะและเป็ศิษย์ของเชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่มีชื่อเสียงที่สุด ขนาดเสิ่นชิงสื่อยังหาสาเหตุไม่พบ แล้วลูกชายของเธอจะเป็อย่างไรต่อไป?
จี้เจิง ลูบหลังปลอบโยนฟู่ซินหย่า "แม่คะ อย่ากังวลเกินไปเลยค่ะ ต้องมีทางออกแน่นอน น้องต้องฟื้นขึ้นมาแน่ๆ"
ฟู่ซินหย่าฝืนยิ้มตอบ "เสี่ยวเจิง ลูกไปพักเถอะ เดี๋ยวแม่จะเฝ้าเสี่ยวเหิงเอง"
จี้ิซาน ถอนหายใจ "เดี๋ยวผมเฝ้าเ้าลูกชายคนนี้เอง เสี่ยวเจิงพาแม่ไปพักห้องข้างๆ เถอะ"
แต่ฟู่ซินหย่ายืนกรานไม่ยอมจากไป
ในตอนนั้นเอง เสิ่นชิงสื่อก็เอ่ยขึ้น "อาการของจี้เหิงเหมือนคนนอนหลับเฉยๆ เมื่อตัดสาเหตุอื่นออกไปแล้ว ก็เหลือความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว"
ฟู่ซินหย่ารีบถาม "ชิงสื่อ ความเป็ไปได้ที่ว่าคืออะไร?"
"โรคฮิสทีเรียครับ"
เสิ่นชิงสื่ออธิบาย "คนไข้อาจเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จนสมองสร้างกำแพงปิดกั้นการรับรู้จากโลกภายนอก พูดง่ายๆ คือ จี้เหิงไม่้าเผชิญหน้ากับความจริง และเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความฝันแทนครับ"
"ฮะ? เป็ไปไม่ได้!"
ฟู่ซินหย่าพึมพำ "เสี่ยวเหิงเป็เด็กที่ร่าเริงแจ่มใสมาก พวกเราไม่เคยกดดันอะไรเขาเลย"
จี้เหิงเป็คนซื่อๆ และออกจะไร้เดียงสาด้วยซ้ำ เขาจะไปเจอเื่กระทบจิตใจอะไรถึงขนาดทิ้งพ่อแม่ไปแบบนี้ แต่ในวินาทีนี้ บางทีมีเพียงทฤษฎีจิตเวชเท่านั้นที่พอจะอธิบายอาการของจี้เหิงได้
จี้ิซานร้อนใจจนนั่งไม่ติด "ชิงสื่อ แล้วโรคนี้รักษาไยังไง? เมื่อไหร่เสี่ยวเหิงจะฟื้น?"
เสิ่นชิงสื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย "มันเป็เื่ของสภาพจิตใจครับ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ผมเองก็ไม่กล้ายืนยันว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่"
ฟู่ซินหย่ากุมมือจี้เหิงพลางร้องไห้โฮ "เสี่ยวเหิงลูกรัก ลูกไปเจอเื่อะไรมาถึงไม่อยากเจอแม่แล้ว แม่คิดถึงลูกนะ ต่อไปแม่จะไม่ห้ามลูกซื้อฟิกเกอร์อีกแล้ว..."
ปัง ปัง ปัง!!
เสียงเคาะประตูดังสนั่น จี้เจิงมองหน้าพ่อกับแม่ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
ที่หน้าประตูมีเด็กสาวสวมชุดนักพรตยืนอยู่ จี้เจิงขมวดคิ้ว "คุณมาหาใครคะ?"
หลินซียิ้มตอบ "ฉันมาส่งจี้เหิงกลับเข้าร่างค่ะ"
ข้างๆ เธอ จี้เหิงพยายามกวักมือเรียกสุดชีวิต "พี่ครับ! ผมอยู่นี่! ผมกลับมาแล้ว!"
น่าเสียดายที่จี้เจิงมองไม่เห็นเขา และไม่ได้ยินเสียงของเขาเลย
จี้เจิงยืนอึ้ง "หมายความว่ายังไงคะ?"
"ก็ตามที่พูดนั่นแหละค่ะ"
หลินซีคว้าตัวจี้เหิงที่กำลังะโโลดเต้นแล้วเดินเข้าไปข้างใน พร้อมย้ำอีกรอบ "ทุกท่านคะ ฉันมาส่งจี้เหิงกลับบ้านค่ะ"
ชั่วขณะนั้น ทั้งสามคนในห้องต่างพากันจ้องมองเด็กสาวนิรนามที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น จี้เหิงยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแท้ๆ ทำไมเธอถึงบอกว่ามาส่งเขากลับบ้าน?
จี้ิซานแสดงสีหน้าไม่พอใจ "ที่นี่ห้องพักลูกชายผม คุณมาผิดห้องแล้ว"
แต่ฟู่ซินหย่าไม่ได้คิดซับซ้อนขนาดนั้น เธอถลาเข้าไปหาหลินซี "หนูจ๊ะ หนูบอกว่าลูกชายป้าอยู่ที่ไหนนะ?"
จี้ิซานดึงเธอไว้ "ซินหย่า อย่าไปเชื่อคำพูดไร้สาระของคนแปลกหน้าสิ"
"เสี่ยวเจิง เชิญเธอออกไป!"
"ค่ะๆ" จี้เจิงเพิ่งได้สติ "ขอโทษด้วยนะคะ น้องชายฉันป่วยอยู่ พ่อกับแม่เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี เชิญคุณออกไปก่อนเถอะค่ะ"
หลินซีอธิบายต่อ "ที่นอนอยู่บนเตียงเป็แค่กายหยาบของจี้เหิงค่ะ แต่ิญญาของเขาอยู่ข้างๆ ฉันนี่เอง"
จี้ิซานขมวดคิ้ว "ิญญาอะไรกัน?"
หลินซีไม่สนใจคำทักท้วง เธอสะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว หยิบ "ยันต์เปิดเผยร่าง" ออกมาแล้วซัดเข้าหาดวงิญญาของจี้เหิงทันที
จู่ๆ ร่างิญญาของจี้เหิงก็ปรากฏขึ้นเลือนลาง จี้ิซานและคนอื่นๆ ถึงกับช็อก แม้แต่เสิ่นชิงสื่อที่มักจะทำหน้าตายอยู่เสมอยังต้องเบิกตาโพลง
จี้ิซานมองลูกชายบนเตียง สลับกับมองลูกชายที่มีร่างโปร่งแสง "นี่... นี่มัน..."
จี้เหิงโบกมืออย่างตื่นเต้น "พ่อ! แม่! พี่! ผมกลับมาแล้วครับ!"
"เสี่ยวเหิง!" ฟู่ซินหย่าพยายามจะเข้าไปกอดเขา แต่มือกลับทะลุผ่านร่างไป
เธอร้องไห้ออกมาไม่หยุด "เสี่ยวเหิง นี่มันเื่อะไรกันลูก?"
"แม่ครับ ผมไม่เป็ไรครับ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยชีวิตผมไว้"
จี้เหิงรีบอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด โดยย้ำนักย้ำหนาว่าท่านปรมาจารย์คือผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาแอบชำเลืองมองหลินซี "พ่อครับแม่ครับ ต้องขอบคุณท่านอาจารย์หลินให้มากๆ นะครับ"
ทัศนคติของจี้ิซานเปลี่ยนไปในทันที อาจารย์สายศาสตร์ลี้ลับที่เก่งกาจขนาดนี้เป็สิ่งที่หาตัวจับยากยิ่งนัก พอนึกถึงคำพูดที่เพิ่งพูดออกไปเมื่อกี้ เขาก็อยากจะตบปากตัวเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด
จี้ิซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม "อาจารย์หลินอย่าได้ถือสาเลยนะครับ เมื่อกี้ผมมันคนตามืดบอด หวังว่าอาจารย์จะไม่โกรธเคือง"
หลินซีตอบรับเรียบๆ ในลำคอ การถูกตั้งข้อสงสัยเป็เื่ที่เธอเจอมานับครั้งไม่ถ้วน อาจารย์เคยสอนเธอว่า เวลาแบบนี้ให้วางตัวนิ่งๆ ขรึมๆ ไว้ เดี๋ยวพวกเขาก็จะคิดไปเองว่าเธอเหนืุ์
จี้ิซานคิดในใจจริงๆ ด้วย อาจารย์ก็คืออาจารย์ จิตใจแข็งแกร่ง สงบนิ่งเยือกเย็น เป็ระดับที่คนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง ท่านต้องเป็ยอดคนสันโดษที่บำเพ็ญเพียรมานานนับพันปี และคำนวณได้ว่าจี้เหิงมีเคราะห์จึงลงเขามาช่วยตระกูลจี้แน่ๆ
จี้ิซานยิ่งนอบน้อมเข้าไปใหญ่ "ลูกชายผมเคราะห์ร้ายมาเจอเื่แบบนี้ ต้องขอบพระคุณอาจารย์หลินจริงๆ ที่ยื่นมือเข้าช่วย"
"อาจารย์หลิน ท่านคือผู้มีพระคุณของครอบครัวเราครับ!"
ฟู่ซินหย่ารีบสมทบ "อาจารย์คะ ช่วยส่งเสี่ยวเหิงกลับเข้าร่างได้ไหมคะ?"
หลินซีพยักหน้า "เื่เล็กน้อยค่ะ"
เธอพาิญญาของจี้เหิงไปที่ข้างเตียง คีบยันต์ไว้ที่ปลายนิ้วแล้วร่ายคาถาเรียกิญญา
"สามจิตเจ็ดิญญา จงกลับคืนสู่ร่าง เทพผู้คุ้มครองทั้งสิบทิศ จงพิทักษ์กายสลายอาถรรพ์!!"
ยันต์ลุกไหม้ขึ้นเองโดยไร้เปลวไฟ จี้เหิงรู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ พอเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นทุกคนยืนล้อมรอบตัวเขาอยู่
เขาลองขยับนิ้วมือแล้วะโสุดเสียง "พ่อ! แม่! พี่! ผมกลับมาแล้ว! ในที่สุดผมก็ได้กลับมาจริงๆ แล้ว!"
ฟู่ซินหย่ากอดลูกชายพลางร้องไห้ด้วยความดีใจ และกล่าวขอบคุณหลินซีไม่หยุด จี้ิซานพยายามนึกหาของล้ำค่าในบ้านมาตอบแทน เพราะคิดว่ายอดคนแบบนี้คงมาช่วยเพื่อแลกกับของวิเศษบางอย่าง
เขาถามอย่างระมัดระวัง "อาจารย์ครับ บ้านผมอาจจะดูธรรมดาไปนิดแต่ก็พอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง อาจารย์อยากได้อะไรจากที่บ้านผม ขอให้บอกมาได้เลยครับ"
หลินซีชูห้านิ้วขึ้นมา "ขอเป็เงินค่ะ!"
จี้ิซาน: ??? อาจารย์ช่างเป็คนสมถะและติดดินเหลือเกิน
จี้เหิงเห็นพ่ออึ้งไปจึงรีบเตือน "พ่อ! รีบโอนเงินให้อาจารย์ห้าสิบล้านเลยครับ!"
หลินซีทำหน้าเรียบเฉยแต่ในใจกลับช็อกอย่างรุนแรง
ห้าสิบล้าน!!
ั้แ่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นเงินห้าพันพร้อมกันเลยด้วยซ้ำ รู้ว่าบ้านจี้เหิงรวยแต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ ทว่าเธอรับเงินมากขนาดนั้นไม่ได้ นอกจากจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว ยังจะนำพาความซวยมาให้อีก
หลินซีกระแอมเบาๆ "มากไปค่ะ ไม่ต้องถึงห้าสิบล้านหรอก ขอแค่ห้าหมื่นพอ และฉันขอเป็เงินสดค่ะ"
จี้ิซานเริ่มกังวล "อาจารย์ครับ หรือว่ามันน้อยไป? ถ้าอย่างนั้นเพิ่มอีกห้าสิบล้านดีไหมครับ?"
หลินซีเอ่ย "การส่งิญญากลับเข้าร่างเป็เื่ง่ายๆ สำนักของฉันมีกฎห้ามรับเงินเกินควร"
เธอมีดวงชะตาที่ขัดลาภอยู่บ้าง ครั้งนี้ผีก็ไม่ได้จับ แถมยังได้ภูตจิ๋วมาอีกคน เธอรับเงินเยอะเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นสายฟ้าคงได้ผ่าลงมากลางกบาลเธอแน่ๆ
เมื่อเห็นเธอตั้งใจจริง จี้ิซานจึงนำเงินสดห้าหมื่นมามอบให้ "อาจารย์ช่างมีคุณธรรมสูงส่ง ตระกูลจี้ของเราเป็หนี้บุญคุณท่าน หากวันหน้ามีเื่อะไรให้พวกเราช่วย อย่าได้ลังเลที่จะมาหาผมนะครับ"
หลินซีเอ่ยเรียบๆ "เื่นี้จบคือจบค่ะ ฉันรับเงินค่าส่งจี้เหิงแล้ว หากคุณยังรู้สึกไม่สบายใจ ก็จงหมั่นทำความดี บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้เถิดค่ะ"
พูดจบเธอก็เดินออกจากโรงพยาบาลไปทันที ทิ้งให้จี้ิซานและคนอื่นๆ มองตามแผ่นหลังที่ราวกับมีรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมา
...
ณ คฤหาสน์ซานสุ่ยเปี๋ยจวี่
ฟู่จิงเหยายืนนิ่งอยู่ข้างๆ โดยมีผู้เฒ่าสองท่านนั่งอยู่บนโซฟา ด้านซ้ายคือคุณปู่ ฟู่เจี้ยนหัว ด้านขวาคือคุณย่า จางเหวินซิ่ว
ฟู่จิงเหยาเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้ฟังแบบคร่าวๆ โดยจงใจฉันมเื่ที่เขาถูกกัดไป
หลังจากฟังจบ ฟู่เจี้ยนหัวก็เผยรอยยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย "จิงเหยา ในที่สุดคู่หมั้นของหลานก็ปรากฏตัวเสียที"
ฟู่จิงเหยาขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าเื่นี้ไม่ธรรมดา ท่าทางของคุณปู่ดูผิดปกติมาก
"คุณปู่ครับ เื่คู่หมั้นนี่มันยังไงกันแน่?"
"เื่นี้มัน..."
ฟู่เจี้ยนหัวกลอกตาไปมา "จิงเหยาเอ๋ย ยังจำตอนที่คุณย่าล้มป่วยหนักแล้วจู่ๆ ก็หายดีได้ไหม?"
ฟู่จิงเหยาจำได้แม่น ่นั้นตระกูลฟู่กำลังตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอน คุณย่านอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล คุณปู่เสียใจมากและเฝ้าไข้อยู่ไม่ห่าง จนมีคนฉวยโอกาสนั้นกดดันบริษัทฟู่กรุ๊ป ทว่าวันหนึ่งคุณย่าก็หายดีราวปาฏิหาริย์ และธุรกิจของตระกูลฟู่ก็กลับมารุ่งเรืองจนกลายเป็ผู้นำในบรรดาตระกูลใหญ่ทั้งหมด
ฟู่เจี้ยนหัวเอ่ยอย่างมีความหมาย "จิงเหยา ตอนนั้นต้องขอบคุณนักพรตชราท่านนั้น... และหลานด้วย"
ฟู่จิงเหยาไม่เข้าใจ "ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่เลย มันจะเกี่ยวกับผมได้ยังไง..."
พอนำเื่ราวทั้งสองมาปะติดปะต่อกัน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
"พวกคุณขายผมไปแล้วใช่ไหม!"
