สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าแดงซ่านของนลินนิภาอย่างท้าทาย เห็นใบหน้าที่ชื้นเหงื่อและท่าทางหมดแรงของบัวด้วยความพึงใจ ก่อนจะค่อย ๆ แลบลิ้นร้อนเลียชิมหยาดน้ำหวานบนนิ้วมือของตัวเองอย่างเชื่องช้า... ั้แ่โคนนิ้วจวบจนสุดปลายนิ้ว
เขากระซิบเสียงพร่าพลางดูดเม้มปลายนิ้วจนเกิดเสียงดังจ๊วบเบา ๆ ในความเงียบของห้องโดยสาร
นลินนิภาที่มองภาพนั้นอยู่ถึงกับหน้าร้อนผ่าวจนแทบะเิ ความอับอายผสมปนเปไปกับความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาดที่เขาแสดงอาการ 'คลั่ง' ในตัวเธอออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“หวาน... เธออยากชิมไหม?”
“อือ...ไม่เอา”
“หึ...ของตัวเองแท้ ๆ ทำเป็รังเกียจ” หันไปหยิบทิชชู “ให้ฉันเช็ดให้ไหม”
“ไม่ บัวทำเองค่ะ” นลินนิภารีบคว้ากระดาษทิชชูในมือเขามา ดวงตากลมกลิ่งไปมา
“เช็ดสิ” เขาออกคำสั่ง
“คุณดินก็หันไปก่อนสิคะ”
“อายเหรอ เห็นมาหมดแล้ว ยังจะอายอยู่อีก”
นลินนิภาเม้มปากส่งสายตาขุ่นเคืองให้เขาพลางคิดในใจ ใครจะหน้าหนาเหมือนตัวเองล่ะ
อัครินทร์ยิ้มร้ายก่อนจะโน้มตัวไปประทับจูบแก้มนิ่มของเธอแรง ๆ หนึ่งที แล้วจึงถอยกลับไปประจำที่คนขับ
เขาจัดการใส่เกียร์และเหยียบคันเร่งพุ่งรถออกไปสู่มหาวิทยาลัยทันทีด้วยท่าทางอารมณ์ดี ผิดกับคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ที่ยังทำหน้าตูมอยู่ พลางใจเสื้อผ้าของตัวเองไปด้วย
บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง จนเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าตึกคณะของนลินนิภา นักศึกษาหลายคนที่เดินผ่านไปมาต่างเหลียวมองรถคันงามด้วยความสงสัย แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าหลังฟิล์มดำสนิทนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นลินนิภาพยายามจัดสาบเสื้อและกระโปรงที่ยับย่นให้เข้าที่อีกครั้ง ก่อนจะหันไปเอื้อมคว้ากระเป๋าที่ถูกเขาโยนไปไว้เบาะหลังก่อนหน้านี้ เตรียมตัวจะก้าวออกไปจากกรงขังเคลื่อนที่นี้ให้เร็วที่สุด
ทว่า... ยังไม่ทันที่มือจะถึงที่เปิดประตู แรงบีบที่ต้นแขนจากมือหนาก็รั้งต้นแขนของเธอไว้จนร่างทั้งร่างถูกดึงกลับมาหาเขาอีกครั้ง
“จะรีบไปไหน... ผัวยังพูดไม่จบ”
ผัวเผลออะไรของเขากันนะ คำสรรพนามที่อัครินทร์จงใจใช้เรียกตัวเองทำเอานลินนิภาหน้าร้อนวูบ เธอหันไปสบตาคนตัวโตที่บัดนี้แววตาไม่ได้มีความขี้เล่นปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงความเผด็จการและคำสั่งที่ไม่มีใครกล้าขัด
“เรียนเสร็จกี่โมง?”
“บ่ายสามค่ะ” เธอตอบไปแทบจะทันที
“เรียนเสร็จมารอที่รถ กลับพร้อมฉัน”
“แต่บัวมีนัดกับเพื่อน...”
“ฉันไม่สนใจ ถึงเวลาเลิกเรียน เธอต้องมารอฉัน... ห้ามช้าแม้แต่นาทีเดียว”
ไอ้คนเอาแต่ใจ นลินนิภาคิดในใจนั่งทำหน้ามุ่ย ไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อ อัครินทร์ขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดพวงแก้มขาวใส เขาใช้นิ้วโป้งคลึงริมฝีปากที่เพิ่งถูกเขาบดขยี้จนบวมเจ่ออย่างแ่เบา แต่ท่าทางเผด็จการของเขานั้นแฝงไปด้วยคำขู่
“ย้ำนะบัว... ถ้าวันนี้เธอไม่ทำตามที่ฉันบอกหรือแอบหนีไป เธอโดนดีแน่”
คำขู่ของเขานั้นทำให้เธอต้องเม้มปากเข้าหากันหลุบตาหลบดวงตาคมที่เหมือนจะอ่านความคิดของเธอออก ซึ่งเธอรู้ดีว่าคนอย่างอัครินทร์พูดจริงทำจริงเสมอ ผู้ชายเอาแต่ใจแบบเขาทำได้ทุกอย่างที่้า
“เข้าใจที่พูดไหม?” เขาถามพร้อมกับใช้จมูกปัดเบา ๆ ที่จมูกของเธอ
“ขะ...เข้าใจค่ะ บัวจะมารอที่รถ”
“ดี... ไปเรียนได้แล้ว”
อัครินทร์ยอมปล่อยมือออก เธอกำลังจะผละ แต่ก็ถูกเขารั้งไว้อีกครั้ง
“อะไรคะ”
“จูบก่อน” อัครินทร์บอกหน้าตาเฉย นลินนิภาอยากเอาหัวโขกคนเอาแต่ใจเสียให้เข็ด
“เร็ว ๆ สิ หรือว่าอยากทำมากกว่านั้น”
“ไม่เอา” นลินนิภาปฏิเสธทันที
อัครินทร์ยักคิ้วขึ้น คล้ายบอกเธอ งั้นก็รีบ ๆ ทำเข้าสิ
นลินนิภามองซ้ายขวาก็ยื่นหน้าไปจุ๊บปากเขาเร็ว ๆ หนึ่งทีก่อนจะรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
เธอพยายามเดินให้ปกติที่สุดท่ามกลางสายตาเพื่อนนักศึกษา ขณะที่รถคันหรูเหยียบคันเร่งก่อนจะทะยานออกไป
ทิ้งไว้เพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกินใจนลินนิภาว่า... เลิกเรียนเย็นนี้ เธอจะต้องเจอกับความร้ายกาจรูปแบบไหนของเขาอีก
