ผู้เฒ่าไป๋กวาดสายตาไปที่นักบวชลัทธิเต๋าที่กำลังสั่นเทาราวกับตะแกรงเครื่องร่อน "นักบวชลัทธิเต๋าผู้นี้ ข้าขอถามเ้า เกิดอะไรขึ้นกับแปดอักขระนี้!"
เดิมทีนักบวชลัทธิเต๋าคิดว่านี่เป็เพียงกลอุบายลับของตระกูลใหญ่ ผู้ใดจะคิดว่าจะมีการพลิกผัน และตอนนี้ชีวิตของเขาก็ไม่มีผู้ใดกล้ารับประกัน ความกล้าหาญของเขาแตกสลาย จะยังเหลือท่าทีของนักบวชผู้เคร่งขรึมได้อย่างไร แข้งขาของเขาอ่อนแรง คุกเข่าลงกับพื้น “ยกโทษ... ยกโทษให้อาตมาด้วย อาตมาถูกว่าจ้างมา เป็แม่เฒ่าผู้นี้ที่ให้เงินอาตมามาสองร้อยตำลึง เพื่อให้อาตมาทำนายดวงชะตาเลวร้ายตามความ้าของนาง อาตมาไม่รู้ความจริง! ขอร้องท่านผู้เฒ่าไป๋ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!”
เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน ตอนนี้พวกเขาเป็ผู้มีพระคุณ เป็ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือของฮ่องเต้ ทันทีที่พระราชโองการของฮ่องเต้มาถึง ตระกูลของพวกเขาย่อมรุ่งเรืองถึงขีดสุด และมิอาจล่วงเกินได้
ใบหน้าของแม่เฒ่าเฉินเปลี่ยนเป็ขาวซีด นางอ้าปากค้างด้วยความสยดสยอง ขาของนางอ่อนลง ล้มลงกับพื้น "ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้า ฮูหยินรอง... เห็นได้ชัดว่าเป็ฮูหยินรองเ้าค่ะ...”
“แม่เฒ่าเฉิน แม่ของข้าไม่เคยปฏิบัติต่อเ้าอย่างอยุติธรรม กล้าดียังไงมาทำร้ายข้าแบบนี้!” เมื่อแม่เฒ่าเฉินกำลังจะเรียกภัยมาสู่ตน ไป๋ชิงโหรวก็ยืนขึ้น ก่อนจะเปล่งเสียงแหลมดังทะลุทั่วทั้งห้องโถง “ข้าเลื่อนตำแหน่งให้เ้าได้เป็สาวรับใช้ข้างกายท่านแม่ ทว่าเ้ากลับไม่รู้ความโชคดี ว่าร้ายเ้านายของตน ยามนี้ยัง้าจะโต้แย้งอีก? เ้าเคยคิดเกี่ยวกับลูกสาวของเ้าปี้สุ่ยหรือไม่!” ดวงตาของนางเต็มไปด้วยการคุกคาม
ปี้สุ่ยเป็ลูกสาวคนเดียวของแม่เฒ่าเฉินและแม่เฒ่าเฉินก็กลายเป็แม่เฒ่าคนสนิทของอวี๋ซื่อได้เพราะปี้สุ่ย ใน่สองวันที่ผ่านมาปี้สุ่ยต้องลมเย็น ดังนั้นนางจึงไม่ได้มาปรนนิบัติรับใช้เ้านาย
เมื่อนางได้ยินนามของบุตรสาว ทันใดนั้น รูม่านตาของแม่เฒ่าเฉินก็หดลง ใบหน้าของนางพลันซีดเผือด
ไป๋เซียงจู๋ขมวดคิ้ว รู้สึกว่าแย่แล้ว นางรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดยั้ง แต่มันก็สายเกินไป
ก่อนที่ไป๋จื่อจินจะเข้าไปห้ามทัน แม่เฒ่าเฉินก็ได้ฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้น เืสดไหลทะลักออกจากมุมปากของนาง สีแดงสดกระแทกตาะเืใจ
ฮูหยินเฒ่าไป๋กรีดร้องว่าโชคร้าย แม่เฒ่าจางรีบเข้าไปตรวจสอบ ทว่านางไร้ซึ่งลมหายใจแล้ว ทุกคนในตอนนี้หน้าซีดด้วยความใ แม้แต่ใบหน้าของผู้เฒ่าก็ยังเป็สีเขียวคล้ำ
เมื่อแม่เฒ่าเฉินตาย เื่นี้จะมิอาจตรวจสอบได้อีกต่อไป! ไป๋ชิงโหรวยังไม่ทันได้มีความสุขเมื่อนางเห็นดวงตาของผู้เฒ่าไป๋ ความรู้สึกจางๆ นั่นคือ... ความผิดหวัง!
ทันใดนั้น นางรู้สึกหนาวที่หลัง เหงื่อออกเต็มไปหมด!
......
ยามที่ออกมาจากวัด
ผู้เฒ่าไป๋และฮูหยินเฒ่าไป๋กลับมาที่เรือนเหอเซียง ก่อนจากไปพวกเขาได้ให้คนมาปิดห้องพระ เื่ราวที่เกิดขึ้นภายในห้องนั้นเลวร้ายเกินไป
ไป๋ฉางอวิ๋นและไป๋จื่อจินช่วยพยุงฮูหยินเฒ่าไป๋กลับไปยังเรือนเหอเซียง เอ่ยว่าจะพักผ่อนชั่วครู่ และจะรับอาหารเย็นในเรือน
“เ้าไม่เป็อันใดก็ดีแล้ว ขอแค่ระมัดระวังตนให้ดี ทว่าอย่างไรก็ตามครานี้ได้สร้างคุณูปการ ฮ่องเต้ทรงรู้จักเ้า เมื่อถึงเวลานั้นมีราชโองการลงมา ก็จะไม่มีใครกล้าแตะต้องเ้า”
ก่อนจากไป ไป๋จื่อจินกระซิบคำเหล่านี้กับไป๋เซียงจู๋
ไป๋เซียงจู๋พยักหน้าพร้อมกับหัวเราะเบาๆ พี่ชายของนางทำเพื่อประโยชน์ของนางเอง แต่เขาไม่รู้ว่ามีศัตรูมากเหลือเกินที่นางต้องเผชิญ และไม่ใช่ว่าคนเ่าั้จะปล่อยนางไป
ชีวิตนี้ลิขิตไว้ไม่เดียวดาย
กลับมาถึงสวนไห่ถัง ในยามนั้นสวนไห่ถังถูกฝนที่ตกหนักซัดสาดจนสะอาดเอี่ยม กลิ่นเืของแมวดำเ่าั้สลายหายไปสิ้น นางคิดเพียงว่าทุกคนคงรู้สึกแย่กับแมวดำเ่าั้ อย่างไรเสียของพวกนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี ทำให้อึดอัดยิ่ง
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป ฝนบนศีรษะของนางหล่นลงบนมือของไป๋เซียงจู๋ไม่หยุดพร้อมกับความเย็นะเื
“น่าเสียดายที่แม่เฒ่าเฉินเสียชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์ เห็นได้ชัดว่าเป็ฮูหยินรองที่ใส่ร้ายคุณหนู”
แปดอักขระหนึ่งแผ่น พลิกผันสิ่งต่างๆ แม้แต่ในฝันอวี๋ซื่อก็คงจะนึกไม่ถึงกระมัง
ไป๋เซียงจู๋ส่ายหัวเบาๆ มองตรงไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยบนริมฝีปาก ทว่าดวงตาของนางกลับมีไฟโหมกระพือ “น่าเสียดายหรือ? มิใช่ ตู้เจวียน เ้าคิดผิดแล้ว ไม่น่าเสียดายเลยสักนิด เ้าคิดว่าท่านตาท่านยายตาบอดหรือ ไป๋ชิงโหรวบีบบังคับแม่เฒ่าเฉินให้ตายด้วยปากของนางเอง ทุกคนล้วนเห็นทั้งสิ้น และนั่นคือสิ่งที่ข้า้า!”
สิ่งที่นาง้าคือผลลัพธ์เช่นนี้ เพื่อแสดงให้ทุกคนในจวนตระกูลไป๋ได้เห็น ไป๋ชิงโหรวที่ทุกคนโอบอุ้มไว้กลางฝ่ามือ คุณหนูที่งดงามเป็อันดับสองแห่งเมืองหลวงเป็สตรีเช่นไร
“ปี้สุ่ย สาวรับใช้คนนั้น เ้าหาโอกาสคุยกับนางให้มากล่ะ”
ไป๋เซียงจู๋ยิ้มอย่างมีความหมาย
วางเอาไว้เป็หูเป็ตาข้างกาย นี่มิใช่หมากที่ดีที่สุดในยามนี้แล้วหรือ
“ทราบแล้วเ้าค่ะ” ตู้เจวียนเข้าใจอย่างรวดเร็ว นางรีบร้อนพยักหน้าทันที
ละครวันนี้ไม่เลวนัก แต่น่าเสียดายที่คนจากจวนเหิงชินอ๋องไม่ได้รับชม อย่างไรเสียยามนี้นางก็ยื่นมือออกไปไม่ได้ไกลนัก ทว่าก็อีกไม่นานหรอก มิใช่หรือ?
ตอนนี้นางจะจัดการทีละคน ไป๋ชิงโหรว อวี๋ซื่อ ไป๋ฉางชิง
ครอบครัวนี้ถูกลิขิตให้หนีไม่พ้น นางไม่ใช่นักบุญ เพราะชาติที่แล้วพวกเขาทำร้ายนางมามากจนไม่เหลือน้ำใจใดๆ
สำหรับอาหารเย็น ไป๋เซียงจู๋เปลี่ยนเป็เสื้อผ้าบางเบา เกล้าผมเป็มวยเรียบง่าย จากนั้นจึงเดินนำตู้เจวียนไปที่ห้องโถงใหญ่
ไป๋ชิงโหรวบอกว่านางป่วย อวี๋ซื่อเองก็ไม่มา ไป๋ฉางชิงออกไปดื่ม มีเพียงไป๋เซียงจู๋และไป๋จื่อจินเท่านั้นที่มาตามสัญญา ที่โต๊ะอาหารเย็น ฮูหยินเฒ่าไป๋มีใบหน้ามืดมนและมีความโกรธ บรรยากาศของห้องอึมครึมกดดัน
ไป๋เซียงจู๋ทำความเคารพต่อผู้เฒ่าไป๋และฮูหยินเฒ่าไป๋
“ลุกขึ้นเถิด”
ผู้เฒ่าไป๋ประทับใจหลานสาวคนนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคราวนี้ หากยามที่พวกเขาอยู่ยังชายแดนไม่ได้โอสถระดับเทพของแม่นางน้อย เกรงว่าตอนนี้กระดูกของเขาคงถูกกลบฝังอยู่ที่ไหนสักที่
“ข้าได้ยินมาว่าเ้าหมั้นกับบุตรชายตระกูลจวินแล้วหรือ” ผู้เฒ่าไป๋มองไป๋เซียงจู๋ หลานสาวของเขามีรูปลักษณ์เปี่ยมเสน่ห์ เขานึกถึงการเสี่ยงภัยที่ชายแดนครั้งนี้ ช่างน่าเสียดายนัก
หากว่าตระกูลไป๋ไม่ได้ออกท่องยุทธจักรครั้งนี้ การแต่งงานกับตระกูลจวินก็นับเป็ทางเลือกที่ดี ทว่าครานี้ได้สร้างบุญคุณอันยิ่งใหญ่ไว้ ไม่ต้องพูดถึงการเกี่ยวดองกับตระกูลจวิน แม้แต่การแต่งงานกับองค์ชายสักองค์ก็สามารถทำได้ ทว่ายามนี้พวกเขาหมั้นกันแล้ว ข่าวนี้จะถึงหูฮ่องเต้ในไม่ช้า น่าเสียดาย น่าเสียดาย
ไป๋เซียงจู๋มองดูความพึงพอใจไปจนถึงความเสียดายในสายตาของฮูหยินเฒ่าไป๋ นางรู้อยู่แก่ใจว่าหญิงชราเสียดายอะไร ถ้าพวกเขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้นางกระทำโดยเจตนา พวกเขาจะโกรธหรือไม่
ฮูหยินเฒ่าไป๋ได้ยินมาว่าไป๋เซียงจู๋ได้สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และตระกูลไป๋ของนางก็กลายเป็ขุนนางลึกลับที่บุคคลสำคัญหลายคนพูดถึง คลื่นแห่งความโชคดีนี้ราวกับตกลงมาจากฟากฟ้าหล่นลงมาใส่ศีรษะก็ไม่ปาน นางรู้สึกตื้นตันใจเล็กน้อย ยังไม่ทันที่จะสงบความตื่นเต้นก็มีคนมารายงาน "นายท่าน ฮูหยินเฒ่า มีแขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยมขอรับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง แต่ไป๋ฉางอวิ๋นกลับยืนขึ้นและกล่าวว่า "ท่านพ่อ ท่านแม่ ไปดูกันก่อนเถิดว่าผู้ใดคือแขกผู้มีเกียรติ"
“ใช่ๆ ไปดูกันเถิด อย่าชักช้าจนเสียการ”
ฮูหยินเฒ่าไป๋พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ไป๋จื่อจินพยุงผู้เฒ่าไป๋ และไป๋เซียงจู๋พยุงฮูหยินเฒ่าไป๋ไปที่โถงรับแขก
แน่นอนว่าคนที่มาคือเหยียนอี้เลี่ยที่กลับมาก่อน
เมื่อเห็นการมาเยือนของเหยียนอี้เลี่ย ไป๋เซียงจู๋ก็นึกถึงข่าวดีที่ชายแดน ฮ่องเต้ทรงส่งเขามาเพื่อประทานของตอบแทนให้ตระกูลไป๋ใช่หรือไม่
เมื่อได้เห็นเหยียนอี้เลี่ยอีกครั้ง ไป๋เซียงจู๋สามารถซ่อนความเกลียดชังในดวงตาของนางได้เป็อย่างดี นางสามารถสงบสติอารมณ์และแม้กระทั่งบังคับตนให้ยิ้มได้
ตัวนางได้เจรจาเื่งานแต่งแล้ว นางตั้งใจจะไม่เข้าไปเกี่ยวดองกับราชวงศ์อีก นางจะอุทิศทั้งชีวิตเพื่อแก้แค้นให้ได้
