เมื่อเดินออกมาจากร้านตีเหล็ก ซ่งอวี้ก็ลูบสัญญาที่เก็บเอาไว้ในอ้อมแขน พลางมองไปทางหลี่เฉิง "เมื่อครู่ขอบคุณท่านมาก หากท่านไม่เอ่ยถึงสัญญา เกรงว่าข้าเองก็คงจะลืมไปแล้ว"
หลี่เฉิงยิ้มบางๆ "ไม่เป็ไร เ้าช่วยข้าเอาไว้มากมาย เื่แค่นี้มิใช่เื่ใหญ่"
ซ่งอวี้ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมา ก็ยกมือขึ้นลูบท้องของตนเอง
"ท่านเองก็คงหิวแล้วกระมัง?"
เมื่อได้ฟัง หลี่เฉิงก็รู้สึกไม่สบายท้อง เริ่มหิวขึ้นมาเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สุดท้ายมองไปยังร้านเกี๊ยว "พวกเรากินนั่นกันเถิด"
ซ่งอวี้มองไปตามทางที่เขาชี้ เมื่อเห็นเกี๊ยวที่ทั้งขาวและอวบอ้วน นางกลืนน้ำลายลงคอ "ได้"
พวกเขาทั้งสองสั่งเกี๊ยวคนละหนึ่งถ้วย มองดูเกี๊ยวอวบอ้วนสีขาวน้ำนมที่ลอยอยู่บนน้ำแกง ซ่งอวี้เกือบจะน้ำลายสอ หลายวันมานี้นางไม่มีเนื้อตกถึงท้องเลยแม้แต่น้อย สิ่งมีชีวิตเดียวที่ตกถึงท้องคือไข่สองฟองที่ป้าหวังมอบให้
แม้เนื้อสัตว์ในเกี๊ยวจะมีน้อย แต่อย่างน้อยก็มีเนื้อ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางอยากจะกินเนื้อมากขนาดนี้
หลี่เฉิงไม่เคยทานอาหารเช่นนี้มาก่อน เมื่อก่อนคนที่คอยปรนนิบัติรับใช้ไม่มีผู้ใดกล้าให้เขาทานอาหารเช่นนี้ ยามนี้ได้ทานเกี๊ยวครั้งแรกในชีวิตจึงเลี่ยงมิให้อดสงสัยไม่ได้ รสชาติที่เป็เอกลักษณ์ย่อมดึงดูดต่อมรับรสของเขาเช่นเดียวกัน
ซ่งอวี้เห็นเขาไม่เกี่ยงอาหารแม้แต่น้อย ความกังวลในใจพลันคลายลง
ใช่ว่าหลี่เฉิงจะไม่สังเกตเห็นแววตาของนาง แต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นอย่างไม่อาจหักห้าม
ทั้งที่นางรู้ว่าเขามีที่มาที่ไปไม่แน่ชัด ทั้งยังไม่ใช่คนธรรมดา ทว่านางก็ยังคงปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงคนธรรมดา ไม่เคยประจบสอพลอ ถึงขั้นที่ว่าเื่บางอย่างที่ไม่ควรรู้ แม้นางจะรู้ก็แสร้งทำเป็ไม่รู้ ยิ่งนางฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ ก็ยิ่งดึงดูดเขา ความโลภก่อตัวขึ้นในใจ เขาอยากจะใช้ชีวิตเรียบง่ายและสงบสุขเช่นนี้ต่อไป
เยี่ยสุยที่จากไปทำธุระ เกรงว่าอีกไม่นานคงใกล้จะกลับมาแล้ว เมื่อนึกถึงเื่นี้ ความสุขในใจหลี่เฉิงก็หม่นหมองลงทันที แววตาที่มองไปทางซ่งอวี้ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
เขาทานเกี๊ยวโดยไม่รู้รส มองแผ่นหลังของซ่งอวี้ที่จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ดวงตาทอประกายหม่นหมองลงเรื่อยๆ ดวงหน้าอมยิ้มของนาง คล้ายไม่มีเื่ใดที่ทำให้กระวนกระวายใจ
อาจจะเป็เพราะรอยยิ้มของนาง ทำให้หลี่เฉิงทิ้งเื่น่าปวดหัวไว้ด้านหลัง กลับมามีสีหน้าเช่นเดิม
ดวงตาคู่ใสของซ่งอวี้มองไปทางหลี่เฉิง นางยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า "หลี่เฉิง ข้ามีสมุนไพรที่ต้องนำไปขายเล็กน้อย พวกเราไปร้านขายยากันเถิด ประเดี๋ยวจับจ่ายของอีกเล็กน้อยก็กลับกันได้แล้ว"
หลี่เฉิงพยักหน้าเล็กน้อย พูดด้วยเสียงอ่อนโยน "อืม"
เพราะร้านขายยาเมื่อคราวก่อนกดขี่กัน กดราคาสมุนไพรของนาง ครั้งนี้ซ่งอวี้จึงเปลี่ยนไปขายสมุนไพรที่ร้านอื่น เพราะถึงอย่างไรสมุนไพรในครั้งนี้ล้วนเป็สมุนไพรทั่วไป นำไปขายได้ทุกร้าน
ซ่งอวี้มองป้ายร้านยาถงอันที่อยู่เหนือศีรษะ แล้วเดินเข้าไป
ลูกศิษย์ที่นั่งสัปหงกอยู่ในร้าน เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ก็รีบลืมตาขึ้นทันที เขายิ้มแล้วเอ่ยถาม "แม่นาง แม่นางมาหาหมอหรือว่ามาซื้อยา?"
การต้อนรับที่ดีของลูกศิษย์ในร้านทำให้ซ่งอวี้พอใจเป็อย่างยิ่ง นางวางตะกร้าที่แบกอยู่ลงบนโต๊ะ "ข้ามาขายสมุนไพร ร้านยาของพวกท่านรับซื้อหรือไม่?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลูกศิษย์จึงเดินไปดูสมุนไพรที่อยู่ในตระกล้า "รับซื้อ แต่ว่าแม่นางรอประเดี๋ยว ข้าไปตามท่านอาจารย์ก่อน"
ซ่งอวี้พยักหน้าเล็กน้อย สายตาของนางมองดูการตกแต่งของร้าน เทียบกับร้านยาหรูหราก่อนหน้านี้ ร้านนี้ดูเรียบง่ายกว่านัก
รอเพียงไม่นาน ชายชราหนวดเคราขาวก็เดินออกมาจากด้านใน เขาเดินมาที่โต๊ะ หยิบสมุนไพรของซ่งอวี้ขึ้นมา มองสีและความสมบูรณ์ของสมุนไพร แล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ
"สมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็สมุนไพรชั้นดี ข้ารับซื้อทั้งหมด ข้าให้แม่นางได้หกร้อยอีแปะ แม่นางตกลงหรือไม่?"
ราคานี้เป็ไปตามที่ซ่งอวี้คาดการณ์เอาไว้ นางจึงพยักหน้าตอบตกลง "ตกลง"
หลังจากทำการซื้อขายที่ตกลงกันได้อย่างรวดเร็วแล้ว ซ่งอวี้ก็ถือเศษก้อนเงิน และทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญเอาไว้ นางดีใจเล็กน้อย
เมื่อก่อนนางไม่เคยเป็กังวลเื่เงินมาก่อน เอาแต่คิดว่าจะรักษาคนไข้อย่างไร ตอนนี้เดินทางทะลุมิติมายังยุคสมัยที่ตนไม่รู้จัก เป็ครั้งแรกที่นางััได้ถึงความทุกข์ของการไม่มีเงินทอง
หลี่เฉิงมองรอยยิ้มบนดวงหน้าของนาง อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆ "ดีใจมากหรือ?"
ซ่งอวี้เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาลุ่มลึกที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มของเขา หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย "แน่นอน เช่นนี้ข้าก็มีเงินสำหรับไปจากที่นี่มากขึ้นแล้ว ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องไปจากหมู่บ้านนี้ให้ได้ ข้าจะไปดูโลกภายนอก"
นางไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านทั่วไป เพราะถึงอย่างไรดวงิญญาของนางก็เป็คนที่มาจากโลกอนาคต นางไม่อยากจะอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ อยากจะไปดูแม่น้ำและขุนเขาที่งดงามของยุคสมัยนี้ อยากศึกษาวิชาการแพทย์ของยุคสมัยนี้
เมื่อเห็นนางมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ หัวใจที่นิ่งสงบของหลี่เฉิงพลันเต้นแรง "เ้าต้องทำได้อย่างแน่นอน"
ซ่งอวี้หัวเราะเบาๆ มองไปที่หลี่เฉิงด้วยความซุกซนแล้วกะพริบตาปริบๆ "ขอให้เป็จริงตามคำท่านว่า"
ทั้งสองเดินในตลาดอีกหนึ่งรอบ หลังจากซื้อของที่ควรจะซื้อเสร็จแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวกลับหมู่บ้านเสี่ยวหนิว
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน หลี่เฉิงมองตะกร้าที่นางสะพายอยู่ด้านหลัง มองเหงื่อที่รินไหลลงมาจากหน้าผาก ความปวดใจปรากฏขึ้นในแววตาของเขา "ให้ข้าเป็คนสะพายเถิด"
ซ่งอวี้โบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้อง ตะกร้านี้หนักนัก ขาของท่านเพิ่งหายดี อีกทั้งวันนี้ท่านก็เดินมามากแล้ว ข้าสะพายเองได้"
สุดท้ายหลี่เฉิงก็มิอาจเอาชนะนางได้ ทำได้เพียงมองนางสะพายตะกร้า โดยไม่อาจช่วยเหลือ แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่น ไม่เคยมีผู้ใด เป็ห่วงเขาโดยไร้ซึ่งเจตนาเช่นนี้มาก่อน
กว่าที่พวกเขาทั้งสองคนจะกลับไปถึงหมู่บ้านเสี่ยวหนิว พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้ว ท้องนภาเต็มไปด้วยแสงอาทิตย์อัสดงอันงดงาม เวลานี้เป็่เวลาที่ชาวนากำลังเก็บข้าวของเตรียมจะกลับเรือน ระหว่างทางพวกเขาพบเจอคนจำนวนไม่น้อย ผู้คนต่างกล่าวทักทายกันและกันด้วยความเป็มิตร
ท่าทีที่เป็มิตรเหล่านี้ แลกมาด้วยการรักษาด้วยความใจกว้างของซ่งอวี้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"ซ่งอวี้ ซ่งอวี้! ในที่สุดเ้าก็กลับมาแล้ว" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ พวกเขา
ซ่งอวี้หันกลับไปมอง นางเห็นหญิงวัยกลางคนกำลังวิ่งมาหาด้วยความเร่งรีบ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความกังวล หน้าอกของหญิงวัยกลางคนกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเพราะวิ่งมาด้วยความเร็ว