“มึงกล้าดีนักรึ ถึงมาใส่ร้ายว่ากูบังคับมึงอีกลิ่นจันทร์” อยู่ๆ ศีรษะของหญิงสาวก็ถูกกระชากจนหงายหลัง รู้ตัวอีกทีก็โดนอีสานั่งคร่อมบนตัวดิ้นไม่หลุด อีสารวบรวมกำลังทั้งกระชากหัวทุบเข้าไปที่ลำตัวสุดกำลัง หญิงสาวร้องลั่นให้คนช่วยหากแต่บริเวณนั้นเป็คนของอีสาทั้งหมด จึงพากันเอามือปิดปากและรุมทำร้ายอย่างทารุณ เสียงโอดโอยแผ่ออกมาอย่างอู้อี่ แทบไม่มีใครได้ยิน กำลังสร้างรอยช้ำสีเืไว้ตามร่างกายเต็มไปหมด
“ข้าเตือนเอ็งนัก ว่าอย่าไปยุ่งกับอีสา เหตุใดถึงไม่ฟัง พรุ่งนี้ไม่ต้องไปซ้อมรำ ประเดี๋ยวข้าจะบอกคุณเอื้องฟ้าว่าเอ็งไม่สบาย ใบหน้าบวมช้ำเยี่ยงนี้จักไปซ้อมได้อย่างไร” อีนวลบ่นด้วยสีหน้าเห็นใจ พลางประคบาแอย่างเบามือ
“อิงค์ ตื่นสิ” อินทิรางัวเงียพลางลืมตาขึ้นมาช้าๆ พบกับใบหน้าของคะนิ้งพยายามปลุกเธอเบาๆ
“ฉันปลุกเธอตั้งนาน ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ทำไมถึงปลุกยากขนาดนี้” คะนิ้งกระซิบพูดเบาๆ ด้วยกลัวจะรบกวนเพื่อนด้านข้างที่กำลังนั่งฟังอาจารย์อย่างตั้งใจ
“นี่ฝันอีกแล้วหรือ หลายครั้งติดแล้วนะ ทำไมถึงฝันได้ต่อเนื่องเป็เื่เป็ราวแบบนี้” อินทิรากุมศีรษะตัวเองพลางรวบรวมสติ
“เธอพูดอะไรนะ” คะนิ้งขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย หลังได้ยินเพื่อนบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์
“เปล่า มะไม่มีอะไร” สีหน้าซีดราวกับไก่ต้มของอินทิรา ทำให้คะนิ้งเพ่งมองอย่างเชื่อไม่เต็มร้อยนัก ก่อนจะหันไปสนใจอาจารย์ที่กำลังสอน
เส้นผมสีดำสนิทไหลเลื้อยมาจากด้านหลังของอินทิรา เริ่มจากพันขาเก้าอี้ค่อยๆ คืบคลานมายังแผ่นหลังแล้วรัดไปที่ต้นคอช้าๆ อินทิรานั่งนิ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะที่ไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ เธอเหลือบตามองเส้นผมที่กำลังพันรอบคอของตัวเองด้วยความกลัวสุดขีด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน” หญิงสาวนึกในใจด้วยความกลัว พลางฝืนขยับร่างกายหากแต่ไม่สามารถสู้แรงปริศนาที่กดเธอไว้ได้ เหงื่อไหลแซมออกมาตามไรผม ดวงตากลอกกลิ้งด้วยความกลัวพลันได้ยินเสียงลอยลอดเข้ามา
“กูจักไม่ยอมให้มึงเอาหัวใจคุณพี่ไปจากกู อีกลิ่นทิพย์” เสียงแหบแห้ง แสบแก้วหูพูดสวนกลับมาเสมือนกำลังตอบโต้กันอยู่
“เธอเป็ใคร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“กูรอคอยมึงมาร้อยกว่าปี กูเ็ป กูทรมาน เหตุใดกูจึงมิได้เกิดเฉกเช่นมึง เหตุใดเป็มึงที่จักได้ครองคู่กับคุณพี่อีกครา” เสียงครวญครางอันน่าสยดสยองดังก้องอยู่ในหู อินทิรายังคงมองก้อนผมที่ไหลพันรอบคอ ก่อนจะหลับตาแล้วพยายามใช้กำลังดิ้นออกจากภวังค์ลึกลับนั้น
“คุณพี่สาบานรักกับกูหาใช่มึง กูจักทำทุกทางให้มึงอยู่ไม่เป็สุข อีกลิ่นทิพย์” เสียงครวญครางกลายเป็วางอำนาจข่มขู่อย่างน่ากลัว เพียงเสี้ยววินาทีทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ อินทิราหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะมองรอบๆ เพื่อนนักศีกษาทุกคนยังคงนั่งฟังอาจารย์ตามปกติรวมถึงคะนิ้งด้วยเช่นเดียวกัน
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อินทิรารู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ก่อนจะมองรอบๆ อีกครั้งว่าเธอไม่ได้ฝันไป
คเชนทร์นั่งมองบางสิ่งบางอย่างในมือ เขานั่งพลิกมันอยู่สองสามนาที ก่อนจะยื่นคืนให้กับอาจารย์กฤษณา
“มันคืออะไรหรือครับป้า สวยดีนะครับเหมือนสร้อยข้อมือ”
“ปะวะหล่ำ มันคือเครื่องประดับอย่างหนึ่ง สมัยก่อนนางรำมักจะใช้กัน เส้นนี้ป้าก็ได้มาจากคุณปู่ของหลานนั่นแหละ” กฤษณาเก็บมันวางไว้บนกล่องสีแดงอย่างดี ก่อนจะหันมองหลานชายด้วยความเป็ห่วง
