เดิมทีบริษัทอินฟู๋เถี้ยวต้งที่เขาเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ เตรียมพัฒนาแอปโต่วอินเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่
แต่เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าใน่สุดท้ายของการพัฒนา จะพบว่าบนโลกออนไลน์ดันมีแอปที่มีชื่อเหมือนกับที่เขาตั้งเป้าไว้เป๊ะๆ ปรากฏขึ้น
อีกทั้งฟังก์ชันต่างๆ แทบจะเหมือนกันกับที่เขาวางแผนไว้ทุกประการ
ยิ่งไปกว่านั้น ฟีเจอร์ยังครบครันและดูล้ำสมัยกว่าอีกด้วย
แล้วเขาจะไปต่อยังไงไหว?
ความพยายามของทีมงานที่ทุ่มเทมาอย่างยาวนานจึงต้องสูญเปล่าไป
เบื้องหน้าเขามีเพียงทางแยกสองเส้นทาง คือบริษัทอินฟู๋เถี้ยวต้งเข้าซื้อกิจการบริษัทหลงอ้าวเถี้ยวต้ง หรือ บริษัทหลงอ้าวเถี้ยวต้งเข้าซื้อกิจการบริษัทอินฟู๋เถี้ยวต้ง
น่าเสียดายที่ทางบริษัทอินฟู๋เถี้ยวต้งเป็เพียงบริษัทขนาดเล็ก ทางเลือกเดียวที่เหลือจึงเป็การติดต่อให้อีกฝ่ายมารับกิจการต่อไป
ด้วยเหตุนี้ จางจิงเหรินจึงขอความช่วยเหลือจากชิวเอ๋อหม่าผ่านช่องทางมากมายเพื่อขอช่องทางการติดต่อกับเฉินเฟิง
"อ้อ ใช่ คุณน่าจะรู้จักซูฮวาใช่ไหม ผมรู้ว่าเขากำลังพัฒนาแอปไคว่โฉ่วอยู่ คุณช่วยเชิญเขามาร่วมงานกับบริษัทหลงอ้าวเถี้ยวต้งของผมด้วยได้หรือเปล่า เร็วๆ นี้แอปไคว่โฉ่วที่ผมกำลังพัฒนาก็ใกล้เปิดตัวแล้วเช่นกัน แล้วทางผมก็จะเปิดตัวก่อนเขาด้วย"
เฉินเฟิงไม่อยากเสียเวลาตามหาตัวซูฮวาด้วยตัวเอง เขาจึงไหว้วานให้จางจิงเหรินช่วยเจรจากับบริษัทไคว่โฉ่วของซูฮวาด้วยเลย
หลังจากสั่งการเสร็จ เฉินเฟิงก็วางสายไป คำพูดของเขานั้นทำให้จางจิงเหรินอึ้งกิมกี่ไปเลย
สำหรับการที่แอปวิดีโอสั้นแค่แอปเดียวดันมีอะไรหลายอย่างตรงกัน หรือการที่เปิดตัวก่อนก็ถือว่าเป็เื่ที่จางจิงเหรินพอทำความเข้าใจได้
แต่ความรู้สึกที่เฉินเฟิงให้กับจางจิงเหรินนั้นราวกับว่าเฉินเฟิงคือผู้หยั่งรู้อนาคต
เหมือนกับว่าเฉินเฟิงรู้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าจางจิงเหรินกับซูฮวาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จะแยกกันพัฒนาแอปวิดีโอสั้นอย่างโต่วอินกับไคว่โฉ่ว ทั้งยังรู้อีกด้วยว่าอนาคตแอปเหล่านี้จะดังเป็พลุแตก
จึงวางแผนเปิดตัวแอปก่อนใคร!
"เขาเป็เทพเ้าหรือัวิเศษกลับชาติมาเกิดหรือไง?"
จางจิงเหรินกำลังนั่งมองยอดดาวน์โหลดของแอปโต่วอินในสโตร์ที่ทะลุห้าร้อยห้าสิบล้านไปแล้ว เขาอุทานกับตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
"เหมือนกับเจรจาธุรกิจอะไรสักอย่างใหญ่ๆ สำเร็จเลยนะ ทั้งๆ ที่กำลังขับรถอยู่แท้ๆ"
ไช่เฟินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับจ้องมองเฉินเฟิงที่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับสามารถเทคโอเวอร์บริษัทเทคโนโลยีบริษัทหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
"ถ้าคุณก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ทรัพยากรและเส้นสายนับไม่ถ้วนจะไหลมาหาคุณเอง"
เฉินเฟิงตอบกลับอย่างสบายอารมณ์
หลังจากนั้นไม่นาน รถสปอร์ตก็หยุดลงตรงหน้าวิลลา
"นี่คือบ้านที่คุณอยู่ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเหรอ?"
หลิ่วเหยียนเห็นวิลลาสุดหรูหราอู้ฟู่จนอดไม่ได้ที่เธอจะอุทานด้วยความใ
เธอเข้าใจมาตลอดว่าหลังจากเฉินเฟิงถูกแช่แข็งและเธอแยกทางกับแธอแล้ว ชีวิตของเขาคงยากลำบากมาก
แต่ที่ไหนได้ เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะอาศัยอยู่ในวิลลาสุดหรูราคาหลายร้อยล้านเช่นนี้
อาจเป็ไปได้ว่าแจ็คหม่าเป็ผู้ซื้อให้เขา
"จำเป็ต่อการทำงานน่ะ แล้วแจ็คหม่าเขาก็มีเงินเหลือๆ อยู่แล้วด้วย"
เฉินเฟิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ทั้งหลิ่วเหยียนและไช่เฟินต่างต้องตกตะลึงอีกครั้งกับการตกแต่งภายในหลังจากเข้ามาในวิลลา
"อย่าดูคนแค่ภายนอก แจ็คหม่าเป็คนแต่งตัวเรียบๆ ก็จริง แต่จริงๆ แล้วเขาแต่งบ้านแบบราคาแพงหูฉี่สุดๆ นี่แหละนิสัยคนรวย ชอบแสดงออกผ่านเสื้อผ้านาฬิกา ป่าวประกาศบอกคนทั้งโลกว่าฉันรวยแต่ประหยัดนะ ้าให้คนอื่นประหยัดเหมือนที่ตนแสดงออก
แท้จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเศรษฐีเซียงเจียงที่ซื้อครึ่งอังกฤษ ปกติก็ใส่แค่โรเล็กซ์ราคาสามร้อยหยวน แต่ที่บ้านมีนาฬิกาอันละหลายล้านสะสมไว้เป็สิบอัน
การตกแต่งที่นี่ไม่ใช่ฝีมือผมนะ เป็แจ็คหม่านั่นแหละ เขาพูดแค่คำเดียวว่าเอาให้หรูหราที่สุด ผมทุ่มเทให้กับวิถีนักสู้ มีห้องอัดเพลง ห้องซ้อมเต้น ห้องฝึกศิลปะการป้องกันตัว ห้องดนตรี และห้องนอน ทั้งหมดห้าห้องก็พอแล้ว"
เฉินเฟิงมองไช่เฟินกับหลิ่วเหยียนที่กำลังตกตะลึงกับการตกแต่งภายในและอธิบายเหมือนกำลังบ่น แต่น้ำเสียงฟังดูเหมือนกำลังโอ้อวดเสียมากกว่า
"อ่าๆ หยุดอวดได้แล้ว พาพวกเราไปเลือกห้องคนละห้องได้แล้ว!"
หลิ่วเหยียนพูดอย่างเหนื่อยหน่าย เพิ่งผ่านศึกหนักมาหยกๆ เธอจึงรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากอาบน้ำเป็ธรรมดา
"ไม่มีเสื้อผ้าผู้หญิงให้ยืมใส่นะ เอาเสื้อเชิ้ตผมไปใส่ก่อนแล้วกัน"
เฉินเฟิงเห็นว่าหลิ่วเหยียนอยากอาบน้ำแล้ว เขาจึงเตรียมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของตัวเองไว้ให้
หลิ่วเหยียนดีใจมาก รีบจับจองห้องติดกับห้องนอนหลักของเฉินเฟิงโดยเร็ว
ในขณะเดียวกัน เฉินเฟิงพาไช่เฟินเดินดูห้องต่างๆ ภายในวิลลา
อย่างไรเสีย เธอถือว่าเป็นางเอกตัวจริง
ไช่เฟินกับหลิ่วเหยียน คนหนึ่งถูกเฉินเฟิงบอกเลิก อีกคนหนึ่งเป็ฝ่ายบอกเลิกเฉินเฟิง
คนหนึ่งอายุมากกว่ากำลังโด่งดัง อีกคนอายุน้อยกว่ากำลังตกต่ำ
คนหนึ่งเป็รักแรกพบ คนหนึ่งเป็แฟนเก่า
ด้วยเหตุนี้ไช่เฟินจึงเป็อัครมเหสีแห่งตำหนักบูรพา ส่วนหลิ่วเหยียนเป็เพียงพระสนมตำหนักประจิม
ในที่สุด เฉินเฟิงก็พาไช่เฟิน ราชินีแห่งเสียงเพลงมาที่ห้องอัดเพลงส่วนตัว และเริ่มเตรียมการให้เธออัดเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘The Thousand Faces of Dunjia’ ชื่อเพลงว่า ‘เต๋า (วิถีทาง)’
เพลงนี้เป็เพลงผู้หญิง ตอนนี้เฉินเฟิงมีร่างกายศักดิ์สิทธิ์า เสียงจึงกลับมาเป็เสียงผู้ชายเหมือนเดิม
ดังนั้น เฉินเฟิงจึงไม่อยากร้องเพลงผู้หญิงอีกแล้ว
ส่วนเื่อัลบั้มเพลงผู้หญิงที่เขาร้องไปแล้วสองเพลง อีกแปดเพลงที่เหลือเขาเตรียมให้ไช่เฟินรับ่ต่อ
เฉินเฟิงแค่้าชื่อเสียงในฐานะผู้ทำเพลง ทำนอง เรียบเรียง อัดเสียง ประสานเสียง เล่นดนตรี และโปรดิวเซอร์ก็เพียงพอแล้ว
หลังจากที่ไช่เฟินฟังเฉินเฟิงร้องเพลง ‘เต๋า’ ด้วยเสียงเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้วเธอก็รู้สึกชอบเพลงนี้พอดี เธอจึงเต็มใจร้องเพลงนี้เป็อย่างมาก
การร้องแบบอะแคปเปลลา [1] เป็วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงทักษะการร้องเพลง ไช่เฟินตระหนักได้ว่า เฉินเฟิงสูญเสียเสียงของเขาไปเป็เวลาสิบสองปีเต็ม
แต่ทักษะการร้องเพลงของเขายังคงดีกว่านักร้องมากความสามารถอย่างเธอผู้ไต่ลำดับขึ้นมาเป็ราชินีเสียงเพลง เธอเลยถามเขาเพราะความสงสัย
"ทำไมคุณไม่ร้องเอง เสียงคุณไพเราะน่าฟังมากนะ เนื้อเพลงกับท่วงทำนองเองก็น่าสนใจมาก"
เฉินเฟิงตอบยิ้มๆ
"ผมเป็ปรมาจารย์นักสู้ เป็ลูกผู้ชายเต็มตัว เสียงผู้ชายของผมก็หายเป็ปกติแล้ว ผมเลยไม่อยากร้องเพลงผู้หญิงให้คนอื่นฟังอีกต่อแล้วน่ะ อีกอย่าง ผมยังมีคุณอยู่ไม่ใช่เหรอ จากนี้ไปผมจะครองชาร์ตเพลงผู้ชาย ส่วนคุณครองชาร์ตเพลงผู้หญิง ผมรับรองว่าตำแหน่งราชินีเพลงของคุณจะไม่มีวันตกต่ำ"
เฉินเฟิงหยอดคำหวานได้อย่างแเี แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
"มีเธออยู่ด้วยช่างดีจริงๆ!"
ไช่เฟินยิ้มอย่างสดใส รอยยิ้มของเธองดงามดั่งหมู่มวลผกา
หลังจากนั้น ไช่เฟินสวมใส่อุปกรณ์บันทึกเสียงอย่างมืออาชีพ เพื่อเริ่มบันทึกเพลงประกอบภาพยนตร์ออนไลน์ ‘The Thousand Faces of Dunjia’ ชื่อเพลง ‘เต๋า’ ในห้องอัดเสียงส่วนตัวของเธอซึ่งไม่ด้อยกว่าห้องอัดเสียงสตูดิโอใหญ่ๆ ภายนอกเลย
"เต๋า เต๋า เต๋า เข้าถึงเต๋า้าพร์
แต่ข้ายังเดินบนเส้นทางนี้ได้เพียงไม่กี่ก้าว
รองเท้าผ้าที่สวมใส่นั้น เย็บแล้วเย็บอีก
ยังไม่เคยท่องโลกอันกว้างใหญ่
เต๋า เต๋า เต๋า เป็อาจารย์ข้าทีเถอะ
บางทีข้าอาจเป็ศิษย์ที่ดี
ได้ยินว่าผู้วิเศษมักสวมชุดสีขาว
เหตุใดถึงต้องเป็ชายชรา
บางทีการเข้าถึงเต๋าคง้าความมุมานะ
ว่างก็ไหว้พระ นั่งสมาธิ ยามว่างก็วาดอักขระ
แต่ข้าจำบทสวดมนต์ไม่ได้
ข้าคงต้องถามอาจารย์
ท่านบอกว่าวิชาลับที่ใช้นั้นแปลกประหลาด
หลอมรวมพลังลมปราณ ควบคุมกระดูกแห่งวิถี
การซ่อนเร้นหยิน เปิดเผยหยาง จำต้องรู้แจ้ง
เ้าต้องอดทน
乾(เฉียน) 震(เจิ้น) 坎(ค่าน) 艮(เกิ่น) 坤(คุน) 巽(สวิน) 离(หลี่) 兑(ตุ้ย) [2]
ดินกำเนิดทอง ทองกำเนิดไฟ
ฝึกฝนฤดูหนาวสามเก้า ฤดูร้อนสามเที่ยง
จงดูพลังอันแท้จริงของข้า
พลังอันเที่ยงแท้ของข้า
เต๋า เต๋า เต๋า เข้าถึงเต๋าอาศัยพร์
แต่ข้ายังเดินบนเส้นทางนี้ได้เพียงไม่กี่ก้าว
รองเท้าผ้าที่สวมใส่นั้น เย็บแล้วเย็บอีก
แต่ก็ยังไม่เคยผ่านโลกอันกว้างใหญ่
เต๋า เต๋า เต๋า รีบส่งอาจารย์มาให้ข้าทีเถอะ
บางทีข้าอาจเป็ลูกศิษย์ที่ดี
ได้ยินว่าผู้วิเศษมักสวมชุดสีขาว
เหตุใดถึงต้องเป็ชายชรา..."
ไช่เฟินสามารถบันทึกเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบหลังจากฝึกร้องเพียงไม่กี่รอบ
ส่วนที่เหลือเป็งานของเฉินเฟิง ไช่เฟินเคยอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการเรียบเรียงและโปรดิวซ์เพลงจากเฉินเฟิง แต่เขาไม่ยอมสอนให้
เขาเพียงแต่บอกเธอว่างานหนักแบบนี้ปล่อยให้ผู้ชายกับมืออาชีพจัดการดีกว่า
เธอแค่ตั้งใจใช้เสียงขับร้องให้ไพเราะก็พอ
แต่ปัจจุบันไช่เฟินอายุสามสิบสี่ปี คงถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว
การเรียนรู้ทักษะด้านดนตรีเพิ่มเติมจะช่วยให้เธอยืนหยัดในตำแหน่งราชินีเสียงเพลงได้อย่างมั่นคงต่อไป
เฉินเฟิงจึงเริ่มสอนไช่เฟินทุกอย่างที่เกี่ยวกับการผลิตเพลง ยกเว้นการร้อง
แต่ก่อนเฉินเฟิงทำคนเดียวทั้งหมด แต่ตอนนี้มีแฟนสาวที่รักใคร่กลมเกลียวมาช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นเท่าตัว
สองชั่วโมงต่อมา เฉินเฟิงเดินนำไช่เฟินที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมายออกจากห้องอัดเสียง
ในขณะที่หลิ่วเหยียนซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเฉินเฟิง เผยให้เห็นขาเรียวรออยู่ด้านนอกนั้น กำลังยุ่งกับขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมมื้อเย็น
"นานขนาดนี้คงไม่ใช่ไปทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในห้องอัดเสียงนะ เหมือนเคยได้ยินว่าเฉินเฟิงคนเดียวใช้เวลาบันทึกเพลงหนึ่งเพลงแค่ชั่วโมงเดียวเองหนิ"
หลังจากจัดวางชามข้าวเสร็จหลิ่วเหยียนก็เริ่มส่งเสียงหยอกล้อ
"บ้า ไม่มีทาง คิดว่าฉันจะใจร้อนเหมือนเธอเหรอ มีบ้านอยู่แท้ๆ ยังอุตส่าห์ทำที่โรงแรม!"
ไช่เฟินโต้กลับ
"ฮี่ๆ...บ้านที่ดีต้องมีสตรีอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะสตรีสองคน ถ้ามีลูกสักทีมฟุตบอลคงดีไม่น้อย!"
เฉินเฟิงวัยสามสิบสาม ตลอดชีวิตมุ่งมั่นขัดเกลาฝีมือตลอดสิบปี ตอนนี้ถูกหลิ่วเหยียน ‘ทลายกำแพง [3]’ ที่โรงแรม ทำให้เขาเองก็อยากมีลูกหลานมากมายเช่นกัน
"ได้สิ! ตอนนี้รัฐบาลอนุญาตให้มีลูกสามคน งั้นเราก็มีลูกกับคุณคนละสามไปเลย!"
ไช่เฟินประกาศออกมาตรงๆ อย่างไม่ลังเล
นี่คือการแสดงออกถึงความรักที่แท้จริง ไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย
คนแบบนี้คู่ควรกับการถูกทุ่มเทใจให้
ไม่เช่นนั้น ภายในวงการบันเทิงที่มีแต่กิเลสตัณหา จะมีดาราสาวสวยสักกี่คนที่กล้ายืนยันว่าไม่เคยชายตามองผู้ชายคนไหนเลย
แต่ไช่เฟินกับหลิ่วเหยียนทำได้ แม้จะถูกกลั่นแกล้งก็ตาม
"น่าจะลำบากสักหน่อย สภาพร่างกายผมตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร อาจจะทำให้พวกเธอตั้งครรภ์ยาก!"
เฉินเฟิงนึกถึงคุณสมบัติของกายา ทำให้เขารู้สึกกังวลใจ
"ร่างกายคุณเปลี่ยนยังไง?"
ทั้งคู่ถามพร้อมกันด้วยความสงสัย
"พวกคุณเคยอ่านนิยายเื่อำพราง์ที่ผมเขียนไหม?"
เฉินเฟิงไม่ได้อธิบายโดยตรง แต่ตอบด้วยคำถาม
"ฉันเคยอ่านแล้ว สนุกมาก อ่านจนถึงตอนจบ 'สุสานจักรพรรดิปีศาจ' แล้ว"
หลิ่วเหยียนและไช่เฟินมองหน้าแล้วตอบทั้งรอยยิ้ม
"ร่างกายของผมเปลี่ยนแปลงเป็ร่างาแบบตัวเอกเฉินเฟิงในนิยายนั่นแหละ เสียงผมถึงหายดีไม่ต้องพูดอึกอักและก็ไม่ใช่เสียงผู้หญิงแล้ว แต่เป็เสียงผู้ชายแบบดั้งเดิมของผม"
เฉินเฟิงไม่คิดจะปิดบังเื่ทั้งหมดกับผู้หญิงสองคนที่เขาจะใช้ชีวิตด้วยต่อจากนี้
"อะไรนะ? ร่างกายคุณเปลี่ยนเป็ร่างกายศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่น ไม่ใช่ว่ามันเก่งมากเหรอ? แค่ผ่านด่านฝึกตนยากขึ้นนี่นา ถึงคุณจะเป็ปรมาจารย์ศิลปะการป้องกันตัว แต่คุณไม่ใช่เซียนฝึกตนนะ หรือว่าร่างกายแบบนั้นทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ยาก?"
หลิ่วเหยียนใน่พักงานจากวงการ เธอกลายเป็คนบ้าอ่านนิยายออนไลน์เพื่อผ่อนคลายจิตใจ เธอเลยเข้าใจเื่ราวเกี่ยวกับการฝึกตนดี
"พูดตามตรงเลยนะ ถ้าผมเขียนนิยายอำพราง์จบภายในครึ่งปีและได้ค่าลิขสิทธิ์สองร้อยล้าน ผมอาจเริ่มฝึก 'คัมภีร์เต๋า' ซึ่งถือเป็คัมภีร์ที่ทรงอำนาจที่สุดในอำพราง์ หลังจากนั้นผู้ชายของพวกเธอคนนี้ อาจก้าวจากปรมาจารย์ศิลปะการป้องกันตัวสู่เส้นทางการฝึกตนบรรลุเซียนอย่างแท้จริงก็ได้"
เฉินเฟิงรู้สึกว่ายังไงก็ต้องบอกสองสาวไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นอีกครึ่งปีหากเขาเอาคัมภีร์เต๋าออกมาให้สองสาวฝึกด้วย คงกลายเป็เื่ตลกสำหรับพวกเธอ
"ฮืม คุณเขียนนิยายสมจริงมาก ให้ความรู้สึกเหมือนมีโลกเซียนอยู่ในหมู่ดาวเป๋ยโต่วจริงเลย พวกเราก็อยากไป คิดดูสิตอนเรามีอะไรกันเราก็ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว สักวันหนึ่งพวกเราอาจตั้งครรภ์สำเร็จ!"
ไช่เฟินยิ้มอย่างเขินอาย คิดไปถึงเื่น่าอายที่เธอวางแผนจะทำหลังรับประทานมื้อเย็นเสร็จ
หลิ่วเหยียนมีคืนฮันนีมูนกับเฉินเฟิงที่โรงแรมไปแล้ว คืนนี้เฉินเฟิงจะเป็ของไช่เฟินเพียงคนเดียว
"ฮี่ๆ... กินข้าว กินข้าว พวกเรามาลิ้มลองฝีมือทำกับข้าวของราชินีนักแสดงอย่างหลิ่วเหยียนกันดีกว่า"
เฉินเฟิงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ รีบหยิบชามข้าวขึ้นกิน
ทันใดนั้น เฉินเฟิงััได้ถึงผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูบ้าน
ไม่นานนักเธอก็กดกริ่ง!
"จางอวี้ฉี... เธอมาทำไม?"
เฉินเฟิงพยายามคาดเดาคำตอบภายในใจ แต่ก็ยังรู้สึกประหลาดใจมากอยู่ดี
เชิงอรรถ
[1] การร้องแบบอะแคปเปลลา (Acappella) หมายถึงการร้องโดยปราศจากเครื่องดนตรีประกอบ
[2] ตัวอักษรเหล่านี้คือสัญลักษณ์ปากั้ว เป็สัญลักษณ์โบราณที่ใช้สำหรับการทำนายดวงชะตา มีความเกี่ยวข้องกับศาสตร์ปรัชญาและศาสตร์ฮวงจุ้ย ตัวอักษรต่างๆ จะแทนแต่ละอย่างในธรรมชาติ
乾 (เฉียน ท้องฟ้า) 震 (เจิ้น สายฟ้า) 坎 (ค่าน สายน้ำ) 艮 (เกิ่น ูเา)
坤 (คุน แผ่นดิน) 巽 (สวิน สายลม) 离 (หลี่ ไฟ) 兑 (ตุ้ย ลำธาร)
[3] ทลายกำแพง เป็ศัพท์สแลง เริ่มต้นจากวงการเกม ตอนนี้ถูกใช้เพื่อสื่อในเื่ที่บุคคลคนหนึ่งทนกับอะไรสักอย่างนานๆ จนตบะแตก
