ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยก้าวเท้าออกไปนั้น ผนังด้านขวาก็ขยับเคลื่อนไหวโดยปราศจากวี่แววล่วงหน้า จากนั้นปรากฏเงาแส้สีเทาสะบัดฟาดออก ส่วนปลายของแส้กลับแหลมคมส่งประกายเย็นเยียบพุ่งวาบเข้าใส่ศีรษะของไป๋หยุนเฟย!
“ฮ่า ฮ่า! เป็ดังที่คาดไว้จริงๆ!”
แทนที่ไป๋หยุนเฟยจะแตกตื่นแต่กลับแสดงท่าทียินดี เมื่อมีอันตรายเช่นนี้ก็แสดงว่าถ้ำแห่งนี้มีของล้ำค่าอยู่จริงๆ!
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะลิงโลดกับสิ่งที่ได้พบโดยไม่คาดหมาย แต่ที่จริงขณะเข้าใกล้ถ้ำไป๋หยุนเฟยก็ระมัดระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว เนื่องเพราะถ้ำแห่งนี้เป็‘สถานที่ลึกลับ’ซึ่งอาจมีสมบัติล้ำค่าซุกซ่อนอยู่ ย่อมเป็ไปไม่ได้ที่ผู้คนจะเข้าใกล้ได้โดยปราศจากอันตราย
เ้าเห็นหรือไม่ว่าเกิดเื่ขึ้นแล้ว
แม้จะถูกโจมตีอย่างกะทันหัน แต่ในพริบตาสุดท้ายไป๋หยุนเฟยก็ยังคงเร็วกว่าไปครึ่งก้าว แส้ยาวนี้เฉียดผ่านท้ายทอยมันไปก่อนจะฟาดใส่พื้นเสียงดัง‘ปัง’จนเศษหินแตกกระจาย จากนั้นได้ยินเสียงร้องจากด้านขวา ไป๋หยุนเฟยจึงเคลื่อนเฉียงไปด้านซ้าย มันไม่กล้าเข้าใกล้ผนังหินจึงหยุดอยู่ห่างออกไปสองเชียะก่อนจะหันกลับไปมองยังทิศที่ต้นทางของการจู่โจม
“อสูริญญา!”
เมื่อได้เห็นผู้ที่จู่โจมใส่ ไป๋หยุนเฟยก็อดอุทานออกมาไม่ได้ ที่แท้ก็เป็อสูริญญาแมงป่องั์สีดำตัวหนึ่งซึ่งยามนี้ยืนปิดปากทางเข้าถ้ำอยู่ ลำตัวของมันยาววาเศษ มีขาเป็ข้อปล้อง หางของมันยาวเหยียดจนแทบถึงเพดานถ้ำ เป็หางนี้เองที่เพิ่งจู่โจมใส่ไป๋หยุนเฟยเมื่อครู่ ก้ามั์ทั้งสองข้างยามเสียดสีกับส่วนหัวก็บังเกิดประกายไฟพร้อมกับส่งเสียง ‘เปรี๊ยะเปรี๊ยะ’ ออกมา และบนหัวของมันเป็ตาสามดวงขนาดเท่าไข่นกซึ่งจ้องมองมายังไป๋หยุนเฟยด้วยแววตาดุร้ายหมายชีวิต
“ระดับห้า... ระดับห้าขั้นต้น” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วแแ่เมื่อััได้ว่าพลังิญญาของแมงป่องั์มีระดับใกล้เคียงกับวิหคสายฟ้า ถึงกับเป็อสูริญญาระดับห้าขั้นต้น!
“สถานที่แห่งนี้มีอสูริญญาอยู่จริงๆ มิหนำซ้ำยังเป็ถึงระดับห้า!” ไป๋หยุนเฟยลอบตื่นตระหนก มันเดินทางผ่านป่าเขามามากมาย ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยพบเจออสูริญญา แต่ที่ผ่านมาพวกมันเป็เพียงอสูริญญาตัวน้อยที่ไม่ถึงระดับสาม คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะได้พบพานกับเ้าตัวมหึมาเช่นนี้ได้
“มีอสูริญญาระดับห้าคอยปกป้องรักษา... หรือจะเป็ของวิเศษล้ำค่าอันใด...” หลังจากไป๋หยุนเฟยคลายความตระหนกแล้ว มันก็เปลี่ยนเป็ตื่นเต้นยินดี เพราะของวิเศษทั้งหลายมักจะมีสัตว์ประหลาดคอยปกป้องอยู่ อาจจะเป็สัตว์ประหลาดซึ่งกำเนิดมาพร้อมกับของวิเศษหรือไม่ถูกดึงดูดมาในภายหลัง พวกมันหากไม่ใช่ซึมซับพลังจากของวิเศษจนเติบโตเข้มแข็งขึ้น ก็เป็พวกเฝ้ารอเวลาที่ของวิเศษจะมีพลังอันสมบูรณ์เพื่อกลืนกินเสริมความแข็งแกร่งของตน
อสูริญญาที่กลืนกินของวิเศษเพื่อเพิ่มพลังของตนมีอยู่นับไม่ถ้วน พวกมันแตกต่างจากมนุษย์ตรงที่มีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติ สิ่งที่หากมนุษย์รับประทานเข้าไปอาจเป็อันตรายถึงชีวิต แต่กับพวกมันแล้วกลับสามารถใช้เป็ยาบำรุงได้
หากสถานที่ใดมีอสูริญญาที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ ก็มีโอกาสสูงที่จะมีของวิเศษล้ำค่าอยู่ด้วย และอสูริญญาเ่าั้ก็มักจะหวงอาณาเขตและสมบัติของมันอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็สิ่งใดที่คิดจะเข้าใกล้จะถูกมันโจมตีใส่ทันที
ไป๋หยุนเฟยตื่นตัวเตรียมป้องกันอยู่ครู่หนึ่ง แต่หลังจากใช้ััิญญาสำรวจดูก็พบว่ามีอสูริญญาอยู่เพียงตัวเดียว มันจึงคลายความตื่นตัวลง ขณะมองไปยังแมงป่องั์ที่อดทนรอจังหวะจู่โจมใส่ก็รวมนิ้วกำหมัดพร้อมกับกล่าวด้วยความตื่นเต้น “ระดับห้าขั้นต้น ก็เทียบได้กับบรรพิญญาระดับต้น ฮ่า ฮ่า นับว่าประจวบเหมาะ ขอใช้เ้าเป็เป้าทดสอบพลังของข้าก็แล้วกัน!”
“กรี๊ด!!”
แมงป่องั์กรีดร้องขึ้นราวกับมองออกถึงพลังของไป๋หยุนเฟย หลังจากที่มันพบว่าผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตอ่อนแอกว่าตน ก็เริ่มจู่โจมใส่อย่างดุดันอำมหิต
ก้ามทั้งสองของมันแทงตรงใส่พื้น แต่กลับไม่ได้มุ่งเป้าใส่ไป๋หยุนเฟย มันปักก้ามลงใส่พื้นเพื่อเป็จุดค้ำยันก่อนจะโน้มตัวลงด้านหน้า ก่อนจะเหยียดหางหยาบใหญ่พุ่งเข้าหาไป๋หยุนเฟยราวปลายทวนทะลวงใส่
ภายในถ้ำไม่กว้างใหญ่มีพื้นที่ไม่พอให้หลบหลีกพ้นระยะ ไป๋หยุนเฟยหรี่ตาลงพร้อมกับเพ่งสายตาจับจ้องไปที่ปลายหางของมัน จากนั้นอาศัยท่าเท้าพร่าเลือนขยับร่างซ้ายขวาจนเกิดเป็ภาพมายา หางแมงป่องโหมจู่โจมอย่างต่อเนื่องฉับไวนับสิบครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงทะลวงใส่ภาพติดตาไม่อาจทำร้ายไป๋หยุนเฟยได้แม้แต่น้อย
ไป๋หยุนเฟยหลบหลีกการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับมองหาโอกาสที่จะโต้กลับ หลังจากที่หางแมงป่องแทงเฉียดใบหูไปอีกครั้ง จู่ๆก็ได้ยินเสียงสั่นดังแ่เบาพร้อมกับที่หางแมงป่องั์เหยียดออกอีกครั้ง จากนั้นปลายหางมันสั่นระริกก่อนจะวกอ้อมฉกเหล็กในอันแหลมคมใส่หลังหมายทะลวงหัวใจของไป๋หยุนเฟย
ในห้วงอันคับขันระหว่างถูกจู่โจมจากด้านหลัง ไป๋หยุนเฟยก็ยกแขนขวาขึ้นเพื่อปิดป้องปลายหาง ขณะเดียวกันก็ถีบเท้าโยกตัวหลบไปด้านซ้าย เหล็กในแมงป่องั์จึงแทงใส่ที่ข้างเอวก่อนจะกรีดเสื้อผ้าขาดออกพร้อมกับประกายไฟแลบแปลบ บนเกราะิญญาไหมทองก็บังเกิดรอยกรีดยาวเหยียดขึ้นอีกรอย
หวาดเสียวนัก! ไป๋หยุนเฟยลอบกล่าวกับตนเอง ขณะเดียวกันก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้าประชิด แต่กระนั้นยามที่ก้าวเท้าเข้าไปนั้นจู่ๆก็ััได้ถึงอันตรายที่แผ่เข้าหา ไป๋หยุนเฟยหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ลังเลที่จะรั้งกระบวนท่าจู่โจมพร้อมกับล่าถอยออกมาตั้งหลักอย่างว่องไว
“กรี๊ด!!”
แมงป่องั์กรีดร้องขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันก้ามทั้งสองข้างที่ปักอยู่กับพื้นเปล่งแสงสีเหลืองออกมาพร้อมกับพุ่งลงสู่พื้นดิน แทบจะเวลาเดียวกันใต้ฝ่าเท้าไป๋หยุนเฟยบังเกิดแรงะเืแล้วแท่งดินอันแหลมคมก็พุ่งขึ้นจากพื้น หากไป๋หยุนเฟยมีปฏิกิริยาชักช้าไปเพียงชั่ววูบ ไม่เพียงแต่สองเท้าจะถูกตรึงกับพื้นเท่านั้น แม้แต่ก้นของมันก็คงต้องถูกทะลวงเป็รูโหว่ไปแล้ว
“มารดามันเถอะ ไฉนเ้าจึงอำมหิตปานนี้!”
ไป๋หยุนเฟยลูบอกเพื่อระงับอาการใจเต้นระทึกลง จากนั้นสะบัดมือขวาซัดมีดสั้นออกไปสามเล่มใส่ดวงตาทั้งสามของแมงป่องั์ ขณะเดียวกันร่างมันก็พุ่งตามติดอย่างกระชั้นชิด
แมงป่องั์ดึงก้ามทั้งสองขึ้นมาไขว้ปิดป้องส่วนหัวเอาไว้ มันป้องกันมีดบินไว้ได้อย่างปลอดโปร่งก่อนจะวาดก้ามขวาปัดใส่เท้าซ้ายของไป๋หยุนเฟย ขณะเดียวกันหางของมันก็แทงใส่ทรวงอกไป๋หยุนเฟยอีกครั้ง
ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายวูบ จากนั้นโน้มร่างลงอย่างกะทันหัน หางแมงป่องจึงเฉียดผ่านแผ่นหลังไป ขณะเดียวกันก็เตรียมรับมือต่อก้ามแมงป่องที่จู่โจมใส่เท้าซ้ายของตน ไป๋หยุนเฟยแทนที่จะหลบหลีกกลับยื่นแขนขวาต้านรับก้ามั์ของแมงป่องโดยซึ่งหน้า
ตาทั้งสามดวงของแมงป่องั์ฉายแววประหลาดใจราวกับดวงตาของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็คิดว่า เ้ามนุษย์ผู้นี้ช่างไม่รู้จักที่ตาย แขนเล็กบอบบางเพียงนี้กลับกล้าปะทะกับก้ามอันใหญ่โตของข้า ถ้าเช่นนั้นข้าจะฉีกร่างมันแล้วขยี้ให้กลายเป็ปุ๋ยเสียเลย
“เคร้ง...”
ก้ามั์และแขนปะทะกันจนเกิดเสียงดังบาดหู แมงป่องั์ถึงกับตกตะลึง --- แขนของศัตรูกลับยังสมบูรณ์ปราศจากอันตรายอันใด!
ขณะที่ดวงตาฉายแววเหลือเชื่อ ตัวของแมงป่องั์ก็เปล่งแสงสีเหลืองออกมา มันเพิ่มแรงบีบต่อแขนขวาของไป๋หยุนเฟยโดยอาศัยก้ามที่เบ่งพองขึ้น มันบีบแรงขึ้นและแน่นขึ้นทุกที
แต่ทว่า ปลอกแขนมีดเพลิงที่มีพลังป้องกันอันร้ายกาจ จะถูกทำลายได้โดยง่ายเช่นนี้หรือ?
แววตาไป๋หยุนเฟยฉายแววพึงพอใจ มันกำหมัดขวาแน่นขณะเดียวกันกล้ามเนื้อแขนขวาก็เบ่งพองขึ้น จากนั้นจึงก้าวเท้าขวาถีบพื้นโดยแรงจนจมพื้นลงไปหนึ่งนิ้ว ระหว่างที่ก้ามั์ยังคงบีบแน่นไป๋หยุนเฟยก็ดันตัวขึ้นสุดแรงอย่างรวดเร็ว
ร่างอันใหญ่โตของแมงป่องั์ก็พลิกหมุนไปชนกับผนังถ้ำด้านซ้ายในทันที!
“ปัง!!”
พร้อมกับเสียงดังสนั่นผนังถ้ำก็ถูกชนเป็หลุมขนาดใหญ่ ขณะที่หลังของแมงป่องจมติดอยู่กับผนังถ้ำก้ามที่บีบแขนของไป๋หยุนเฟยไว้ก็คลายออก ไป๋หยุนเฟยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยรีบพุ่งเข้าหาพร้อมกับกระแทกหมัดใส่ส่วนท้องที่ปราศจากเกราะป้องกันของแมงป่องั์อย่างหักโหม
“เปรี้ยง!”
“ฟู่!!”
กำปั้นจมลึกในตัวแมงป่องั์กว่าครึ่งพร้อมกับร่างของมันจมลึกเข้าไปในผนังยิ่งกว่าเดิม แต่ทันใดนั้นปากแมงป่องั์ก็เปิดออกก่อนจะพ่นของเหลวสีเขียวเข้มเข้าใส่ใบหน้าของไป๋หยุนเฟย!!
