นักพรตเฒ่ามีประพิมพ์ประพายสูงใหญ่ ดวงตาดุดันเฉียบคมประดุจดาบ ไม่ได้มีท่าทีโกรธเข็ดเขี้ยวคันฟัน แต่ก็สง่าผึ่งผายยิ่ง
ลู่เต้าปล่อยพลังจิตออกไปตรวจสอบ ก็เข้าใจทันทีว่าพลังฝึกตนของนักพรตเฒ่านั้นเหนือกว่าตนมาก ถึงแม้จะหลบการโจมตีได้หวุดหวิด แต่ก็มิกล้าประมาท มือขวากุมไม้สะกดมารแน่น เตรียมพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
“ท่านคือหูต้าเซียนหรือ” ลู่เต้าเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ใช่แล้ว ข้าเอง” นักพรตเฒ่าจ้องตอบลู่เต้าด้วยั์ตาแข็งกร้าว แล้วถามว่า “จินเลี่ยง ใครทำเ้าเป็เช่นนี้”
จินเลี่ยงที่นอนอยู่บนพื้นก็ร่วมมือเป็อย่างดี รีบส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป “โอ๊ย...ท่านอาจารย์ เป็คนจากสำนักพิษผู้นี้ที่ทำร้ายศิษย์จนเป็เช่นนี้! ท่านต้องแก้แค้นให้ศิษย์! โอ๊ยๆ...”
หูต้าเซียนแค่นเสียง “พลังฝึกตนของเ้าหนูนี่ด้อยกว่าเ้าแท้ๆ เ้ายังพ่ายแพ้ แล้วมีหน้ามาขอให้อาจารย์แก้แค้นให้เ้าอีกหรือ”
จินเลี่ยงหน้าแดงก่ำพูดไม่ออก ได้แต่อ้ำอึ้งบ่นว่าลู่เต้าใช้พิษ เขาถึงได้แพ้พ่ายเช่นนี้
หูต้าเซียนไม่สนใจว่าศิษย์กำลังเอ่ยวาจาอันใด มือขวากุมแส้ปัดรังควาน มือซ้ายยื่นออกไป ก่อนจะงอเป็รูปกรงเล็บเสือ พลังดูดอันทรงพลังแผ่ออกมาจากฝ่ามือ เขาดึงจินเลี่ยงขึ้นมาจากพื้น แล้วจับไหล่ยกขึ้น
เมื่อลู่เต้าเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าคล้ายกับวิชาลับที่จินเลี่ยงใช้ดูดเืก่อนหน้านี้มาก คงเป็วิชาเดียวกัน
ทันใดนั้นหูต้าเซียนก็ตวาดเสียงดัง พร้อมออกแรงที่มืออย่างรุนแรง พลังหมอกสีดำที่ปกคลุมทั่วร่างจินเลี่ยงก็ค่อยๆ รวมตัวกันที่ไหล่ แล้วเคลื่อนย้ายไปที่มือของหูต้าเซียน
เมื่อพิษค่อยๆ จางหายไป สีหน้าของจินเลี่ยงกลับมาเปล่งปลั่งขึ้น จากที่ใกล้ตายก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และหยัดยืนสองขาได้
หลังจากฟื้นตัวแล้ว จินเลี่ยงก็กล่าวด้วยความเคารพ “ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยชีวิต!”
“หึ!” หลังจากหูต้าเซียนปล่อยมือ พิษเจ็ดก้าวมรณาที่ดึงมาจากร่างศิษย์ก็ไหลเวียนไปทั่วร่างเขา มือทั้งข้างกล้ำเป็สีดำสนิทด้วยพิษ ทว่าเขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาควบคุมลมปราณ รีดพิษออกจากปลายนิ้ว แล้วสีผิวก็กลับมาเป็ดังเดิม
หูต้าเซียนยืนกอดอกแล้วเอ่ยถามเสียงดัง “ไม่ทราบว่าศิษย์สำนักพิษขึ้นมาบนูเาเซียนของข้า มีธุระอันใดหรือ”
เมื่อเห็นว่ากรงเล็บพิษที่ทรงอานุภาพกลับไม่ได้ผลกับหูต้าเซียน ลู่เต้าจึงรู้ชัดว่าตนเองมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดังนั้นจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบหันหลังวิ่งหนีทันที
จินเลี่ยงร้อนใจ “ท่านอาจารย์! อย่าปล่อยให้มันหนีไป!”
ร่างของหูต้าเซียนพุ่งไปราวกับเงาสีเหลือง แล้วมาปรากฏอยู่ตรงหน้าลู่เต้า เขาโบกแส้ปัดรังควานขวางทางเอาไว้ “จะหนีไปไหน!”
“หลีกไป!” ลู่เต้ายกไม้สะกดมารในมือขึ้นแทงไปข้างหน้า
“ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง!” หูต้าเซียนหัวเราะเยาะ แล้วกลับด้ามแส้ปัดรังควานที่ทำจากเหล็กกล้าเข้าต่อสู้
ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด ไม่อ่อนข้อให้กัน
ระหว่างนั้น หูต้าเซียนพบว่าไม้สะกดมารสีดำสนิทในมือลู่เต้านั้นดูคุ้นตาเป็อย่างยิ่ง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
ลู่เต้าฉวยโอกาสยกไม้สะกดมารขึ้นแทงออกไป การเคลื่อนไหวนี้ทั้งรวดเร็วและรุนแรง เมื่อหูต้าเซียนเห็นไม้สะกดมารสีดำพุ่งตรงมาที่หัวใจ ก็ยกด้ามเหล็กขึ้นมาหวังจะปัดป้อง
ใครจะรู้ว่าลู่เต้าเปลี่ยนกระบวนท่ากลางคัน หันไปโจมตีมือที่หูต้าเซียนใช้จับแส้ปัดรังควานแทน เดิมทีเขาตั้งใจจะปลดอาวุธคู่ต่อสู้ แล้วถือโอกาสหลบหนี ใครจะคิดว่าหูต้าเซียนกลับไม่ใส่ใจ โบกแส้ปัดรังควานเบาๆ ปล่อยให้เส้นไหมสีขาวพันรอบไม้สะกดมารเอาไว้
หูต้าเซียนใส่พลังิญญาเข้าไปในแส้ปัดรังควานแล้วดึงกลับมา ลู่เต้ารู้สึกถึงแรงมหาศาลที่ปลายไม้สะกดมารราวกับจะแย่งไม้ไปจากมือ เขาจึงกัดฟันต้านทานอย่างสุดกำลัง ฝ่ามือที่จับไม้สะกดมารเกือบจะฉีกขาดหลายครา
‘แย่แล้ว!’ ลู่เต้าร้องในใจด้วยความร้อนรน แต่ไม้สะกดมารก็ถูกแย่งชิงไปแล้ว
ทันทีที่ไม้สะกดมารสีดำหลุดมือก็กลายเป็ขลุ่ยสีเขียว สองตาของหูต้าเซียนเป็ประกาย มือซ้ายงอเป็กรงเล็บแล้วใช้พลังดูด ขลุ่ยสีเขียวที่ควรจะถูกเหวี่ยงออกไปกลับถูกดูดเข้ามาในมือ
หูต้าเซียนพลิกขลุ่ยสะกดมารในมือไปมาด้วยความยินดี “นี่ต้องเป็ของวิเศษแน่ๆ!”
ลู่เต้าร้องเสียงดัง “คืนข้ามา!”
หูต้าเซียนหาได้สนใจลู่เต้าไม่ เขาเอาแต่สนใจใคร่รู้ในขลุ่ยสะกดมาร ทำเอาลู่เต้าร้อนใจยิ่งนัก เขาจึงใช้กรงเล็บพิษทั้งสองข้างพุ่งเข้าไป หมายจะแย่งขลุ่ยสะกดมารซึ่งเป็สัญลักษณ์ของทายาทผู้นำวิถีอสูรกลับคืน
ลู่เต้าใช้สิบนิ้วเป็กรงเล็บ กวัดแกว่งโจมตีไม่หยุดหย่อน แต่หูต้าเซียนกลับไม่ใส่ใจ เขาใช้ฝีเท้าประหลาดหลบการโจมตีของลู่เต้าทั้งหมด แล้วยังมีเวลาถามอีกว่า “ของวิเศษชิ้นนี้ใช้เช่นไร”
“คืนให้ข้าก่อน แล้วข้าจะบอกท่าน!” ลู่เต้าใช้กรงเล็บจู่โจมไปที่ลำคอของอีกฝ่าย
หูต้าเซียนโบกแส้ปัดรังควานลงเบาๆ เส้นสีขาวฟาดลงบนกรงเล็บพิษของลู่เต้าอย่างแรงราวกับแส้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “วิธีที่จะทำให้เ้าพูด ข้ามีมากมาย! เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้น เ้าจะต้องเสียใจที่ตอนแรกไม่ยอมเชื่อฟังข้า!”
หลังจากถูกโจมตี แขนซ้ายของลู่เต้าก็ชาและปวดร้าวไปหมด ยามนี้แขนข้างหนึ่งของเขาไร้ความรู้สึกไปชั่วคราวแล้ว
กรงเล็บทั้งสองยังแพ้พ่าย แล้วแขนข้างเดียวจะต้านทานไหวได้อย่างไร
ในเวลานี้ ลู่เต้าไม่้าสิ่งใดอีกแล้ว เขาคิดเพียงอยากหลบหนีโดยเร็วที่สุด เมื่อลงจากเขาไปแล้วก็หาวิธีปลุกไป๋เสีย แผนต่อไปค่อยว่ากัน
จินเลี่ยงที่ยืนดูอยู่ด้านข้างเตือนอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์! เ้าหนูนี่พกโอสถวิเศษเอาไว้! มีสรรพคุณรักษาอาการาเ็ได้อย่างน่าอัศจรรย์!”
เมื่อหูต้าเซียนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งสนใจลู่เต้ามากไปอีก เขาตรองในใจว่าก่อนจะถามให้แน่ชัด หรือต้องห้ามปล่อยให้เ้าหนูนี่หนีรอดไปเด็ดขาด
ลู่เต้าถือโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังใคร่ครวญ รีบพุ่งตัวออกไป หมายจะหนีห่างจากสองอาจารย์ศิษย์คู่นี้ แต่หูต้าเซียนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาดึงเข็มทองคำยาวสามชุ่น[1]ออกมาหนีบไว้ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง จากนั้นก็ย่อตัวลง แล้วะโขึ้นไปบนอากาศ ซัดเข็มทองคำไปหาลู่เต้าที่กำลังวิ่งหนี แสงสีทองวาบหนึ่งพุ่งออกไปอย่างว่องไว
ลู่เต้าที่กำลังหลบหนีรู้สึกถึงแรงลมพัดมาจากด้านหลังศีรษะ เขารู้สึกถึงลางร้าย จึงรีบหลบไปทางขวา เข็มทองคำเฉียดผ่านแก้มซ้ายไป ห่างกันเพียงไม่กี่ชุ่นเท่านั้น เข็มเล่มนี้อันตรายยิ่งนัก หากถูกแทงเข้าที่หลังศีรษะ ผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดา
ลู่เต้าใจนเหงื่อไหลพราก เขาคิดว่าตัวเองรอดตายมาได้แล้ว ทว่าจินเลี่ยงกลับปรบมือด้วยเสียงแหลมเล็ก “เยี่ยม! เยี่ยม! จับมันได้แล้ว!”
เดิมทีลู่เต้าไม่เข้าใจความหมาย เพราะเห็นได้ชัดว่าเขาหลบเข็มเล่มนั้นได้แล้ว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมจินเลี่ยงถึงได้ส่งเสียงนั้น ทว่าเมื่อเขาพยายามจะวิ่งหนีต่อไป ก็พบว่าร่างกายขยับไม่ได้ ทั่วทั้งร่างขยับได้เพียงดวงตาเท่านั้น
“กะ...เกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายถึงไม่เชื่อฟังเล่า” ลู่เต้าพยายามขยับแขนขาอย่างสุดกำลัง แต่ก็ล้มเลิกไปในที่สุด
เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ถึงแม้จะรู้ว่าอาจารย์ศิษย์คู่นั้นกำลังเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ แต่ก็มิอาจต้านทานได้
จินเลี่ยงถือโอกาสที่ลู่เต้าไม่สามารถต้านทานได้เยื้องกรายเข้ามาหา แล้วตบหน้าลู่เต้าเพื่อแก้แค้นที่โดนวางยาพิษ “โดนเข็มเงาของท่านอาจารย์แล้ว ยังคิดจะหนีอีกหรือ”
เข็มเงาหรือ
ลู่เต้าเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้ เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้โดนเข็มแทง แล้วทำไมถึงขยับไม่ได้เล่า เมื่อก้มลงมอง เข็มทองคำที่คิดว่าแทงพลาดกลับปักอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง และในเวลาเดียวกัน มันยังปักอยู่บนเงาของลู่เต้าด้วย!
เพราะเงาของเขาถูกตรึงอยู่บนพื้น เขาจึงขยับไปไม่ได้เช่นกัน!
ลู่เต้าดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ถึงแม้ร่างกายที่ขยับไม่ได้จะยังคงสั่นเล็กน้อย แต่จินเลี่ยงก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดเกลี้ยกล่อมว่า “เลิกคิดไปเถอะ! เข็มเงานี้เป็ศัสตราวุธิญญาที่ท่านอาจารย์เอามาจากซากปรักหักพัง ด้วยพลังของเ้าเพียงลำพัง หลุดพ้นสิ่งนี้ไม่ได้กระมัง”
แม้แต่หมูที่กำลังจะถูกเชือดยังดิ้น เมื่อชีวิตของลู่เต้าตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ เขาจะยอมแพ้ และยอมให้คนอื่นเชือดเฉือนได้เช่นไรกัน
“เ้าบอกให้ข้ายอมแพ้ ข้าไม่ยอมหรอก!”
หูต้าเซียนคิดว่าเล่นสนุกพอแล้ว จึงเดินเข้ามาวางมือลงบนไหล่ลู่เต้าเบาๆ แล้วใช้วิชาลับ ทันใดนั้นลู่เต้าก็รู้สึกว่าพลังิญญาในร่างไหลออกอย่างรวดเร็ว ทั่วร่างไร้เรี่ยวแรง ‘เ้าหมอนี่...มันกำลังดูดพลังิญญาของข้า!’
เพื่อต่อต้านวิชาลับประหลาดของหูต้าเซียน ลู่เต้าจึงรีบรวบรวมพลังิญญาเพื่อต่อต้าน ใครจะรู้ว่านี่เป็แผนการของอีกฝ่าย พลังิญญาของเขากลับถูกดูดออกไปจนหมดในชั่วพริบตา
ลู่เต้าสูญเสียพลังิญญาทั้งหมด ภาพตรงหน้าพลันมืดมิดลง สติของเขาดับวูบทันใด
[1] ชุ่น หน่วยวัดของจีน 1 ชุ่นประมาณ 1 นิ้ว
