ในโลก Diablo
ซุนเฟยยืนอยู่ในพื้นที่รกร้างนอก 'ค่ายโร้ก' เขาได้ยินเสียงเ็าลึกลับที่แสนคุ้นเคยกระซิบแจ้งเตือนที่ข้างหูตัวเองว่า ตัวละครคนเถื่อนถูกลดเลเวลจาก 40 เป็ 39 เมื่อนึกถึงยอดฝีมือที่อยู่ในค่ายทหารบริวารแล้ว ในใจของซุนเฟยก็เกิดกลัวขึ้นมา
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตัวเองอัญเชิญลาสต์บอสอย่างดูเรียลออกมาเป็โล่เนื้อให้แก่เขา ปานนี้ซุนเฟยคงตายไปแบบไม่ต้องสงสัยเลย
แน่นอนว่าทักษะ 'อัญเชิญ' หนึ่งในสามทักษะของเทพเ้ามีประโยชน์มาก ทักษะนี้สามารถอัญเชิญ NPC ใน 'ค่ายโร้ก' ออกมาจากโลก Diablo ได้โดยที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เว้นแต่ว่า...ข้อจำกัดในด้านเวลา ส่วนการอัญเชิญมอนสเตอร์หรือปีศาจกลับมีข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก
ที่บอกว่าเป็ข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก นั่นก็เพราะว่า มันมีเงื่อนไขที่จำเป็สองประการ
ประการแรก ต้องเลือกตัวมอนสเตอร์ที่จะเชิญและจะต้องเป็มอนสเตอร์ที่ถูกซุนเฟยฆ่าตายในโลก Diablo เท่านั้น ถ้าไม่ใช่มอนสเตอร์ที่เคยถูกซุนเฟยฆ่ามาก่อน เขาก็ไม่สามารถอัญเชิญมันออกมาได้
ประการที่สอง การอัญเชิญมอนสเตอร์ออกมาตัวหนึ่งจะต้องใช้ค่าประสบการณ์เป็การจ่ายค่าตอบแทน ยิ่งความแข็งแกร่งของตัวมอนสเตอร์ที่จะอัญเชิญสูงมากเท่าไร ค่าประสบการณ์ที่ต้องจ่ายก็มากเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว ราคานี้สูงเกินจนแทบจะจ่ายไม่ไหวเลยทีเดียว เพราะตอนที่อัญเชิญ 'ชาแมน' หรือ 'จอมขมังเวทชาแมน' ออกมานั้น ซุนเฟยก็เสียค่าประสบการณ์ไปแค่ไม่กี่ร้อยเอง แต่ครั้งนี้เป็สถานการณ์ที่เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤติแบบสุดๆ ซุนเฟยจึงตัดสินใจเรียก 'าาแห่งความเ็ป' ดูเรียลออกมาโดยที่ยอมกัดฟันจ่ายค่าประสบการณ์ไปถึง 50,000 แต้ม
สำหรับคนเถื่อนเลเวล 40 แล้ว ค่าประสบการณ์ 50,000 แต้มนี้ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงเลยสักเส้น เพราะค่าประสบการณ์ของคนเถื่อนเลเวล 40 มีเป็ล้าน! แต่ที่ว่าทำไมจู่ๆ ซุนเฟยถูกลดเลเวลจาก40 เป็ 39 นั้น มันก็เพราะว่าซุนเฟยมีค่าประสบการณ์แค่พอผ่านเกณฑ์เลื่อนขั้นมาเป็เลเวล 40 เท่านั้น ดังนั้น เมื่อถูกยึดค่าประสบการณ์ไป 50,000เเต้ม ซุนเฟยจึงเลเวลลดลงมาเหลือ 39 นั่นเอง
ต้องกลับมาเก็บเลเวลใหม่อีกครั้ง
เมื่อนึกถึงนักฆ่าที่น่ากลัวที่ตอนนี้อาจจะกำลังไล่ตามหาตัวเองอยู่ ซุนเฟยจึงตัดสินใจยังไม่กลับไปที่แผ่นดินอาเซรอท หากกลับออกไปใหม่ตอนนี้ก็คงเหมือนเดินเข้าไปหาความตาย ดังนั้นจึงอยู่ในโลก Diablo ต่อเพื่อสงบสติอารมณ์
เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปตามหาเอเลน่าที่ 'ค่ายโร้ก' แล้วส่งนางกลับไปที่โลกแห่งความเป็จริงเพื่อแจ้งข่าวให้กับทุกคนในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดรู้ว่าตัวเองยังปลอดภัยดี หลังจากที่ส่งคนไปแจ้งข่าวเื่ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ซุนเฟยก็กลับไปยัง 'สุสานทัลแรช' บนแผนที่ที่สอง 'ลุกค์ โกลไลน์' เพื่อเก็บประสบการณ์ใหม่มาทดแทนประสบการณ์ 50,000 แต้มที่เสียไป
หลังจากนั้น 'สุสานทัลแรช' ก็กลายเป็ทะเลเื เวลาแห่งการล้างบางมาถึงแล้ว
“บรู๊ว…”
“อ๊าก…”
“กี๊...กี๊...!”
ทุกหนแห่งมีแต่เสียงร้องโหยหวนของเหล่ามอนสเตอร์ลอยมาไม่ขาดสาย
ซุนเฟยในสภาพพร้อมรบกวัดแกว่ง 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ในมือทั้งสองข้างไม่หยุด ร่างของเขาชโลมไปด้วยเืของเหล่ามอนสเตอร์ ไอเืสีแดงสดหนาแน่นจนเหมือนหมอกโลหิตก็ไม่ปาน ไอเืค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็พายุทอร์นาโดหมุนอยู่เหนือหัวเขา ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากที่นี่เป็ร้อยๆ เมตร แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ผุ่งไปทุกสารทิศ
“หมัดหิมะเยือกแข็ง…เอ๋ แล้วท่านี้จะเรียกมันว่าอะไรดีล่ะ?”
'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ที่อยู่ในมือของซุนเฟยโบกสะบัดไปด้านหน้าอย่างรุนแรง เกิดคลื่นดาบที่ทรงอำนาจขึ้นมา คลื่นดาบนั่นะเิเปลือกแข็งๆ ส่วนหัวของ 'แมลงปีกแข็งเหล็ก' ถึงสองครั้ง เป็การโจมตีที่แข็งแกร่ง! ถึงแม้ว่าการโจมตีนี้จะไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์อะไรมากนัก แต่กลับทำให้มอนสเตอร์สลบกลางอากาศได้
ถ้าการโจมตีนี้เกิดขึ้นในระหว่างการต่อสู้ในวันนี้ ซุนเฟยคงสามารถโจมตีอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' จนสลบ จากนั้นค่อยโยนไปทางท่าไม้ตาย 'อสรพิษเพลิงนิล' ของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง 'อัศวินแห่งการสังหาร' โดยปกติแล้ว หากพบกับยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกัน การจะลงมือสังหารหรือทำให้พ่ายแพ้มันก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร แต่ถ้าโดนรุมมันก็อีกเื่ คนเพียงคนเดียวจะรับมือคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันพร้อมกันหลายๆ คนคงเป็ไปไม่ได้ เขาไม่อาจควบคุมไม่ให้มีใครลอบโจมตีเขาหากกำลังติดพันอยู่กับอีกคนหนึ่งอย่างเช่นในวันนี้ได้ เทียบกันแล้ว การต่อสู้แบบนี้ยากกว่าการต่อสู้แบบตัวต่อตัวถึงสองสามเท่าเลย
ความสามารถในการต่อสู้ของซุนเฟยในวันนี้ เป็ผลมาจากการเพิ่มทักษะ 'สตั้น' ของคนเถื่อน
ทักษะ 'สตั้น' สามารถทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้ในชั่วระยะหนึ่ง และไม่อาจตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีให้แก่ผู้ใช้อีกด้วย
การต่อสู้ในวันนี้ซุนเฟยยังไม่ได้ลองผสานทักษะ 'สตั้น' ลงไปในหมัดหิมะเยือกแข็งเลย ตอนนี้ทักษะ 'สตั้น' ของเขาก็เลเวล 2 แล้ว ซึ่งสามารถทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้หนึ่งวินาที แต่ในการต่อสู้ของวันนี้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้ไม่ถึงวินาทีหนึ่งด้วยซ้ำ นี่แหละคือปัญหา
ในระหว่างที่ทำการฆ่าล้างบางเหล่ามอนสเตอร์ใน 'สุสานทัลแรช' ในที่สุดซุนเฟยก็ลองผสานทักษะ 'สตั้น' ลงไปในหมัดหิมะเยือกแข็ง และส่งพลังผ่านดาบออกไป ผลลัพธ์ของมันคล้ายคลึงกับหมัดโปร่งแสงซึ่งทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจอย่างมาก
“อืม...ต่อจากนี้ไปมันจะเป็กระบวนท่าที่สามของหมัดหิมะเยือกแข็ง ชื่อของมันคือ 'นอนเสียเถอะลูกรัก' ฮ่าๆๆๆ ชื่อดีๆๆ”
ผ่านไปได้สามชั่วโมงกว่าๆ
ติ้ง!
มีเสียงแหลมๆ ดังขึ้นที่ข้างหูซุนเฟย
แสงสีขาวบริสุทธิ์ส่องลงมาจากฟากฟ้าแล้วปกคลุมร่างของซุนเฟย พริบตาเดียว าแกับอาการาเ็ที่ได้รับจากเหล่ามอนสเตอร์ก็ค่อยๆ สมานกัน พลังชีวิตและพลังมานาของตัวละครคนเถื่อนก็ถูกฟื้นฟูกลับมาเต็มเหมือนเดิม ซุนเฟยรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จิติญญาเหมือนได้ถูกเติมเต็ม ราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง
หลังจากหลังขดหลังแข็งฆ่าล้างบางพวกมอนสเตอร์มานาน ในที่สุดซุนเฟยก็สามารถเติมเต็มค่าประสบการณ์ 50,000 แต้มที่หายไปก่อนหน้านี้กลับมาจนเต็ม และเลเวลก็อัพขึ้นมา 40 เหมือนเดิม
“อืม...เหลือเวลาอีกไม่มาก เราน่าจะกลับออกไปดูสถานการณ์ภายนอกบ้างดีกว่า”
ซุนเฟยเลิกสังหารมอนสเตอร์ใน 'สุสานทัลแรช'
การทดลองในวันนี้ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี
หลังจากผ่านการต่อสู้และการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงก็ทำให้ซุนเฟยสามารถใช้ทักษะและพลังของคนเถื่อนได้ดั่งใจ นอกจากนี้ยังสามารถดึงพลังการโจมตีของคนเถื่อนออกมาใช้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านั้น พลังการต่อสู้ของคนเถื่อนซุนเฟย ตอนนี้ก็ไกลเกินมาตรฐานของคนเถื่อนเลเวล 40 ในความทรงจำของซุนเฟยแล้ว
นี่เป็เพราะความสามารถในการเข้าใจที่น่าเหลือเชื่อของซุนเฟย
เมื่อเร็วๆ นี้ ซุนเฟยเพิ่งได้ค้นพบพร์ที่น่าเหลือเชื่อนี้ ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ความสามารถในการเข้าใจของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางการไหลเวียนของชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' เพื่อสร้างคัมภีร์คลื่นพลังของแผ่นดินอาเซรอทแบบใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็ 'หมัดสายฟ้า คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' เป็ต้น ในตอนแรก ซุนเฟยคิดว่าด้วยความฉลาดของตัวเอง บวกกับความรู้ในโลกเก่าที่ติดตัวมา และโลก Diablo ความลับอันยิ่งใหญ่ของเขา ทุกๆ อย่างจะต้องไปด้วยดีแน่ๆ…แต่ไม่นาน ซุนเฟยก็ได้ค้นพบว่ามันไม่ใช่แค่เื่แบบนั้น
เหตุผลพวกนี้ทำให้ซุนเฟยกลายเป็อัจฉริยะโดยไม่รู้ตัว
อัจฉริยะที่หาจับตัวได้ยาก
ซุนเฟยมีความสามารถในการเข้าใจ การสังเกต และการสร้างในระดับเทพ
นี่เป็พร์ที่ไร้เทียมทาน
ซุนเฟยค้นพบเื่นี้โดยบังเอิญ หลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับพวกยอดฝีมือ
และเขากล้ามั่นใจเลยว่า พร์นี้ ตัวอเล็กซานเดอร์คนก่อนก็ไม่มีแน่ แม้แต่ตัวซุนเฟยที่ก่อนจะทะลุมิติมาก็ไม่มีเช่นกัน…กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พร์ที่น่ากลัวนี้ ซุนเฟยได้รับมันมาหลังจากที่ทะลุมิติมาแล้ว ซุนเฟยไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไร แต่รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็อัจฉริยะไปเสียแล้ว
นี่เป็เื่ที่แปลกจริงๆ
ซุนเฟยเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย
มันเหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆ ในร่างกายของตัวเอง และสิ่งนี้ก็ไม่ควรเป็ของตัวเอง หลังความแปลกใจได้ผ่านพ้นไป ความรู้สึกไม่ปลอดภัยก็เข้ามา สิ่งที่ไม่รู้จักและไม่เข้าใจมันทำซุนเฟยรู้สึกไม่ปลอดภัย
ซึ่งมันเป็ธรรมชาติของมนุษย์
ดังนั้น เมื่อซุนเฟยรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาจึงเริ่มพยายามที่จดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองพบเจอ และลองค้นหาคำตอบเพื่อกำจัดความรู้สึกไม่ปลอดภัยนี้ออกไป
เมื่อเขาลองมาคิดๆ ดูแล้ว สาเหตุที่พร์ที่น่ากลัวนี้ได้ปรากฏขึ้นกับตัวเอง บางทีอาจจะมีเพียงคำอธิบายเดียว
นั่นก็คือ หลังจากที่ตัวเองได้เคลียร์เควสทั้งหมดของแผนที่ 'ค่ายโร้ก' เสร็จสิ้น ในตอนนั้นเขาได้รับทักษะเทพเ้าสามประการมาจากแท่นบูชาบรรพบุรุษลึกลับ โดยเฉพาะทักษะ 'การให้' และ 'การเรียนรู้' สองทักษะนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพร์อันน่าทึ่งของตัวเอง
จำได้ว่า ในตอนแรกที่ได้ทักษะเทพเ้าสามประการนี้มา ซุนเฟยรู้สึกไม่พอใจเท่าไร
ทักษะเทพเ้าพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้ความแข็งแกร่งของซุนเฟยเพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะไม่มีลักษณะพิเศษอะไร ทำให้ในตอนนั้นซุนเฟยคิดว่ารางวัลนี้เป็รางวัลที่แสร้งทำเป็เร้นลับซับซ้อน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้มีอะไรเลย ทักษะพวกนั้นเทียบกับไอเทมระดับ 7 หรือค่าประสบการณ์ไม่ได้เลย
แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้ซุนเฟยรู้แล้วว่าความคิดของตัวเองก่อนหน้านี้มันงี่เง่าสิ้นดี
พร์ที่น่าทึ่ง ความสามารถในการสร้าง การให้และการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้นี่แหละคือทักษะเทพเ้า! เลเวลเอย ไอเทมเอย คะแนนเพิ่มทักษะเอย ของพวกนี้เทียบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บด้วยซ้ำ!
ทักษะเทพเ้าทั้งสามประการ แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่ามันโคตรเจ๋งแค่ไหน
ทักษะเทพเ้า!
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง!
สมแล้วที่เรียกว่าทักษะเทพเ้า!
มีเพียงความสามารถที่น่ากลัวเท่านั้น ถึงจะได้ที่ชื่อว่าเทพเ้า
--------------------
