คังอิงวางแผนว่าพออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือเริ่มเฟื่องฟู เธอจะเร่งพัฒนาโทรศัพท์มือถือให้เร็วขึ้น อย่างน้อยๆ เธอก็รู้ว่าตลาดแอปพลิเคชันมือถือในอนาคตจะกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน
แต่ตอนนี้เธอคนเดียวยังทำอะไรไม่ได้ เพราะความจริงก็คือยังไม่มีการผลิตสมาร์ทโฟนออกมา
หลังจากที่สือเจียงหย่วนออกจากหอพักของสำนักงานบริหารการพาณิช์ฯ หนิงชิ่งเซิงก็ถือกระเป๋าออกจากห้องไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ส่วนหนิงเชี่ยนวางแผนจะกลับบ้านไปรายงานเื่นี้กับผู้เป็แม่ พร้อมกับเตือนเธอว่าพี่ชายของเธอมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ควรจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
“อะไรนะ? พี่ชายของลูกอาจจะมีแฟนแล้วงั้นเหรอ? แต่เขายังไม่ยอมรับงั้นเหรอ?”
พอได้ยินที่หนิงเชี่ยนมารายงานให้ฟัง ชุยซิ่วถิงผู้เป็น้ารองของสือเจียงหย่วนก็มีสีหน้าครุ่นคิด
ชุยซิ่วถิงเป็หัวหน้าคณะละครเพลงและเต้นรำประจำอำเภอ ่นี้ธุรกิจของคณะละครไม่ค่อยดีนัก งานแสดงก็มีไม่มาก ในฐานะหัวหน้าคณะ เธอไม่ต้องคอยพาสมาชิกไปแสดงที่ต่างๆ ก็เลยมีเวลาว่างมาก จึงอยู่แต่บ้าน
คณะละครเพลงและเต้นรำประจำเป็หน่วยงานของสำนักงานวัฒนธรรมและกีฬา ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแสดง เธอก็ยังคงได้รับเงินเดือน
ชุยซิ่วถิงมักจะบอกว่าตัวเองเป็คนในแวดวงศิลปะ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง แม้ว่าเธอจะอายุสี่สิบเก้าปีแล้วก็ตาม แต่เธอก็ดูไม่ต่างจากผู้หญิงวัยสามสิบห้าสามสิบหกปีสักเท่าไหร่
แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าคังอิงเรียกเธอว่า ‘ท่านผู้เฒ่า’ มิฉะนั้นคงโกรธจนขนลุกชันแน่ๆ ผู้หญิงวัยใกล้ห้าสิบที่กำลังโรยราเช่นเธอ สิ่งที่เกลียดที่สุดก็คือการที่ถูกคนอื่นบอกว่าแก่นั่นแหละ
“แม่คะ นี่เป็เื่จริงแน่นอน รถของพี่ชายไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนนั่งมาก่อน ครั้งนี้หนูเห็นกับตา ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาสวยมาก สวยกว่าคนที่หนูรู้จักทั้งหมด สวยกว่าพวกน้าๆ แล้วก็พี่สาวในคณะละครของแม่ซะอีก
แล้วก็...เมื่อกี้นี้ พี่ชายรับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วก็ทิ้งพี่ชายของหนูไปเลย บอกว่าจะไปหาผู้หญิงคนนั้น พี่ชายเคยใส่ใจผู้หญิงแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ยังจะบอกว่าไม่ใช่แฟนอะไรอีกล่ะ?” หนิงเชี่ยนพูดให้ดูเกินจริงขึ้นไปอีก
“ดูท่าเื่นี้คงจะเป็เื่จริงสินะ? ไม่ได้การ แม่ต้องสืบให้รู้เื่ ถ้าเขามีแฟนจริงๆ พวกเราต้องช่วยเขาเลือกดูหน่อยแล้วล่ะ” ชุยซิ่วถิงครุ่นคิด
“แม่คะ แม่เคยบอกว่าพี่ชายคงไม่สามารถอยู่ที่อำเภอหลี่ว์ได้นานๆ ใช่ไหมล่ะ? ตอนนี้เขาทำธุรกิจ ครอบครัวก็ให้เขาลองดูเฉยๆ พอเขาเบื่อแล้วคงต้องกลับไปทำงานที่เดิม เพราะอนาคตของเขาไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจ
ถ้าเขาหาแฟนที่อำเภอหลี่ว์จริงๆ ป้ากับลุงจะเห็นด้วยหรือเปล่า? ต่อให้ป้ากับลุงเห็นด้วย แล้วคุณปู่คุณย่าจะเห็นด้วยหรือเปล่าคะ?”
เ้าหนูน้อยหนิงเชี่ยนคนนี้คิดมากจริงๆ
จริงๆ แล้วเธอค่อนข้างเห็นใจพี่ชายของเธอ เธอรู้สึกว่าพี่ชายก็เหมือนกับคุณชายตระกูลใหญ่ในละครงิ้ว ไม่ว่าจะเป็เื่งานหรือการแต่งงาน ล้วนแต่เป็สิ่งที่เขาไม่อาจเลือกได้เอง
ในฐานะญาติของตระกูลสือ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าตระกูลสือมีอิทธิพลมากเพียงใด พวกเขาเคยชินกับการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังภายใต้อิทธิพลของตระกูลสือ พวกเขาทำตัวติดดินต่อหน้าคนอื่น
ดังนั้นคนในอำเภอหลี่ว์จึงแทบจะไม่มีใครรู้ว่าสือเจียงหย่วนคือหลานชายคนโตของตระกูล
ทุกคนรู้เพียงแค่ว่าชุยฮุ่ยเสียนได้แต่งงานกับปัญญาชนที่มาจากเมืองหลวงคนหนึ่ง ตอนนี้พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงอย่างสุขสบายแล้ว
ชุยซิ่วถิงครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เื่นี้ก็ไม่แน่หรอก แม่ต้องไปสืบดู แฟนของพี่ชายลูกจะเลือกแบบสะเปะสะปะไม่ได้ ตระกูลสือไม่เหมือนกับตระกูลอื่นๆ หากเป็แบบนี้จริงๆ คงต้องรีบห้ามปรามเขา อย่าได้ไปผูกมัดกับผู้หญิงคนนั้น”
หนิงเชี่ยนขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “หรือว่าจะบอกให้พี่ชายยอมรับความจริงดีคะ? ถ้าพวกเขายังไม่มีความรู้สึกต่อกัน ก็ให้รีบตัดสัมพันธ์กันไปเลย”
“เอาไว้เดี๋ยวแม่ไปสืบดูแล้วค่อยว่ากัน ขออย่าให้มีเื่แบบนั้นเลยจะดีกว่า” ชุยซิ่วถิงถอนหายใจ “ตอนนั้นป้าของลูกแต่งงานกับลุงเขยของลูก ลุงเขยของลูกยังตกทุกข์ได้ยากอยู่ ไม่งั้นป้าของลูกคงไม่ได้แต่งงานกับเขาหรอก ตระกูลของพวกเขาเป็ตระกูลสูงศักดิ์มาก แต่ว่าตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ตระกูลสือเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับฐานะทางสังคมแล้ว พี่ชายลูกคงไม่สามารถพาแฟนที่เป็คนอำเภอหลี่ว์ไปพบกับคุณปู่ได้หรอก”
ด้วยนิสัยและฐานะทางบ้านของพี่ชายลูก จะหาผู้หญิงแบบไหนในเมืองหลวงไม่ได้กัน? ถ้าพี่ชายจะหาแฟนที่อำเภอหลี่ว์จริงๆ เกรงว่าคงถูกคนอื่นสาปแช่งแน่ๆ”
หนิงเชี่ยนถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “พี่ชายน่าสงสารจริงๆ”
ชุยซิ่วถิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นเธอก็นึกถึงเื่บางอย่างขึ้นมา จึงบอกกับลูกสาวของเธอว่า “มีคนมาแนะนำแฟนให้พี่รองของลูกนะ เป็ลูกสาวของผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษา ชื่ออู๋ฮวน”
“ในที่สุดก็มีคนมาแนะนำแฟนให้พี่รองสักที พี่ชายรองน่ะก็ไม่ต่างจากพี่ชายของหนูหรอกค่ะ อู๋ฮวนหน้าตาเป็ยังไง? แล้วทำงานที่ไหนคะ?” หนิงเชี่ยนถามด้วยความยินดี
“ได้ยินว่าเธอเป็พนักงานพิมพ์ดีดที่สหกรณ์ร้านค้า จบชั้นมัธยมปลายแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ที่บ้านมีลูกสาวคนเดียว น่าเสียดายที่เธอเป็แค่ลูกจ้างชั่วคราว” ชุยซิ่วถิงถอนหายใจ การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ แบบนี้ย่อมต้องได้รับผลกระทบจากเื่ว่าทำงานเป็ข้าราชการหรือเปล่า และมีเงินเดือนประจำหรือไม่
“เป็ลูกจ้างชั่วคราวแล้วมันเป็ยังไงกัน? การขอเลื่อนตำแหน่งก็ไม่ได้ยากอะไรนี่คะ ขอแค่เป็คนดี และเข้ากันได้ดีกับพี่รองของหนูก็พอแล้ว” หนิงเชี่ยนมองโลกในแง่ดี แน่นอนว่าเพราะมีพ่อของเธอคอยสนับสนุน เธอจึงทำตัวไม่ยึดติดแบบนี้ได้
“พูดก็ถูกนะ พี่ชายรองของลูกเอาแต่ไม่ยอมหาแฟน แม่ก็ร้อนใจอยู่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่ไปบอกแม่สื่อให้พวกเขานัดดูตัวกันก็แล้วกัน แม่สื่อคนนั้นเอาแต่อวดอ้างว่าอู๋ฮวนเป็ผู้หญิงที่ดีเลิศประเสริฐศรี เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง แถมยังบอกว่าหล่อนหน้าตาสวยอีกด้วย”
“เื่ความสวยงามไม่สำคัญหรอกค่ะ ขอแค่เป็คนดี และรักพี่ชายรองของหนูก็พอ” หนิงเชี่ยนกล่าว
พอเห็นท่าทางของลูกสาว ชุยซิ่วถิงก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
“ลูกคนนี้นี่รู้ไปเสียทุกเื่เลยนะ ต่อไปถึงเวลาหาแฟน ก็เลือกดีๆ ด้วยละกัน”
ส่วนสือเจียงหย่วนไม่รู้เลยว่าแม่ลูกคู่นี้กำลังนินทาเขาอยู่ข้างหลัง แถมยังสนใจผู้หญิงที่ร่วมงานกับเขามากอีกต่างหาก เขาขับรถไปเติมน้ำมันที่ปั๊มจนเต็มถัง จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังบ้านของคังอิง
ที่เขาต้องไปเติมน้ำมันก่อน ก็เพราะว่ารถจี๊ปคันนี้กินน้ำมันมาก การเดินทางไปยังหมู่บ้านกวนซานนั้นต้องใช้ระยะทางกว่าสี่สิบเกือบจะหกสิบหลี่ รถจี๊ปของเขามีน้ำมันเหลือเพียงครึ่งถัง ดังนั้นการเติมน้ำมันให้เต็มถังน่าจะปลอดภัยกว่า
ทันทีที่รถของสือเจียงหย่วนมาถึง คังอิงก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับถือกระติกน้ำสองใบมาวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ เธอพูดว่า “วันนี้ฉันชงชาโสมไท่จื่อ [1] มาฝากค่ะ กินแล้วจะช่วยบำรุงร่างกาย แก้กระหายได้ดีเลย”
สือเจียงหย่วนไม่ได้เกรงใจอะไร เขาเปิดฝาแล้วลองชิมดูหนึ่งจิบ ก็พบว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของโสม คาดว่าคังอิงน่าจะใส่น้ำตาลกรวดลงไป รสชาติหวานๆ อร่อยมาก พอกินแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
สือเจียงหย่วนยิ้มแล้วพูดว่า “คุณนี่ช่างรู้จักดูแลตัวเองจริงๆ เลยนะ ทำไมถึงเหมือนคุณปู่ของผมขนาดนี้ เอาแต่บำรุงร่างกายแบบนี้ รู้สึกเหมือนคนแก่เลย”
คังอิงหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “การบำรุงร่างกายต้องเริ่มั้แ่อายุยังน้อยค่ะ รอจนแก่แล้วค่อยมาบำรุงคงไม่ทันแล้ว”
คังอิงพูดออกมาจากใจ ในชาติที่แล้วเธอทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม พอธุรกิจของเธอเริ่มมั่นคงแล้ว เธอก็อยากจะบำรุงร่างกาย แต่ถึงจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่ได้ผล
ดังนั้นชาติที่แล้วเธอจึงคิดว่าจะเริ่มดูแลร่างกายั้แ่ตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายตอนที่อายุสามสิบสี่สิบปีแล้วค่อยมาเสียใจทีหลัง
ยิ่งไปกว่านั้นสุขภาพร่างกายของเ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ดีนัก ตอนเด็กๆ เธอขาดสารอาหาร พอโตขึ้นแต่งงาน แล้วก็ถูกสามีทารุณมาตลอดสามปี ร่างกายของเธอจึงยิ่งทรุดโทรมมากขึ้นอีก ในเมื่อตอนนี้เธอยังเด็กอยู่ คังอิงจึงต้องดูแลตัวเองให้ดี
พอคังอิงขึ้นรถแล้ว สือเจียงหย่วนก็เหยียบคันเร่งแล้วพาเธอออกเดินทางทันที เขาเห็นคังอิงถือถุงพลาสติกใบหนึ่ง จึงเอ่ยถามว่าในถุงนั้นมีอะไร
เชิงอรรถ
[1] โสมไท่จื่อ รากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pseudostellaria heterophylla (Miq.) Pax ex Pax et Hoffm. วงศ์ Caryophyllaceae. ชื่อเรียกอื่นได้แก่ ไท่จื่อเซิน (จีนกลาง) ถายจี้เซียม (จีนแต้จิ๋ว) มีรสหวานและขมเล็กน้อย สรรพคุณบำรุงชี่เสริมม้าม และทำให้ปอดชุ่มชื้น
