‘เขาคือจางเจียินี่เอง’ จางอิ่นเซิงไม่เข้าใจว่าเด็กผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดอย่างฮั่วเสี่ยวเหวินไปอยู่กับเด็กหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ได้อย่างไร
จางเจียิไม่สนใจใครทั้งนั้น เขายกไม้คานด้านข้างมาฟาดใส่หน้าต่าง “ปล่อยเสี่ยวเหวินเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกค้ามนุษย์”
กระดาษหน้าต่างถูกเขาตีขาดอย่างรวดเร็ว ด้านในมีเพียงเสียงะโด่าของหญิงวัยกลางคนลอดออกมาแต่ประตูไม่มีทีท่าว่าจะเปิด
จางอิ่นเซิงกลัวว่าจางเจียิที่กำลังเดือดดาลจะทำให้เื่ราวบานปลาย หากเป็แบบนั้นขึ้นมาเื่ราวคงไปกันใหญ่ เขารีบเข้าไปดึงอีกฝ่าย “นายใจเย็นก่อน ทำแบบนี้มีแต่จะยิ่งยุ่งยาก”
จางเจียิเอาแต่ร้องโวยวาย “ปล่อย ปล่อยนะ”
“โอ๊ย” จางอิ่นเซิงรู้สึกเจ็บที่หลังมือ เขาปล่อยมือจากจางเจียิ จากนั้นก็ต้องใเมื่อคว่ำมือดู
หลังมือมีรอยฟันเป็ระเบียบเรียบร้อยสองแถวประทับ ในรอยกัดสีขาวมีเืสีแดงปะปนอยู่ “เด็กคนนี้โหดชะมัด กัดจนเืเกือบออก”
หลี่อวิ๋นยังคงด่าไม่หยุด ปากร้องบอกว่าแจ้งตำรวจแล้ว อยากเห็นนักว่าจะหลบซ่อนได้ถึงเมื่อไร
เป็ความจริงที่หลี่อวิ๋นแจ้งความแล้ว เขากับฮั่วต้าซานเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็กๆ ตอนนี้ฮั่วต้าซานติดคุก เขาจึงมองว่าตัวเองควรช่วยดูแลลูกสาวของอีกฝ่าย ห้ามปล่อยให้ยายแก่เฒ่าที่เลอะเลือนทำลายชีวิตเธอ
“เหอะ แจ้งตำรวจแล้วก็ดี ฉันอยากให้ตำรวจมอบความยุติธรรมให้อยู่พอดี”
คนด้านในไม่มีท่าทีเกรงกลัวเสมือนว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูก กลายเป็พวกหลี่อวิ๋นเสียเองที่หาเื่แบบไม่มีเหตุผล
ในเมื่อเป็แบบนี้ เช่นนั้นก็รอจนกว่าตำรวจจะมาก็แล้วกัน
ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรฟังใคร พวกเขาเพียงแต่มามุงดูเพราะเห็นว่าไม่ใช่เื่ของตัวเองก็เท่านั้น ไม่ได้สนใจขนาดนั้นว่าใครผิดใครถูก
ทว่าจางเจียิไม่สนใจว่าคนอื่นจะทำอะไร เขายังคงกวัดแกว่งไม้คานในมือ ฟาดประตูและหน้าต่างอย่างคลุ้มคลั่ง พร้อมกับปากที่ร้องะโไม่หยุด “เสี่ยวเหวิน ไม่ต้องกลัวนะ พี่มาช่วยแล้ว”
มีคนทนมองไม่ได้ เข้าไปห้ามเขา บอกว่ารอให้ตำรวจมาค่อยว่ากัน
จางเจียิมีหรือจะยอมฟัง บอกว่าตำรวจเป็สัตว์เดรัจฉานสกปรกจะช่วยมอบความยุติธรรมอะไรได้?
ทุกคนที่เข้าไปห้ามปรามจะถูกเขาใช้ไม้คานฟาดใส่ ในเมื่อเปล่าประโยชน์ ผู้คนจึงค่อยๆ เลิกสนใจเขา
ฮั่วเสี่ยวเหวินที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงของจางเจียิก็รีบตอบว่า “พี่เจียิช่วยด้วย”
หญิงวัยกลางคนเดินกลับเข้าห้องด้านในอย่างหงุดหงิด ตะคอกใส่เ้าเป๋ว่า “ไม่รู้จักอุดปากหล่อนหรือ ยังวุ่นวายไม่พออีกหรือไง”
เ้าเป๋สามขาร้องไห้ออกมา บอกว่าไม่เอาภรรยาแล้ว มีไปก็หลับนอนด้วยไม่ได้
ชายวัยกลางคนหน้าดำทะมึน เดินโมโหเข้ามา
เ้าเป๋เห็นท่าทางของพ่อเป็เช่นนี้ก็รู้ว่าพ่อจะตีตัวเขาอีกแล้ว จึงรีบเดินขากะเผลกไปหาแม่ พูดอย่างคนน้อยเนื้อต่ำใจว่า “แม่ พ่อจะตีผม”
ชายวัยกลางคนด่าออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด “หากไม่ใช่เพราะแกเที่ยวพูดไปทั่วจะเป็เช่นนี้หรือ?”
ประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจนั้นช้ามาก หลี่อวิ๋นแจ้งตำรวจั้แ่เที่ยงวัน กว่าตำรวจจะเข็นจักรยานเดินเต๊ะท่ามาก็ห้าโมงเย็นแล้ว
เนื่องจากรอนานเกินไปฝูงชนส่วนใหญ่จึงแยกย้ายกลับไปแล้ว มีเพียงจางอิ่นเซิงที่กระตือรือร้นมาก เขาวิ่งไปอธิบายสถานการณ์ของฮั่วเสี่ยวเหวินให้ตำรวจฟัง ทั้งยังเล่าถึงข่าวลือที่แพร่กระจายในหมู่บ้านด้วย
ตำรวจนายนี้รูปร่างสูงผอม หน้าตาธรรมดา ใบหน้าเหลี่ยม ดั้งจมูกแบน เป็หน้าตาประเภทที่ไม่น่าจดจำ
แต่หากฮั่วเสี่ยวเหวินอยู่ที่นี่ เธอจะจำเขาได้ทันที เพราะเขาก็คือตำรวจที่ไปล่าสัตว์กับหยางเสวียเหวินเมื่อวันนั้น
ตำรวจพยักหน้า บอกว่าเคยเจอฮั่วเสี่ยวเหวิน และพอจะรู้เื่ของเธออยู่บ้าง
วันนั้นฮั่วเสี่ยวเหวินทำหยางเสวียเหวินโมโหจนเกือบชักปืนออกมายิงเธอตาย ทั้งยังทำให้ครอบครัวของหยางเสวียเหวินแตกแยก เขาจะไม่รู้นิสัยของฮั่วเสี่ยวเหวินได้อย่างไร?
จางอิ่นเซิงไม่รู้เื่นี้ เขากระตือรือร้นยิ่งกว่าเดิม ทว่าหลี่อวิ๋นกลับเฉยชา “ฮั่วเสี่ยวเหวินถูกพวกเขาขังไว้ด้านใน”
ตำรวจมองหลี่อวิ๋นแวบหนึ่ง ดูจะไม่พอใจกับท่าทีของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด พูดอย่างหยิ่งทะนงว่า “ฉันรู้ว่าต้องทำงานอย่างไร ไม่ต้องให้นายมาสอน”
เมื่อได้ยินบทสนทนาด้านนอก ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกจากด้านใน หญิงวัยกลางคนเดินออกมาอย่างเป็มิตร หล่อนยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ลำบากคุณตำรวจแล้วค่ะ เชิญเข้ามาดื่มชาด้านในก่อน”
ตำรวจไม่ปฏิเสธ เขาเข้าไปนั่งดื่มน้ำชา ดื่มกินจนพอใจแล้วจึงเริ่มจัดการคดี
แต่ละคนเถียงกันจนหน้าแดงหูแดง สุดท้ายหญิงวัยกลางคนนึกถึงสัญญาที่ลงนามด้วยชื่อของ ‘ฮั่วเจิ้งอิง’ ขึ้นมาได้
บนสัญญามีอักษรสองสามประโยค ความหมายคร่าวๆ คือทั้งสองฝ่ายแต่งงานโดยสมัครใจ ส่วนท้ายกำกับไว้ว่า ‘ผู้ใดละเมิดสัญญาต้องจ่ายค่าปรับหนึ่งพันห้าร้อยหยวน’
ในเมื่อคนลงนามคือยายแก่ฮั่วและมีหลักฐานกำกับ เื่นี้จึงจัดการง่ายมาก ตำรวจมองไปที่จางอิ่นเซิง “นายอยากช่วยเด็กหญิงคนนี้ใช่ไหม จ่ายเงินมาหนึ่งพันห้าร้อยหยวนก็จบ”
จางอิ่นเซิงไม่มีทางมีเงินเยอะขนาดนั้น เขาวิ่งไปอธิบายกับตำรวจว่าการบังคับแต่งงานนั้นผิดกฎหมายอย่างไร
ตำรวจปัดมือด้วยความรำคาญใจ “อย่าคิดว่ามีฝีปากฉะฉานแล้วจะทำให้คนอื่นปล่อยตัวหล่อนได้ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็เปล่าประโยชน์”
เื่ราวเป็อันถูกชี้ขาดในประโยคเดียว ตำรวจกลับไปอย่างอิ่มหนำสำราญ คิดในใจว่าวันนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยว
เขารู้เื่ของฮั่วเสี่ยวเหวินมานานแล้ว ยายแก่ฮั่วแวะเวียนไปที่โรงพยาบาลหลายวัน สอบถามแล้วพบว่าได้เงินห้าร้อยหยวนจากการขายหลานสาว เป็สาเหตุให้เขามาที่นี่อย่างไม่เร่งรีบแม้แต่น้อย
หญิงวัยกลางคนกับสามีเดินกลับเข้าบ้าน เ้าเป๋สามขาก็ตามกลับเข้าไปด้วยเช่นกัน หญิงวัยกลางคนนึกอะไรขึ้นมาได้ หล่อนรีบเปิดประตูห้องด้านในดูพบว่า ฮั่วเสี่ยวเหวินหายไปแล้ว
เ้าเป๋สามขาเกาหูเกาแก้ม บอกว่าเมื่อครู่ยังอยู่ในนี้อยู่เลย ตอนนี้หายไปไหนเสียแล้ว?
หญิงวัยกลางคนด่าเขาเสียเละ “สมแล้วที่แกหาภรรยาไม่ได้”
หัวใจอันเปราะบางของเ้าเป๋แตกสลายอีกครั้ง น้ำตาทั้งสองข้างไหลออกมา รู้สึกว่าตัวเองได้รับความไม่เป็ธรรมมาก
เ้าเป๋เป็พวกชอบความครึกครื้น เขาคอยดูอยู่ด้านข้างตลอดเวลาตอนที่ตำรวจมาถึง และเพิ่งตามกลับเข้าบ้านอย่างพึงพอใจหลังจากที่พ่อแม่ส่งตำรวจกลับไปแล้ว
ในเมื่อฮั่วเสี่ยวเหวินหนีไปแล้ว หญิงวัยกลางคนมีแต่ต้องยอมรับชะตากรรม พาลูกชายกับสามีไปตามหาในหมู่บ้านแบบพอเป็พิธี เมื่อหาฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เจอก็ไม่หาต่อ
เดิมทีเื่ราวควรจะจบลงเช่นนี้ แต่ใครจะไปคิดว่าเฉินเทียนเหลยจะมาที่หมู่บ้านในตอนเที่ยงวันถัดมา
เฉินเทียนเหลยปั่นจักรยาน โดยมีชายหนุ่มสองคนตามมาด้านหลัง
เฉินเทียนเหลยถามทางและตรงมายังบ้านของเ้าเป๋สามขา เขาถามหน้าบึ้งว่า “เสี่ยวเหวินอยู่ไหน? ผมจะพบเธอ”
“หายไปแล้ว น่าจะหาจังหวะหนีไปเมื่อวาน” หญิงวัยกลางคนพูดอย่างกระดากใจ อีกฝ่ายเป็ข้าราชการระดับสูง แม้เธอจะพยายามประจบเต็มที่แต่กลับไม่ได้รับแม้แต่สายตาชื่นชม
“ในเมื่อเป็แบบนี้ ผมคงต้องไปคุยกับผู้กำกับสถานีตำรวจ พวกคุณกักขังผู้เยาว์ ต้องถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อยสามถึงห้าปี” เฉินเทียนเหลยพูดเองเออเอง ประหนึ่งไม่เห็นสีหน้าดุจเถ้าถ่านที่มอดดับของครอบครัวเ้าเป๋สามขา
