เมื่อทั้งสี่ยืนอยู่ที่ลานหน้าเรือน บ่าวรับใช้รีบวิ่งไปแจ้งแก่นายของตนทันที ฮูหยินใหญ่เสิ่นยังคงมีสีหน้านิ่งเฉิย ก่อนจะโบกมือให้บ่าวผู้นั้นออกไป
“ไป! พาข้าไปดูลูกสาวของนางแพศยานั่นสักหน่อย” เซี่ยวหรูฉิน ฮูหยินใหญ่แห่งจวนเสิ่นผิงโหว ถูกหญิงรับใช้ข้างกายประคองเดินไปยังห้องโถงใหญ่ของจวน
เมื่อเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปรงผู้หนึ่งจากทางด้านหลัง คิ้วของนางก็พลันขมวดเป็ปมทันที เพราะเพียงเห็นด้านหลัง ก็รู้สึกว่านางเหมือนกับมารดาของนางถึงเจ็ดแปดส่วน
ฮูหยินใหญ่เหลือบมองบุตรชายทั้งสองที่กลับมาพร้อมกัน บุตรชายคนโตที่น่าภาคภูมิใจแต่หัวแข็ง ไม่ยอมถูกควบคุม บุตรชายคนรองที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เอาไหน หญิงวัยกลางคนถอนหายใจอย่างระอา ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้กลางห้องโถง
“กลับมาแล้วหรือ” ฮูหยินเสิ่นเอ่ยกับบุตรชายที่หายหน้าไปนานนับเดือน โดยอ้างว่ามีงานราชการ
“ขอรับท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว” เสิ่นลู่เสวียนคำนับมารดาของตนด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ลูกเองก็กลับมาแล้วขอรับ” เสิ่นซีหยางคำนับมารดาผู้เข้มงวดอย่างขอไปที ในอดีต...ทุกวันเขาต้องถูกบังคับให้ท่องหนังสือจนดึกดื่น ทำให้เมื่อเติบใหญ่จึงต่อต้านมารดายิ่งกว่าพี่ชายเสียอีก
ฮูหยินเสิ่นพยักหน้าให้บุตรชายคนรอง ก่อนจะเหลือบสายตาดูแคลน มายังสองร่างเล็กใหญ่ที่ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง
“เ้าคงจะเป็บุตรสาวของลั่วอวิ๋นซี หญิงแพศยาผู้นั้นสินะ”
คำพูดของนางแสดงออกอย่างชัดเจน ว่าไม่ชอบเสิ่นเล่อเหยียน และไม่้าให้นางกลับมาที่นี่ แม้หญิงสาวจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกหน่วงๆ ในใจอยู่ดี
“ท่านแม่! เหตุใดท่านพูดเช่นนั้นกับนาง” ร่างสูงของเสิ่นลู่เสวียนลุกพรวดจากเก้าอี้ พร้อมแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“ทำไม! ทำไมต้องห้ามข้าพูดถึงนางสารเลวที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากข้า แม่ของนางเป็หญิงสาวจากหอนางโลม ลูกของนางจะดีไปกว่ากันแค่ไหนเชียว สายเืสกปรก”
“เหตุใดท่านแม่พูดเช่นนั้น จะอย่างไรนางก็มีสายเืตระกูลเสิ่น ท่านเอ่ยเช่นนี้คงไม่ได้หมายความว่า กำลังดูถูกท่านพ่อและพวกเราด้วยหรือ”
เสิ่นซีหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับเหลือบมองมารดาผู้เ้าคิดเ้าแค้นอย่างเบื่อหน่าย นางช่างเป็สตรีที่น่ารำคาญยิ่งนัก แม้จะเป็ผู้ให้กำเนิด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เคยชอบวิธีการจัดการคนของมารดาเลยสักนิด
“เ้าเด็กบ้า! ข้าพูดเช่นนั้นั้แ่เมื่อใดกัน ข้าหมายถึงสายเืมารดาของนางต่างหาก ที่น่ารังเกียจ” ฮูหยินเสิ่นเอ่ยแก้ตัว
“แล้วที่ท่านเอ่ยก่อนหน้านี้ต่างกันอย่างไร”
“เ้ากล้าเถียงข้าเพื่อนางหรือ ข้าเป็แม่ของเ้านะ!” หญิงวัยกลางคน ลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชายคนรองที่นั่งจิบชาไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ท่านก็ยังรู้ตัวนี่ ว่าท่านคือแม่ของข้า เช่นนั้นท่านไม่ทำตัวให้สมกับคนเป็แม่สักทีล่ะ อย่างไรนางก็เป็ลูกสาวอีกคนของท่านพ่อ เมื่อนางเข้ามาอยู่ในจวนโหวก็ต้องเรียกท่านว่าแม่ ท่านเพียงเมตตานางสักเล็กน้อย มันยากขนาดนั้นเลยหรือ มารดาของนางจากไปนานนับสิบปี เหตุใดต้องเ้าคิดเ้าแค้นไม่เลิกรา คอยทำร้ายนางด้วย”
เป็ครั้งแรกที่เสิ่นลู่เสวียนเห็นน้องชายเอ่ยคำพูดมีเหตุผลเช่นนี้ ความจริงแล้วเสิ่นซีหยางนั้นความจำดี เขาสามารถจดจำทุกสิ่งที่ผ่านตาได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่ทำเช่นทุกวันนี้ก็เพียงเพราะ้าประชดมารดาเท่านั้น
“เ้าลูกอกตัญญู! หากข้ารู้ว่าเ้าเติบใหญ่แล้วไปเข้าข้างศัตรู เช่นนี้ ข้าคงจับเ้ากดน้ำให้ตายั้แ่ยังเล็กแล้ว” ฮูหยินเสิ่นชี้หน้าบุตรชายคนรองด้วยมืออันสั่นเทา ทว่าชายหนุ่มกลับยักไหล่ และไม่ยี่หระต่อคำพูดของมารดา
“พอเถอะซีหยาง อย่าทำให้ท่านแม่โมโหไปมากกว่านี้เลย กลับเรือนของเ้าไป!” ร่างสูงเอ่ยกับน้องชายดุๆ
เสิ่นซีหยางยักไหล่อีกครั้ง พร้อมเดินออกจากห้องโถงอย่างว่าง่าย คล้อยหลังมารดา...ชายหนุ่มผิวปากอย่างอารมณ์ดี ท่าทียียวนเช่นนั้น ยิ่งทำให้โทสะของฮูหยินเสิ่นพุ่งทะยานสูงยิ่งกว่าเดิม
เสิ่นเล่อเหยียนแอบหัวเราะในใจ นางเห็นพี่รองของตนแล้ว ทำให้รู้สึกเหมือนตนได้เห็นจางต้าหลางซ้อนทับอยู่
เมื่อก่อน...ยามเมื่อเขายียวนท่านลุงจางก็มักจะทำเช่นนี้ แม้จะต่างฐานะ...แต่ทั้งสองกลับมีนิสัยคล้ายกันยิ่งนัก
“ข้ารู้มาว่า...เป็คำสั่งของท่านพ่อ ที่ให้รับตัวเหยียนเหยียนกลับมาที่จวน เห็นท่านแม่ต่อต้านเช่นนี้ หมายความว่าท่าน้าขัดคำสั่งของท่านพ่อหรือ” เพียงตำพูดเดียวของชายหนุ่ม ทำฮูหยินเสิ่นหุบปากฉับในทันที
ความจริงที่ทำในวันนี้ นางก็เพียง้าข่มบุตรสาวของนางแพศยาลั่วอวิ๋นซีเท่านั้น ไม่คิดว่าจะทำให้ต้องมาผิดใจกับบุตรชายทั้งสอง
หึ! นางจิ้งจอก นางเองก็ไม่ต่างจากมารดาของนาง แม่ของนางในอดีตแย่งชิงสามีของตน ลูกสาวก็ไม่ต่างกัน...ตอนนี้้าแย่งชิงบุตรชายทั้งสองของตนไปเป็พวกของนาง
“ขะ...ข้า ช่างเถอะ! เื่นี้ข้าไม่อยากยุ่งแล้ว เ้าอยากทำอะไรก็ทำไป” นางเอ่ยเสียงเย็น เมื่อสามีสั่งให้นำตัวเสิ่นเล่อเหยียนเข้ามาอยู่ในจวน นางก็จำต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้
ฮูหยินเสิ่นลุกขึ้นยืน ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้พานางกลับเรือนไปพักผ่อน แต่ก่อนจะก้าวออกไป นางหันมาเอ่ยอีกเล็กน้อย
“ให้นางไปอยู่ที่เรือนหลังเล็กท้ายจวนก็พอ ที่นั่น...ข้าว่านางคงคุ้นเคยดีอยู่แล้ว” ร่างสูงมองตามมารดาอย่างจนใจ ก่อนจะหันมายังน้องสาวที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง
“ไปเถอะ พี่พาเ้าสองคนไปดูเรือนที่พัก” ร่างสูงพยักหน้าให้น้องสาว ทว่าก่อนที่พวกเขาจะทันได้ก้าวออกจากห้องโถงใหญ่ พ่อบ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน
“คุณชายใหญ่! คุณหนูสามเกิดอุบัติเหตุขอรับ รถม้าพลิกคว่ำกลางตลาด ตอนนี้กำลังถูกส่งตัวไปที่โรงหมอ”
ร่างสูงแสดงสีหน้าใเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งพ่อบ้าน
“พาคุณหนูสามไปที่เรือนเล็กท้ายจวน ข้าจะออกไปดูหนิงเอ๋อก่อน” เอ่ยจบร่างสูงก็รีบทะยานจากไป พ่อบ้านชราเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะผายมือให้นาง
“เชิญคุณหนู...สามขอรับ” พ่อบ้านวัยชราเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก เพราะเมื่อก่อนคุณหนูสามคือเสิ่นเจียหนิง
เสิ่นเล่อเหยียนพยักหน้าให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินนำไปก่อน นางอาศัยอยู่ที่นี่เจ็ดปี ก่อนจะถูกส่งตัวออกไป ทุกที่ภายในจวนเสิ่นผิงโหวนางล้วนจดจำได้ดี
เมื่อมาถึงเรือนหลังเล็กท้ายจวน หญิงสาวมองสำรวจรอบๆ อีกครั้ง ที่นี่ยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่เหมือนพึ่งจะได้รับการซ่อมแซมและทำความสะอาดเมื่อไม่นานมานี้
“ขอบคุณพ่อบ้านเสิ่น” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม ชายชราที่ได้รับโอกาสให้ใช้แซ่เสิ่นจากท่านโหวผู้เฒ่า คำนับให้หญิงสาวเล็กน้อย
“ท่านกลับไปก่อนเถอะ หากข้ามีอะไรที่้าจะไปบอก” ทันใดนั้นเอง สาวใช้ร่างเล็กพลันก้าวออกมาจากด้านในเรือน พร้อมถังไม้และผ้าขี้ริ้ว
“คุณหนูขอรับ นางคือจินฮวา เป็สาวใช้ที่ฮูหยินเตรียมให้คุณหนู” ชายชราเอ่ยแนะนำหญิงสาว
“คารวะคุณหนูเ้าค่ะ” จินฮวาวางถังไม้ลง พร้อมกับยอบกายให้นายคนใหม่ของตน เสิ่นเล่อเหยียนพยักหน้า ก่อนจะพาจางหยวนหยวนก้าวเข้าไปภายในเรือน
หลังจากสำรวจด้านใน นางพบว่าไม่มีของตกแต่งสักชิ้น ภายในเรือนมีโต๊เก้าอี้ไม่กี่ตัว แต่ก็สามารถอาศัยนอนได้
