หลังจากหลี่ต้าเหวินและฉินซูหลานอ่านจดหมายจบ ก็เข้าใจสถานการณ์ทันทีว่าที่เถาเทียนเต๋อไม่ได้มาด้วยตัวเองเพราะต้องอยู่ดูแลภรรยาที่ป่วย ด้วยความเกรงใจและไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทางนั้นต้องลำบาก ทั้งสองจึงตัดสินใจรับของขวัญขอบคุณกองโตนี้ไว้ โดยตั้งใจว่าจะเก็บไว้ให้ต้าลี่ใช้บำรุงร่างกาย
มื้อเที่ยงวันนั้น ชูชิงเตรียมอาหารไว้รอแล้ว มีกับข้าวสามอย่างและซุปหนึ่งอย่าง ได้แก่ ยำถั่วฝักยาวรสจัดจ้าน ซุปมะเขือเทศกากหมู ไข่เจียวต้นหอมหอมกรุ่น และซุปถั่วเขียวหวานเย็นชื่นใจ เมื่อทุกคนได้ชมของขวัญและอ่านจดหมายเรียบร้อยแล้ว ก็พากันล้อมวงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
หลังมื้ออาหาร มีชาวบ้านนำไข่ไก่มาขายที่หน้าบ้าน กู้เฉียนเห็นดังนั้นก็ไม่รีบร้อนกลับ เขายืนกรานจะรอให้ชูชิงรับซื้อไข่จนเสร็จ แล้วอาสาจะขับรถไปส่งเธอที่ตัวอำเภอเพื่อนำไข่ไปขายต่อ ชูชิงตอบรับน้ำใจด้วยความยินดี ส่วนชูเฉียนเห็นว่ามีรถเก๋งให้นั่งสบายๆ ก็รีบอ้อนวอนขอตามไปด้วย
ซึ่งกู้เฉียนก็ตามใจน้องเล็ก ยอมให้ติดรถไปด้วยโดยไม่ลังเล
บ่ายสี่โมงเย็น รถเก๋งของกู้เฉียนก็เคลื่อนออกจากหมู่บ้าน โดยมีไข่ไก่ตะกร้าใหญ่และซาลาเปาไส้เนื้อนึ่งสุกใหม่ๆ อีกหนึ่งตะกร้าอัดแน่นอยู่ในกระโปรงท้ายรถ มีผู้ชายอกสามศอกอย่างกู้เฉียนอยู่ด้วย งานแบกหามจึงไม่ใช่หน้าที่ของชูชิงอีกต่อไป
ยี่สิบนาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ ชูชิงลองเข้าไปติดต่อที่โรงอาหารเพื่อเสนอขายไข่ไก่ และผลลัพธ์ก็น่าประหลาดใจ ไข่ตะกร้าใหญ่ถูกรับซื้อไปจนหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียว ชูเฉียนยังเด็กจึงได้แต่ดีใจะโโลดเต้น แต่ชูชิงกลับรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เพราะก่อนหน้านี้ผู้จัดการโรงอาหารเคยยืนกรานว่าจะไม่รับซื้อไข่จากขาจรเด็ดขาด
กู้เฉียนเห็นท่าทางคล่องแคล่วของชูชิงก็นึกชื่นชม "ชูชิง หัวการค้าเธอดีจริงๆ ฉันกล้าฟันธงเลยว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เธอต้องเป็เศรษฐีเงินล้านแน่ๆ"
เศรษฐีเงินล้าน? ชูชิงยิ้มรับด้วยความมั่นใจ ในอนาคตเธอไม่ได้หวังแค่เงินล้าน แต่เธอจะเป็มหาเศรษฐีหญิงระดับประเทศให้ดู
"พี่กู้คะ ฉันยังมองการณ์ไกลสู้พี่ไม่ได้หรอก ในอนาคตถ้ามีลู่ทางทำธุรกิจดีๆ อย่าลืมชวนฉันไปแจมด้วยนะคะ" ชาติก่อนกู้เฉียนคือมหาเศรษฐีตัวจริง เกาะติดเขาไว้รับรองรุ่งแน่
กู้เฉียนเกาท้ายทอยเขินๆ "บอกตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก อาศัยตามก้นอี้เฉินเอา หมอนั่นหัวธุรกิจคมกริบ ฉันลงทุนตามมันไปส่วนหนึ่งแล้ว เอาไว้เจออี้เฉินเมื่อไหร่ ฉันจะลองถามดูนะว่าพอจะพาเธอเข้าไปร่วมวงด้วยได้ไหม"
พอได้ยินชื่อเถาอี้เฉิน ชูชิงก็รีบปฏิเสธทันควัน "เอ่อ... งั้นไม่เป็ไรดีกว่าค่ะ ขืนเข้าไปยุ่งแบบนั้น เดี๋ยวเขาจะมองว่าฉันมีเจตนาแอบแฝง ทำธุรกิจเล็กๆ ของฉันเองสบายใจกว่า"
ตอนนี้เธอเข้าใจกระจ่างแล้ว ที่แท้ในชาติก่อน กู้เฉียนรวยขึ้นมาได้ก็เพราะเกาะติดเถาอี้เฉินนี่เอง
กู้เฉียนยิ้มเ้าเล่ห์ "งั้นเอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวฉันจะแอบสืบดูว่ามันทำธุรกิจอะไร แล้วจะรีบมาคาบข่าวบอกเธอทันที ดีไหม?"
"ดีเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่กู้"
"คนกันเองเกรงใจอะไรกันเล่า เอาล่ะ เดี๋ยวฉันแวะไปหาอี้เฉินที่โรงแรมก่อนนะ"
กู้เฉียนช่วยยกตะกร้าลงจากรถส่งให้ชูชิง แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พัก
ในขณะเดียวกัน ที่ด้านหลังโรงอาหาร พนักงานคนหนึ่งกำลังกระซิบกระซาบกับผู้จัดการ "ผู้จัดการคะ... รับซื้อไข่จากบ้านชูชิงมาหมดแบบนี้ แล้วเ้าที่ญาติหัวหน้าหวังฝากมาจะทำยังไงคะ? เราจะอธิบายกับหัวหน้าหวังยังไงดี?"
ผู้จัดการยิ้มอย่างมีเลศนัย "ถ้าหัวหน้าหวังถาม ก็บอกไปว่าเป็คำสั่งพิเศษจากคนเมืองหลวง"
"คนเมืองหลวง? อ้างแบบนั้นจะผ่านด่านหัวหน้าหวังเหรอคะ?" พนักงานสาวมีสีหน้าลำบากใจ
"ผ่านสิ... ถ้าหัวหน้าหวังไม่อยากเดือดร้อนก็ต้องผ่าน คนเมืองหลวงคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ นะ ถ้าไปขัดใจเข้า เก้าอี้หัวหน้าหวังนั่นแหละจะร้อน"
"หมายความว่าคนเมืองหลวงคนนี้ใช้อำนาจบาตรใหญ่เหรอคะ?"
"ผิดแล้ว... คนคนนี้เขาไม่ใช้อำนาจรังแกใครพร่ำเพรื่อหรอก แต่เขาใช้ 'หลักฐาน' มาคุยต่างหาก"
"เอ๊ะ? ยิ่งฟังยิ่งงงค่ะ"
"เดี๋ยวอยู่นานๆ ไปเธอก็เข้าใจเองแหละน่า เชื่อฉันเถอะ อย่าไปทำให้ชูชิงลำบากใจ ซื้อไข่เ้าไหนก็ไข่เหมือนกัน"
"รับทราบค่ะ"
...
ชูชิงหิ้วตะกร้าซาลาเปาเดินนำชูเฉียนเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ทันทีที่เห็นหน้าพ่อแม่ ชูเฉียนก็พุ่งตัวเข้าไปกอดแม่ด้วยความคิดถึง
"แม่จ๋า หนูคิดถึงแม่กับพ่อที่สุดเลย"
หลี่ไหลฮวาน้ำตาซึมด้วยความตื้นตัน อ้าแขนรับลูกสาวตัวน้อยเข้าสู่อ้อมกอด แต่ทว่าแรงกระแทกเบาๆ กลับไปะเืแผลที่แขน ทำให้เธอเผลอร้อง "โอ๊ย" ออกมา
ชูเฉียนหน้าเสีย รีบถอยกรูด "แม่คะ... หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจทำให้แม่เจ็บ"
หลี่ไหลฮวากัดฟันข่มความเจ็บ ปั้นหน้ายิ้มอ่อนโยน "ไม่เจ็บจ้ะลูก... แม่แค่อยากกอดหนูมากไปหน่อย ขยับแขนแรงไปนิดเดียวเอง ตอนนี้หายแล้วจ้ะ"
ชูเฉียนเชื่อคำโกหกแสนหวานนั้นสนิทใจ แต่ชูชิงที่ยืนมองอยู่รู้ดีว่าแม่เจ็บแค่ไหน เธอรีบเปลี่ยนบรรยากาศ
"ลุงต้าลี่ พ่อ แม่... มาทานซาลาเปากันก่อนค่ะ เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ยังร้อนๆ อยู่เลย หอมมากนะคะ"
ต้าลี่ที่นอนเบื่ออยู่บนเตียง พอได้ยินเื่กินก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที รีบสวมรองเท้าเดินไปล้างมือ ส่วนชูชิงหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดมือให้พ่อกับแม่
ชูผิงยิ้มอย่างเอ็นดู "ชิงชิง... ลุงต้าลี่มาอยู่โรงพยาบาลช่วยดูแลพ่อกับแม่ตั้งเยอะ ให้เขากินก่อนเถอะลูก"
"ได้ค่ะพ่อ"
ไม่นานต้าลี่ก็เดินกลับมา พอเห็นตะกร้าซาลาเปาวางอยู่ข้างเตียงตัวเองก็รู้ทันทีว่าทุกคนให้เกียรติเขา เขารู้สึกซาบซึ้งใจ หยิบซาลาเปาออกมาแปดลูก ยื่นส่งให้ชูผิงและหลี่ไหลฮวา
"พี่ชาย พี่สะใภ้... กินด้วยกันสิครับ กินคนเดียวไม่อร่อยหรอก"
ชูชิงได้ยินลุงต้าลี่เรียกพ่อกับแม่ว่า 'พี่ชาย พี่สะใภ้' ได้อย่างเป็ธรรมชาติก็รู้สึกอบอุ่นใจ พ่อกับแม่ทำท่าจะเกรงใจ แต่ชูชิงรีบเสริม "พ่อแม่กินเถอะค่ะ กินเป็เพื่อนลุงต้าลี่หน่อย ไม่งั้นเขาจะเกรงใจแย่"
สองสามีภรรยาจึงยอมรับซาลาเปาไปกิน
ต้าลี่หยิบซาลาเปาอีกสองสามลูกจะยื่นให้ชูชิงกับชูเฉียน แต่เด็กสาวส่ายหน้า
"ลุงต้าลี่ทานเถอะค่ะ หนูสองคนกินมาแล้ว... ไม่ต้องกลัวว่ากินเยอะแล้วตากับยายจะหมดตัวนะ ทางบ้านตระกูลเถาส่งเสบียงมาให้เพียบเลยค่ะ กินไปอีกเป็ปีก็ไม่หมด"
ต้าลี่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า "ดีเลยๆ ไม่รับของฟรีก็เสียน้ำใจแย่ หลังจากนี้ถ้าบ้านเถาส่งอะไรมาอีกก็รับไว้ให้หมดเลยนะ"
ท่าทีสบายอกสบายใจเกินเหตุของเขาทำให้ชูชิงอดสงสัยไม่ได้ "ลุงต้าลี่คะ... ลุงความจำเสื่อมจริงๆ หรือเปล่า? ลุงดูไม่ค่อยชอบหน้าคนตระกูลเถาเลยนะคะ"
ต้าลี่ยัดซาลาเปาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ "โอ๊ย... ผมจำอะไรเกี่ยวกับบ้านนั้นไม่ได้หรอก แต่ผมรู้สึกถูกชะตากับบ้านคุณมากกว่านี่นา... ยิ่งไอ้บ้านเถานั่นส่งของมาให้เราเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสิครับ เดี๋ยวรอผมความจำกลับมาเมื่อไหร่ ผมจะไป... เอ่อ ไปขอบคุณพวกเขาให้หนักๆ เลย"
ยิ่งมอง ชูชิงก็ยิ่งรู้สึกว่าน้าต้าลี่เหมือนลูกเศรษฐีจอมล้างผลาญที่กำลังช่วยคนอื่นขนสมบัติบ้านตัวเองยังไงชอบกล เธออาศัยจังหวะที่เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
แอบหลบมุมเข้าไปในมิติ
"เ้าหนูมิติ... ฉันว่าลุงต้าลี่ดูแปลกๆ นะ เขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
เสียงของมิติดังตอบกลับมา "ถูกต้อง... สัญชาตญาณท่านแม่นยำมาก ฉันััถึงความผิดปกติของเขาได้แล้ว"
"ผิดปกติตรงไหน?"
"เขาไม่ได้แค่ความจำกลับคืนมาแล้วเท่านั้นนะ... แต่เขายังมีความทรงจำจาก 'ชาติที่แล้ว' ด้วย"
ชูชิงตาโต "หมายความว่าเขาก็กลับชาติมาเกิดเหมือนฉันเหรอ? แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมกลับตระกูลเถาล่ะ?"
"เพราะเขา้าตอบแทนบุญคุณ"
"ตอบแทนบุญคุณ? ฉันไม่ได้้าอะไรสักหน่อย"
"เขาอยากเป็ลูกชายให้ตากับยายของท่านจริงๆ"
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะในชาติก่อน เขาต้องตายั้แ่ยังหนุ่ม แต่ในชาตินี้ท่านช่วยชีวิตเขาไว้ เปลี่ยนชะตากรรมของเขา... เขารู้สึกขอบคุณท่านมาก และเขาก็รู้ดีว่าท่านผูกพันกับตากับยายแค่ไหน อีกทั้งท่านทั้งสองก็อยากมีลูกชาย เขาจึงเลือกที่จะตอบแทนด้วยวิธีนี้... การเป็ลูกชายที่กตัญญูให้ท่านทั้งสองไงล่ะ"
ชูชิงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ "แล้วฉันควรจะเปิดโปงเขาไหม?"
"บางเื่... รู้แล้วก็เหยียบไว้ดีกว่า เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพวกท่านเลยสักนิด"
"นั่นสินะ... ก็ได้ ฉันจะปล่อยเลยตามเลย ให้ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติแล้วกัน"
