บทที่ 98 ถ้ำนักพรตโบราณ
คิดไม่ถึงว่าจะมีถ้ำนักพรตโบราณโผล่ขึ้นที่เป่ยหยวนด้วย ข่าวดังกล่าวนี้ถูกลู่หนานแม่สาวน้อยผู้นี้ไปสืบข่าวจนรู้มาได้อย่างไร?
ลู่อวี่ไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกไม่พอใจของแม่สาวน้อย แต่กลับจับตาดูที่ลู่หยวนจือ เพราะเขาเชื่อว่าขนาดลู่หนานยังรู้ข่าว เช่นนั้นลู่หยวนจือที่เป็งูประจำถิ่นคงไม่มีเหตุผลที่จะไม่รู้ข่าวสำคัญขนาดนี้
อันที่จริงลู่หยวนจือก็รู้ดี เพราะข่าวที่ลู่หนานได้มานั้น เขานั่นแหละที่จงใจเปิดเผย ข่าวนี้มาจากนักพรตสันโดษผู้หนึ่งที่วิ่งมาขายข่าวให้ตระกูลลู่ เพื่อยืนยันความถูกต้องของเื่นี้ลู่หยวนจือเองจึงได้ส่งคนไปตรวจสอบดูล่วงหน้าแล้ว หลังจากได้รับข้อมูลที่แน่นอนแล้วถึงได้ปล่อยข่าว
เมื่อเวลานี้เห็นนายน้อยหันมามอง ดังนั้นจึงไม่สนใจกับท่าทีข่มขู่ของลู่หนานอีก แต่กลับพูดออกมาตามตรงเลยว่า “คุณหนูลู่หนานพูดถูก มีถ้ำของนักพรตโบราณอยู่ที่เป่ยหยวนจริงๆ ข่าวนี้เพิ่งแพร่สะพัดออกไปได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ข้าเพิ่งจะส่งผู้เฒ่าใหญ่ไปตรวจสอบดู พบว่ามันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้มีคนเดินทางมุ่งหน้าไปที่แห่งนั้นกันแล้ว แต่ผู้เฒ่าใหญ่บอกว่าถ้ำของนักพรตโบราณนั้นมีการป้องกันไว้อย่างแ่า ไม่สามารถฝ่าทะลวงเข้าไปได้ในระยะเวลาสั้นนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้รายงานเื่นี้ต่อนายน้อยทันที!”
ลู่อวี่พยักหน้า ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าแขนเสื้อของเขากระตุกเบาๆ เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นลู่หนานมองเขาด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ไม่นานเขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง แม่สาวน้อยผู้นี้ เหตุใดถึงไม่ทำให้คลายกังวลลงบ้างเล่า เมื่อถ้ำนักพรตปรากฏขึ้น ไม่รู้ว่าจะมีนักพรตเท่าไรที่ทราบข่าวและมุ่งหน้ากันมาเพื่อแย่งชิงสมบัติภายในนั้น ถึงเวลานั้นคงจะวุ่นวายกันน่าดู มันย่อมไม่ได้ง่ายดายอย่างที่แม่สาวน้อยคิด
แต่เขากลับทำใจปฏิเสธตรงๆ ไม่ได้ แม้ว่าแม่สาวน้อยผู้นี้จะเป็คนรักสนุก แต่ส่วนใหญ่แล้วว่านอนสอนง่ายนัก เมื่อมาคิดดูแล้ว เขาก็ใจอ่อนและพูดขึ้น “การปรากฏตัวขึ้นของถ้ำนักพรตโบราณ มันก็เป็เื่ใหญ่จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีอันตรายมากเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีผู้เฒ่าตู้ค่อยปกป้องอยู่ แต่หากคิดจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการตามล่าหาสมบัติ เช่นนั้นก็คงพาพวกเ้าไปด้วยไม่ได้!”
“เ้าคิดว่าผู้เฒ่าตู้ที่ต้องปกป้องพวกเ้า และยังต้อง่ชิงทั้งสมบัติ อีกทั้งยังต้องป้องกันผู้ที่มีเจตนาชั่วร้าย เขาจะแยกร่างได้งั้นหรือ? อีกอย่างคนที่สามารถไปที่นั่นเพื่อจะไปล่าสมบัติก็ล้วนแล้วแต่มีพลังยุทธ์ที่สูงส่ง แม้แต่พี่ชายก็ยังใจสั่นขวัญแขวน หากพาเ้าไปด้วย พี่ชายจะวางใจได้อย่างไร?”
เมื่อพูดมาถึงเื่นี้ ใบหน้าของลู่หนานก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตเอ่อล้นเต็มไปด้วยน้ำตา
เมื่อลู่อวี่เห็นเช่นนี้ก็รีบพูดวิธีที่ตัวเองคิดออกมา “เอาเช่นนี้หรือไม่ ผลิญญาหยกเขียวที่พี่ชายประมูลมาได้จากเมืองเทียนตูเซียนเมื่อครั้งก่อน พอดีเป็วัตถุดิบหลักในการปรุง ‘ยาชะลอวัย’ ด้วย ตอนนี้ก็ยังพอเหลืออยู่บ้าง มันมากพอที่จะปรุงโอสถได้เตาหลอมหนึ่งพอดี เมื่อถึงเวลาจะแบ่งให้เ้าเม็ดหนึ่งดีหรือไม่?”
“จริงหรือ?” ลู่หนานเม้มริมฝีปากเล็กๆ นั้น และถามด้วยความสงสัย แม้ว่านางจะเรียนรู้การปรุงโอสถมาได้ไม่นานมานี้ แต่ก็รู้ว่าสูตรยาของยาชะลอวัยนั้นสูญหายไปนานแล้ว กลัวว่าลู่อวี่จะหลอกนาง สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว ยาชะลอวัยมันสำคัญกว่าการไปเข้าร่วมสนุก แทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ
แม้แต่จีชิงรั่วที่เพิ่งอายุเพียงสิบสองปีที่ได้ฟังแล้ว ดวงตาที่สวยงามก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นทันที ลู่อวี่เองก็ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เขาพูดต่ออย่างรวดเร็ว “แน่นอน ศิษย์ที่ดีอย่างชิงรั่วก็มีส่วนแบ่งเช่นกัน อืม หากทุกอย่างเป็ไปด้วยดี ยาเตานี้ก็คงกลั่นออกมาได้ยี่สิบสามสิบเม็ดในจำนวนที่เพียงพอ!”
ลู่หนานครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งถึงแสร้งทำเป็ไม่พอใจแล้วพูดขึ้น “เอาละ เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะปล่อยท่านไปก่อน!” ขณะที่พูด น้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตากลมโตก็หายไปทันที
ลู่อวี่ถอนหายใจเบาๆ ในใจ เมื่อเห็นว่าไม้ตายที่ลู่หนานใช้กับตัวเองนับวันก็ยิ่งมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้มันจากใคร
หลังจากรู้ข่าวการถ้ำนักพรตโบราณที่ปรากขึ้นมาแล้ว ลู่อวี่ก็อยากจะไปดูเหมือนกัน เพราะออกมาครั้งนี้เขาย่อมคิดถึงปัญหานี้ไว้อยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เจอกับถ้ำเช่นนี้มาก่อน ก็ต้องไปที่ซากปรักหักพังโบราณเ่าั้อยู่ดี แต่หากในกรณีเช่นนั้น เขาก็คงต้องระวังให้มากขึ้น ซากปรักหักพังโบราณปกติแล้วก็มักจะเป็สำนักและตระกูลใหญ่ๆ ที่ทรงพลังทิ้งไว้ข้างหลัง อีกทั้งยังเป็พื้นที่อิสระ เห็นเพียงตู้เสวียนเฉิงจอมเทพขั้นเกิดเทพเ้าคนหนึ่งที่เกือบจะตายเพราะถูกพิษจากในนั้น ก็รู้เลยว่าในนั้นมันอันตรายไม่น้อย
แม้ว่าถ้ำของนักพรตโบราณก็อันตรายมากเช่นกัน แต่ก็ค่อนข้างปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องดูนักพรตคนก่อนที่ทิ้งถ้ำไว้ด้วยว่ามีพลังยุทธ์ขั้นไหน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็ตัวกำหนดมูลค่าของสมบัติที่ซ่อนอยู่ภายในด้วย
เมื่อชาติก่อนนั้น ลู่อวี่สามารถเลื่อนขั้นเป็ “ปรมาจารย์ปรุงโอสถ” ได้ภายในเวลาสองร้อยปี เพราะเขาเคยได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากปรมาจารย์โอสถท่านหนึ่งในสถานที่โบราณแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็การถ่ายทอดความรู้สืบต่อมาที่สมบูรณ์มาก ถึงส่งผลให้มีปรมาจารย์โอสถที่มีพร์ขั้นเทพคนหนึ่งออกมาได้
แน่นอนว่า ในนั้นก็มีความจริงที่ว่าลู่อวี่มีพร์ที่โดดเด่นในด้านปรุงโอสถด้วย อีกอย่างไม่ว่าจะเป็โอกาสและโชคชะตาก็ดีมากทั้งนั้น ถึงได้มีผลลัพธ์เช่นนี้ มิเช่นนั้น คนที่ไม่มีพร์ในการปรุงโอสถใดเลย จะได้รับการถ่ายทอดวิชาเช่นนี้ได้อย่างไร ก็คงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นเดียวกับลู่อวี่
แต่เวลาไม่เคยคอยท่าใคร เมื่อฟังที่ลู่หยวนจือกล่าวมา ข่าวนี้ถูกคนรู้กันไม่น้อยแล้ว อีกทั้งยังแพร่กระจายไปทั่ว หากไปช้ากลัวจะมีคนแย่งชิงไปมากกว่านี้ ดังนั้นหลังจากหารือกับตู้เสวียนเฉิงแล้ว จึงตัดสินใจออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ทันที
เหตุผลที่ต้องออกเดินทางในวันถัดไป แทนที่จะออกเดินทางทันทีเลย เป็เพราะว่าปรมาจารย์ค่ายกลกระบี่เฉินเสวียนคิดว่า ถ้ำโบราณที่สมบูรณ์ขนาดนั้นต้องมีการป้องกันอย่างแ่า เพียงการเจาะทะลุค่ายกลป้องกันนั้น สำหรับนักพรตในปัจจุบันนี้มันก็ยังไม่ถือว่าเป็เื่ง่ายเลย อีกอย่างถ้ำโบราณก็เพิ่งถูกค้นพบได้ไม่นานนี้ ต่อให้เดินทางไปที่นั่นในวันรุ่งขึ้นก็ยังทันเวลาอย่างแน่นอน
อีกอย่างหากคนบุกทะลวงค่ายกลกระบี่ป้องกันเข้าไปได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน นั้นก็หมายความว่าถ้ำโบราณนี้ไม่มีคุณค่ามากพอ ดังนั้นยิ่งขั้นพลังยุทธ์สูงเท่าไร ค่ายกลกระบี่ป้องกันก็น่าจะฝ่าทะลวงเข้าไปยากมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าการคาดเดานี้จะไม่แม่นยำมากนัก แต่ส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนกัน
เฉินเสวียนในฐานะปรมาจารย์ค่ายกลกระบี่ ก็ให้ความสนใจต่อค่ายกลกระบี่ป้องกันของนักพรตโบราณเป็อย่างมากอยู่แล้ว หากต้องฝ่าทะลวงเข้าไปจริงๆ มันก็จำเป็ต้องเตรียมของบางอย่างเช่นเดียวกัน
ดังนั้นต่อให้เดินทางไปที่นั่นพรุ่งนี้ก็ไม่ทำให้อะไรล่าช้านัก
ลู่หยวนจือที่คอยนั่งเป็ผู้ช่วยอยู่พูดอึกๆ อักๆ อยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา จนกระทั่งลู่อวี่ลุกขึ้น และกำลังจะออกไป นางถึงทนไม่ได้และพูดออกมาว่า “นายน้อย คือ นอกเหนือจากผู้เฒ่าใหญ่ที่พรุ่งนี้จะนำทางไปที่ถ้ำ ไม่ทราบว่าพอจะพาลูกชายของข้าไปด้วยได้หรือไม่ ข้ารับประกันว่า เขาจะเชื่อฟังคำสั่งของนายน้อยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะไม่กระทำการอะไรโดยประมาท!”
ลู่อวี่ค่อนข้างจะประหลาดใจ เพราะที่เขารู้มาลู่หยวนจือมีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งเกือบจะเหมือนกับบิดาของเขา ที่มีเขาเป็ลูกชายเพียงคนเดียว แล้วกล้าปล่อยให้เขาไปสำรวจถ้ำโบราณร่วมกับเขาและคนอื่นๆ เช่นนี้คิดว่าคงจะคิดทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว
“ได้สิ ได้ยินมาว่าคุณชายหลิงก็มีพลังยุทธ์่ต้นขั้นฟันฝ่าแล้วใช่หรือไม่? แต่การสำรวจถ้ำโบราณครั้งนี้ เพราะข้อมูลไม่เป็ความลับ อาจเผชิญหน้ากับอันตรายบางอย่างได้ แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมาย เขาก็ต้องรับหน้าที่เป็ผู้นำตระกูลในอนาคตอยู่แล้ว ออกไปหาประสบการณ์ให้มากๆ และประสบพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ เสี่ยงภัยบ้างมันก็คุ้มค่า นับว่ามันมีแต่ประโยชน์ต่อเขาไม่ได้มีผลเสีย!”
ลู่หยวนจือถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นลู่อวี่ตอบรับ และแม้ว่าจะเป็เพียงการตกปากรับคำ แต่ในใจกลับครุ่นคิดว่าจะกลับไปเตือนลูกชายของเขาอย่างดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะต้องประพฤติตัวให้ดีเมื่ออยู่ต่อหน้านายน้อย ดูจากท่าทางนายน้อยแล้ว คงไม่สนใจผู้ที่ประพฤติตนซื่อสัตย์ รักษาหน้าที่แน่ แต่ลูกชายของเขากับคุณหนูลู่หนานนั้นต่างกัน คุณหนูลู่หนานมีพี่ชายผู้นี้อยู่ อนาคตไม่ว่าจะประสบพบเจอกับอะไร ก็ต้องมีลู่อวี่ค่อยปกป้องจากลมพายุลม แต่ในอนาคตลูกชายของตัวเองจะต้องเผชิญกับทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว มันก็ต้องฝึกฝนอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกชายสามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนายน้อยลู่ได้ มันก็จะช่วยตระกูลได้ไม่น้อย อย่างน้อยก็สามารถรักษาทำให้ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนสงบสุขได้ทีเดียวสามร้อยปีเลย และหากนายน้อยเก่งกาจ จนสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นเกิดเทพเ้าและขั้นหวนสู่สัจธรรมได้ เช่นนั้นในเวลาพันปีนี้ตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวนก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะมีภัยพิบัติใหญ่อะไร นี่แหละคือแผนการที่วางไว้ของลู่หยวนจือ ส่วนเื่ฝึกฝนลูกชายนั้นมันก็เพียงเป้าหมายที่แอบแฝงอยู่ด้วยเท่านั้น
เมื่อคิดถึงเื่นี้ หัวใจของลู่หยวนจือก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขาโบกมือสั่งให้คนยุติงานเลี้ยง จากนั้นจึงรีบกลับไปที่พักของตัวเอง และในเวลาเดียวกัน ก็ใช้ให้คนไปตามลูกชายลู่เทียนเหว่ยมาหา
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามยี่สิบสี่ปีผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา รูปร่างก็ถือว่าไม่สูงใหญ่กำยำ แต่กลับดูแข็งแรงไม่น้อย “ท่านพ่อ ท่านเรียกหาข้ามีเื่อะไรหรือ?” หลังจากที่ลู่เทียนเหว่ยเข้ามาก็เอ่ยปากถามทันที
ลู่หยวนจือก็ไม่ถือสาท่าทีของลูกชาย เพราะบิดากับลูกชายคู่นี้สนิทสนมกันไม่น้อย ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่เคารพกันเหมือนบิดาและลูกชายในตระกูลใหญ่
“ข้าได้พบกับนายน้อยเมื่อครู่นี้ ก็เลยบอกเขาเื่ที่ให้พาเ้าไปที่ถ้ำนักพรตโบราณวันพรุ่ง และนายน้อยก็ตกลงแล้วด้วย!”
ลู่เทียนเหว่ยได้ยินเช่นนี้ก็ดีใจขึ้นมาทันที เลิกคิ้วขึ้นและกล่าวขึ้น “เยี่ยมไปเลย ข้าคิดว่านายน้อยจะไม่ตกลงเสียอีก!” เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ได้มีความสำคัญ และมีสถานะอะไรอยู่ในใจของนายน้อยตระกูลลู่อยู่แล้ว แม้แต่บิดาของตัวเอง ซึ่งเป็หัวหน้าตระกูลลู่แห่งเป่ยหยวน เป็เพียงบุคคลตัวเล็กๆ ในสายตาของเขาเท่านั้น ถือเป็โอกาสอันดีที่จะได้มีโอกาสสำรวจผจญภัยร่วมกับนายน้อย
ลู่หยวนจือยิ้มและสั่งกำชับไปว่า “นายน้อยไม่เพียงแต่มีพร์ในการฝึกฝนบำเพ็ญมากกว่าผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังเป็ผู้ที่ฉลาดมากอีกด้วย เขาจะเป็ประมุขของตระกูลคนต่อไปในอนาคต มันยากมากที่เ้าจะได้มีโอกาสติดตามเช่นนี้ ดังนั้นต้องทำตนให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก็บความฉลาดปกติพวกนั้นของเ้าโยนทิ้งไปเสีย นายน้อยไม่ใช่พวกหนุ่มเ้าสำราญเกเรพวกนั้นที่จะมาเทียบเคียงได้ อย่าทำอะไรที่มันขัดสายตานายน้อย มันได้ไม่คุ้มเสีย”
“ไม่ต้องห่วงท่านพ่อ ข้าก็อยากจะไปเพิ่มพูนความรู้เช่นกัน แม้ข้าจะไม่มั่นใจอะไรนัก! ถึงเวลาข้าก็จะยืนดูอยู่ข้างเฉยๆ นายน้อยให้ข้าทำอะไรข้าก็จะทำตามนั้น!” ลู่เทียนเหว่ยเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คำพูดของบิดา เขาสามารถรับฟังได้
ลู่หยวนจือถึงพยักหน้าและพูดว่า “เช่นนั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน เ้ากลับไปเตรียมตัวแล้วออกเดินทางไปพร้อมกับนายน้อยพรุ่งนี้เช้า!”
ลู่หยวนจือไม่เป็ห่วงความปลอดภัยของลูกชายมากนัก เพราะไม่เพียงแต่ลูกชายที่มีพลังยุทธ์ขั้นฟันฝ่าแล้วเท่านั้น แต่มีนายน้อยลู่อวี่อยู่ข้างกาย อีกทั้งยังมียอดฝีมือขั้นตงซวน และขั้นเกิดเทพเ้าค่อยคุ้มครองอยู่ อย่างไรเสียก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงลูกชายไม่โลภมากจนขาดสติแล้ววิ่งออกไป่ชิงสมบัติมาไว้เอง คงไม่มีใครจัดการอะไรกับนักพรตน้อยที่ไม่ได้สะดุดตาเช่นเขา
หลังจากคิดอยู่นาน เมื่อคิดว่าไม่มีอะไรตกหล่นแล้ว ลู่หยวนจือถึงได้สบายใจ เพราะมันไม่ใช่เพียงเื่ความปลอดภัยของลูกชายเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขา้าผูกสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนายน้อยลู่อวี่ด้วย
