“เื่ที่เ้าหักหน้าข้าวันก่อน ข้ายังไม่ทันได้ชำระความ วันนี้เ้ายังแสร้งทำเดินชนข้าอีก อย่าคิดว่าข้าจะให้อภัยไม่ถือสาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะถ้าเทียบกันแล้ว เ้ากับข้าเราอยู่กันคนละฐานะ” เฟยหยางได้ยินดังนั้นจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คนเราไม่ว่าอยู่ในฐานะไหน หากมีจิตใจงดงาม ก็เหมาะสมให้ความเคารพ แต่หากจิตใจอำมหิตเน่าหนอน ต่อให้บังคับแทบตาย ก็ไม่มีใครอยากเคารพ”
“เพี้ย!” ถังเยี่ยนตบหน้าเฟยหยางทันทีด้วยความโกรธ
“นับจากข้าเกิดมา ยังไม่เคยมีนางกำนัลคนใด โอหังเช่นเ้า อย่าคิดว่าเป็คนโปรดของฮองเฮาแล้วข้าจะเกรงกลัว พ่อข้าเป็ถึงเสนาบดีที่ใคร ๆ ต่างเคารพ หากอยากอยู่ในวังหลวงอย่างสุขสบายก็อย่าคิดเหิมเกริมกับข้า” เฟยหยางกำมือแน่น ก่อนร่างของถังเยี่ยนจะเดินผ่านไป
“มีพ่อเป็เสนาบดีแล้วอย่างไร ตัวท่านเองมีตำแหน่งเป็คุณหนูสกุลหลี่แล้วอย่างไร เื่ของพระสนมเสี่ยวเอิน อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้เห็น ว่าพวกเ้าสองพ่อลูกวางแผนใส่ร้ายนาง เมื่อใดที่ข้าหาหลักฐานเอาผิดพวกเ้าได้ เมื่อนั้นอำนาจวาสนาของพวกเ้าก็จบสิ้นลง”
“บังอาจ!” หลี่ถังเยี่ยนโกรธจนเืขึ้นหน้า นางเตรียมยกมือฟาดมาที่เฟยหยางเต็มกำลัง ก่อนร่างของรัชทายาทจะเข้ามาขวางไว้ แล้วถูกถังเยี่ยนตบแทนอย่างจัง ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่าทหารและนางกำนัลบริเวณนั้นรีบก้มหน้าลงทันทีด้วยความหวาดกลัว
“รัชทายาท!” หลี่ถังเยี่ยนเบิกตากว้าง พลันย่อตัวลงคุกเข่าทันที ด้วยเกรงกลัวต่อราชอาญาที่มีโทษอาจถึงปะา ถังเยี่ยนตัวสั่นระริก เลื่อนสายตาไปมาแล้วละล่ำละลักพูด
“หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพระองค์นะเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่จะสั่งสอนเฟยหยางเท่านั้น” รัชทายาทจับที่แก้มของตัวเอง ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของเฟยหยางที่มองเขาด้วยความเป็ห่วง ขณะที่ชายหนุ่มจะจับมือนางไว้แน่น
“ไปกับข้า” เขาหันมาพูดกับเฟยหยางด้วยน้ำเสียงสุขุม ก่อนจะดึงร่างของเฟยหยางเดินจากไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ถังเยี่ยนที่หวาดกลัวอยู่ค่อย ๆ ได้สติกลับมาแล้วกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอย่างสาหัส
เจี้ยนหัวดึงร่างของเฟยหยางมายังสวนดอกเหมย ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดโชยมาเป็ระลอก ก่อนเขาจะปล่อยมือนางออกแล้วจับจ้องมองใบหน้าของนาง
“ข้าเตือนเ้าแล้ว ว่าอย่ายุ่งกับถังเยี่ยน เหตุใดจึงไม่ฟัง”
“หม่อมฉันเพียงแค่เผลอเดินชน ทำให้นางโกรธก็เท่านั้นเพคะ” เฟยหยางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันไปเห็นใบหน้าของรัชทายาทแดงเป็ริ้วขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“เจ็บหรือไม่เพคะ” นางถามด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะล้วงเอาสมุนไพรขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา รัชทายาทนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปย่อตัวลงนั่งยังโต๊ะหินสีขาว
“ข้าเจ็บตัวเพราะเ้า เ้าก็ต้องเป็ผู้ทายานี้ให้ข้า” เฟยหยางขมวดคิ้วแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย
“ว่าอย่างไรนะเพคะ”
“ข้าบอกว่าข้าเจ็บตัวก็เพราะเ้า เ้าต้องเป็คนรับผิดชอบโดยการทายาให้ข้า” เฟยหยางได้ยินดังนั้น จึงค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาเขา แล้วแต้มยาทาให้อย่างระวัง ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดโชยมาเป็ระลอก ชายหนุ่มััถึงแรงมืออันแ่เบาของนางที่บรรจงทายาให้อย่างระวัง พร้อมเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วเป็จังหวะให้เขาเผลอเคลิ้มไปครู่หนึ่ง
“เสร็จแล้วเพคะ” นางแต้มยาเสร็จจึงละมือจากใบหน้าหล่อเหลาของเขา แล้วเตรียมตัวเดินจากไป ด้วยรู้ว่าฐานะตนเองเป็เพียงนางกำนัลต่ำต้อย ไม่ควรอยู่ใกล้ชิดเขาเกินไปนัก
“เดี๋ยวก่อน” คำเอ่ยรั้งของอีกฝ่าย ทำให้เฟยหยางหยุดเดินแล้วหันใบหน้าสวยหวานกลับมา
“บอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดเ้าจึงตั้งแง่กับหลี่ถังเยี่ยนนัก นางทำอันใดให้เ้าไม่พอใจ” เขาพูดด้วยสายตาเป็ห่วง ก่อนเสี่ยวเอินในร่างของเฟยหยาง จะกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หม่อมฉันซาบซึ้งใจ ที่วันนี้พระองค์ทรงปกป้องหม่อมฉันจากแม่นางถังเยี่ยน แต่มันก็เทียบไม่ได้ กับการที่พระองค์ ทรงปล่อยให้พระสนมเสี่ยวเอินถูกสกุลหลี่ใส่ร้ายจนต้องโทษปะา” เขาหลับตาลงเพื่อสงบโทสะของตัวเอง พลันพูดกับหญิงสาวด้วยเหตุผล
“เ้ากับเสด็จแม่ช่างเหมือนกันไม่มีผิด ปักใจเชื่อ ทั้งที่หลักฐานมัดตัวเสี่ยวเอินจนดิ้นไม่หลุดเพียงนั้น”
“เช่นนั้นหม่อมฉันนี่แหละ จะพิสูจน์ให้พระองค์และทุกคนเห็น ว่าพระสนมเสี่ยวเอินเป็ผู้บริสุทธิ์ และหลี่ถังเยี่ยนไม่ได้แสนดีอย่างที่ทุกคนคิด” พูดจบเฟยหยางก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดโชยมาปะทะกาย ก่อนหานลู่จะเดินเข้ามาน้อมกายลงเคารพรัชทายาทด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ทูลรัชทายาท ข้าพยายามค้นหาจนทั่วแล้ว ไม่พบนางจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ข้าคิดว่านางอาจย้ายไปอยู่เมืองอื่นแล้วก็เป็ได้ ให้พวกข้าออกตามหายังเมืองอื่นดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ก่อนเจี้ยนหัวจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“พวกเ้าไม่ต้องตามหานางแล้วล่ะ” หานลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เหตุใดจึงไม่ตามหานาง นางเป็หญิงที่พระองค์รอคอยมาตลอดไม่ใช่เหรอพ่ะย่ะค่ะ” รัชทายาทถอนหายใจแล้วหันมายังหานลู่
“ข้าเจอนางแล้ว ต่อไปพวกเ้าไม่ต้องตามหานางอีก ข้าจะจัดการเื่นี้ด้วยตัวเอง” พูดจบรัชทายาทก็หันตัวเดินกลับตำหนักไป ท่ามกลางความสับสนของหานลู่ที่ยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความแปลกใจ
“จะเจอนางได้อย่างไร ในเมื่อพวกข้าออกตามหาจนแทบพลิกแผ่นดิน”
