หลังจากเด็กทั้งสองอาบแล้ว ผู้ใหญ่ก็หาที่ลับตาอาบน้ำเหมือนกัน “พี่รองอาบน้ำแล้วมันดีแบบนี้เอง ข้าอยากอาบน้ำทุกวันเลย”
“ไม่ได้หรอกน้องเล็ก เ้าก็เห็นว่าเราไม่มีน้ำจะกินอยู่แล้ว ถ้าไม่โชคดีเจอที่ตรงนี้ เราก็ยังไม่ได้อาบกัน ท่านยายท่านแม่พี่ใหญ่ยังไม่ได้อาบน้ำเหมือนเราเลย”
“แล้วทำไมเราถึงไม่ย้าย ไปอยู่ในที่มีน้ำกันล่ะ”เด็กน้อยทั้งสองยืนคุยกัน “ต้องไปถามท่านปู่ ถ้าท่านปู่ไปที่ไหนทุกคนก็ต้องตามไปอยู่ด้วย”
“จริงหรือ? ข้าต้องชวนท่านปู่ไปอยู่ในที่มีน้ำแล้ว ข้าไม่ชอบที่ไม่มีน้ำเลย”
“ไม่มีตำลึงจะย้ายไปที่ไหนได้ ต้องมีตำลึงก่อนถึงจะย้ายไปที่อื่นได้”ลี่ถังบอกน้องสาว “เราก็เอาหินสีไปขายสิ สมุนไพรก็ได้เหมือน ที่ท่านพ่อกับท่านปู่เอาไปขาย แล้วซื้อข้าวมายังไงล่ะ”
“ข้าจะมองหาหินสีและสมุนไพร ให้ท่านพ่อกับท่านปู่เอาไปขาย แล้วเราก็ย้ายไปอยู่ในที่มีน้ำกันนะพี่รอง ตามข้ามาทางนี้”ซินหยางเดินนำพี่ชาย ไปใต้ต้นไม้
“โอ้!ตรงนี้มีผลไม้ด้วย พี่รองรออยู่ตรงนี้นะข้าจะปีนขึ้นไปเก็บ”ซินหยางกำลังจะปีน “น้องเล็กเ้าปีนไม่ได้เดี๋ยวตก รอท่านพ่อกับท่านปู่ก่อน แขนขาเรายังสั้นปีนไม่ได้”
ซินหยางไม่ฟังปีนขึ้นต้นไม้ อย่างรวดเร็วจนพี่ชายยืนอ้าปากค้างด้วยความใ “น้องเล็กเ้าปีนได้ยังไงกัน แถมยังปีนเร็วด้วย เ้าไปฝึกการปีนต้นไม้มาจากที่ไหน ข้ายังไม่เคยเห็นเ้าปีนเลย”
เด็กชายพูดจบ น้องสาวก็หอบผลไม้ลงมาจากต้นไม้ เรียบร้อยแล้ว “เ้า…น้องเล็ก เ้าปีนต้นไม้ได้ ไม่พอยังรวดเร็วขนาดนี้ อึก”ซินหยาง เอาผลสาลี่ ยัดใส่ปากพี่ชาย
“รีบกินมันอร่อยกรอบด้วย”สองคนรีบกินผลไม้ “มันอร่อยนะพี่รอง ต้องให้ท่านพ่อเก็บไปฝากท่านยาย ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่ ข้าชอบกินผลไม้ มันต้องมีเยอะกว่านี้ มันอยู่ที่ไหนกันนะ”
“ใช่แล้วน้องเล็กเราไม่เคยได้กินผลไม้มานานแล้ว นานจนเ้าลืมเป็แน่ ไม่ต้องนึกหลอก เดี๋ยวให้ท่านพ่อกับท่านปู่ช่วยกันเก็บ”
“พวกเ้าสองคนมาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง เอ๊ะ!นั่นลูกสาลี่นี่ พวกเ้ายืนรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ พ่อจะขึ้นไปเก็บลูกสาลี่” ลี่กันรีบปีนขึ้นไปเก็บผลไม้
“พี่รองท่านพ่อขึ้นไปเก็บผลไม้แล้ว เราไปหาสมุนไพรกันเถอะจะได้เอาไปขาย เพื่อย้ายไปอยู่ตรงที่มีน้ำและผลไม้ยังไงเล่า ตามข้ามา”ซินหยาง ดึงแขนพี่ชายให้ออกเดิน
“น้องเล็กเข้าอย่าไปไกล เดี๋ยวท่านพ่อกับท่านปู่จะเป็ห่วง หาพวกเราไม่เจอ”
“ป่ามีอยู่แค่นี้ทำไมจะหาไม่เจอ ร้องะโคำเดียวก็ได้ยินแล้ว”ซินหยางยังไม่หยุดเดิน “เดี๋ยวนี้ทำไมน้องเล็กถึงพูดเก่ง และคิดเป็ เก่งกว่าพี่ใหญ่และพี่รองเสียอีก”
“ไม่รู้เหมือนกัน คิดอย่างไรก็พูดออกไปอย่างนั้น”ซินหยางปล่อยมือพี่ชาย วิ่งไปหาต้นไม้ต้นเล็ก “พี่รองต้นสมุนไพร เรียกท่านพ่อกับท่านปู่มาขุดเถอะ”
“ท่านปู่! ท่านพ่อ! น้องเล็กเจอสมุนไพร ให้มาช่วยขุดด้วย”ลี่ถังะโเรียกตามคำสั่งน้องเล็ก
“ไหนตรงไหน ปู่มาแล้ว บอกมาปู่จะได้ขุด”ผู้เป็ปู่รีบวิ่งมาตามเสียงของหลานชาย เขาเพิ่งจะอาบในรอบหลายเดือนเสร็จ
“ตรงนี้เ้าค่ะ ค่อยๆไปขุด ให้ขุดเป็วงกว้างเดียวโดนรากของมัน เ้าค่ะ”
“ซินหยางมันคือ สมุนไพรอะไร ดูไม่ออกเห็นแต่สีเขียวและดอกสีแดง ที่เหี่ยวแห้งเหมือนกำลังจะตาย เอ๊ะ! หรือว่ามันคือต้นโสมป่า สมัยก่อนปู่เคยเห็น แต่ไม่เคยเห็นต้นของมัน”
“ลี่กันเ้าไปไหนมา มาช่วยกันขุดเร็วเข้า ซินหยางหลานเดินดูรอบๆมีสมุนไพร แถวนี้อีกไหม ขุดต้นนี้เสร็จจะได้ไปขุดต่อ”ลี่จูถามหลานสาวที่ยืนดูอยู่ไม่ไกล
“พี่รองมาเดินดูกันเถอะ ถ้าเจอต้นแบบเดียวกัน ก็บอกท่านปู่กับท่านพ่อได้เลย”ทั้งสองเดินดูจนรอบ เจออีกแค่หนึ่งต้นเอง
“นี้ก็เย็นแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยมาใหม่”ชายชราพูดขึ้นหลังจากขุดโสมต้นที่สองเสร็จ
แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ต้องรีบเดินทางกลับ ลี่จูต้องแบกซินหยางกลับ ลี่กันก็ต้องแบกทั้งลูกชายและกระบอกน้ำ แม้ซินหยางจะบอกว่าเดินเองได้ แต่ระยะทางไกลและขาเด็กสั้น กลัวจะมืดค่ำระหว่างทาง
สองพ่อลูกรีบเร่งเดินออกจากป่า มาถึงบ้านเป็เวลาเย็นแล้ว ต่างดีใจเดินใกล้จะถึงบ้านแล้ว จึงปล่อยเด็กทั้งสองให้ลงจากหลังเดินเอง
“เ้ากล้าต่อสู้อย่างนั้นหรือยายแก่ พวกเราขนเอาข้าวสารพวกนี้ไปให้หมด พวกมันต้องขโมยของมีค่าจากที่บ้านมาเป็แน่ ก่อนออกจากบ้านมามันคือของพวกเรา”
เสียงเอะอะที่โวยวายขึ้น ทำให้สองพ่อลูกวิ่งเข้าไปในบ้าน ภาพที่เห็นคือบ้านหลังเล็กถูกหรือค้น ข้าวของกระจัดกระจายตกอยู่ในพื้นเต็มไปหมด
“หยุดเดี๋ยวน่ะ มันเกิดอะไรขึ้น แล้วพวกเ้ามาทำอะไรที่นี่ เราแยกบ้านไม่เกี่ยวกันแล้ว”ลี่กันถือมีดวิ่งเข้าไปในบ้าน
“ท่านพี่พวกเขาหาว่าข้าวที่พวกท่าน หาของป่าไปขายและซื้อมา เป็ตำลึงที่ขโมยมาจากบ้านเดิม”
“ลองเอาของข้าไปดู มีดข้าไม่มีตาเหมือนกัน”ลี่กันเอามีดไล่ฟันลูกพี่ลูกน้อง ที่กล้ามาทำร้ายท่านแม่ และภรรยาตน
ด้านลูกพี่ลูกน้องเห็นผู้ชายกลับมาแล้ว ตนและพ่อและลูกชายอีกคนก็วิ่งหนี แต่มือหิ้วถุงข้าวสาร ไปด้วย
“ท่านพี่รีบตามไป ลูกสาวของเราถูกพวกมันจับตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว”ลี่กันได้ยินรีบวิ่งตาม แต่วิ่งมาได้แค่ครึ่งทางก็พบกับซินหยาง ที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง และชายหนุ่มแปลกหน้า สองคนนอนสลบอยู่
“ลูกใหญ่เ้าเป็อะไรหรือไม่ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น ชายสองคนนั้นทำไมไปนอนแบบนั้น”
“ท่านพ่อเป็ใครไม่รู้มาช่วยไว้ อยู่ๆพวกเขาก็ลงไปนอนอยู่บนพื้น เ้าค่ะ”
“พวกชั่วช่างมันเถอะ แล้วนี่ลูกหญิงใหญ่เ้าเป็อย่างไร ได้รับาเ็ตรงไหนไหม”
“ไม่เ้าค่ะแต่ได้ยินพวกมันคุยกัน บอกว่ามันจะจับข้าไปขาย แล้วก็จะกลับมาจับ น้องรองและน้องเล็กตามไปทีหลังเ้าค่ะ”
“ญาติชั่วพวกนี้ ไม่สิพวกเราตัดญาติไปแล้ว ต้องทำอย่างไรกับพวกมันดี”ลี่กันขบกรามแน่น
“ซินหยางเ้า มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเ้ายืนอยู่ตรงหน้าบ้านหรอกหรือ”
“ข้าได้ยินเสียงพี่ใหญ่ร้องไห้ช่วยเ้าค่ะ เลยวิ่งตามมาดู เห็นพี่ใหญ่ยืนอยู่ เลยเดินเข้ามาหา”
“กลับบ้านกันเถอะทิ้งให้พวกมันนอน อยู่ข้างถนนนี่แหละ”ลี่กันจูงลูกสาวทั้งสองกลับบ้าน
“ลูกใหญ่เ้ากลับมาแล้ว เ้าเป็อะไรหรือไม่ ดีแล้วที่ท่านพี่ตามไปช่วยทัน”
“แล้วนี่ท่านพ่อกับท่านแม่ ไปไหนแล้ว”หวังฟางมองหน้าสามี “พวกท่านตามไปเอาข้าวที่บ้าน ใหญ่ข้าห้ามแล้วไม่พวกท่านไม่ฟัง”
“พวกเ้าอยู่ที่นี้ก่อน ข้าจะตามไปดูท่านพ่อท่านแม่”ลี่กันวิ่งออกจากบ้าน “ท่านพ่อข้าไปด้วย” ไม่พูดเปล่าเด็กน้อยะโมาเกาะบนหลัง ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาหยุดไม่ได้วิ่งสุดแรงเท่าที่จะมี
ระยะห่างจากบ้านใหญ่ ประมาณห้าลี้ เขาวิ่งไม่หยุดจนมาถึงบ้านใหญ่ ได้ยินเสียงโต้เถียงกันมาจาก ในบ้านตามด้วยของตกแตก
“ข้ายอมทุกอย่าง ที่ทำกินข้าก็ได้ไปแค่สี่หมู่ ท่านยังไปเอาข้าวของที่บ้านข้ามาอีก อย่าพูดคำว่าขโมยเลยอายสุนัขบ้าง”ลี่จูพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ที่ดังลั่นลานบ้าน
“เอาข้าวสาร ข้าคืนมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะเผาบ้านเ้าเดี๋ยวนี้ ให้มันรู้กันไปเลย ว่าพวกเ้าชั่วขนาด แม้แต่หลานข้า พวกเ้ายังส่งคนไปจับจะเอาไปขาย”ลู่อินเสียงดังไม่แพ้สามี ได้ยินไปหลายบ้าน
“มาบุกรุกบ้านข้าไม่พอ ยังจะเผาบ้านข้าอีกรึ ไสหัวไป ข้าวสารอะไรบ้านพวกเ้ายากจนขนาดนั้น จะมีข้าวสารได้ยังไง”
“ถือวิ่งมากับมือแท้ๆยังมาพูดหน้าด้านๆ ์พวกเขายังเป็มนุษย์อยู่ไหม ไม่ได้เป็สุนัขข้างทางหลอกหรือ”ลู่อินไม่ยอม กว่าจะได้ข้าวสารมานั้นแสนยากลำบาก
“จะคืนหรือไม่คืน ไปร้านขายข้าวดูก็รู้ใครไปซื้อ ไปถามร้านรับซื้อสมุนไพร ก็รู้ว่าพวกเราเอาอะไรไปขาย แต่ตอนนี้ข้าจะเผาบ้านพวกเ้าก่อน” ลี่จูหน้าเริ่มแดงขึ้น จุดไฟโยนขึ้นหลังคา
ไฟเริ่มลุกไหม้ พื้นที่โดยรอบมืดแล้วทำให้มองเห็นภาพ พี่น้องสองคนวัยห้าสิบ ต่อสู้กันไฟก็เริ่มลุกไหม้ น้ำไม่มีดับไฟ
“ท่านพ่อ บอกให้ท่านปู่กลับได้แล้ว ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้เยอะกว่านี้ ”ซินหยางบอกท่านพ่อ ที่นางยังเกาะอยู่บนหลัง และมองไฟที่ลุกไหม้ “การเผามันดีจริงหรือ วันข้างหน้าถ้าใครไม่ดี ข้าจะเผาให้หมด”เด็กน้อยได้แต่คิดในใจ
“ท่านแม่ กลับก่อนเถอะไฟลุกไหม้แล้ว ท่านเดินกลับไปก่อน ข้าจะพาท่านพ่อกลับ ก่อนที่เื่ราวจะใหญ่โตมากกว่านี้”
“ซินหยางมาได้อย่างไร เ้ามาทางนี้เดินกลับพร้อมกับย่า”หนทางเริ่มมืดนางเลยคว้า เอาไม้ที่ติดไฟมาหนึ่งท่อน ดีที่บ้านหลังที่เผา ไม่ใช่จวนหลังใหญ่ ที่พวกเขาเคยอยู่
“ท่านพ่อกลับกันเถอะ”ลี่กันรีบไปดึงผู้เป็ ก่อนลูกพี่ลูกน้องเขา ที่วิ่งไปตามพวกนักเลงจะกลับมา
เขาดึงมือพ่อวิ่ง จนมาทันแม่และลูกที่เดินอยู่ข้างหน้า
“ท่านพ่อพวกเราต้องรีบหนีก่อน เกาเฉินกำลังไปตามพวก นักเลงมาช่วย คนที่จับลูกใหญ่ก็เป็นักเลง ที่รู้จักเกาเฉิน พวกเขาต้องตกลงอะไรกันสักอย่างเป็แน่”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบเดินกลับบ้าน แล้วรีบหนีไปที่อื่นกันเถอะ”ผู้เป็แม่เริ่มใจไม่ดี
“ตาเฒ่าแล้วเ้าได้รับาเ็หรือไม่ ไปถึงแล้วรีบเก็บของหนีเลย เดินเร็วเข้า”ลู่อินเร่งสามีและลูกให้รีบเดินทาง
พอเดินมาถึงบ้าน ลู่อินสั่งให้ทุกคนรีบเก็บของ ที่ไม่มีอะไรมากมีเสื้อผ้าติดตัวคนละหนึ่งชุด ยกเว้นเด็กที่มีสองชุด และอุปกรณ์ปรุงอาหาร หม้อไหไม่กี่ชิ้น ผ้าห่มที่นอนผืนเก่าถูกมัด ลี่กันแบกไป
ส่วนที่เหลือแบ่งกันขนไป เด็กต้องมัดชุดตัวเองติดหลังไป ลี่จูถือคบเพลิงเดินนำหน้าไป สะพายถุงย่ามและกระบอกน้ำ หวังฟางแบกเครื่องครัว คนละครึ่งกับลู่อิน มืออีกข้างหนึ่งถือคบเพลิงที่ยังไม่ได้จุด เด็กๆต้องวิ่งตาม
ไม่มีเสียงพูดคุย มีแต่รองเท้ากระทบพื้น และเสียงหอบหายใจเท่านั้น ดีที่คืนนี้ยังมีแสงจันทร์ส่องแสง พอมองเห็นข้างทางบ้าง คบเพลิงมองแค่ไม่กี่ก้าวเดิน
“เด็กๆเดินไหวไหม เดินไปถึงหมู่บ้านข้างหน้าก่อน ค่อยหาที่พักกัน เราเดินมาเกือบสิบลี้แล้ว”ลี่จูผู้เป็ปู่ถามหลาน
“ข้าเดินไหวเ้าค่ะท่านปู่”ผู้ตอบคือซินหยานน้องเล็กสุด พี่สองคนเลยไม่กล้าพูด แม้จะเดินจนขาแทบจะยกไม่ขึ้นแล้ว อย่างลี่ถังที่เดินป่าทั้งวัน
เดินทางมาอีกหนึ่งลี้ มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็เป็เวลาที่ทุกคนหลับนอนแล้ว ลี่จูจำได้ว่าหมู่บ้านนี้ เคยมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนบูชา หลังจากมีภัยแล้งติดต่อกันหลายปี ชาวบ้านอดยากลำบาก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้
“เดินตามปู่มา คืนนี้ต้องไปนอน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปล่อยทิ้งร้างไว้ ถึงจะรกไปหน่อย เราสามารถอาศัยหลับนอนได้”
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ร้างที่ว่า อยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับชายป่า ก่อนสร้างด้วยหินก้อนใหญ่ ผสมดินเหนียวเป็ห้องโถงโล่งกว้าง หลังคาทำด้วยแผ่นไม้ พื้นเป็หินก้อนใหญ่จัดวางเป็ระเบียบ
