หลังจากทั้งคู่ตกลงกันว่าจะร่วมเดินทางด้วยกัน โจวหยางิก็เสนอให้หาที่พักสำหรับนอนคืนนี้เสียกันก่อน ชายหนุ่มเงยมองท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านดวงก็เริ่มมีเมฆหนาลอยมาบดบังแสงจดท้องฟ้ามืดสนิท เสียงฟ้าร้องดังลั่น บ่งบอกว่าฝนกำลังจะตกในไม่ช้า
เดินเท้าไปได้ไม่ไกลจากจุดเดิม ก็พบถ้ำขนาดไม่ใหญ่นัก พอให้พวกเขาเข้าไปพักหลบฝนได้ในคืนนี้ โจวหยางิเก็บกิ่งไม้แห้งรอบ ๆ ถ้ำมาจำนวนหนึ่ง โดยมีลูกเสือดำคอยช่วยคาบกิ่งไม้เดินตามหลัง
โจวหยางินำกิ่งไม้มากองไว้บนพื้นจุดไฟเพื่อไล่แมลงและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย อีกเดี๋ยวฝนตกอากาศก็คงจะหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นานฝนก็ตกโปรยลงมาอย่างหนัก พร้อมกับเสียงฟ้าร้องเสียงดังลั่นเป็ระยะ ตามมาด้วยฟ้าผ่าส่องแสงสว่างเป็ทางยาวน่ากลัว ทั้งมีลมพัดโหมกระหน่ำจนต้นไม้โยกไปมา
เสือดำตัวน้อยเห็นแบบนั้นก็ถอยเข้าไปในมุมลึกของถ้ำ ขดตัวกลมเป็ก้อน ร่างกายของมันสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงฟ้าร้อง
อื้อ หยุดร้องสักทีจะได้ไหม ไม่รู้จะร้องอะไรเยอะแยะ
มันทำให้คนอื่นเขากลัวรู้ไหม ฮะ!!
โจวหยางิอุ้มเสือดำตัวน้อยที่ขดตัวสั่นอยู่ข้างผนังถ้ำมาไว้ในอ้อมกอด เพราะทนเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงฟ้าผ่าไม่ได้ เสือดำตัวน้อยสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่เขาจับตัว ก่อนจะเปลี่ยนมาซุกหน้าเข้าอกแกร่งเพื่อหาที่หลบภัย
ไม่รู้ที่สั่นเพราะหนาวหรือว่ากลัวกันแน่ แต่เขาคิดว่าน่าจะเป็ทั้งสองอย่าง
ชายหนุ่มไม่คิดว่าวันหนึ่งคนที่มักจะหลีกเลี่ยงการััร่างกายจากผู้อื่นตลอดเวลา จะสามารถโอบกอดเสือดำตัวนี้อย่างอ่อนโยนเพื่อให้ความอบอุ่น มือหนาก็คอยลูบปลอบให้มันหายสั่นกลัว
น่าแปลกทั้งที่มันเป็เพียงสัตว์ แต่เขากลับรู้สึกอยากปกป้องเสือดำตัวนี้
ั้แ่เล็กเขาไม่เคยมีความคิดที่จะเอ็นดูหรือชอบสัตว์ตัวไหนมาก่อน แต่กับเ้าเสือดำตัวนี้เขายิ่งอยากให้มันอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างกาย
“ เ้าหนาวหรือ ” โจวหยางิถาม
“ ... ”
“ เ้ากลัว? ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบ โจวหยางิจึงเปลี่ยนคำถามใหม่
“ ไม่...ไม่ชอบ ”
“ เ้าไม่ชอบอะไร ”
“ เสียงฟ้าร้อง ขะ...ข้าไม่ชอบ ” จันทร์ตอบเสียงสั่น ถึงเขาจะโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยังกลัวเสียงฟ้าร้องเหมือนเด็ก ๆ
ทั้งที่เกิดเป็ผู้ชายยังกลัวเสียงฟ้าร้องอีก แต่ของแบบนี้ไม่ห้ามไม่ให้กลัวได้หรอกนะ เพราะแต่ละคนก็มีสิ่งที่กลัวไม่เหมือนกัน
ทว่าใครจะมองว่าจันทร์หน่อมแน้มเขาก็ไม่แคร์ เพราะขนาดผู้หญิงบางคนยังไม่กลัวเลย
เวลามีฝนตกหนัก ถ้าเป็ตอนกลางคืนแล้วเขาต้องอยู่คนเดียวก็มักจะเข้าไปหมกตัวอยู่บนเตียง ปิดประตูหน้าต่างทุกบานอย่างแ่า เอาผ้าห่มมาคลุมโป่งนอนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเช้าหรือฝนจะหยุดตก
หากฝนตกในเวลากลางวันก็จะอยู่แต่ภายในอาคารโรงพยาบาลหรือในห้อง มันทำให้เขาลดความกลัวลงมากถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย
“ ไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องกลัว ” โจวหยางิเอ่ยปลอบ มือหนายกขึ้นลูบบนตัวเสือดำตัวน้อยเบา ๆ พร้อมกับกระชับร่างในอ้อมแขน แผ่ลมปราณออกมาสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์ตัวน้อยแสนขี้กลัวยังตัวสั่นเทาไม่หยุด
“ นอนเถอะ ข้าจะอยู่กับเ้า ”
“ อืม ”
จันทร์ซุกตัวเข้ากับร่างกายของโจวหยางิ อุ่นจัง ตัวของโจวหยางิอุ่นกว่ากองไฟที่จุดอีก มือหนาที่คอยลูบตามร่างกาย และแขนแกร่งที่ห่อหุ้มเสือดำจนมิดตัวทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ช่วยคลายความหนาวเหน็บและความกลัวในใจ
จันทร์รู้สึกปลอดภัยยามที่อยู่ใกล้ร่างสูง เปลือกตาคู่งามค่อย ๆ ปิดลงและพล็อยหลับไปในที่สุด
เสียงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ มีเสียงกรนออกมาเบา ๆ เป็ระยะ ร่างกายที่เคยสั่นเทาก็สงบลงทำให้ร่างสูงรู้สึกเบาใจ
โจวหยางิมองออกไปข้างนอกถ้ำ สายฝนที่โหมกระหน่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตอนไหนอย่างเฉยชา ก่อนจะนำกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาโยนใส่กองไฟเพิ่มเพื่อให้มันสามารถให้ความอบอุ่นตลอดทั้งคืน จากนั้นก็เอนหลังพิงกับผนังถ้ำแล้วหลับตาลง ไม่นานก็เข้าสู่นิทราตามเพื่อนตัวน้อยในอ้อมกอด
แสงแดดทองอร่ามในยามเช้าส่องเข้ามาภายในปากถ้ำ กองไฟที่ก่อไว้เมื่อคืนก็มอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่าน ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มชุดดำใบหน้าหล่อเหลากำลังนั่งหลับอยู่ ในอ้อมแขนของเขากำลังกอดบางสิ่งเอาไว้อย่างหวงแหน
เปลือกตาเรียวค่อย ๆ ลืมขึ้น ั์ตาดำเข้มคมกริบมองรอบ ๆ ถ้ำก็พบว่าเช้าแล้ว ขยับตัวกำลังจะลุกก็นึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งตัวอยู่กับตนด้วย
ใบหน้าคมก้มมองเสือดำตัวน้อยที่กำลังนอนหลับสบายในอ้อมกอดของเขาอย่างสบาย ไม่มีที่ท่าว่าจะตื่นในยามนี้
โจวหยางิรู้สึกเมื่อยแขนเล็กน้อยเพราะแขนเขาอยู่ท่านี้มาตลอดทั้งคืน เขาค่อย ๆ ประคองร่างเสือดำตัวน้อยที่หลับอยู่ให้นอนลงบนพื้นเพื่อขับไล่ความเมื่อยตามร่างกาย แต่พอจะวางก็พบว่ามีกรงเล็บน้อย ๆ กำเสื้อเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใจอุ้มไว้อย่างเดิม
ร่างกายสูงลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เพื่อไม่ให้ะเืจนเสือดำตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ตื่นได้ แล้วก้าวเดินออกจากถ้ำ
เขาใช้วิชาตัวเบาทะยานหายไปในพริบตา วิธีนี้ดีกว่าการเดินเท้า เป็การย่นระยะเวลาในการเดินทางให้ถึงที่หมายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินหลายวันกว่าจะถึงที่หมาย
จันทร์รู้สึกเหมือนมีลมเย็นพัดมาโดนหน้า จึงขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่น
ครืด ~ เสียงครางต่ำในลำคอบ่งบอกถึงความพอใจ จากนั้นก็หลับต่อ
จันทร์ตื่นขึ้นในยามอู่ (11:00-12:59) พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องแห่งหนึ่ง สำรวจจากข้าวของเครื่องใช้รอบห้องมีโต๊ะเล็ก ๆ ชั้นวางของ และของใช้อีกไม่กี่ชิ้น
ที่ไหน ?? จำได้ว่าเมื่อคืนฝนตก...ถ้ำ
อะ! จริงสิเมื่อคืนเขาเจอชายชุดดำที่เจ็บ เขาช่วยรักษาาแจากนั้นก็ไปอยู่ในถ้ำแล้วฝนก็ตก เขากลัวมากจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
แล้วโจวหยางหมิวล่ะ อีกคนก็นอนอยู่กับเขาในถ้ำด้วยกันหนิ
จำได้ว่าก่อนหลับโจวหยางิอุ้มเขามากอดไว้ในอ้อมแขน แล้วตอนนี้อีกฝ่ายหายไปไหน ทำไมปล่อยเขาไว้ในห้องคนเดียว ไม่ใช่สิ ต้องพูดว่าตัวเดียวถึงจะถูก
หรือ… หรือว่าจะหนีไปแล้ว
แต่ว่าน่าจะไม่ใช่หรอก ถ้าจะทิ้งจริง ๆ จะพาเขามาที่นี่ด้วยทำไม ทำไมไม่ทิ้งเขาไว้ั้แ่ตอนที่อยู่ถ้ำในป่า
บางทีโจวหยางิอาจจะออกไปหาอะไรกินก็ได้
จันทร์ลุกขึ้นยืนะโลงจากบนเตียงนอน ทันทีเท้าแตะพื้นเขาก็ไถลไปข้างหน้าเล็กน้อย ด้วยส่วนสูงจากพื้นถึงเตียงค่อนข้างสูงสำหรับร่างลูกเสือตัวเล็กที่มีขาสั้นป้อม มองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท จันทร์ลังเลว่าจะเดินออกไปด้านนอกด้วยดีหรือไม่
หรือว่าจะรอโจวหยางิอยู่ในห้อง
เขาไม่มั่นใจว่าออกไปแล้วจะเจออีกฝ่ายอยู่ข้างนอกหรือไม่ แต่ถ้าเขาออกไปแล้วอีกฝ่ายกลับมาไม่เจอเขาจะทำยังไง
อืม เอาไงดี ถ้าไม่ออกไปก็จะไม่รู้ว่าโจวหยางิจะกลับมาเมื่อไร
ไป ไม่ไป
จันทร์เดินวนอยู่หน้าประตู พลางคิดหนักว่าจะออกไปดีหรือไม่ แต่เขาไม่อยากอยู่ในห้องตัวเดียวหนิ ขาสั้นป้อม ๆ เดินวนไปมาจนเริ่มจะตาลาย หยุดมองไปที่ประตูอีกครั้ง หรือว่าเขารอก่อนสักนิดดี บางทีโจวเทียนิอาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้
เวลาผ่านไปหนึ่งจิบชา (3นาที) ประตูก็ยังปิดสนิท
ไม่รงไม่รอมันแล้ว จันทร์ตัดสินใจไม่รอใช้อุ้มเท้าสั้นป้อมทั้งสองข้างดันประตูให้เปิดออกเล็กน้อย
ก้อนกลมสีดำเล็ก ๆ โผล่พ้นประตูออกมา จันทร์หันมองซ้ายขวามีผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขายืนอยู่ เขาส่งเสียงร้องเรียกโจวหยางิแต่ก็ไม่มีวี่แววของร่างสูงปรากฏตัว สงสัยจะไม่อยู่แถวนี้
ง้าว~ ง้าว~
“ หยางิท่านอยู่แถวนี้หรือไม่ ”
จันทร์พยายามส่งเสียงถามคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่ไม่มีใครหยุดพูดกับเขาสักคน แถมบางคนที่เห็นก็มีสีหน้าใกลัวพากันวิ่งหนีเขาไปกันหมด
“ มีใครเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่ ถ้าเข้าใจก็ช่วยตอบข้าหน่อย ”
“ เดี๋ยวพวกท่านจะรีบเดินไปไหนกัน กลับมาก่อน ” จะรีบไปไหนซะล่ะ เขายังไม่ทันได้ถามเลย
เฮ้อ! แล้วแบบนี้วันนี้จะคุยกับคนอื่นรู้เื่ไหมเนี้ย
จันทร์เดินตรงไปตามทางจนไปเจอกับบันไดที่ลงไปชั้นล่าง พอเห็นขั้นบันไดจำนวนหลายขั้นก็รู้สึกท้อแท้ ทำไมที่นี่ถึงสร้างบันไดไว้หลายขั้นแบบนี้นะ รู้ไหมว่ากว่าจะลงไปได้มันยากลำบากแค่ไหน
เ้าเสือดำตัวน้อยหันหลังแล้วค่อย ๆ หย่อนขาหลังสั้นป้อมของตนลงที่ขั้นบันไดทีละข้าง ขาหน้าทั้งสองก็เกาะขั้นบันได้าแน่น จากนั้นก็ก้าวลงมาถัดไปเรื่อย ๆ ช้าๆ มีบางครั้งที่เผลอก้าวพลาดลื่นเกือบจะตกบันได
จันทร์ที่จดจ่ออยู่กับการลงบันไดจนลืมสิ่งรอบข้าง อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวของเขาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
“ หืม ลูกเสือหรือ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ” ดวงตาเรียวฉายแววถูกใจ ตอนแรกที่เห็นนึกว่าเป็ลูกแมวของใครที่ไหน ที่แท้ก็เป็ลูกเสือดำนี่เอง ผู้ใดเป็คนเอามันมาปล่อยไว้ในโรงเตี้ยมนี้กันนะ
“ ว้าย ! ตายแล้ว คุณหนูระวังมันข่วนเอานะเ้าคะ ”
“ หึ เ้าอย่าทำเป็กลัวไปหน่อยเลย มันตัวเล็กแค่นี้เองจะมาทำอะไรข้าได้ ” นางหันหน้ามาพูดกับสาวใช้ที่กลัวจนเกินเหตุ
“ บ่าวว่าคุณหนูปล่อยมันใก้กลับไปหาเ้าของจะดีกว่านะเ้าคะ ” สาวรับใช้ผู้หนึ่งเอ่ยห้ามผู้เป็เ้านายของตนด้วยความหวังดี
ถึงมันจะเป็เพียงลูกเสือแต่ก็ยังอันตรายอยู่ดี เกิดมันทำให้คุณหนูตู่ถิงอันผู้นี้ไม่พอใจ หรือทำให้มีรอยแผล อาจจะทำให้มันมีชีวิตสั้นลงก็เป็ไปได้
สาวใช้รู้สึกสงสารลูกเสือตัวนี้จับใจ ไม่รู้ว่าเ้าของมันไปอยู่ที่ใด ถึงได้ปล่อยให้ลูกเสือดำตัวน้อยออกมาเดินเล่นเพ่นพ่านตามลำพัง ถ้ายังไม่รีบมาเอาคืนอาจจะเกิดเื่ขึ้นได้
คุณหนูตู่ถิงอันของนางแม้ภายนอกอาจจะดูเป็หญิงสาวบริสุท์ที่มีใบหน้างดงาม น่ารัก สดใส แต่นิสัยที่แท้จริงกลับต่างไปจากหน้ามือเป็หลังมือ
ทั้งปากร้าย ชอบทำลายข้าวของ ทุบตีร่างกายของบ่าวรับใช้ยามที่ไม่พอใจหรือโกรธ และยังชอบรังแกผู้อื่นที่ด้อยกว่า
แต่เพราะคุณหนูตู่ถิงอันเป็บุตรสาวของท่านเ้าเมืองเลยถูกทุกคนตามใจั้แ่เด็ก กระทั้งบิดามารดาที่เห็นบุตรสาวกระทำผิดก็ไม่คิดห้ามปราบ
“ ไม่ ข้าชอบ ข้าจะเอามันกลับไปเลี้ยง ” ตู่ถิงอันปฎิเสธ เสียงแข็ง
นางจะพามันกลับไปเลี้ยงที่จวน ในเมื่อนางเจอมันแล้วก็ต้องเป็ของนาง ใครจะเป็เ้าของมันก็ช่าง หากอยู่ในมือนางก็ต้องเป็ของนางคนเดียวเท่านั้น ใครก็อย่าคิดจะแย่งไป
“ ต...แต่ เ้าของมันอาจจะกำลังตามหามันก็ได้นะเ้าคะ คุณหนูเอาของผู้อื่นมาโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ จะกลายเป็การขโมยได้นะเ้าคะ บ่าวว่าคุณหนูปล่อยมันไปดีกว่า ”
“ หุบปาก! ใครสั่งให้เ้าออกความคิดเห็น ข้าไม่สนว่าใครเป็เ้าของมัน เพราะข้าจะเอามันกลับจวนไปด้วย ” ตู่ถิงอัน ตวาดสาวรับใช้ที่สอดปากไม่เข้าเื่ คิดว่าตนเองเป็ใครถึงได้กล้ามาสั่งสอนคนอย่างนาง
ขโมยหรือ
หึ ตลกสิ้นดี นางไม่ได้เป็ขโมยสักหน่อย
แต่หากมีสิ่งใดที่นางอยากได้ นางก็จะเอามาเป็ของตัวเอง หากอีกฝ่ายไม่ให้ตู่ถิงอันผู้นี้ก็จะแย่งมันมาให้จงได้ ผู้ใดกล้าขัดขืนนางก็จะกำจัดมันเสีย
“ บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะ คุณหนูโปรดอภัย ” สาวรับใช้ก้มหน้าลงอย่างสงบเสงี่ยม ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดที่ขัดใจต่อคุณหนูตู่ถิงอันอีก
จันทร์ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยออกมาก็ดิ้นไปมาให้หลุดจากการจับกุม แต่มือของอีกฝ่ายกลับจับเขาแน่นราวกับมีเชือกมามัดตรึงจนรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว
ใครบอกว่าเขาจะไปอยู่กับนางกันล่ะ
ก่อนจะพาไปถามความสมัครใจคนอื่นแล้วหรือยัง ไม่ใช่พูดเองเออเองแบบนี้
“ นี่! อยู่นิ่ง ๆ สิ ” ตู่ถิงอันเริ่มจะอารมณ์เสียที่ลูกเสือดำไม่ให้ความร่วมมือ หญิงสาวออกแรงจับลำตัวของลูกเสือดำแน่นให้มันอยู่นิ่ง ๆ
ง้าว ~
“ อึก ปล่อยนะ เจ็บ...ปล่อย ” เสียงของลูกเสือดำร้องออกมาด้วยความเ็ป
จันทร์ใช้เล็บข่วนเข้าไปที่หลังมือขาวจนเกิดเป็รอยข่วนทางยาว มีเลือกซิบ ๆ ออกมาสีแดงฉาน คุณหนูตู่ถิงอันสะบัดมือขว้างลูกเสือดำออกไป จนร่างนั้นกระเด็นไปไกลแล้วตกลงบนพื้นอย่างแรง
ตุบ
ไม่รอให้โดนจับอีกครั้ง จันทร์รีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปทั้งที่ยังรู้เจ็บอยู่ แต่เพราะเขาทำให้นางโมโห มันคงจะไม่เป็ผลดีต่อเขาสักเท่าไรนัก
“ โอ๊ย เ้าสัตว์เดรัจฉาน นี่แกกล้าข่วนข้างั้นหรือ รู้ไหมว่าทำให้มืออันแสนงดงามของข้ามีรอยจะต้องเจอกับอะไร ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเหี้ยมอย่างโกรธแค้น
แผลนี้ค่อนข้างลึก ถึงจะหายไม่แน่ว่าอาจจะทิ้งรอยเอาไว้ ตู่ถิงอันไม่อยากให้ตนเองมีรอยแผลไม่ว่าจะเป็ส่วนใดของร่างกายก็ตาม กลับไปนางจะต้องให้ท่านพ่อหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษารอยแผลนี้
“ คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ” สาวรับใช้รีบปรี่เข้ามาดูมือของคุณหนูตู่ถิงอัน
กลับไปนางต้องตายแน่ ๆ ที่ปล่อยให้คุณหนูได้รับาเ็ ท่านเ้าเมืองรักคุณหนูตู่อันอย่างกับอะไรดี ไม่มีทางปล่อยผ่านเื่นี้ไปง่าย ๆ
ทำไมวันนี้นางถึงได้ซวยแบบนี้นะ
“ อย่ามาแตะ เ้ารีบตามไปจับมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ” ตู่ถิงอันสะบัดมือจากสาวรับใช้ ชี้นิ้วไปทิศทางลูกเสือดำวิ่งหนีไป
“ เอ่อ... ” สาวรับใช้หันมองหน้าคุณหนูตู่ถิงอันสลับกับลูกเสือดำ
“ ไปสิ! มัวรออะไรอีก เดี๋ยวมันก็หนีไปไกลหรอก ” ตู่ถิงอันตวาดเสียงดังลั่น ผลักสาวรับใช้ที่มัวแต่นั่งอำอึ่งไม่ยอมลุกไปเสียที จึงนึกรำคาญสาวรับใช้ที่ไม่ได้เื่คนนี้ ทำอะไรก็อืดอาดยืดยาด
“ จ เ้าค่ะ ” สาวรับใช้เอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปจับลูกเสือดำตามที่คุณหนูตู่ถิงอันสั่ง
หึ ถ้าจับมาได้เมื่อไรนางจะจับมันมาลงโทษเสียให้เข็ดที่กล้าสร้างรอยแผลให้กับนาง ตู่ถิงอันยิ่งมองดูแผลบนมือก็ยังรู้สึกเจ็บไม่หาย
