“ ไปแค่ข้างนอกก็พอเ้าค่ะฝนตกขนาดนี้ไปสู้กับพวกเสือพวกนี้คงไม่ไหว”
“ ใครจะเป็คนนำทางให้เ้าค่ะขอคนที่เคยล่าสัตว์และร่างกายแข็งแรงไปเพราะถ้าคนร่างกายอ่อนแอกลับมาอาการอาจจะทรุดได้”
“ ตกลงมีไปแค่ห้าคนนะเ้าคะ งั้นไปกันเลยจะได้รีบกลับมาคนที่รอคอยจะได้มีอาหารกิน”
“ คือแม่หนูพวกเรารีบหนีเอาชีวิตรอดมีแต่พวกมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวเท่านั้นที่ติดตัวมานอกนั้นไม่มีอาวุธอย่างอื่นเลย”
“ มีแต่มีด ก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะเดี๋ยวเราไปตัดไม้ให้มีปลายแหลมก็พอแล้ว”
ฝนยังตกแต่ไม่หนักเหมือน่แรกแต่การมองเห็นค่อนข้างลำบาก เพราะท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน ถิงถิงยังพอเห็นบ้าง
เดินอยู่พักหนึ่ง เจอไก่ป่า ฝูงหนึ่งยืนหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้เตี้ย
“ พวกเราหยุดเงียบก่อน มีไก่ป่าหลายตัวอยู่ใต้ต้นไม้ แต่มีใบไม้ปิดพวกมันไว้อยู่ พวกเราไม่มีอาวุธจะจับมันยังไง”
“ ข้ามีธนูแต่ว่าไม่สามารถยิงพร้อมกันทั้งหมดได้อย่างมากก็แค่สองตัวเท่านั้นที่เหลือต้องเป็พวกท่านต้องใช้ไม้แหลมที่อยู่ในมือ ตีจับหรือแทงมันก็ได้ แต่ถ้ามันบินได้ช้าเพราะฝนตกอยู่ข้ามีโอกาสที่จะยิงได้หลายตัว”
ผู้ชายทั้งห้าคนแอบใเด็กหญิงวัยห้าขวบสามารถยิงไก่ได้ไวขนาดสองตัว พวกเขาก็รู้ว่าไก่ป่ามันบินไว นางเอาเวลาที่ไหนไปใส่ลูกธนู แต่ความสงสัยก็หมดไปเมื่อเห็นชุดที่นางใส่คือสำนักเทียนซาน
ถิงถิง แอบเอาเข้าไปใกล้ๆฝีเท้าที่เบา แอบดูว่าไก่มันยืนอยู่ลักษณะไหนบ้าง
“ ท่านเตรียมพร้อมข้าจะยิงแล้วนะ” ถิงถิงน้าวสายธนู เตรียมปล่อย
“ฉึก!กะต๊าก กะต๊าก!”
ตัวที่เหลือบินออกจาก ที่ซ่อนทั้งห้าคนไล่จับ ถิงถิงยิงอีกตัวที่กำลังบินสูง นางไม่กล้ายิงตัวที่วิ่งอยู่กับพื้นเพราะกลัวจะถูกทั้งห้าคนที่จู่โจมเข้าไปจับไก่
ทั้งห้าคนจับไก่มาได้สองตัว รวมทั้งหมดสี่ตัว ถิงถิงหิ้วไก่อีกสองตัวมาให้พวกผู้ใหญ่ถือ มันยังไม่พอกินเพราะในถ้ำอยู่ตั้ง 80 กว่าชีวิต
“ ยังไม่พอกินต้องหาเพิ่ม ถ้าเจอกวางหรือหมูก็คงจะดี กระต่ายก็ต้องหลายตัว ถ้าเจอหมีหรือเสือสู้ไม่ไหว”ถิงถิง พูดเบาๆ
“ ตัวเล็กแค่นี้ แต่ยิงธนูแม่นมาก วันหลังข้าต้องเอาลูกชายไปสมัครเข้าที่สำนักเทียนซานบ้างแล้วล่ะจะได้เก่งกับเขาบ้าง”
“ ถ้าพวกเราเข้าไปลึกอีกหน่อยอาจได้เจอหมูป่าหรือกวาง แต่ถ้าแต่ถ้าโชคร้ายอาจจะเจอเสือและหมี”
“ เราก็ไม่ต้องเข้าไปลึกมากเดินไปอีกสักพัก ถ้าไม่เจอก็กลับออกมามีเท่าไหร่ก็กินเท่านั้นไปก่อน”
พวกเขาตัดสินใจเดินเข้าไปลึกอีกหน่อย แม้จะเริ่มมืดแล้วก็ตามเพราะเป็ห่วงคนที่ข้างหลังจะหิวโหย ยามค่ำคืนพรุ่งนี้เช้าถ้าเกิดฝนตกหนักไม่หยุดก็ไม่สามารถ ออกมาหาอาหารได้อีก
“ อู๊ด อู๊ด!”
หมูป่าตัวใหญ่ ถ้าไม่ได้ยินเสียงร้องก็พวกเขาคงคิดว่าเป็เสือโคร่ง เพราะเห็นแต่เงาตะคุ่มๆ
ถิงถิง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ความมืดแค่นี้นางมองเห็นแต่ทั้งห้าคนไม่ใช่และถ้าใช้เวลาอยู่นานกว่านี้นางกลัวอันตราย น้าวธนูขึ้นยิงทันที
ลูกธนูวิ่งเข้าเหนือดวงตาขึ้นไป เล็กน้อยทำให้หมูชะตาขาด ล้มไปกับพื้นและแน่นิ่งไปโดยไร้เสียงกรีดร้องเล็กแหลมที่เคยได้ยิน เวลาสังหารหมู
คราวนี้ผู้ใหญ่ทั้งห้าคนอ้าปากค้าง นางเม่นขนาดไหนยิงทีเดียวและต้องมีแรงขนาดไหนที่ยิงหมูป่าหนังเหนียวด้วยธนูลูกเดียว
“พวกท่านมืดแล้วรีบหามหมูป่าออกไปกันเถอะเดี๋ยวสัตว์อื่นได้กลิ่นเืจะพากันออกมา”
พวกเขาทั้งห้าคนตั้งสติได้ จึงรีบยกหมูคนละขาขึ้นแล้วรีบเดิน ให้พ้นแนวป่าแล้วค่อยหาเชือกมามัดทำเป็คานหาม
“ข้างๆถ้ำ ที่เราอาศัยอยู่มีน้ำขังเป็แอ่งรีบเอาหมูไปที่นั่นชำแหละส่วนที่ไม่ใช้ก็ฝังดินไปกันกลิ่น” เสียงหนึ่งในห้าคนพูดขึ้น
ถิงถิง ปล่อยให้เป็หน้าที่พวกเขาส่วนนางเดินกลับไปที่ถ้ำบอกให้ผู้ชาย ไปช่วยกันชำแหละหมูเพราะตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว และทำท่าจะตกมาอีกในไม่ช้านี้
“ ท่านป้าท่านน้าท่านอาทั้งหลายก่อกองไฟเพิ่มแล้วไปขนเอาเนื้อหมูที่ พวกเขาชำแหละแล้ว มาปิ้งย่างให้ลูกหลานได้กินก่อน เ้าค่ะ”
พวกผู้หญิงก่อกองไฟเสร็จก็มี คนถือเนื้อหมูที่ชำแหละแล้วมาให้ ่ที่พวกนางออกไปล่าสัตว์ ชาวบ้านที่เป็ชายก็เดินเลาะตามผนังถ้ำด้านนอกหากิ่งไม้และต้นไม้แห้ง ที่เปียกฝนเอามากองไว้ตรงข้างกองไฟ เพื่อให้พวกมันแห้ง
เริ่มมองไม่เห็นแล้วชาวบ้านจุดคบเพลิง เพื่อ้าชำแหละหมูให้เสร็จก่อนที่ฝนจะลงมาอีกรอบหนึ่ง
ในถ้ำ เริ่มมีกลิ่นหอมของหมูย่างอบอวลไปทั่วบริเวณถ้ำ เสียงน้ำมันหมูหยดใส่ไฟเด็กน้อยที่รอคอยจะได้กินเนื้อหมูต่างกลืนน้ำลายลงคอ
“ วันนี้ข้าในฐานะผู้นำหมู่บ้านขอขอบใจแม่หนูน้อย ลูกศิษย์สำนักเทียนซาน ที่ช่วยเหลือพวกเราหนีจากน้ำท่วมยังได้ช่วยหาอาหารให้พวกเราได้ประทังชีวิตอีก”
“ ใช่แล้วถ้าไม่มีแม่หนูเราไม่ได้ทั้งไก่และหมูตัวนี้มาหลอกลำพังพวกข้า คงกลับมาตัวเปล่า แต่ลูกศิษย์สำนักเทียนซานนี่เก่งจริงๆข้าและนับถือมาก ยิงธนูแม่นเหมือนจับวาง” แล้วชายคนนั้นก็นั่งพูดไม่หยุด เื่ความเก่งกาจของถิงถิงปากก็กัดกินเนื้อหมูจนมันแผล็บ
“ พวกท่านก็เกินไป ข้าแค่้าให้ทุกคนได้กินอาหารอิ่มท้องเท่านั้นเื่ความเก่งกาจอะไรอยู่ที่ไหนก็ฝึกได้แค่ขอมีใจขยันฝึก”นางพูดไปยกมือรูปท้ายทอยตัวเองไปด้วย
ถิงถิง เอากระบอกไม้ไผ่ที่มีน้ำอยู่เต็มให้พวกเขาไปแบ่งกันกิน ถ้าหมดแล้วก็ให้ส่งกระบอกไม้ไผ่คืนนางมา นางจะเอาไว้ ใส่น้ำตอนพวกเขาเผลอกัน
ด้วยถ้ำที่ใหญ่พอสมควรพวกเขาไม่ถึงกับนอนเบียดกันแต่ว่าต้องนอนกับพื้นแข็งบางคนนั่งพิงผนังทำ ใบไม้ถูกนำมาลนไฟให้แห้งปูนอนสำหรับผู้หญิงและเด็กคนแก่คนป่วย มีเวรยามเฝ้าอยู่โดยนั่งอยู่หน้าสุดกะละสองคน อ้อ!ด้านหน้าของ สองคนยังมีลาของถิงถิงอีกหนึ่งตัว
รุ่งเช้ามาฝนยังตกหนักเหมือนเดิมตามที่คาดการณ์ไว้ ดียังมีเนื้อหมูให้กินตอนเวลาหิว
“ พวกท่าน ตอนนี้ถึงแม้ฝนยังไม่ หยุดตกแต่ไม่ถึงกับมืดจนมองไม่เห็นอะไรเมื่อวานนี้ข้าเห็น ผลไม้ในป่าด้วยพวกเราไปเก็บกันเถอะกินแต่หมูอย่างเดียวผู้สูงอายุจะลำบากเื่การย่อยอาหารเดี๋ยวจะเจ็บป่วยไปอีก”
“ ใช่ข้างในมีผลไม้ป่า มีหยางเหมย รสเปรี้ยวหวาน แต่ถ้าเป็อย่างอื่นต้องเดินหาดูท้องฟ้ามืดครึ้มฝนน่าจะตกอีกหลายวัน ต้องหาดินเหนียวมาปั้นหม้อ หุงหาอาหารก่อนจะได้เด็ดผักป่าไปทำกับข้าวได้”
“ งั้นก็แบ่งงานกันหาดินเหนียว หนึ่งกลุ่มเข้าป่าไปเก็บผลไม้ ส่วนคนที่อยู่แถวนี้ข้อหากิ่งไม้มาสุมตากให้แห้งใกล้กับกองไฟ ต้องใช้ไฟเยอะในการเผาหม้อ ชามข้าว”หลังจากแบ่งหน้าที่กันเสร็จพวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำงาน
“ ท่านลุงเ้าคะ ถ้าฝนหยุดตกแล้วพวกท่านจะทำอะไรกันต่อบ้านก็ถูก น้ำพัดพาไปหมดแล้วสมบัติก็ไม่มีเหลือ”
“ พวกเราต้องหาที่อยู่ใหม่อาจจะอยู่บนเขาแบบนี้ ทำสวนไปส่วนที่นาค่อยว่ากันว่าจะหาแถวไหน”
“ ตรงนั้นเ้าค่ะ ไผ่ต้นใหญ่เราเอาไปทำที่หุงต้ม และถ้วยชามชั่วคราวได้มีของพวกท่าน ตัดไผ่ต้นใหญ่นี้ได้ไหมเ้าคะ”
“ ได้สิแม่หนู เดี๋ยวข้าจะเลือกต้นที่มันแก่และใหญ่ตัดตรงข้อต่อไปทำที่หุงต้มส่วนข้อเล็กต้นเล็กจะทำเป็ถ้วยแผ่นดินไปก่อน”
“ งั้นก็อยู่ตัดไม้กันอยู่ที่นี่ คนที่รู้จักผักป่า ที่กินได้ก็ไปเก็บเพราะว่าข้ารู้จักน้อยมาก เ้าค่ะ”
ผักป่ามีเยอะแต่ผลไม้ไม่ค่อยมี บางอย่างก็ร่วงหมดแล้วพอเจอลมฝนเข้าไปผลไม้ที่เก็บมาได้มีแต่หยางเหมย และลูกพลับป่าที่มีรสชาติ ไม่อร่อยสำหรับถิงถิง แต่ชาวบ้านกินได้
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำในสามวันฝนก็หยุดตกท้องฟ้า สว่างสดใสไม่มีก้อนเมฆ แสงแดดสว่างจ้า ทุกคนออกมาจากถ้ำ มารับแสงแดด
ผู้นำหมู่บ้าน เรียกหัวหน้าครอบครัวว่ามาพูดคุยกันว่าจะหาพื้นที่ตรงไหนสร้างบ้านที่อยู่อาศัย ไม้ในป่าพวกเขามีเยอะแต่อย่างอื่นเครื่องนุ่งห่มเสื้อผ้าไม่มีเหลือเลย
“ พวกท่านไม่มีที่ทำสวนทำไร่แล้วไม่ถูกน้ำท่วมบ้างหรือเ้าค่ะ ถ้าอยู่แถวนี้คิดว่าอยู่ใกล้ป่าเกินไปเป็อันตราย ถ้าสัตว์ร้ายบุกเข้ามา”
“ ที่สวนข้ามี ตรงนั้นจะติดกับถนนทางผ่านด้วย มีเครื่องมือปลูกพืชทำสวนทำไร่อยู่ในกระท่อมที่ข้าสร้างไว้ แต่ต้องเดินจากที่นี่ไปอีกไกล อย่างน้อยก็ครึ่งวัน ” หนึ่งในชาวบ้านพูดขึ้น
“ งั้นข้าว่าพวกเราออกเดินทางกันเถอะรีบเดินทางั้แ่ตอนนี้ ไปถึงที่โน่นจะได้ช่วยกันทำที่พักเป็เพิงเล็กก็ได้”
พวกเขาตกลง พากันออกเดินทางแต่ที่แปลกคือเหมือนทุกคนจะแข็งแรงขึ้นทั้งเด็กและคนแก่คนป่วยตอนนี้อาการพวกเขาดู มันใกล้จะหายแล้ว เพราะตลอดสามวันถิงถิงแอบเอาน้ำ เทใส่กระบอกน้ำพวกเขา
ของที่หนัก ก็เอาใส่ตะกร้าทำเป็คานหามวางไว้บนหลังลา จึงทำให้การเดินทางไปถึงไวกว่าที่คิดไว้
สวนผลไม้กว้างประมาณ30หมู่ ผู้นำหมู่บ้านจึงแบ่งให้อยู่ครอบครัวละหนึ่งหมู่ไปก่อน ค่อยขยับขยายทีหลังและถ้าหากพวกเขามีเงินก็จะจ่ายคืนแก่เ้าของสวน
“ท่านลุงเ้าคะตรงนี้ก็กว้างขวางทำไมท่านไม่จัดแจงไปทีเดียวเลยเ้าค่ะเพราะว่าถ้าขยายทีหลังจะลำบากเอาสำหรับคนที่มีพื้นที่อยู่ด้านใน”
“ เ้าว่าอย่างนั้นหรือเด็กน้อย ข้าก็รีบไปหน่อยกลัวชาวบ้านจะไม่มีที่อยู่”
“ เ้าค่ะ อย่างน้อยต้องได้คนละสองหมู่ แต่หากใคร้าพื้นที่จำนวนเยอะให้อยู่ด้านนอกเพื่อที่จะขยับขยายออกไปได้ง่าย ส่วนใครที่ไม่มีคนทำไร่ทำสวนก็ให้อยู่ข้างในพื้นที่สองหมู่ก็พอปลูกพืชสำหรับกิน”
“ ถ้าหากเกิดวันข้างหน้าอยากทำไร่ทำสวนก็สามารถเดินทาง ออกไปทำข้างนอกได้ เหมือนอย่างเ้าของสวนที่มาทำสวนผลไม้อยู่ที่นี่เ้าค่ะ”
“ งั้นพวกเราถ้าใครเหนื่อยก็ให้ไปพักในกระท่อมก่อนแต่พวกที่ยังพอแรงเราจะวัดพื้นที่แจกจ่ายกันไปเลย แล้วปลูกบ้านทีละหลัง แบ่งสักหกคนทำเพิงเล็กไว้นอนคืนนี้ก่อน”
“ท่านลุงเ้าคะแล้วพวกเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็อยู่ตอนนี้ ท่านต้องไปหาที่ไหนหรือต้องไปซื้อมาจากในเมืองเ้าค่ะเพราะถนนเรายังใช้ได้ไม่เหมือนกับหมู่บ้านข้างในที่ สะพานขาด”
“ จริงด้วยสิข้าก็ลืมนึกไปเลย ปกติเราปลูกพืชผักเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนกันในเมือง เอาผักหรือของป่าไปแลกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในเมือง และอาหารจำเป็อย่างพวกเกลือ”
“ แต่ตอนนี้พวกเราไม่เหลืออะไรไปแลกแล้ว ส่วนใบไม้ทองคำไม่ต้องถามถึงพวกเาาวบ้านไม่เคยมีมันอยู่แล้ว”
“ จากนี่ถึงตัวเมืองประมาณกี่ลี้เ้าคะ ข้าสามารถขี่ลาเข้าในตัวเมืองได้ ”
“ จากนี่ถึงตัวเมืองประมาณ 50 ลี้แม่หนู ถ้าเ้าขี่ลาไปก็ประมาณสองชั่วยาม”
“พรุ่งนี้เช้าข้าจะออกเดินทางไปที่จวนเ้าเมือง เ้าคะ”
พวกชาวบ้านตื่นมาฟ้ายังไม่สว่างมาสร้างที่พักเพิ่ม และออกหาอาหารยังดีในสวนยังพอมีพักผลไม้
“พวกท่านตื่นกันแต่เช้าเลยนะเ้าค่ะ ข้าจะไปที่จวนเ้าเมือง เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าทางเ้าเมืองดำเนินการช้าข้าก็จะจัดการเองไปก่อน”พูดจบถิงถิงก็โดดขึ้นลา
“ เ้าลา น้ำวิเศษเ้าก็กินไปแล้ววิ่งให้ไวกว่านี้ไม่ได้รึ กว่าจะเดินทางไปและเดินทางกลับหลายชั่วยาม”ลา พอได้ยินดังนั้นมันรีบวิ่งอย่างไว จนถิงถิงตั้งตัวไม่ทันเกือบตกลงมา
