เมื่อเห็นว่าพลังป้องกันที่เกิดจากหมัดของซุนเฟยถูกทำลาย ด้านล่างหอคอยคู่ก็พลันส่งเสียงร้องขึ้นมา
ฝ่ายทหารเมืองแซมบอร์ด แม้พวกเขาจะเชื่อมั่นในตัวาา แต่เมื่อเห็นฉากนี้ บางคนก็อดที่จะร้องออกมาเสียงหลงไม่ได้ การต่อสู้ที่แข็งแกร่งและรุนแรงแบบนี้ แม้แต่แช็คที่เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาก็ไม่อาจเข้าร่วมต่อสู้ได้ ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายอย่างน้อยที่สุดก็น่าจะอยู่ในระดับห้าดาวระยะกลาง และถ้าไม่ใช่เพราะว่าทั้งสองคนประลองฝีมือกันบนยอดหอคอยคู่ เกรงว่าคลื่นพลังที่ปล่อยออกมาอาจจะส่งผลกระทบทำให้พวกเขาได้รับาเ็ไปด้วย เพราะฝุ่นที่ฟุ้งกระจายทำให้พวกเขามองเห็นได้ไม่ชัด ดังนั้นจึงมีเพียงเสียงร้องอย่างใดังออกมา
ฝ่ายอัศวินเกราะทองเมื่อเห็นว่าคริส ซัตตันได้เปรียบก็พากันโห่ร้อง แม้กระทั่งหมาป่าเขาเดียวที่เป็สัตว์พาหนะของอัศวินเด็กหนุ่มก็ยังอดไม่ได้ที่จะปรายตากลมๆ ของมันมองไปยังลมกรดทมิฬด้วยสายตาดูถูกนิดๆ ซึ่งทำให้สุนัขั์สีดำที่กำลังนอนหมอบอยู่ต้องกางกรงเล็บออกมาขูดพื้นลากเป็ทางยาวพลางส่งเสียงขู่ในลำคอไปให้
“อ๊า...อันตราย!” ในรถม้าเวทมนตร์ที่มีการคุ้มกันอย่างแ่า สาวน้อยผมทองเจ็มม่าพลันอุทานออกมาอย่างตื่นใเหมือนกระต่ายตัวน้อยกำลังตื่นตระหนก ดวงตากลมโตกระจ่างใสมองฉากตรงหน้าอย่างตื่นกลัว
“ไม่ต้องกังวลนะ อเล็กซานเดอร์จะต้องปลอดภัย!” องค์หญิงใหญ่พูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือของนางยกขึ้นมาลูบไหล่ของเจ็มม่า แต่ในขณะเดียวกันก็หันกลับไปมองแองเจล่าที่นั่งอยู่ข้างกายตน องค์หญิงนาตาชาอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อพบว่าสาวงามพิสุทธิ์ข้างกายไม่ได้มีท่าทางกังวลใจหรือตื่นใต่อสถานการณ์ตรงหน้าเลย นางเพียงมองฉากตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่ออย่างเงียบๆ เท่านั้น กลิ่นอายรอบกายนางยังคงสงบนิ่ง ราวกับว่านางเชื่อมั่นในตัวของบุรุษที่อยู่บนยอดหอคอยคู่ทิศเหนืออย่างมาก
แล้วความจริงก็พิสูจน์ว่า ความเชื่อมั่นของแองเจล่าไม่เสียเปล่า
ติ้งๆๆ!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมา
ซุนเฟยที่ปล่อยหมัดอย่างเชื่องช้ามาโดยตลอด ก็เปลี่ยนรูปแบบการปล่อยหมัดอย่างกะทันหันเป็รวดเร็วดุจสายฟ้า เพียงเสี้ยววินาที ซุนเฟยก็กระหน่ำหมัดชกไปที่ทวนสีทอง และทุกครั้งที่โจมตี คลื่นพลังสีทองเหลือบเงินที่ห่อหุ้มหอกสีทองไว้ก็เริ่มจางลงเรื่อยๆ สามหมัดสุดท้ายก็สามารถทำให้คลื่นพลังบนตัวหอกแตกกระจายออกมาจนเผยให้เห็นเพียงตัวหอกสีทองธรรมดา
ติ้ง!
เมื่อซุนเฟยปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ซุนเฟยชกไปที่ปลายหอกที่พุ่งเข้ามา
ในใจของอัศวินเด็กหนุ่มพลันตื่นเต้นขึ้นมา เขาหัวเราะเสียงดัง “เ้าสมกับเป็คนป่าเถื่อนที่โง่เขลาจริงๆ คิดว่าด้วยพละกำลังของเ้าล้วนๆ จะสามารถต้านทานหอกสีทองของข้าได้อย่างงั้นหรือ ดูถูกกันไปหน่อยล่ะมั้ง...ปลดปล่อย!” เด็กหนุ่มคนนั้นก็ะโขึ้นมา คลื่นพลังสีทองเหลือบเงินก็ทะลักออกมาประหนึ่งสายน้ำสีเงิน หอกสีทองสั่นะเื ก่อนที่หอกจะส่งเสียงร้องดังกึกก้องประหนึ่งพยัคฆ์ร้องัคำราม
“งั้นหรือ? ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า ไอ้ไม้จิ้มฟันนี่จะต้านหมัดของข้าได้สักกี่น้ำกัน!”
‘ถุงมือไตตัน’ ที่ซุนเฟยสวมเป็ถึงไอเทมระดับหกของโลก Diablo ระดับความทนทานของมันอยู่ที่ 50/50 เรียกได้ว่าไม่สามารถทำลายมันได้ มีไอเทมดีๆ แบบนี้จะไปกลัวหอกอัศวินของซัตตันได้อย่างไรเล่า ซุนเฟยปล่อยหมัดชกออกไปที่ปลายหอกอีกครั้ง
ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นกลางอากาศ พละกำลังของคนเถื่อนได้ทำลายคลื่นพลังสีทองเหลือบเงินบนตัวหอกจนแตกกระจาย อัศวินเกราะทองไม่สามารถกุมหอกไว้ได้ หอกในมือของเขาถูกพลังของซุนเฟยทำให้กระเด็นหลุดมือไป
แม้กระทั้งคริส ซัตตันก็ได้รับผลกระทบจากพลังนั้นเช่นกัน ร่างของเขาปลิวถอยหลังกลับไปที่ยอดหอคอยคู่ทิศใต้
สายลมพัดกรรโชกเข้ามา
เงาของูเายังคงสูงตระหง่าน
“เยี่ยม!” จู่ๆ อัศวินเด็กก็เปิดปากพูดออกมา แม้ว่าอาวุธของเขาจะกระเด็นหายไปแล้ว แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงแสดงท่าทียโสออกมาเช่นเคย “ข้าต้องยอมรับว่า ข้าประเมินพลังของคนป่าเถื่อนอย่างเ้าต่ำจนเกินไป แน่นอนว่ามันทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เ้าก็อย่าได้ลำพองใจไปเสียล่ะ ว่าเ้าได้ชนะข้าแล้ว นั่นมันก็แค่การทักทายเฉยๆ การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่ม!”
ในระหว่างที่พูด อัศวินเด็กเกราะทองก็สะบัดมือของตัวเองเบาๆ ทำให้หอกสีทองที่ตกอยู่บนพื้นทะยานกลับมาที่มือของเขาประหนึ่งถูกแรงดูดมหาศาลที่มองไม่เห็นดูดขึ้นมา อัศวินเด็กเกราะทองควงหอกรอบหนึ่งก่อนจะกระแทกหอกลงบนพื้นเสียงดัง ปลายหอกที่กำลังชี้ไปบนฟ้ากว้างสั่นะเืเล็กน้อย ซัตตันใช้มือซ้ายถอดสร้อยที่อยู่บนคอของตัวเองออกมา พรึ่บ!!! เสียงเสื้อคลุมสีทองที่อยู่ด้านหลังกระพือไปตามสายลม
การกระทำนี้ ทำให้พลังของอัศวินเด็กหนุ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งจนทะลวงขึ้นสู่ระดับห้าดาวระยะปลาย
“ไอ้โง่ หวังว่าพลังของเ้าจะดีเหมือนที่ปากพูดนะ!”
ซุนเฟยตั้งการ์ดขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ขณะที่ปากก็ไม่วายถากถางเด็กหนุ่มตรงหน้า
แต่เขาก็ยอมรับว่าไอ้เด็กยโสตรงหน้าเป็คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยต่อกรมาเลย ในการต่อสู้บนยอดเขาตะวันออก ‘หนึ่งดาบ’ ปรากฏตัวออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อช่วยองค์หญิงใหญ่ให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็การพบกันแค่่สั้นๆ แต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ส่วนชายชราผมขาว นักรบระดับหกดาวที่อยู่ฝั่งเดียวกับแพรีส และองค์ชายอาร์ชาวิน ‘เทพแห่งา’ นักรบระดับหกดาวระยะต้น พวกเขาทั้งสองคนไม่ทันจะได้แสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ ก็พากันได้รับาเ็หนักจนสูญเสียประสิทธิภาพในการต่อสู้ไปเสียก่อน ส่วน ‘หิมะขาวผู้ซ่อนเร้น’ หนึ่งใน ‘สองผู้ซ่อนเร้น’ ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับห้าดาวระยะกลาง เนื่องจากทานิได้รับาเ็จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ทำให้ตอนที่ประลองฝีมือกัน ซุนเฟยถึงเอาชนะเขาได้อย่างง่าย วันนี้ การที่ได้ประลองฝีมือกับอัศวินเด็กหนุ่มตรงหน้าที่มีความแข็งแกร่งระดับห้าดาวระยะปลาย ทำให้ความปรารถนาที่อยากจะทดสอบความแข็งแกร่งของซุนเฟยเป็จริงแล้ว
“คลื่นพลังสีทอง...หอก...ทอง...สึ...นา...มิ...!"
อัศวินเด็กหนุ่มะโออกมาเสียงกึกก้อง คลื่นพลังสีทองเหลือบเงินในร่างของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมาแล้วแผ่ขยายออกไปรอบๆ อย่างต่อเนื่อง ราวกับคลื่นทะเลขนาดั์กำลังปั่นป่วน และที่ทำให้ทุกคนใยิ่งกว่าก็คือ การที่มีเสียงระลอกคลื่นดังมาจากด้านหลังจริงๆ หอกอัศวินในมือหมุนควงเป็วงกลมอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า กลายเป็ใบดาบสีทองขนาดั์ปรากฏขึ้นท่ามกลางคลื่นพลังที่กำลังปั่นป่วนอยู่ด้านหลัง
ชั่วพริบตา ความแข็งแกร่งของอัศวินเกราะทองก็ทะลวงขึ้นมาเป็ระดับหกดาวระยะต้น
เวรเอ๊ย อย่าบอกนะว่าจะใช้ท่าไม้ตาย?
หัวใจของซุนเฟยกระตุกไปจังหวะหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงกำหมัดแน่นพร้อมรับทุกสถานการณ์
โดยพื้นฐานแล้ว นักรบทุกคนบนแผ่นดินอาเซรอทจะมีท่าไม้ตายประจำตัว ในระหว่างที่ใช้ท่าไม้ตาย ความแข็งแกร่งของนักรบอาจจะเพิ่มขึ้นมามากกว่าปกติเพื่อโจมตีศัตรู และหลายครั้งที่ท่าไม้ตายพวกนี้สามารถนำชัยชนะมาให้แก่เ้าของได้ ท่าไม้ตายของอัศวินเด็กหนุ่มตรงหน้าดูน่าทึ่งมาก พวกเขาได้ยินเสียงของคลื่นทะเลที่กำลังปั่นป่วนดังมาจากภาพเสมือนจริงของคลื่นทะเลั์ที่อยู่ด้านหลังของเขา เห็นได้ว่าชัดว่าท่าไม้ตายนี้เหนือกว่าท่าไม้ตาย ‘ะเิสังหาร’ ของแรนดุ๊ก นักรบระดับสามดาวของกองทัพทหารเกราะดำก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่า ซัตตันควบแน่นสายลมที่อยู่รอบๆ ให้คมกริบขึ้นมาประหนึ่งคลื่นหอกที่แหลมคม ทั้งร่างของซุนเฟยรู้สึกได้ถึงความเ็ปเหมือนโดนมีดบาดไปตามร่าง แม้แต่พื้นหินที่เขายืนก็ยังถูกสายลมที่คมกริบฟันจนกระจุย...
“ท่าไม้ตายของข้าเมื่อปล่อยไปแล้วจะไม่สามารถรั้งกลับมาได้ มันจะทำลายทุกอย่างที่ขวางทางมัน ฮึ! ไอ้คนป่าเถื่อนชั้นต่ำ จริงอยู่ว่าความแข็งแกร่งของเ้าถือว่าไม่เลว แต่มันก็เท่านั้นแหละ อย่างไรเสียเ้าต้องตายเมื่อเจอกับท่าไม้ตายของข้า ข้าจะเมตตาเ้าอีกครั้ง ยอมจำนนต่อข้าเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า! ”เท้าของอัศวินเกราะทองค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ ราวกับเทพาก็ไม่ปาน หอกสีทองที่อยู่กลางอากาศสั่นระริกเหมือนอดใจรอที่จะพุ่งไปหาซุนเฟยไม่ไหว ดวงตาของเด็กหนุ่มฉายแววสมเพชออกมา ยามที่มองมายังซุนเฟย
ซุนเฟยหัวเราะออกมาอย่างเ็า
คำว่า ‘คนป่าเถื่อนชั้นต่ำ’ ที่เด็กหนุ่มพูดออกมา กระตุ้นความโกรธของเขาได้เป็อย่างดี ดวงตาฉายแววบ้าเืขึ้นมา
หมัดคู่ของซุนเฟยสั่นสะท้าน ก่อนที่แสงสว่างสีดำจะไล่ลงไปตามเกล็ดัของ ‘ถุงมือไตตัน’ ทั่วร่างพลันะเิพลังที่น่าเกรงขามออกมาทั้งหมด พละกำลังที่แข็งแกร่งของคนเถื่อนเลเวล 38 ราวกับจับต้องได้ และมันยังเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ที่อยู่เหนือความคาดหมายของซุนเฟย อากาศรอบๆ ตัวของเขาราวกับหยุดนิ่งไป เหมือนเกิดกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมา เศษก้อนหินที่อยู่ใต้เท้าก็เหมือนกับไร้แรงโน้มถ่วง ทำให้มันค่อยๆ ลอยขึ้นมาในอากาศ
“รนหาที่ตาย...สังหาร!”
ใบหน้าของอัศวินเกราะทองเต็มไปด้วยความโมโห แขนขวาของเขาเหวี่ยงหอกในมือออกไป หอกสีทองก็กลายเป็ลำแสงสีทองตระการตาพุ่งทะยานไปหาซุนเฟยอย่างรวดเร็ว เสียงคลื่นทะเลม้วนตัวดังกึกก้อง คลื่นพลังสีทองเหลือบเงินบนตัวหอกค่อยๆ กลายเป็คลื่นทะเลขนาดใหญ่ที่ยาวเหยียดกำลังม้วนตัวเคลื่อนเข้ามาอย่างรุนแรง หอกทองสึนามิ!
พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวทะยานเข้ามา หอคอยคู่ทิศใต้ได้รับผลกระทบมากที่สุด ูเาบางส่วนแตกกระจาย เศษก้อนหินปลิวว่อนไปทั่วราวกับว่าูเาจะถล่ม แผ่นดินไหวประหนึ่งูเาไฟใกล้จะะเิ
ปฏิกิริยาตอบสนองของซุนเฟยมีเพียงอย่างเดียว
ต่อย
ตูมๆ...ตูมๆ...ตูมๆ!
ทันทีที่เขาปล่อยหมัดออกไป พลังมหาศาลก็ะเิออกมากลางอากาศ กลายเป็หมัดโปร่งแสงขนาดเท่าล้อเกวียนพุ่งทะยานเข้าไปปะทะกับคลื่นั์ เพียงเสี้ยววินาที ซุนเฟยก็ออกหมัดไปแล้วมากกว่าร้อยหมัด ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมัดโปร่งแสงของเขาจนแน่นขนัด ในที่สุดคลื่นั์ก็โถมเข้ามาชนเข้ากับหมัดกลางอากาศ
ตูม!
คลื่นพลังพลันะเิออก
แผ่นดินสั่นะเือย่างรุนแรง มีรอยปริแตกขนาดใหญ่จำนวนมากปรากฏบนหอคอยคู่ ดูเหมือนว่าหอคอยกำลังจะถล่มลงมา
“ท่าไม่ดีแล้ว...ูเาจะถล่ม รีบหนีเร็ว!”
กองทัพทั้งสองฝ่ายก็รีบหลบก้อนหินที่ตกลงมาจากฟ้ากันจ้าละหวั่น เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนก้อนหินหล่นทับร่าง การโจมตีของทั้งสองฝ่ายอย่างน้อยๆ ก็เทียบเท่ากับการต่อสู้ของนักรบระดับหกดาว สำหรับนักรบบนแผ่นดินอาเซรอทแล้ว การจะทะลวงผ่านไปที่ระดับหกดาวนั้นยากมาก หากทะลวงผ่านไปแล้ว นั่นแสดงว่าได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบนักรบที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง และการประลองของนักรบระดับหกดาวในครั้งนี้ก็ทำให้หอคอยคู่ถล่มลงมา!
ฝุ่นควันลอยฟุ้งเต็มท้องฟ้า บดบังวิสัยทัศน์ในการมองของทุกคน
ตึงๆๆๆ!
พวกเขาเห็นเพียงสะเก็ดไฟที่แลบออกมา ท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด มีร่างเงาของคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดตัดสลับกันไปมาไม่หยุด
คลื่นพลังสีทองเหลือบเงินลอยไปมากลางอากาศ ปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ก้อนหินขนาดั์ที่กลิ้งไปทางพวกเขาพลันถูกลูกหลงของพลังทำลายจนกลายเป็ฝุ่น บางครั้งก็มีคลื่นพลังตัดผ่านกลางอากาศและพื้นดิน พวกเขาได้ยินเสียงคลื่นทะเลพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงออกมาเรื่อยๆ ปนกับเสียงคำรามอย่างโมโหของอัศวินเด็กหนุ่มและเสียงหัวเราะของซุนเฟยดังออกมาไม่ขาดสาย
ตูม!
เสียงะเิสุดท้ายได้ผลักร่างทั้งสองให้แยกออกจากกัน
“จบแล้วหรือ? แล้วใครเป็ผู้ชนะ?”
ทุกคนพากันจ้องเขม็งไปที่ยอดหอคอย ฝุ่นควันหนาทึบค่อยๆ จางหายไป หัวใจของทุกคนเต้นเสียงดังตุบตับ พวกเขารู้ว่า ทันทีที่ฝุ่นควันหายไปผู้ชนะก็จะปรากฏขึ้น ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของผู้นำตัวเอง แต่การต่อสู้ที่น่าตกตะลึงเมื่อครู่มันไม่ต่างอะไรกับการประลองของเทพ ถึงขั้นฟ้าแทบจะถล่มแผ่นดินจะถลายแบบนี้ ไม่ว่าใครก็อดตึงเครียดไม่ได้
สุดท้าย เมื่อฝุ่นหายไป
ร่างสูงโปร่งทั้งสองคนยังคงยืนตระหง่านอยู่บนยอดหอคอย สุดท้ายสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาตอนนี้ก็คือ
เืสีแดงสดที่หยดลงบนพื้นดินทีละหยด
ดวงตาของทุกคนพลันเบิกกว้าง
----------------------
