ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาถึงที่หมู่บ้านแล้วเช่นกัน แต่เธอเกิดรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง คิดในใจว่าหากถูกคนบ้านฮั่วจับได้ขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ระหว่างที่กำลังลังเลว่าจะกลับบ้านดีหรือไม่ เธอพบว่าประตูบ้านฮั่วปิดอยู่บ่งบอกว่าสองคนนั้นออกไปตามหาเธอกันแล้ว
บ้านฮั่วมีลูกโทนสืบสกุลมาหลายชั่วคน ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงไม่มีญาติคนอื่น และบริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีบ้านเรือนด้วยเช่นกัน
เห็นบนท้องถนนไม่มีวี่แววของใครเลยสักคน ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงเดินไปทางบ้านฮั่วอย่างใจกล้า เมื่อเดินมาถึงบ้านฮั่วก็เห็นว่าประตูปิดสนิท เธอคิดว่าคงไม่มีคนอยู่บ้านแน่แล้ว
“หึ ฉันเคยพูดแล้วว่าจะแก้แค้น” ฮั่วเสี่ยวเหวินเกิดความคิดอันใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นมา
เธอวิ่งไปที่ห้องเก็บฟืน หัวใจของเธอนั้นเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น ฮั่วเสี่ยวเหวินเปิดประตูด้วยกุญแจที่ฮั่วเสี่ยวเจียให้มาจากนั้นลงมือจุดฟืนแห้ง
ฮั่วเสี่ยวเหวินย่อตัวมองซ้ายมองขวาก่อนจะออกวิ่งไปทางูเาหนานซานพร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัว ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกดีใจในชัยชนะครั้งนี้
ฟืนแห้งติดไฟง่ายทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้นทันที ทั้งไฟยังลุกลามเร็วมากเช่นกัน เกิดควันดำลอยโขมงขึ้นมา จากนั้นไฟก็ลามไปถึงตัวบ้าน
“ไฟไหม้แล้ว ไฟไหม้แล้ว รีบมาช่วยฉันดับไฟหน่อย เร็วเข้า!” ฮั่วต้าซานวิ่งแตกตื่นออกมาจากบ้าน ปากพลางร้องะโเสียงดัง
ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกไม่ถึงว่าฮั่วต้าซานจะอยู่บ้าน เธอวิ่งไปทางูเาหนานซานด้วยความรวดเร็วเมื่อเห็นเขาวิ่งออกมา
“ไฟไหม้หรือ?” จางหวาเดินออกมาเช่นกันแต่ไม่ได้แตกตื่นเช่นฮั่วต้าซาน เห็นเขามีสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก เธอก็แอบรู้สึกดีใจเล็กน้อย
“ใครก็ได้ช่วยด้วย ไฟไหม้แล้ว” ฮั่วต้าซานไม่มีอารมณ์มาสนใจจางหวาแล้ว เขาวิ่งไปทางที่มีบ้านคนเหมือนเสียสติ ปากร้องะโไม่หยุด
จางหวามองอยู่ครู่หนึ่งปากพึมพำอะไรบางอย่างเสียงเบา จากนั้นเธอจึงเดินกลับไปทางบ้านของตัวเอง
จางหวาไม่ได้เดินห่างไปไกล เธอเดินไปหยุดอยู่บนเนินสูงแห่งหนึ่งก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้นและพูดเสียงเย็น “เหอะ นึกไม่ถึงว่าคุณจะมีวันนี้เช่นกัน”
จางหวานึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ขณะที่ทั้งสองกำลังนอนสบายใจบนเตียง และฮั่วต้าซานกำลังให้คำมั่นสัญญาและหยอดคำหวานแก่เธอ
“คุณได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ หรือไม่?” ฮั่วต้าซานลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันด้วยสีหน้าแตกตื่น
“คุณหูฝาดแล้ว มีเสียงอะไรที่ไหน” จางหวากอดเขานอนลง แน่นอนว่าเธอต้องได้ยินอยู่แล้วว่าเป็เสียงของไฟที่กำลังไหม้ฟืน
‘อย่างมากก็แค่ตายไปด้วยกัน ถึงอย่างไรเธอก็อยู่โลกนี้มาพอแล้ว’ จางหวาคิดอย่างโหดร้าย ฮั่วต้าซานไม่ได้ถามว่า่ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เธอเองก็ไม่ได้เล่าถึงอดีตอันโชคร้ายหลังจากแต่งงานไปอยู่ในอำเภอให้เขาได้ฟังเช่นกัน
หลายปีมานี้ เธอโกรธเกลียดใครหลายคน สองแม่ลูกบ้านฮั่วเป็หนึ่งในนั้น หากไม่ใช่เพราะเขาได้เธอแล้วทิ้งขว้าง ชีวิตของเธอคงไม่ตกต่ำมาถึงจุดนี้
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับคุณอีก” จางหวาคิดเช่นนี้ เหมือนได้จบภาระในใจไปหนึ่งเื่
“แม่ บ้านเราไฟไหม้…” เห็นยายแก่ฮั่วกลับมา ฮั่วต้าซานก็พูดอย่างไร้เรี่ยวแรง ถังไม้เปล่าในมือร่วงตกลงพื้น
ถังไม้กลิ้งไปมาบนพื้นชนเข้ากับก้อนหินก่อนจะหยุดลง ยายแก่ฮั่วตบหน้าลูกชายของตัวเองด้วยความกราดเกรี้ยว
ยายแก่ฮั่วเห็นบ้านของตัวเองกลายเป็สภาพเช่นนี้ก็ตบตีฮั่วต้าซานอย่างบ้าคลั่ง ปากพูดสบถสาปแช่งไม่หยุด
ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของยายแก่ฮั่วเห็นสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ช่วยดับไฟก็เทน้ำในถังทิ้ง ด่าออกมาว่า “ยังไม่รีบดับไฟอีก มัวเล่นละครอะไรอยู่? จะรอให้พวกฉันดับให้หรืออย่างไร!”
ยายแก่ฮั่วเป็คนอารมณ์ร้ายไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็ใคร ด่ากราดออกมาชุดใหญ่
เหตุการณ์ทางฝั่งนี้เรียกความสนใจจากคนที่กำลังมาช่วย เมื่อพวกเขาเห็นยายแก่ฮั่วด่าแม้กระทั่งคนที่มาช่วยดับไฟก็พากันถือถังกลับ
“มีอย่างนี้ที่ไหน มาช่วยดับไฟแท้ๆ แต่กลับโดนด่า” ชายคนนั้นจากไปด้วยความโมโห
“คนประเภทนี้ สมควรหนาวตายหรือหิวตายไปซะ” ชาวบ้านอีกคนเห็นด้วย
“เวรกรรมโดยแท้!” หลังจากปลดปล่อยอารมณ์จนเสร็จ ยายแก่ฮั่วก็นั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนพื้น ฮั่วต้าซานเดินเข้ามาประคองแต่กลับประคองไม่ขึ้น ซ้ำยังถูกด่า
“แม่ ผมจะไปแจ้งความ” ฮั่วต้าซานนึกขึ้นได้ว่ากุญแจยังอยู่กับฮั่วเสี่ยวเหวิน ที่บ้านฮั่วของเขาเนื่องจากกลัวมีคนขโมยฟืน ประตูห้องเก็บฟืนจึงถูกลงกุญแจไว้อย่างดี
หลังจากที่ยายแก่ฮั่วทำกุญแจหายเมื่อครั้งนั้น พวกเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนกุญแจ เพราะฮั่วต้าซานมีกุญแจสำรองอยู่ พวกเขาคิดว่าจับฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาได้เมื่อไหร่ค่อยยึดกุญแจคืนจากเธอก็เป็อันจบ
“จับหล่อนกลับมาแล้วอย่างไร เงินไม่มี บ้านก็ไม่มีแล้ว” ยายแก่ฮั่วหมดแรงที่จะทุบตีต่อ ทำได้เพียงก่นด่าออกมา
ฮั่วต้าซานไม่มีความเห็น เขามองบ้านที่กำลังถูกเผาไหม้อย่างเหม่อลอย ปากพึมพำว่า “หลังจากนี้จะทำอย่างไร!”
ขณะเดียวกันฮั่วเสี่ยวเหวินได้วิ่งตรงกลับมาที่สุสานูเาหนานซาน ในใจของเธอทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้นจนควบคุมไม่ได้ แค่จะก้าวเท้าเดินยังเซ
“พี่เจียิ พี่เห็นหรือไม่ ฉันแก้แค้นให้พี่แล้ว” ฮั่วเสี่ยวเหวินยืนพูดอยู่หน้าหลุมศพเสียงเบา
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่เจียิจะเป็อย่างไรบ้าง” ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเป็กังวลขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าหากกลับไปตอนนี้จะถูกพวกเขาจับได้หรือไม่
“ช่างเถอะ รอพระอาทิตย์ตกแล้วค่อยกลับไปดีกว่า” คิดได้เช่นนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็นั่งลงบนต้นหญ้าที่แห้งตายหมดแล้ว
“แต่กลับไปตอนนี้เลยก็ดี!” นั่งลงได้ไม่นาน จู่ๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมา
สุสานแห่งนี้ไม่มีผู้ใดแม้แต่คนเดียว มีเพียงเสียงลมพัดผ่านแมกไม้เสียงดัง หากตั้งใจฟังดีๆ จะเหมือนได้ยินเสียงฝีเท้าด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินกลัวจนไม่กล้าขยับตัว เหงื่อเย็นไหลโซมทั่วแผ่นหลัง “หรือว่าโลกนี้จะมีผีอยู่จริง?” เธอเริ่มหน้าซีด
จากนั้นไม่นานมีเสียงดังขึ้นว่า “หายไปไหนแล้ว หรือว่าไม่อยู่แถวนี้?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินแหวกหญ้าดูที่มาของเสียงด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม เห็นเงาร่างคนเดินกะเผลกมาทางนี้ หากไม่ใช่เ้าเป๋สามขาแล้วจะเป็ใคร?
“โอ้ แอบอยู่ที่นี่เอง ตามหาเสียให้ทั่ว” เ้าเป๋สามขาพูด พร้อมกับเดินมาตรงที่ฮั่วเสี่ยวเหวินหลบอยู่ ก่อนหน้านี้เขาเห็นพงหญ้าสูงเท่าครึ่งค่อนคนขยับเขยื้อน จากนั้นก็เห็นศีรษะเล็กๆ โผล่ออกมา
“ทำตัวลับๆ ล่อๆ ตอนกลางวันแสกๆ หากไม่ใช่เพราะคุณทำให้ใ ฉันจะมาหลบที่นี่หรือ?” เห็นเ้าเป๋สามขาแล้วฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกโมโห
“มานี่ ฉันมีอะไรจะบอก” เ้าเป๋สามขาไม่โกรธและไม่โต้เถียงด้วยเช่นกัน เขากวักมือเรียกฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยรอยยิ้ม
“เหอะ ใครจะไปอยากฟังคุณพูด รีบไปได้แล้ว ฉันไม่รู้จักคุณ” ไม่มีทางที่ฮั่วเสี่ยวเหวินจะไม่รู้ว่าเ้าเป๋สามขาคิดอะไร ครั้งก่อนเขาเป็คนจับเธอกลับไปเอาใจสองแม่ลูกบ้านฮั่วเองกับมือ
เธอได้ยินบทสนทนาของพวกเขาชัดเจน คนขาเป๋อายุยี่สิบกว่าคิดจะแต่งเธอเป็ภรรยา
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่กล้าชักช้า ลุกขึ้นแล้วออกวิ่งทันที
