“มี่มี่ ชิงเฉิง จื่อเซียว ฉินิ พวกนายไม่ต้องตามมาแล้ว! ไปเดินเล่นหรือพักผ่อนเถอะ!” หลังจากที่เดินออกมาพร้อมกับหวังเยว่เฉิงและผู้นำคนอื่นๆ ของฐานที่มั่นว่านตะวันตกแล้ว ถังฮ่าวก็เอ่ยเสียงเบา!
ถังฮ่าวไม่ได้ไล่เชียนมู่เซวี่ย เพราะกลัวว่าเธอจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หากได้รู้เื่บางอย่างเข้า
โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง และจ้าวจื่อเซียวล้วนเป็คนฉลาด พวกเขาเริ่มเอะใจั้แ่ตอนที่ถังฮ่าวยืนกรานจะไปเดินเล่นแล้ว ตอนนี้พอได้ยินถังฮ่าวพูดแบบนี้ก็ยิ่งเข้าใจความหมายที่้าจะสื่อ นั่นก็คือ้าให้พวกเขาแยกย้ายกันออกไปสืบหาข่าวสาร
หลังจากที่โอวหยางมี่มี่และคนอื่นๆ ตอบรับก็แยกย้ายกันไปทันที!
หวังเยว่เฉิงเห็นก็รู้สึกร้อนใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้!
หวังเยว่เฉิงไม่ใช่คนโง่ เขาส่งสัญญาณให้กับผู้บริหารระดับสูงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกที่อยู่ข้างๆ คนผู้นั้นพอได้รับคำสั่งก็แสร้งทำเป็ขอตัวจากไป ก่อนจะสั่งให้คนแอบติดตามโอวหยางมี่มี่และคนอื่นๆ ไปอย่างลับๆ ทว่าโอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง และคนอื่นๆ ล้วนเป็ผู้มีวิวัฒนาการระดับ 5 โดยเฉพาะโอวหยางมี่มี่ พอเจอสถานที่ลับตาคนแล้วเธอก็ใช้ทักษะล่องหน และหายตัวไปทันที!
ส่วนเย่ชิงเฉิงก็พาจ้าวเสี่ยวเยว่ จางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนเดินเล่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามเช้า เพียงเท่านี้ก็กลายเป็ทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเย่ชิงเฉิงยังเป็ถึงซูเปอร์สตาร์ระดับชาติ จึงทำให้มีคนในฐานที่มั่นว่านตะวันตกจำเธอได้อย่างรวดเร็ว และมีคนมากมายเข้ามารุมล้อม!
หลังจากพูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็กันเองแล้ว เย่เอียงเฉิงก็ถือโอกาสนี้สืบหาข่าวสาร เธอฉลาดมากจึงไม่ได้เอ่ยถึง ซ่งปิงหยุนในทันที แต่กลับเอ่ยชื่อญาติของจ้าวเสี่ยวเยว่และชิวอวิ๋นเอียนออกมาแทน!
แล้วก็เป็อย่างที่คิด! เพราะมีคนตอบรับอย่างกระตือรือร้นทันที และบอกว่ารู้จักคนที่ชื่อนี้
เมื่อเย่ชิงเฉิงเอ่ยถามอย่างนุ่มนวลว่าพอจะพาพวกเธอไปพบได้ไหม แฟนคลับหลายคนก็ตอบตกลงด้วยความตื่นเต้น จากนั้นทุกคนก็พากันเดินตามเย่ชิงเฉิงไปยังตึกสูง!
ทางด้านจ้าวจื่อเซียวที่อยู่ห่างออกไปก็พาลูกน้องตระกูลจ้าวสองคนตามไป
ส่วนฉินิก็พาลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลฉินไปด้วย และบังเอิญเจอคนรู้จักเข้า!
คนทั้งสามเริ่มพูดคุยกัน
“พี่เซียว สองคนนั้นดูมีพิรุธ!” ผู้มีวิวัฒนาการระดับ 4 ของตระกูลจ้าวคนหนึ่งเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เงาสองร่างที่เดินผละออกจากกลุ่มของเย่ชิงเฉิงไปอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของจ้าวจื่อเซียวกลายเป็เย็นเยียบ
“ไป ตามไปดูกันหน่อย”
หลังจากนั้นไม่นาน คนทั้งสองนี้ก็ได้สั่งการณ์กับอีกสองคนอย่างโเี้ว่าให้รีบพาญาติของจ้าวเสี่ยวเยว่และชิวอวิ๋นเอียนไปกักขังตัวโดยเร็วที่สุด และเื่นี้ก็ทำให้สีหน้าของจ้าวจื่อเซียวเปลี่ยนไป
ขณะที่เขากำลังจะจับตัวคนทั้งสี่มาสอบถามนั้น โอวหยางมี่มี่ก็ปรากฏตัวขึ้น ก่อนจะกระซิบข้างหูของจ้าวจื่อเซียวสั้นๆ!
จ้าวจื่อเซียวพยักหน้าตอบอย่างเงียบเชียบ พริบตาถัดมาร่างของโอวหยางมี่มี่ก็หายวับไปราวกับภูตผี และเริ่มสะกดรอยตามคนทั้งสองที่เพิ่งจากไป
คนทั้งสองของฐานที่มั่นว่านตะวันตกถอนหายใจด้วยความโล่งอก!
“ฐานที่มั่นมหานครแข็งแกร่งเกินไป ฉันเดาว่ากำลังรบที่แท้จริงของพวกเขาน่าจะแข็งแกร่งกว่าที่ประกาศไว้บนอินเทอร์เน็ตเสียอีก ลำพังแค่คนกลุ่มนี้ก็มีผู้มีวิวัฒนาการระดับ 5 อย่างน้อยหกคนแล้ว ส่วนฐานที่มั่นของเราน่ะหรือ? ตอนนี้มีแค่ผู้นำหวังกับหัวหน้าหน่วยหลิวเท่านั้นที่เป็ระดับ 5 มิน่าล่ะท่านผู้นำถึงได้กังวลขนาดนี้ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าซ่งปิงหยุนถูกผู้นำหวัง... ถ้าอย่างนั้น...”
“ผู้นำของพวกนายทำอะไรซ่งปิงหยุน” จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้น!
ชายทั้งสองใ และเพิ่งรู้ตัวว่ามีชายร่างกำยำสามคนยืนอยู่ข้างๆ ั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้
ดวงตาของจ้าวจื่อเซียวเต็มไปด้วยไอสังหาร
หลังจากผ่านเื่ที่ผ่านมา เขาก็รู้ดีว่าสมาชิกหลักของทีมถังฮ่าวนั้นมีเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง และจางเสี่ยวเหาทั้งห้าคน
ส่วนซ่งปิงหยุนก็บังเอิญมีความเกี่ยวข้องกับสามคนแรก!
หากโอวหยางมี่มี่อยู่ที่นี่ละก็ เธอคงจะต้องทรมานอีกฝ่ายเพื่อเค้นเอาความจริงออกมาจากปากของคนทั้งสองอย่างแน่นอน!
สามนาทีต่อมา จ้าวจื่อเซียวก็ดึงมีดสั้นที่เปื้อนเืออกจากหลังมือของคนทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าที่ทำให้พวกเขาหนาวสั่นไปถึงกระดูก
“พวกนายภาวนาให้ป้าซ่งปลอดภัยเถอะ ไม่งั้นฐานที่มั่นของพวกนายจะต้องพินาศย่อยยับเหมือนกับฐานที่มั่นบงกชทมิฬ” จ้าวจื่อเซียวพูดจบก็หันไปสั่งลูกน้อง
“ลุงเกิน เสี่ยวเผิง พวกนายคอยเฝ้าสองคนนี้อยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปรายงานคุณชายถังเอง”
“ได้!” จ้าวโหยวเกิ้นที่อายุมากกว่าพยักหน้า
ในเวลาเดียวกันนี้ได้มีชายฉกรรจ์ห้าคนพุ่งเข้าไปในห้องหนึ่ง ก่อนที่ชายที่เป็ผู้นำกลุ่มจะะโเรียกชื่อหลายชื่อออกมา
“จ้าวเสี่ยวจวิน ชิวอวิ๋นจวน หวังอวี้เฟิน ชิวหยุนหาว ชิวเจ๋อ หลิวหยุน รีบลุกขึ้นแล้วตามฉันมา!”
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือครับ?” จ้าวเสี่ยวจวินผู้อ่อนแอเอ่ยถามหลังจากที่ลุกขึ้นยืน
“พวกนายรีบตามฉันมา ส่วนคนอื่นๆ ก็ฟังให้ดี ไม่ว่าใครมาก็ตาม แต่ถ้าถามว่ารู้จักหรือเคยเห็นคนพวกนี้บ้างไหม ก็ให้ตอบไม่รู้ไปทั้งหมด! ถ้าฉันรู้ว่าใครกล้าแพร่งพรายเื่นี้ออกไปแม้แต่ครึ่งคำ ก็เตรียมตัวถูกโดนโยนเป็อาหารซอมบี้กินได้เลย!” ชายผู้นั้นข่มขู่ด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ฐานที่มั่นว่านตะวันตกของพวกนายไปทำเื่เลวร้ายอะไรไว้ ถึงได้กีดกันไม่ให้ญาติพี่น้องมาพบกันแบบนี้!” มีเสียงเ็าลอยมา
ชายทั้งห้าหันกลับไปมอง ก่อนจะพบว่ามีสาวสวยในชุดเสื้อและกางเกงหนังสีดำกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างเ็า
สีหน้าของชายทั้งห้าเปลี่ยนไป ยัยผู้หญิงคนนี้โผล่มาั้แ่เมื่อไร!
ให้ตายสิ! โดนสะกดรอยตาม!
“เร็ว! ไปจับตัวเธอไว้!” ชายที่เป็ผู้นำเห็นดังนั้นก็ะโลั่น!
ทว่าฉากที่เกิดขึ้นหลังจากนี้กลับทำให้พวกเขาสิ้นหวัง!
หญิงสาวในชุดหนังที่มัดผมหางม้าแข็งแกร่งมาก เวลานี้ก็มีเพียงเสียงหมัดกระทบเนื้อดังขึ้นเป็ชุดๆ เพียงแค่หนึ่งนาที ชายฉกรรจ์ทั้งห้าก็ล้มลงกับพื้นก่อนจะครวญครางด้วยความเ็ปออกมา!
เมื่อเย่ชิงเฉิงและจางอวิ๋นจือได้ยินเสียงต่อสู้ ก็รีบวิ่งเข้ามาสมทบ!
ส่วนจ้าวเสี่ยวจวิน ชิวอวิ๋นจวน ชิวหยุนหาว และชิวเจ๋อ เมื่อเห็นจ้าวเสี่ยวเยว่และชิวอวิ๋นเอียนแล้ว พวกเขาก็พุ่งเข้าไปกอดกันกลมก่อนจะร้องไห้ออกมา
โอวหยางมี่มี่รีบเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเย่ชิงเฉิง ทันใดนั้นใบหน้าสวยก็เปลี่ยนไป เพราะการกระทำของอีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีพิรุธอย่างชัดเจน!
“มี่มี่ เธอไปแจ้งถังฮ่าวเถอะ เดี๋ยวฉันอยู่ดูแลที่นี่เอง!” เย่ชิงเฉิงกล่าว
โอวหยางมี่มี่พยักหน้า ก่อนที่ร่างของเธอจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว!
ส่วนหวังเยว่เฉิงและผู้บริหารระดับสูงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกก็กำลังพาถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย เชียนซือหยวน โอวหยางเผิงเฉิง และซ่งปิงเซี่ยทั้งห้าเดินชมฐานที่มั่นอันกว้างใหญ่อยู่ พร้อมกับแนะนำไปด้วย
“คุณถัง ทางนี้เป็ที่พักของหน่วยพิทักษ์ฐานที่มั่นของเรา ฐานที่มั่นของเรานั้นไม่อาจเทียบกับฐานที่มั่นมหานครได้ สมาชิกหน่วยพิทักษ์ของเรามีเพียงหนึ่งพันห้าร้อยคนเท่านั้น หลิวเฉิง! มานี่ๆ มานี่เร็ว ฉันจะแนะนำคนให้รู้จัก!”
หวังเยว่เฉิงโบกมือเรียก จากนั้นหน่วยพิทักษ์ที่เป็ผู้วิวัฒนาการทั้งหมด และอยู่ในชุดเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เดินเข้ามาภายใต้การนำของชายร่างกำยำคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันนี้เอง ร่างของจ้าวจื่อเซียวที่อยู่ห่างออกไปก็รีบวิ่งตรงมาที่นี่
