ตันเจียงที่เห็นว่านายน้อยของตนเอาแต่จ้องหน้าคุณหนูลู่ชิง จึงกระแอมกระไอเสียงดังเพื่อเรียกสติเ้านายเสียหน่อย ประเดี๋ยวจะออกเดินทางล่าช้าได้ หากปล่อยให้อยู่ในอาการของคนตกหลุมรักเด็กสาวตรงหน้า
“อะแฮ่ม ๆ ไม่ทราบว่าคุณหนูลู่ชิงจะไปที่ใดหรือ ถึงได้เดินมาทางนี้เพียงลำพังน่ะขอรับ” ตันเจียงเป็คนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“อ้อ ข้ากำลังจะไปดูนายช่างหาน ที่มาปรับปรุงร้านเป็วันแรกเ้าค่ะ แต่ก็เกิดเื่ขึ้นเสียก่อน คงต้องเอาไว้ค่อยมาดูพรุ่งนี้กับท่านพ่อแทนแล้วล่ะเ้าค่ะ” พรุ่งนี้ค่อยชวนทุกคนมาดูพร้อมกันน่าจะดีกว่า
“นายช่างได้บอกหรือไม่ว่าใช้เวลากี่วัน ถึงจะปรับปรุงร้านค้าของเ้าเสร็จ” เซียวหนิงหลงเอ่ยถามกับลู่ชิงบ้าง
“บอกเ้าค่ะใช้เวลาไม่เกินยี่สิบวัน เพราะต้องต่อเติม้าชั้นสองทำเป็ห้องพักสองห้อง จากนั้นครอบครัวข้าจะย้ายมาพักที่นี่ชั่วคราว และให้นายช่างหานไปสร้างบ้านต่อที่หมู่บ้านอันผิงเ้าค่ะ” ลู่ชิงตอบด้วยท่าทางเป็ธรรมชาติ แถมยังส่งยิ้มให้กับเซียวหนิงหลงอีกด้วย
“หากพี่จะฝากคนให้มาเป็ลูกจ้างของร้านเ้า สักสามสี่คนจะได้หรือไม่ พวกเขาเป็กำพร้าแต่เด็กไม่มีครอบครัว เ้าพอจะรับไว้ได้ไหม” เขาต้องหาทางส่งคนของตนเข้ามาดูแลนางอย่างแเี
“เป็กำพร้าก็น่าเศร้าใจนะเ้าคะ ข้ายินดีรับคนของพี่ชายเซียวเข้าทำงานเ้าค่ะ และกำลังคิดอยู่ว่าอยากจะได้คนที่มีวรยุทธ์เก่ง ๆ สักสองสามคนมาช่วยดูแลร้าน เพราะกังวลเื่พวกเหลาอาหารใหญ่ ๆ เกี่ยวกับลูกค้าที่หดหาย เพราะมาทานอาหารร้านของข้า ถ้าพี่ชายเซียวพอจะมีคนรู้จักที่มีวรยุทธ์ ก็แนะนำให้มาสมัครงานได้เลยนะเ้าคะ” พี่ชายสุดหล่อหาคนมาให้นาง พอดีเลยจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปหาซื้อทาส
“หากเ้า้าพี่ย่อมหาคนให้เ้าได้อยู่แล้วล่ะ แต่ว่าวันนี้พี่กับตันเจียงจะกลับเมืองหลวงแล้ว คงอีกสักพักใหญ่ถึงจะเดินทางมาที่นี่ เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจหรือไม่” เซียวหนิงหลงพูดด้วยความเป็ห่วงจากใจจริง ๆ เมื่อกลับถึงเมืองหลวง คงต้องส่งเจียวมิ่งกับลูกน้องมาเพิ่มอีกสองสามคนเสียแล้ว
ตันเจียงที่ยืนดูทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น ‘ซื่อจื่อขอรับ ท่านช่างมีความสามารถเป็เลิศยิ่งนัก เอ่ยแทนตัวเองว่าพี่กับคุณหนูลู่ชิงได้ง่ายดายปานนั้น แต่กับสตรีอื่น ท่านไม่เคยอ้าปากพูดแบบนี้เลยนะขอรับลำเอียงที่สุดของที่สุด’ ข้าเป็ส่วนเกินไปแล้วล่ะนะตอนนี้
“ท่านทำธุระเสร็จแล้วหรือเ้าคะ ทำไมถึงไม่รีบมาให้เร็วกว่านี้อีกสักหน่อย มาเอาตอนนี้อาหารที่ร้านขายหมดไปแล้วเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นข้าจะได้ห่อข้าวให้ท่านเอาไปทานระหว่างทาง โอ๊ะ! ข้าพอจะนึกออกแล้วว่ามีอะไร พอจะให้ท่านนำติดตัวไปทานระหว่างได้ พี่ชายเซียวตามข้าไปที่ร้านตอนนี้เลยได้หรือไม่เ้าคะ”
ข้าวหมดทุกอย่างก็จริง แต่ว่ายังมีน้ำสมุนไพรอยู่นะ นางจะแอบเอาน้ำจากบ่อน้ำวิเศษหยดลงไปด้วย เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง
“ได้สิเดินไปพร้อมกันเลย ตันเจียงเ้าไปหาซื้อรถม้าแล้วกลับไปรอที่บ้านเช่า เตรียมตัวรอเมื่อข้ากลับไปถึงจะออกเดินทางทันที” เซียว หนิงหลงรับคำของลู่ชิงเสร็จ จึงหันไปสั่งงานตันเจียงทีหลัง
“ห๊ะ! อ่อ ขอรับคุณชาย ข้าจะรีบไปจัดการให้เรียบร้อย” ไล่ก้างขวางคออย่างเขาออกมาเสียด้วย เ้าเล่ห์เกินไปแล้วขอรับซื่อจื่อ
ระหว่างที่เดินกลับมาที่แผงขายของ เซียวหนิงหลงก็แอบมองใบหน้าด้านข้างของลู่ชิงเป็ครั้งคราว ‘ไม่ว่านางจะทำหน้าแบบไหนก็น่ามองไปหมด เฮ้อ ข้าจะกลายเป็บุรุษคลั่งรักเหมือนกับท่านพ่อเช่นนั้นหรือ’
ทั้งสองมาถึงแผงขายของ ซึ่งทุกคนได้ช่วยกันเก็บของเสร็จแล้ว ก็เห็นลู่ชิงเดินมาพร้อมกับบุรุษสวมหน้ากากครึ่งหน้า แต่กลับดูน่ามองและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน
“ท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่พี่รองเ้าคะ ข้าขอแนะนำให้รู้จักนี่คือพี่ชายเซียวเ้าค่ะ” ลู่ชิงแนะนำครอบครัวให้รู้จักกับเซียวหนิงหลง
“คารวะคุณชายเซียวยินดีที่ได้รู้จักขอรับ” ลู่เวินเป็ตัวแทนครอบครัวพูดทักทายกับเซียวหนิงหลง
“ท่านน้าอย่าได้คารวะผู้น้อยเช่นนี้เลยขอรับข้าคงรับไม่ไหวเป็แน่ อีกอย่างข้าก็อายุมากกว่าบุตรชายคนโตของท่านน้าแค่สองปีเท่านั้นขอรับ” จะให้บิดาของชิงเอ๋อร์ มาทำความเคารพเขาได้อย่างไรกัน
“เมื่อครู่ตอนที่กำลังเดินไปดูการปรับปรุงร้านค้า มีอันธพาลมาหาเื่แต่ได้พี่ชายเซียวช่วยไว้ จึงไม่ได้เกิดเื่ไม่ดีขึ้นเ้าค่ะ”
“อะไรนะชิงเอ๋อร์!! เป็ใครที่มาหาเื่เ้าแล้วนี่ไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่” ฟางซินและทุกคนต่างก็ใที่เกิดเื่กับลู่ชิง
“ท่านน้าวางใจเถิดขอรับ ชิงเอ๋อร์ไม่ได้รับาเ็ที่ใดแน่นอน ส่วนพวกอันธพาลคงจะไม่กล้ามารบกวนพวกท่านอีกแล้วขอรับ” ถ้าพวกนั้นอยากตาย ก็ลองกลับมาหาเื่นางอีกครั้งสิ เขาจะส่งลงไปนอนเล่นในหลุมให้หมด
“ขอบคุณคุณชายเซียว ที่ช่วยบุตรสาวของข้าไว้ขอรับ หากนางเป็อะไรไปอีกครั้งละ ก็พวกเราคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ ๆ” ลู่เวินกล่าวขอบคุณเซียวหนิงหลงด้วยความซาบซึ้งใจ
“ท่านน้าอย่าได้ถือเป็บุญคุณเลยขอรับ คิดเสียว่าข้าเป็ลูกเป็หลานของพวกท่านอีกคนก็แล้วกัน พวกท่านไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณชายนะขอรับ เรียกว่าอาเซียวก็พอ” เซียวหนิงหลงแอบตีเนียน ขอเป็ลูกเป็หลานกับลู่เวินไปอีก
“ได้ ๆ ๆ น้าไม่ขัดความ้าของอาเซียวแน่นอน ชิงเอ๋อร์พาพี่เขามาแนะนำให้พวกเรารู้จักกันเท่านี้หรือลูก”
“อ้อ เมื่อกี้พี่ชายเซียวบอกว่า ทำธุระที่นี่เสร็จแล้วต้องเดินทางกลับเมืองหลวง คราแรกข้าคิดว่าถ้าอาหารของเรายังไม่หมด จะห่อให้พี่ชายเซียวเอาติดตัวไปทานระหว่างทางเ้าค่ะ แต่ว่าเราขายอาหารไปหมดแล้ว จึงคิดได้ว่าเรายังพอมีน้ำสมุนไพร ก็เลยจะแบ่งใส่ถุงเก็บน้ำให้พี่ชายเซียวสักสองใบเ้าค่ะ เอาไว้ดื่มช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทางไกลเช่นนี้”
“ข้าเห็นด้วยกับน้องเล็กขอรับท่านพ่อ จากที่นี่ไปเมืองหลวงเดินทางตั้งหลายวันกว่าจะถึง แบ่งน้ำสมุนไพรให้กับพี่ชายเซียวไปเยอะหน่อยย่อมดีที่สุดขอรับ” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นเพราะเห็นด้วยกับน้องสาว และพี่ชายเซียวยังเป็ผู้มีพระคุณช่วยเหลือลู่ชิงอีกด้วย
“เช่นนั้นชิงเอ๋อร์พาพี่รองของลูก ไปช่วยกันกรอกน้ำสมุนไพรของเ้า มาให้กับอาเซียวก็แล้วกันนะ อาเซียวก็นั่งรอตรงนี้สักประเดี๋ยวไม่นานสองคนนั้นก็กลับมาแล้วล่ะ” บุรุษเหมือนกันเขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่า อาเซียวกำลังคิดจะจับจองบุตรสาวของเขา แต่ลู่เวินมิได้มีความคิดที่จะขัดขวางอันใด เขาปล่อยให้เป็เื่ของอนาคต เพราะบุตรสาวของเขากว่าจะถึงวัยปักปิ่นก็อีกหลายปี หากอาเซียวมั่นคงจริงใจกับลู่ชิงจริง ๆ ย่อมรอนางได้
ไม่ถึงหนึ่งจิบชา เซียวหนิงหลงก็เห็นลู่ชิงเดินกลับมา พร้อมกับถุงหนังใส่น้ำสองใบนำมายื่นให้เขา ตอนที่ยื่นมือออกไปรับเขารู้สึกได้ว่า นางแอบยัดกระดาษขนาดเล็กติดมาด้วย เขาเองจึงรีบเก็บทันทีไว้ค่อยเอาออกมาเปิดดูทีหลัง
“ขอบคุณทุกคนขอรับ ตอนนี้เวลาไม่เช้าแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน หากได้กลับมาครั้งหน้าข้าจะไปอุดหนุนอาหารที่ร้านนะขอรับ” เขาต้องกลับไปช่วยบิดาจัดการปัญหาใหญ่นี้เสียก่อน ค่อยหาโอกาสกลับมาเยี่ยมนางอีกครั้ง
“เดินทางปลอดภัยเ้าค่ะ พวกเราจะรอท่านมาอุดหนุนอาหารที่ร้านนะเ้าคะ” ลู่ชิงพูดแทนทุกคน แถมยังยกมือบางขึ้นโบกไปมาให้เซียวหนิงหลงอีกหลายที
เมื่อทุกคนยืนส่งเขาจนเดินห่างไปไกลแล้ว จึงได้พากันขึ้นเกวียนกลับบ้านของตน ส่วนเซียวหนิงหลงเองก็รีบเดินกลับมาที่บ้านเช่า พอมาถึงตันเจียงกับชุนชาน ก็เตรียมทุกอย่างพร้อมออกเดินทางแล้ว รถม้าใส่พวกสายลับที่ถูกมัดอย่างแ่า เซียวหนิงหลงกับตันเจียงจะขี่ม้าของพวกเขาเองโดยให้ชุนชาน เป็คนบังคับรถม้าตามหลังอีกที
เซียวหนิงหลงขึ้นนั่งบนหลังม้าเตรียมออกเดินทาง แต่เขากลับหยิบจดหมายน้อยที่ชิงเอ๋อร์แอบยัดใส่มือขึ้นมาเปิดอ่านทันที
'พี่ชายเซียวคงจะสงสัยว่า ทำไมข้าถึงแอบให้จดหมายมาพร้อมกับน้ำสมุนไพรนี้ ข้าอยากจะขอว่าท่านอย่าได้สงสัย และอย่าได้ตั้งคำถาม ถุงหนังใส่น้ำสมุนไพรทั้งสองที่ให้ท่านไป อย่าได้แบ่งให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว หรือผู้ติดตามของท่านเด็ดขาด ข้าบอกได้แค่เพียงว่าน้ำสมุนไพรนี้มีประโยชน์กับท่านอย่างแน่นอน เมื่อท่านเดินทางไปได้ไกลจากเมืองหย่งจินแล้ว ให้ท่านดื่มน้ำสมุนไพร แล้วท่านจะได้คำตอบว่าทำไมข้าถึงห้ามท่านไม่ให้แบ่งมันกับผู้อื่น
ลงชื่อ สวีลู่ชิง
‘ปล. หวังว่าจะได้เจอพี่ชายเซียวอีกครั้งนะเ้าคะ'
ตอนอ่านคราแรกเซียวหนิงหลงก็แอบมีคำถามอยู่ในใจ คงต้องรอทำตามที่นางบอกถึงจะได้คำตอบ แต่เขาดันมาตกม้าตายเพราะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำเอาตันเจียงกับชุนชานที่รออยู่ยังไม่อยากเชื่อสายตา ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เห็นรอยยิ้ม อย่างคนที่มีความสุขของเซียวหนิงหลง คาดว่ารอยยิ้มเช่นนี้แม้แต่ท่านอ๋องและพระชายา รวมถึงท่านหญิงก็คงไม่เคยเห็นอย่างแน่นอน ช่างเป็บุญตาของพวกเขาสองคนแท้ ๆ หากไปเล่าให้คนอื่นฟังคงไม่มีใครเชื่อเป็แน่
“เอาล่ะออกเดินทางได้แล้ว ป่านนี้ที่เมืองหลวงคงรอการกลับไปของพวกเราอยู่” เมื่อเก็บจดหมายน้อยเข้าในอกแล้ว เขาก็สั่งให้ออกเดินทางทันที
“ขอรับ/ขอรับ”
การมาทำงานที่ตำบลหย่งฝูของเซียวหนิงหลง เป็การมาอย่างลับ ๆ ไม่มีใครตามรอยได้ว่า เขาไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง เพราะเสด็จพ่อให้คนไปปล่อยข่าวว่าซื่อจื่อจวนชินอ๋อง ้าพักผ่อนอยู่กับครอบครัวเท่านั้น ไม่ว่าจะมีเทียบเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาของตระกูลใดล้วนถูกปฏิเสธทั้งสิ้น และด้วยนิสัยส่วนตัวเซียวหนิงหลง ที่เกลียดงานเลี้ยงบังหน้าพวกนี้เข้าไส้ เขาจึงไม่เคยไปร่วมงานแม้แต่ครั้งเดียว ครอบครัวของเขาก็แทบจะนับครั้งได้ ว่าไปงานเลี้ยงตระกูลใด
