ก่อนจะถึงตัวลู่เต้า เสียงฝีเท้าก็ยุติลงอย่างกะทันหัน ราวกับว่าหยุดเดินไปทันที ลู่เต้ามองผ่านช่องว่างของลูกกรงเหล็กก็ไม่เห็นใครโผล่มา
ตอนนี้เขาไม่อาจปล่อยพลังจิตออกไปได้ จึงทำได้เพียงเอียงศีรษะแนบหูเข้าไปใกล้ช่องว่างเพื่อฟังให้ชัดเจนขึ้น แต่ภายในคุกกลับเงียบสงัด สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงหายใจและเสียงหัวใจเต้นของตัวเองเท่านั้น
“แปลก...” ลู่เต้าพึมพำพลางหันศีรษะกลับ ทันใดนั้นก็มีใบหน้าซีดเผือดปรากฏขึ้นตรงหน้า! ดวงตาสีดำเบิกโพลงแต่ไร้ซึ่งชีวิต แก้มทั้งสองข้างแต่งแต้มด้วยสีแดงสด มุมปากยกยิ้มอย่างน่าขนลุก
“ว๊าก!” ลู่เต้าที่ไม่ทันตั้งตัวใจนร้องลั่น ก่อนถอยไปชิดผนัง แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงหิน
เมื่อตั้งสติได้ เขาก็มองดูอีกครั้งก็พบว่าเป็หุ่นกระดาษ! ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และร่างกายล้วนทำจากกระดาษ!
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าใ หุ่นกระดาษก็หัวเราะคิกคัก ดูเหมือนว่ามันจะขบขันกับท่าทีผวาของเขามาก
“จะ...เ้าเป็ใคร มะ...ไม่ใช่คน!” ลู่เต้าลิ้นพันกัน ส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “เ้า้าทำอะไร!”
หุ่นกระดาษไม่สนใจเขา แค่หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว เนื่องจากทะเลิญญาของลู่เต้าถูกผนึก ตอนนี้เขาจึงไม่ต่างจากคนธรรมดา จึงหวาดหวั่นหุ่นกระดาษตรงหน้าเหลือเกิน
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะแปลกประหลาดดังก้องไปทั่วห้องขัง
จินเลี่ยงศิษย์ของหูต้าเซียนที่ยืนอยู่เห็นว่าลู่เต้าใจนพูดจาไม่รู้เื่ก็รู้สึกสะใจนัก
เมื่อเห็นว่าจินเลี่ยงปรากฏตัว หุ่นกระดาษก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนถอยไปด้านข้าง จินเลี่ยงเดินมาถึงหน้าลูกกรงเหล็กแล้วเอ่ยเยาะ “ข้ายังคิดว่าเ้ากล้าบุกเดี่ยวขึ้นูเาเซียนนี้ คงไม่เกรงกลัวสิ่งใด ใครจะคิดว่าเพียงแค่หุ่นกระดาษก็ทำให้เ้าใได้”
ลู่เต้าถาม “ที่นี่ที่ไหน! ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้! พวกเ้าจับข้ามาทำอะไรกันแน่!”
“ไม่ได้้าทำอะไร ท่านอาจารย์อยากเชิญท่านไปที่ห้องโถง” จินเลี่ยงนำกุญแจมาไขประตูเหล็ก แล้วโบกมือไปทางทางเดินพลางยิ้ม “เชิญทางนี้”
ลู่เต้าคิดในใจ ‘อยากพบข้าอย่างนั้นหรือ’
เขาเป็เหมือนปลาบนเขียงอยู่แล้ว ตราบใดที่ไป๋เสียยังไม่ตื่น ไม่ว่าทั้งสองคนจะคิดสังหารเขาก็ทำได้เพียงพริบตา ไม่จำเป็ต้องใช้อุบายใดๆ ทั้งสิ้น
ในเมื่ออีกฝ่ายเชิญมา ตอนนี้เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว เขาจึงรวบรวมความกล้าเดินออกจากห้องขังผ่านประตูเหล็กไป
จินเลี่ยงยิ้มแล้วเดินนำหน้าไป บนทางเดินแคบๆ จินเลี่ยงและหุ่นกระดาษเดินประกบหน้าหลังลู่เต้าเพื่อคุ้มกัน
ระหว่างทาง ลู่เต้าเดินผ่านห้องขังหลายห้อง ถึงแม้ว่าภายในจะว่างเปล่า แต่บนผนังหินที่แข็งแกร่งกลับเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเืสีดำคล้ำ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังจากออกจากคุก ลู่เต้าก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำหินขนาดใหญ่ บนเพดานมีหินงอกหินย้อยอายุนับพันปีอยู่มากมาย
“ที่นี่คือถ้ำหมอก์แห่งสำนักูเาเซียนของเรา” จินเลี่ยงแนะนำชื่อสถานที่ แล้วพาเขาไปหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กสองบาน “เข้าไปเถอะ ท่านอาจารย์รอท่านอยู่”
ลู่เต้าวางมือทั้งสองข้างบนประตูเหล็ก รู้สึกว่ามันหนักอึ้ง ตอนนี้เขาสูญเสียพลังิญญาไปแล้ว จึงต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อผลักประตูเหล็กทั้งสองบานออก
หลังจากเขาเข้าไปแล้ว ประตูเหล็กก็ปิดลงอย่างรุนแรง หูต้าเซียนนั่งอยู่บนโต๊ะหินดื่มสุราอยู่ ข้างๆ มีหุ่นกระดาษยืนถือไหเหล้ารินสุราให้เขาอย่างนอบน้อม
ลู่เต้ามองไปรอบๆ พบว่าของตกแต่งภายในห้องโถงล้วนทำจากหินที่ขุดได้จากที่นี่ หุ่นกระดาษอีกตัวหนึ่งเดินมาถึงตรงหน้า โค้งคำนับ แล้วพาเขาไปนั่งลงตรงข้ามหูต้าเซียน
“ในที่สุดเ้าก็มา” หูต้าเซียนสะบัดแขนเสื้อ แล้วตบมือ “ยกอาหารขึ้นมา”
มีหุ่นกระดาษมากมายยกอาหารนานาชนิดออกมาจากห้องด้านหลัง ไม่นาน บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ส่วนใหญ่เป็วัตถุดิบที่หาได้บนูเาเซียน เช่น หมูสามชั้นผัดซอสแดง ขากวางย่างซีอิ๊ว น้ำผึ้งตุ๋นตีนหมี เป็ต้น
ลู่เต้ามองอาหารบนโต๊ะก็น้ำลายสอ เนื่องจากสูญเสียพลังิญญาไป ร่างกายจึง้าอาหารเพื่อเสริมพลังิญญาที่หายไปอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง จ้องมองหูต้าเซียนด้วยความระมัดระวังพลางถาม “นี่มันหมายความว่าอย่างไร”
“ไม่มีอะไร ข้าแค่้าเลี้ยงอาหารท่านก็เท่านั้น” หูต้าเซียนปิดบังจุดประสงค์ที่แท้จริงเอาไว้
เมื่อเห็นอาหารเลิศรสตรงหน้า ทำเอาลู่เต้าตาค้าง กลืนน้ำลายไม่หยุด แต่ก็ยังไม่กล้ายื่นตะเกียบออกไป เพราะยังเคลือบแคลงสงสัย
หูต้าเซียนมองดูแล้วรู้สึกขบขัน “ในอาหารไม่มีพิษ! ในยุทธภพไม่มีใครกล้าวางยาพิษคนในสำนักพิษหรอก ทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้วิชาพิษของพวกเ้าแข็งแกร่งขึ้น ทานเถอะ!”
เขาพูดจบก็เริ่มดื่มสุราและทานอาหาร เมื่อเห็นว่าหูต้าเซียนลองทานอาหารทุกจานแล้ว ลู่เต้าจึงวางใจ หยิบตะเกียบขึ้นมาทานด้วยความเอร็ดอร่อย ความหิวทำให้เขาไม่สนใจมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น
จานบนโต๊ะหินถูกกวาดเรียบอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าลู่เต้าทานเร็วเช่นนี้ หูต้าเซียนก็เร่งหุ่นกระดาษ “ยกจานนั้นขึ้นมาได้”
ทันทีที่พูดจบ หุ่นกระดาษสองตัวก็ยกก้อนดินขนาดใหญ่ออกมาจากห้องด้านหลังอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเคลื่อนไหวช้าเกินไป หูต้าเซียนที่ไม่มีความอดทนจึงงอนิ้วมือซ้ายเป็กรงเล็บแล้วดูดก้อนดินนั้นเข้ามาในมืออย่างนุ่มนวล
“ดูให้ดี” หูต้าเซียนวางก้อนดินลงบนโต๊ะ ยกมือขึ้นตบลงไป ก้อนดินปรากฏรอยร้าว จากนั้นรอยก็ค่อยๆ ลามไปทั่วเปลือกนอก ก้อนดินแตกออก เผยให้เห็นใบบัวที่ห่อหุ้มอยู่ภายใน
กลิ่นหอมของใบบัวโชยมา เมื่อแกะออก กลิ่นหอมของไก่ก็ตลบอบอวล หูต้าเซียนกล่าว “นี่คือ ‘ไก่ขอทาน’ ที่ทำจากไก่ิญญาที่เลี้ยงบนูเานี้! ใบบัวและดินเหนียวช่วยกักเก็บความอร่อยและน้ำจากเนื้อไก่เอาไว้!”
หูต้าเซียนเลื่อนไก่ขอทานไปตรงหน้าลู่เต้า กลิ่นหอมเข้มข้นทำให้เขาอดใจไม่ไหว รีบคว้าขาไก่ขึ้นมา ใครจะคิดว่าเนื้อไก่นุ่มละมุนยิ่งนัก เพียงออกแรงเล็กน้อย เขาก็ฉีกขาไก่ออกมาแล้วส่งเข้าปากได้แล้ว
ทันทีที่กัดเข้าไป ลู่เต้าก็ััได้ถึงรสชาติที่แตกต่างจากอาหารอื่นๆ เขาจัดการไก่ทั้งตัวจนเหลือแต่กระดูกในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากทานจนอิ่มหนำสำราญ ลู่เต้าก็ลูบท้องที่ป่องขึ้นเล็กน้อยพร้อมเรอออกมาด้วยความพึงพอใจ
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าอิ่มแล้วและวางใจลง หูต้าเซียนจึงถาม “อาหารมื้อนี้อร่อยหรือไม่”
“ก็พอกินได้” ลู่เต้ากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “มีแค่ไก่ขอทานที่พอกินได้ ที่เหลือก็งั้นๆ”
หูต้าเซียนขมวดคิ้วด่าในใจ ‘เ้าเด็กสารเลวนี่ พอกินเสร็จก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน!’
เพื่อบรรลุเป้าหมาย หูต้าเซียนจึงเลือกที่จะอดทน เขาแกล้งไอเสียงดังกลบเสียงของลู่เต้า แสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน แล้วเอ่ยโดยอดกลั้นไว้ “ข้าเห็นว่าเข้ากับเ้าได้ดีนัก ขอเพียงเ้าบอกวิธีใช้วิเศษสองอย่างนั้นออกมา ข้าก็จะปล่อยเ้าไป”
ทันใดนั้นลู่เต้าก็หัวเราะลั่น หูต้าเซียนรู้สึกงุนงง จึงรีบถาม “มีอะไรน่าขัน”
“ที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพราะเ้าไม่รู้วิธีใช้วิเศษสองอย่างนี้ เมื่อใดที่ข้าบอกความลับให้เ้ารู้ ข้าก็ไร้ประโยชน์แล้ว ถึงเวลานั้นเ้าคงไม่ปล่อยข้าไปแน่” ลู่เต้าหยุดหัวเราะ แล้วกล่าวเสียงเ็า
