ยายแก่ฮั่วรีบห้ามลูกชาย บอกว่าจะถือสาเอาความกับเด็กทำไม หากเฉินเทียนเหลยมาเห็นคงไม่ดี
ฮั่วต้าซานจึงไม่พูดอะไรอีก เขาก้มหน้ากินข้าว หน้าตาเกรี้ยวกราดจนแทบจะพ่นไฟออกมาอยู่แล้ว
ฮั่วเสี่ยวเหวินกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าฮั่วต้าซานที่นั่งตรงข้ามจะถลึงตาใส่ราวกับจะจับเธอกิน
เธอหัวเราะในใจ ที่ผ่านมารู้แค่ว่าเขาเป็คนโหดร้ายใจดำ แต่เพิ่งจะรู้ว่าเขาเป็คนใจร้อนขนาดนี้ด้วย มิน่าเล่าถึงไม่ประสบความสำเร็จสักที เพาะปลูกมาครึ่งชีวิตแต่กลับไม่มีปัญญากินข้าวอิ่มสักมื้อ จนต้องขายลูกสาวกิน
“มาเลยๆ” ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ได้ทันทีว่าคุณลุงมาถึงแล้ว เธอจึงรีบเดินออกไป
“มันต้องขนาดนี้เลยหรือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินมองฉากเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าควรออกไปรับคุณลุงดีหรือไม่
ถนนในระยะสองเมตรกว่าเต็มไปด้วยฝูงชนห้อมล้อม เด็กๆ แย่งกันวิ่งไปที่รถ กระทั่งสตรีที่กำลังอุ้มลูก และชาวนาที่หามจอบยังต้องมองตามด้วยความสนใจ
ประเทศมีการปฏิรูปเปิดประเทศแล้วก็จริง แต่หมู่บ้านตามชนบทไม่ได้เจริญ ขนาดรถบรรทุกยังมีให้เห็นเพียงไม่กี่คัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรถจิ๊ปของทหาร
ถนนถูกฝูงชนกีดขวางอยู่รถจิ๊ปจึงจำเป็ต้องหยุดจอด ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารคนหนึ่งลงจากรถ พร้อมกับโบกมือ และะโไปด้วย “พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย รบกวนช่วยหลบไปด้านข้างก่อนเถิด รถไปต่อไม่ได้แล้ว”
ฝูงชนรีบพากันหลีกทาง เด็กๆ เห็นผู้ใหญ่หลบไปด้านข้างก็ไม่กล้าขวางทางอีก แต่พวกเขายังคงมองรถไม่ละสายตา
ชายในชุดเครื่องแบบทหารกำลังจะกลับขึ้นรถ แต่หัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาหาอย่างตาไวมือไว เริ่มจากมอบบุหรี่ให้หนึ่งมวน เห็นอีกฝ่ายส่ายมือจึงเก็บกลับคืน จากนั้นพูดอีกสองสามประโยคด้วยหน้าตายิ้มแย้ม กระทั่งชายในชุดเครื่องแบบพยักหน้าแล้วจึงยอมถอยตัวกลับเข้าฝูงชน
ตอนแรกฮั่วเสี่ยวเหวินกังวลว่าเฉินเทียนเหลยจะขับรถไปที่บ้านฮั่ว โชคดีที่รถจิ๊ปสีเขียวทหารขับมาจอดห่างจากบ้านจางเจียิไม่ไกล
เธอเห็นเฉินเทียนเหลยลงจากรถแล้วเดินมาทางตนเอง เขาก้าวเท้ายาวมากทำเอาหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งเหยาะๆ ถึงกับตามไม่ทัน
เฉินเทียนเหลยเห็นฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังยืนมองตัวเขาอยู่หน้าบ้าน เขาพูดด้วยความปวดใจ “เสี่ยวเหวิน เธอออกมาทำไม? ไม่สบายก็ต้องพักผ่อนให้ดีสิ”
“คุณลุง” ฮั่วเสี่ยวเหวินเรียกเขา หัวใจเต้นระรัวอย่างรุนแรง แม้แต่เสียงยังสั่นเล็กน้อย
เฉินเทียนเหลยอยู่ในชุดเครื่องแบบ บ่งบอกว่ารีบตรงมาจากกองทัพ เขาขมวดคิ้วแน่น รู้สึกไม่พอใจที่เธอออกมารอรับ
หลังจากพิจารณาอย่างละเอียด เฉินเทียนเหลยรู้สึกถึงความผิดปกติ “เสี่ยวเหวิน เธอป่วยจริงหรือ?”
ป๋ายเข่อเหยียนเดินตามหลังมา เธอกลอกตาใส่สามี บอกว่าหลานสาวของคุณไม่ได้เป็อะไรทั้งนั้น ทีนี้วางใจหรือยัง!
จากนั้นก็เริ่มบ่น “ฉันกำลังทำงานอยู่ก็ถูกคุณลากมาแล้ว ขนาดตอนฉันป่วยยังไม่เห็นคุณจะร้อนใจเท่านี้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินกระอักกระอ่วน พูดเสียงเบาว่า “ขอโทษค่ะคุณลุง”
“เธอไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว” เฉินเทียนเหลยไม่มีท่าทีโมโหแม้แต่น้อย เขาหัวเราะแล้วทำท่าจะเข้ามาอุ้มฮั่วเสี่ยวเหวิน
ฮั่วเสี่ยวเหวินถอยหลังหลบตามสัญชาตญาณ ทำเอาเฉินเทียนเหลยกระอักกระอ่วน
ป๋ายเข่อเหยียนเห็นดังนั้นจึงรีบช่วยคลี่คลายบรรยากาศ บอกว่าคุณเพิ่งเจอหลานแค่สองครั้ง เธอจะสนิทใจกับคุณขนาดนั้นได้อย่างไร?
เฉินเทียนเหลยหัวเราะอายๆ เขามองไปที่ฮั่วเสี่ยวเหวิน “ในเมื่อวันนี้ลุงมาแล้ว เธอก็กลับไปด้วยกันเลยเถอะ”
ป๋ายเข่อเหยียนพูดต่อ “นั่นสิเสี่ยวเหวิน พวกเราไม่วางใจที่เธออยู่ที่นี่ หากป่วยขึ้นมาคงไม่มีคนดูแล”
“คุณลุง ได้โปรดช่วยพี่เจียิด้วยค่ะ” รวบรวมความกล้าอยู่นานในที่สุดฮั่วเสี่ยวเหวินก็พูดประโยคนี้ออกมา
“เธอหมายถึงเด็กชายคนนั้นหรือ เขาเป็อะไร?”
“วันนั้นพวกเรากำลังก่อไฟหุงข้าว แต่คุณพ่อกลับนำไม้คานมาตีฉัน…”
ฮั่วเสี่ยวเหวินกำลังจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้เฉินเทียนเหลยฟัง แต่ยายแก่ฮั่วพุ่งเข้ามาจากที่ไหนไม่รู้ เชิญให้พวกเขาเข้าไปนั่งข้างใน มีอะไรก็ค่อยคุยกัน
เฉินเทียนเหลยไม่ชอบยายแก่ฮั่ว เขาจะกล่าวปฏิเสธแต่เห็นภรรยาส่งสายตาให้ไม่หยุด จึงจำเป็ต้องตอบตกลงไป
ยายแก่ฮั่วเชิญให้ทั้งสามคนนั่งลง ก่อนจะยกเม็ดแตงและขนมลูกอมเข้ามาให้กิน บ้านของจางเจียิไม่มีของพวกนี้ คิดว่าคงเพิ่งไปซื้อมาเมื่อเช้า
หลังจากนั่งลงยายแก่ฮั่วตรงเข้าประเด็นหลักทันที “เดิมทีไม่อยากรบกวนคุณเื่นี้ แต่เสี่ยวเหวินทำบ้านฮั่วหลังเก่าไฟไหม้ ตอนนี้พวกเราไม่มีที่อยู่”
หล่อนพูดอย่างน่าสงสารเหมือนเป็เื่จริง เช่นนี้แล้วหากเฉินเทียนเหลยจะพาตัวฮั่วเสี่ยวเหวินไป เขาจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้เธอด้วย
ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นเฉินเทียนเหลยฟังหล่อนพูดอย่างจริงจังก็ร้องเรียกด้วยความประหม่า “คุณลุง”
“เสี่ยวเหวิน บอกลุงมาตามตรง เธอได้เผาบ้านฮั่วหรือไม่?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินนำเื่ที่ฮั่วต้าซานจะมาจับตัวเธอออกมาเล่าอีกครั้ง
ยายแก่ฮั่วรีบแย้งทันที หล่อนพูดแบบที่พูดกับสวีเถียนเมื่อวาน “อายุแค่นี้แต่ไม่รู้จักหัดเื่ดีๆ หัดแต่โกหกทั้งวัน”
เฉินเทียนเหลยมองยายแก่ฮั่ว “พวกคุณจะขายเสี่ยวเหวินเป็เ้าสาวเด็กหรือ?”
ยายแก่ฮั่วลนลาน บอกว่าไม่ใช่ พวกเราจะกล้าทำเื่ผิดศีลธรรมเช่นนั้นได้อย่างไร
“มันผิดกฎหมาย” ป๋ายเข่อเหยียนแก้ให้
เมื่อได้ยินว่าบ้านฮั่วจะขายฮั่วเสี่ยวเหวิน เฉินเทียนเหลยก็ใจเย็นไม่ไหว เขาลุกเดินออกไปทันที ป๋ายเข่อเหยียนไล่ตามไปถามว่าเขาจะไปไหน
“สถานีตำรวจ”
ยายแก่ฮั่วใหน้าซีด รีบวิ่งตามไปดึงมือเฉินเทียนเหลยแทบไม่ทัน “สหายเทียนเหลย พวกเราไม่ได้ทำเื่เช่นนั้นจริงๆ”
เฉินเทียนเหลยฝึกฝนมาดี เขาออกแรงสะบัดมือยายแก่ฮั่วเพียงนิดเดียว มือที่เกาะแน่นก็หลุดออก จากนั้นเขาก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ยายแก่ฮั่วรู้ว่าเขาตัดสินใจจะส่งตนเองเข้าคุกแน่แล้ว ในใจรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา หล่อนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
คราวนี้จบเห่แล้ว ยังไม่ทันได้เงินมาก็ต้องเข้าคุกก่อนแล้ว
คิดถึงตรงนี้ยายแก่ฮั่วพลันรู้สึกหน่วงที่จมูก น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลจากใบหน้าแก่ชราหยดลงบนกางเกงที่ซักจนซีด
ฮั่วต้าซานเพิ่งกลับมาจากดูรถจิ๊ป เขายิ้มหน้าบาน เมื่อเข้าบ้านมาเห็นเฉินเทียนเหลยและภรรยาพาฮั่วเสี่ยวเหวินออกไปก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
แต่เมื่อเห็นยายแก่ฮั่วกำลังนั่งร้องไห้บนพื้น สีหน้าของฮั่วต้าซานก็เปลี่ยนไปทันที “ไอ้เฉินเทียนเหลยนั่น…”
ฮั่วต้าซานรีบเข้าไปประคองแม่ลุกขึ้น “แม่ เขาไม่ให้เงินก็ไม่เป็ไร ผมไม่แต่งงานแล้วก็ได้”
ตอนแรกฮั่วต้าซานกำลังจะเสียใจที่ไม่อาจแต่งงานกับจางหวาได้ ทว่ายายแก่ฮั่วกลับตบหน้าเขาก่อน ในหูมีแต่เสียงอื้ออึง เขาเอ่ยถามด้วยความสับสนงุนงงว่า อยู่ดีๆ มาตบผมทำไม?
“คิดแต่เื่แต่งภรรยาอยู่นั่นแหละ รู้หรือไม่ว่าพวกเรากำลังจะติดคุก?” ยายแก่ฮั่วอ้าปากด่า ร่างกายที่ไม่มีเรี่ยวแรงก่อนหน้านี้ดูมีกำลังวังชาขึ้นมา
