พร้อมกับทอดมองสายธารที่รินไหล ส่งประกายระยิบคล้ายกับมีอัญมณีส่องแสงอยู่ด้านล่าง หญิงสาวทอดมองความงามตรงหน้า ไม่อาจหาสถานที่ใดสวยงามเปรียบดังสถานที่แห่งนี้ได้อีก
ทว่าในภวังค์แห่งมนตราของนก์ตัวนั้น มีอำนาจให้สัตว์ทั้งหลายเคลิบเคลิ้ม และยอมเชื่อฟัง หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้ทันเ้านกน้อย ที่บินลึกเข้าไปในถ้ำ หางของมันมีประกายแพรวพราวเป็แสงอ่อน ทิ้งร่องรอยให้นลินญาวิ่งตามไป
“นกน้อย เ้าจะพาเราไปที่ใด” นลินญาเอ่ยขึ้น ก่อนที่หางของมันสะบัดส่งประกายระยิบเป็ครั้งสุดท้าย
พร้อมกับสองเท้าของนลินญา ชะงักนิ่งเมื่อดวงตาทาบไปพบกับชายหนุ่มรูปงามนั่งอยู่บนแท่นหินสีอ่อน สายตากลมไหวระริกของหญิงสาว ทอดมองไปยังเบื้องหน้าแล้วสำรวจความงามของบุรุษผู้นั้น
“นานมาแล้ว ที่ข้าไม่ได้เห็นดวงตาอ่อนหวานของเ้าเช่นนี้ นลินญา...” สุรเสียงก้องกังวานพูดกับนาง พร้อมส่งยิ้มอ่อนให้ เขางดงามยิ่งกว่าชายใดที่เธอพานพบ อบอุ่นยิ่งกว่าความรู้สึกใดที่เคยัั นลินญายืนนิ่ง ยังคงทอดสายตาบริสุทธิ์ไปยังบุรุษผู้นั้นอย่างเงียบ ๆ
“นลินญา ในที่สุดเ้าก็กลับมา” สายตาคมจากชายหนุ่มในชุดเครื่องทรงกษัตริย์สีทองอร่าม เลื่อนมองนางอย่างโหยหา หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเขาทำท่าลุกขึ้นจากแท่นนั้นแล้วเดินเข้ามา
“พี่เฝ้ารอเ้าอยู่ที่นี่นับพันปี เฝ้ามองวันเวลาผันเปลี่ยนให้ดวงจิตของเ้ากลับมาสู่อ้อมกอดพี่อีกครั้ง” ระหว่างนั้น สองเท้าเล็กของหญิงสาว ค่อย ๆ ขยับถอยห่างจากร่างใหญ่ที่เดินเข้ามา
“พี่เฝ้ามองเ้าเช่นนี้ทุกภพทุกชาติ บางชาติเ้าเกิดเป็เดรัจฉานในป่าใหญ่ บางชาติเ้าเกิดเป็ชายชาตรีต่อสู้เพื่อบ้านเมือง บางชาติเ้าเกิดหญิงมียศถาสูงศักดิ์ สลับสับเปลี่ยนเวียนว่ายอยู่ในมนุษย์โลก ให้พี่เฝ้ามองเช่นนี้เสมอ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับสายตาคมจับจ้องมายังนลินญา ให้หญิงสาวนึกคุ้นราวกับเคยเขาเห็นมานานแสนนาน ทว่านึกเท่าใดกลับกลายพบเพียงความว่าเปล่า
“นลินญา ให้อภัยพี่ได้ฤาไม่” เพียงวาจาของเขาเอ่ยขึ้น พร้อมความเ็ปของนลินญา ไหลทะลักซาบซ่านไปทั้งกายอย่างอัศจรรย์ ในห้วงแห่งความรู้สึกประหลาดลึกล้ำเกินกว่าหญิงสาวจะเข้าใจ
ทั้งความโกรธแลน้อยใจก่อเกิดควบคุมจิต หญิงสาวน้ำตาเอ่อขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอเม้มปากแน่นทอดสายตามองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า แล้วตอบออกไปด้วยวาจาราบเรียบที่แฝงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ไม่..เพคะ” สิ้นเสียงหวานของเธอที่ตอบเขาไปเท่านั้น จิตดวงน้อยก็พุ่งกลับคืนร่าง ให้หญิงสาวสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางรถที่แล่นเข้าไปจอดในสถานปฏิบัติธรรม
“ถึงแล้วลูก เข้าไปไหว้พระครูกันก่อนนะ” พิมลวรรณ์ดับเครื่องยนต์ แล้วหันรอยยิ้มหวานมายังลูกสาวที่อยู่ในอาการเหม่อลอย ด้วยภาพความฝันประหลาดยังประทับในความรู้สึก
“ลิน ได้ยินแม่ไหม”
“คะ” เธอหันกลับมายังมารดาแล้วตั้งสติ
“ลงไปกราบพระครูกันก่อน ไหวไหมเนี่ยเรา หน้าซีดเซียว” พิมลวรรณ์เอ่ยทัก ก่อนที่หญิงสาวสลัดภาพความฝันประหลาดเมื่อครู่ แล้วพยักหน้าตอบรับมารดา
