เฉินเฟิงมีสัมพันธ์ทางกายกับพวกเธอทั้งสองแล้ว ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งถือว่าไม่ได้เสียหายอะไร
แต่เฉินเฟิงกลับประเมินความซื่อสัตย์ในฐานะผู้หญิงที่มีต่อผู้ชายของพวกเธอต่ำเกินไป
แม้หลินชิวหยุนกับจางหลิงเจี๋ยจะรู้ตัวดีว่าเฉินเฟิงไม่ได้มีความรู้สึกชอบพออะไรต่อพวกเธอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ความรักใคร่
แต่ผู้หญิงในยุคนี้ส่วนใหญ่ยังคงค่อนข้างมีความเป็อนุรักษ์นิยม
เมื่อพวกเธอตัดสินใจมอบครั้งแรกให้กับชายคนใดแล้ว นั่นย่อมหมายถึงพวกเธอพร้อมทุ่มเททุกอย่างให้เขาตลอดชีวิตที่เหลืออยู่
สาเหตุที่หลินชิวหยุนกับจางหลิงเจี๋ยไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรมากนั้น เป็เพราะพวกเธอไม่ได้พบเจอกับเฉินเฟิงเป็เวลาถึงห้าเดือน ความสัมพันธ์อันน้อยนิดและไม่ได้ลึกซึ้งอะไรั้แ่ต้นจึงยิ่งห่างเหินมากขึ้น
เฉินเฟิงมองพวกเธอทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างอดไม่ได้
"ห้าเดือนที่ผ่านมาเป็ไงบ้างล่ะ?"
เมื่อได้ยินคำถามของเฉินเฟิง ใบหน้าของหลินชิวหยุนกับจางหลิงเจี๋ยแดงก่ำด้วยความเขินอาย
ขนาดจางหลิงเจี๋ยที่ค่อนข้างเป็ผู้หญิงห้าวๆ กว่าเล็กน้อยยังมีท่าทีอึดอัด
"คือ พวกเราสองคน ท้องน่ะ ท้องลูกของนาย…"
เฉินเฟิงมองท้องของพวกเธอด้วยความตกตะลึง
เมื่อเขาลองสังเกตดูอย่างละเอียด เขาก็พบว่าหน้าท้องภายใต้เสื้อของพวกเธอนั้นนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนหน้านี้เฉินเฟิงไม่เคยคิดถึงความเป็ไปได้นี้เลย
เพราะแม้แต่หน้าท้องของหลิ่วอีอีที่เขาเคยมีสัมพันธ์ทางกายด้วยในขณะที่สติยังสมบูรณ์ครบถ้วนเมื่อก่อนหน้านี้ยังแบนราบอยู่เลย
ตกบ่าย เขาถูกพวกเธอชักจูงให้ลิ้มรสความเร่าร้อนของผู้หญิงอีกครั้ง
เฉินเฟิงพึมพำด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
"เป็ไปได้ยังไง? แค่เมาแล้วมีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันแค่ครั้งเดียว แต่พวกเธอกลับตั้งครรภ์ทั้งคู่เลย?"
หลินชิวหยุนพยักหน้ารับคำแล้วพูดต่อ
"ตอนที่พวกเราสองคนรู้ตัวว่าตั้งท้องน่ะ ตอนแรกก็คิดจะเอาออกนะ แต่อีอีห้ามไว้ เธอบอกให้พวกเราเก็บเด็กไว้น่ะ"
ไม่พูดเปล่า หลินชิวหยุนกับจางหลิงเจี๋ยต่างก็หันไปมองหลิ่วอีอีด้วยสายตาอึดอัด
เพราะเฉินเฟิงเป็สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของหลิ่วอีอี แต่พวกเธอสองคนซึ่งเป็เพียงเพื่อนร่วมชั้นกลับมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเฉินเฟิงก่อน อีกทั้งยังตั้งครรภ์ก่อนเธออีกด้วย
"อ่า… อย่างนี้นี่เอง งั้น่นี้พวกเธอสองคนก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ ผมจะไปรับพ่อแม่มาอยู่ด้วย พวกท่านทั้งสองคงดีใจมากแน่ๆ ที่จะได้อุ้มหลาน"
เฉินเฟิงตอบอย่างไม่ลังเล เขามองว่าในเมื่อเป็ลูกของเขา เขาย่อมต้องรับผิดชอบ
ในขณะนั้นเอง จ้าวฉินเสวียก็อดรนทนไม่ไหว รีบเข้าไปควงแขนเฉินเฟิงและกระซิบข้างหู
"คืนนี้ให้โอกาสฉันได้ไหม? ฉันพยายามยั่วคุณตั้งหลายครั้งแล้วนะ ไม่รู้สึกใจเต้นตึกตักบ้างเหรอ?"
เฉินเฟิงได้ยินดังนั้นก็มองจ้าวฉินเสวียอย่างจริงจัง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
"รอผมกระทืบฮูอวี่ให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน"
เฉินเฟิงเองก็รู้ดีว่าจ้าวฉินเสวียผ่านอะไรมาบ้างใน่ห้าเดือนที่ผ่านมา เธอต้องทำงานเป็ดาราควบคู่ไปกับการดูแลเขาไปพร้อมๆ กัน
"ฉันได้ยินมาว่าฮูอวี่ไปเป็เด็กฝึกงานที่กรีนแลนด์กรุ๊ป"
หลิ่วอีอีรีบเสริมอย่างตื่นเต้น
ส่วนเฉินเฟิงก็รีบถามต่อ
"พูดถึงปี้ตี้กรุ๊ป โครงการบ้านจัดสรรแถบชานเมืองที่เราประมูลได้ก่อนหน้านี้ เธอพัฒนาไปถึงไหนแล้ว?"
หลิ่วอีอีตอบอย่างยิ้มแย้ม
"มันก็ผ่านมาห้าเดือนแล้วนะ กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้แหละ รอแค่ให้คุณตื่นมาตัดริบบิ้นเปิดการขายอย่างเป็ทางการ!"
ได้ยินเช่นนั้นเฉินเฟิงก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
"งั้นผมก็ตื่นมาได้จังหวะพอดีจริงๆ สินะ ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามเป้าหมายที่ผมตั้งใจไว้"
เสียงหัวเราะดังลั่นของเฉินเฟิงดึงดูดความสนใจจากเหล่าผู้คนที่เดินผ่านไปมา
พวกเขาต่างเห็นภาพชวนให้ประหลาดใจ นั่นคือชายหนุ่มนามเฉินเฟิงซึ่งสวมเพียงเสื้อแขนสั้นยืนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวที่มีหิมะโปรยปราย แถมยังรายล้อมไปด้วยสาวสวยระดับนางฟ้าถึงสี่คน
ช่างมีโชคลาภวาสนาเื่ผู้หญิงที่หาได้ยากจริงๆ
แต่เฉินเฟิงกลับไม่สนใจสายตาของผู้คนแม้แต่น้อย กลับกัน เขาโอบไหล่จางหลิงเจี๋ยและหลินชิวหยุนอย่างภาคภูมิใจ ทั้งสองคนเป็ถึงสาวสวยประจำชั้น แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันมาก่อน แต่พวกเธอก็มอบความบริสุทธิ์ให้เขาแล้ว
แถมทั้งคู่ก็กำลังตั้งท้องลูกของเขา เฉินเฟิงยิ่งต้องดูแลพวกเธอให้ดีขึ้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น จ้าวฉินเสวียจึงเกิดความรู้สึกอิจฉาตาร้อน เธอรีบกอดแขนหลิ่วอีอีและเดินตามหลังไปติดๆ
ไม่นานนัก ทั้งห้าก็มาถึงห้องส่วนตัวในร้านอาหารที่จองไว้โดยผู้เฒ่าหวังท่ามกลางสายตาจับจ้องจากผู้คนมากมาย
ที่น่ากล่าวถึงคือหนึ่งในอาคารร้างสองหลังนั้นได้รับการสร้างขึ้นใหม่โดยผู้เฒ่าหวัง ให้เป็โรงแรมแห่งใหม่ภายใต้เครือเฉียนต๋ากรุ๊ปในเมืองโม๋ตู
สำหรับเื่นี้ เฉินเฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะเขามีหุ้นในเครือเฉียนต๋ากรุ๊ปถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว
หลังจากเฉินเฟิงและคนอื่นๆ นั่งประจำที่ได้ไม่นาน ไม่กี่นาทีต่อมา ถางจุนจ่านและพ่อลูกสกุลหยาง รวมถึงผู้นำปี้ตี้กรุ๊ปและครอบครัวผู้เฒ่าหวังก็ทยอยกันมาถึง
เมื่อเหล่าขาใหญ่ทั้งหลายเห็นเฉินเฟิงใส่เสื้อแขนสั้น แถมยังรายล้อมไปด้วยสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ถึงสี่คน ภาพเบื้องหน้าก็ยิ่งทำให้พวกเขาต่างรู้สึกอิจฉาตาร้อน
รู้งี้น่าจะพาเลขาสาวสวยติดสอยห้อยตามมาด้วย
เมื่อเห็นว่าแเื่มากันพร้อมหน้าแล้ว ผู้เฒ่าหวังก็ชูแก้วไวน์ขึ้นและกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด
"ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับลูกบุญธรรมของผม เฉินเฟิง"
ได้ยินเช่นนั้นถางจุนจ่านก็ยิ้มและกล่าวตอบ
"ผมไม่ได้มาเพื่อให้เกียรติคุณนะ ผมมาให้เกียรติเฉินเฟิงต่างหาก เพราะว่าวันนี้ผมเพิ่งเซ็นสัญญาเดิมพันกับเขา รวมถึงยกหุ้นถางเฉินกรุ๊ปให้เขาไปหลายส่วนเลย"
พี่เบิ้มในวงการอสังหาริมทรัพย์คนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มแหย ต่างคนต่างบอกว่าหุ้นของกลุ่มพวกเขาเองก็ถูกเฉินเฟิงท้าเดิมพันแย่งไปเช่นกัน ท่าทางราวกับเป็ผู้คนที่หมดอาลัยตายอยาก
สำหรับเื่นี้ เฉินเฟิงรินไวน์ให้ตัวเองจนเต็มแก้ว ก่อนจะประกาศว่า
"ทุกคนไม่ต้องวิตกกังวลนะครับ หุ้นที่พวกคุณใช้เดิมพันกับผม ผมจะไม่ทำให้มันขาดทุนแน่นอน ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า ผมจะผลัดกันส่งพวกคุณขึ้นเป็มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ตอนนั้นมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวของพวกคุณอย่างต่ำก็คงเป็แสนล้าน ถึงตอนนั้นพวกคุณจะไม่รู้สึกเสียดายหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ใช้เดิมพันกับผมแน่นอน"
จากนั้นเฉินเฟิงจึงยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดในคราวเดียว
"ดื่มได้ดี..."
ทุกคนพากันปรบมือให้เฉินเฟิง
หลังจากนั้นทุกคนก็รับประทานอาหารร่วมกันอย่างสนุกสนาน โดยปราศจากการพูดถึงเื่งานใดๆ มีเพียงแค่การพูดคุยเื่ทั่วไปเท่านั้น
เฉินเฟิงที่นั่งอยู่ท่ามกลางสาวสวยทั้งสี่จึงกลายเป็จุดสนใจของเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่
หลังจากกินกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนเริ่มสว่างไสว
ทุกคนเริ่มร่ำลากับเฉินเฟิงแล้วแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน ส่วนเฉินเฟิงก็พาสาวสวยทั้งสี่คนเดินเล่นชมอาคารพาณิชย์ที่เพิ่งปรับปรุงขึ้นใหม่
เมื่อเดินเล่นกันจนถึงเวลาห้าทุ่ม ด้วยความที่เฉินเฟิงี้เีเดินทางกลับบ้าน เขาจึงพาพวกเธอไปพักที่โรงแรมเฉียนต๋าในอีกตึกหนึ่ง
เฉินเฟิงจองเพียงห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ภายในห้องชุดมีทั้งหมดสี่ห้องด้วยกัน ประกอบด้วยห้องนอนใหญ่หนึ่งห้องและห้องนอนย่อยอีกสามห้อง
เฉินเฟิงพาจ้าวฉินเสวียเข้าพักในห้องใหญ่ ส่วนหลิ่วอีอี จางหลิง
เจี๋ย และหลินชิวหยุน ต่างเลือกห้องย่อยคนละห้อง
เฉินเฟิงเพิ่งออกปากเองว่าจะสะสางเื่ฮูอวี่ให้เสร็จก่อนค่อยยอมรับจ้าวฉินเสวีย แต่ดูเหมือนว่านั่นคงเป็เพียงคำพูดลอยๆ
จ้าวฉินเสวียเป็ดาวมหาวิทยาลัย เป็สาวสวยอันดับหนึ่ง อดีตดาวเด่นที่เขาเคยตามจีบอย่างไม่ลดละตลอดสามปีเต็มแต่ก็ไม่สมหวัง วันนี้เธอกลับส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูให้เขาถึงสามครั้ง
หากเฉินเฟิงยังไม่รับไว้เขาคงกลายเป็คนไร้ความสามารถในสายตาผู้อื่น
คืนนั้น เฉินเฟิงไม่เพียงแต่สานสัมพันธ์กับจ้าวฉินเสวีย แต่เขายังพบว่าเธอยังคงความบริสุทธิ์อยู่จริงๆ
นอกจากนี้ เขายังได้กระชับความสัมพันธ์ทางกายกับสาวๆ ทุกคนเพื่อสานต่อความผูกพันที่ห่างหายกันไปถึงห้าเดือน
