“คุณชายจิ้งนี่...มันเื่อะไรกัน?” เย่ถิงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วจึงเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จิ้งิเฟิงขมวดคิ้วเพ่งมองเหตุการณ์เบื้องหน้าจากนั้นจึงตอบโดยที่ไม่หันหน้ากลับมาว่า“ข้าก็ไม่แน่ใจแต่ตอนนี้เหล่าไป๋กำลังสร้างพันธะิญญากับวิหคสายฟ้าระดับห้า”
“ว่ากระไร? วิหคสายฟ้าระดับห้า?!” เย่ถิงเอ่ยปากด้วยความตกตะลึงแม้ว่าจะทราบมาว่าไป๋หยุนเฟยสังหารศิษย์สำนักอสูรไปไม่น้อยแต่ก็ไม่ชัดเจนว่าอีกฝ่ายได้รับอสูริญญาใดมาหรือไม่ทั้งยังไม่เชื่อว่าไป๋หยุนเฟยจะสามารถสร้างพันธะิญญากับอสูริญญาหุ่นเชิดที่เคยเป็ของศิษย์สำนักอสูรมาก่อนได้อีกด้วย
แต่เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของอีกฝ่ายเย่ถิงและคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าถามอันใดต่อจิ้งิเฟิงอีกตรงกันข้ามพวกมันเพ่งสายตาให้ความสนใจยังบริเวณซึ่งพลังสีแดงและม่วงยังคงเปล่งแสงอันเจิดจ้า
“เป็วิหคสายฟ้าไม่ผิดแน่!” เย่ถิงตกตะลึงไม่ทราบว่าไฉนอสูริญญาระดับห้าถึงมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้“อสูริญญาระดับห้า!เพราะ้าอสูริญญาระดับห้าเพียงตัวเดียวตระกูลจ้าวถึงกับตอบตกลงที่จะสวามิภักดิ์ต่อสำนักเ้าอสูรแต่ยามนี้ไป๋หยุนเฟยกำลังจะสร้างพันธะิญญากับอสูริญญาระดับห้ามันกำลังจะสร้างพันธะิญญากับอสูริญญาที่มีระดับเหนือกว่าตนเองคนผู้นี้...เป็ใครกันแน่?”
“ตูม!!”
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงะเิดังขึ้นพลังิญญาของไป๋หยุนเฟยประเดี๋ยวปะทุออกประเดี๋ยวหดรั้งเข้าจากนั้นแสงสีแดงและม่วงจึงแยกออกจากกันแล้วร่างของไป๋หยุนเฟยก็กระเด็นถอยออกมาห้าวาขณะที่ลำแสงสีแดงรอบกายจางหายไปไป๋หยุนเฟยก็จ้องมองวิหคสายฟ้าราวกับขบคิดอะไรบางอย่าง
หลังจากไป๋หยุนเฟยแยกตัวออกมาแสงสีม่วงรอบตัววิหคสายฟ้าก็ถูกรั้งเข้าสู่ร่างของมันจากนั้นวิหคสายฟ้าก็หยุดนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวดังเดิมแต่ด้วยสายตาอันแหลมคมของไป๋หยุนเฟยจึงสังเกตเห็นว่าแววตาแข็งทื่อของมันนั้นกลับค่อยๆ มีประกายชีวิตชีวาขึ้นมา
“นี่...มันเกิดอะไรขึ้น?”เย่ถิงมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยสายตาตื่นตะลึงเมื่อครู่มันเห็นกับตาว่ากำลังมีการก่อพันธะิญญาขึ้นแต่แล้วจู่ๆ ไป๋หยุนเฟยก็มีปฏิกิริยาเช่นนี้เห็นได้ชัดว่ามันล้มเลิกการก่อพันธะไปแล้วยิ่งทำให้เย่ถิงสับสนและไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิม
จิ้งิเฟิงรีบเดินเข้าหาไป๋หยุนเฟยมันขมวดคิ้วมองดูวิหคสายฟ้าพลางกล่าวว่า“เหล่าไป๋มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?นี่ไม่ใช่...วิหคสายฟ้าตัวนั้นหรือ?ไฉนเ้าจึงสามารถสร้างพันธะิญญากับมันได้?มิหนำซ้ำไฉนเหตุการณ์จึงเป็เช่นนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจคาดว่าที่วิหคสายฟ้าผิดปกติไปเช่นนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับที่คราก่อนมันจะะเิตนเองแต่ก็ล้มเหลวไปก่อนแต่เหตุผลอันแน่ชัดข้าเองก็ไม่อาจแน่ใจได้เพียงแต่สามารถรับรู้ได้ว่ามันกลับมามีความรู้สึกแล้ว”ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะพลางอธิบาย“ส่วนเื่เมื่อครู่ข้าเองก็ไม่ทราบว่าไฉนมันจึง้าสร้างพันธะิญญากับข้าโชคยังดีที่ข้ามีปฏิกิริยาอันรวดเร็วจึงปฏิเสธได้ทัน”
“ว่ากระไร?!เ้าบอกว่าเ้าเป็ฝ่ายล้มเลิกการสร้างพันธะิญญากับอสูริญญาระดับห้า?” จิ้งิเฟิงกำลังใคร่ครวญต่อคำพูดประโยคแรกของไป๋หยุนเฟยแต่เมื่อได้ยินประโยคตามหลังมันก็พลันจ้องเขม็งไปยังไป๋หยุนเฟยด้วยความกังขาว่าไฉนสหายตนจึงทำเช่นนี้
“ถูกแล้วข้าไม่คุ้นเคยกับมัน” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า
“ไม่คุ้นเคย...” จิ้งิเฟิงเบะปากในใจก็คิดว่ายังดีที่ข้ารู้จักเ้าดีพอไม่เช่นนั้นคงคิดว่าเ้าเสแสร้งเกินไปแล้ว
“จริงสิวิหคสายฟ้าตัวนี้ไม่อาจเก็บใส่แหวนช่องมิติได้อีกแล้วจะทำอย่างไรดี?” ไป๋หยุนเฟยมองวิหคสายฟ้าที่อยู่ตรงหน้าพลางกระซิบถามจิ้งิเฟิงเบาๆ
จิ้งิเฟิงยักไหล่กล่าวว่า “ข้าจะรู้ได้อย่างไรเ้าเป็ผู้นำมันออกมาเองเ้าก็คิดหาหนทางเองเถอะ”
“หรือไม่เ้าลองสร้างพันธะิญญากับมันดูตอนนี้สติมันยังคงล่องลอยไม่อาจต่อต้านได้หากเ้าสร้างพันธะิญญากับมันสำเร็จอาจสามารถควบคุมมันได้” ไป๋หยุนเฟยเจรจากับจิ้งิเฟิง
“……”
“……”
จิ้งิเฟิงนิ่งงันไปเช่นเดียวกับเย่ถิงกับพวกที่เพิ่งเดินมาถึงและได้ยินคำพูดของไป๋หยุนเฟย
คนผู้นี้กลับหยิบยื่นโอกาสที่จะสร้างพันธะิญญากับอสูริญญาระดับห้าให้แก่ผู้อื่นโดยไม่เสียดาย!
นับแต่ที่ได้พบกับไป๋หยุนเฟยมันก็สร้างความแตกตื่นแก่ทุกคนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงยามนี้เย่ถิงก็รู้สึกราวหัวใจได้รับความกระทบกระเทือนจนไม่อาจทนทานได้อีกแล้วเย่ถิงรีบตวัดสายตามองไปยังจิ้งิเฟิงด้วยความอิจฉา
แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือหลังจากจิ้งิเฟิงงงงันไปชั่วขณะมันใคร่ครวญเล็กน้อยก็สั่นศีรษะกล่าวว่า“ขอปฏิเสธแม้ว่าข้าอยากจะได้อสูริญญาถึงเพียงใดแต่ที่ข้า้าคืออสูริญญาธาตุลมตัวนี้เป็ธาตุอัสนีข้าไม่้าไว้ข้าไปเสาะหาด้วยตนเองจะดีกว่า”
หากธาตุของอสูริญญาไม่ตรงกับผู้ฝึกปรือิญญาก็ใช่ว่าจะไม่สามารถสร้างพันธะิญญาขึ้นได้เพียงแต่คนส่วนใหญ่นั้นมักจะเลือกอสูริญญาที่ตรงกับธาตุของตนซึ่งจะช่วยสนับสนุนกันและกันได้อย่างเต็มที่
เย่ถิงเกือบลมหายใจขาดห้วงด้วยความตื่นเต้นมันมองดูจิ้งิเฟิงด้วยสายตาอันพิสดาร---ก่อนหน้านี้กลับไม่ได้ให้ความสนใจต่อคนที่มาพร้อมกับไป๋หยุนเฟยผู้นี้ยามนี้จึงได้ทราบว่าอีกฝ่ายก็เป็คนลึกล้ำยากจะคาดเดาเช่นกัน
แต่ทว่าคำพูดต่อไปของไป๋หยุนเฟยกลับท้าทายต่อขีดความสามารถในการรับความตื่นเต้นของเย่ถิงอีกครั้ง
“อ้อถ้าเช่นนั้น...ก็ช่างเถอะ”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ามันขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งทันใดนั้นดวงตาไป๋หยุนเฟยก็เป็ประกายหลังจากนิ่งเงียบไปชั่วขณะใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมันมองไปยังเย่ถิง“ท่านผู้นำตระกูลเย่จำได้ว่าเทียนิเคยกล่าวว่าท่านเป็ผู้ฝึกปรือิญญาธาตุสายฟ้า?ถ้าเช่นนั้นหากให้ท่านกับวิหคสายฟ้าสร้างพันธะิญญาก็คงได้กระมัง?”
ครานี้เย่ถิงหายใจไม่ออกแล้วจริงๆ มันซวนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนเย่เฉวียนต้องรีบเข้ามาพยุงไว้หลังจากสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดสองคราจึงค่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“คุณ...คุณชายไป๋...เมื่อครู่ท่านว่าอะไร?”
ไป๋หยุนเฟยกล่าวเรียบเฉย“วิหคสายฟ้าตัวนี้ข้าให้ท่าน”
“……”
“พี่ไป๋ท่านพูดจริงหรือ?ท่านจะมอบอสูริญญาที่ร้ายกาจเช่นนี้ให้แก่บิดาข้า?”หลังจากเงียบงันกันครู่ใหญ่ผู้ที่รู้สึกตัวแสดงปฏิกิริยาคนแรกคือเทียนิมันเองเป็คนที่ความคิดบริสุทธิ์ไม่ทันได้คาดคิดว่าสิ่งที่ไป๋หยุนเฟยกระทำนั้นมีความนัยแอบแฝงอันใดหรือไม่จึงเอ่ยปากด้วยความตื่นเต้นที่บิดาจะได้อสูริญญาอันร้ายกาจ
“อืมเมื่อเป็เช่นนี้ท่านผู้นำตระกูลเย่ก็สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อบรรลุถึงด่านบรรพิญญาได้แล้วต่อไปการรับมือตระกูลจ้าวก็จะไม่ใช่เื่เหลือบ่ากว่าแรงอีกแล้ว”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าหลังจากขบคิดชั่วครู่จึงเอ่ยปากเตือน“แต่ว่าเื่ของวิหคสายฟ้าตัวนี้ทางที่ดีอย่าให้ผู้อื่นล่วงรู้เป็การชั่วคราวอย่างน้อยก็รอจนสติมันกลับคืนมาเสียก่อนเมื่อใดที่กลับเป็เช่นอสูริญญาทั่วไปจึงค่อยเปิดเผยต่อผู้อื่น”
มันกลับไม่คิดจะบอกต่อทุกคนว่าอสูริญญาตัวนี้ที่จริงแล้วเป็มันแย่งชิงมาจากสำนักเ้าอสูร
ยามนี้เย่ถิงจึงค่อยเรียกสติกลับคืนมาได้จึงหันไปสบตากับเย่เฉวียนทั้งคู่แทบระงับความตื่นเต้นยินดีเอาไว้ไม่อยู่จากนั้นจึงหันไปมองไป๋หยุนเฟยพร้อมกับกล่าวด้วยความลังเลว่า“คุณชายไป๋ท่านจะมอบวิหคสายฟ้าตัวนี้ให้กับข้าจริงหรือ?”
“มีอะไรหรือ? หรือท่านผู้นำตระกูลเย่ไม่้าอสูริญญาตัวนี้?” ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางเอ่ยปาก
“ไม่ใช่ไม่ใช่...” เย่ถิงโบกมือด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน “เมื่อเป็เช่นนี้...ข้าต้องขอขอบคุณคุณชายไป๋แล้วบุญคุณที่ท่านมีต่อตระกูลเย่ช่างใหญ่หลวงนักตระกูลเย่เราจะไม่มีวันลืมเลือนหากท่าน้าให้ช่วยเหลืออันใดขอให้เอ่ยปากมาขอเพียงไม่เกินกำลังของตระกูลเย่รับรองว่าจะไม่ปฏิเสธ!”
“ผู้นำตระกูลเย่เกรงใจเกินไปแล้ววิหคสายฟ้าตัวนี้ยามนี้ยังไม่คืนสติกลับมาขอเพียงท่านขยับเข้าใกล้จากนั้นใช้ััิญญาค้นลึกเข้าไปในตัวมันก็จะสามารถสร้างพันธะิญญาได้โดยง่ายเพียงแต่มีเื่หนึ่งที่อยากให้ท่านสัญญากับข้าต่อจากนี้ไปขอให้ท่านดูแลมันเป็อย่างดีอย่าได้มองมันเป็เพียงข้าทาสหรือเครื่องมือที่ใช้ในการต่อสู้เท่านั้น”
เย่ถิงพยักหน้ากล่าวว่า“ย่อมต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วขอให้คุณชายไป๋วางใจ”
……
เย่ถิงและคนอื่นๆ เคลื่อนย้ายวิหคสายฟ้าออกไปเพื่อเตรียมสร้างพันธะิญญาจิ้งิเฟิงกับเทียนิก็ติดตามไป‘ชมดูความสนุกสนาน’แต่ไป๋หยุนเฟยกลับเดินกลับห้องของตนไป
ไป๋หยุนเฟยนั่งขัดสมาธิบนเตียงแล้วหลับตาลงเมื่อลืมตาก็ยกมือขวาขึ้นตรงหน้าหลังจากเพ่งสมาธิจ้องมองก็บังเกิดแสงสีแดงวาบขึ้นแล้วลูกไฟขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นในมือลูกไฟสีแดงฉานนี้เต้นระริกอย่างแช่มช้าอยู่เหนือฝ่ามือของมัน
ที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือใจกลางของลูกไฟกลับปรากฏแสงสีม่วงกระพริบวับแวมเป็ระยะ
ไป๋หยุนเฟยจ้องมองลูกไฟในมือพร้อมกับพึมพำว่า“คิดไม่ถึงว่าจะได้รับมาโดยบังเอิญเช่นนี้...”
