หลังจากตัดผ้าแดงเรียบร้อย จางหงอี้ก็ยิ้มแย้มมองเสิ่นม่าน “ขออวยพรให้เถ้าแก่เนี้ยเสิ่นกิจการรุ่งเรือง มั่งคั่งร่ำรวย”
เสิ่นม่านรีบอวยพรกลับ “ขอบคุณใต้เท้า ขออวยพรให้ใต้เท้าจางเส้นทางขุนนางราบรื่น เลื่อนขั้นยิ่งๆ ขึ้นไป!”
จางหงอี้ “เกรงใจแล้ว น่ายินดีๆ”
ทั้งสองสนทนากันพอเป็พิธี เสิ่นม่านก็เอ่ย “ใต้เท้าจาง ข้าเตรียมห้องพิเศษไว้ให้ท่านกับน้องชาย จะเข้าไปดื่มสักสองจอกหรือไม่?”
จางหงอี้โบกมือและยิ้ม “ไม่ดีกว่า วันรุ่งขึ้นข้าต้องรีบกลับเมืองหลวงเพื่อรับตำแหน่ง วันนี้จึงมีเื่มากมายที่ต้องจัดการ”
เสิ่นม่านสีหน้าประหลาดใจปนเสียดาย “กลับเร็วเพียงนี้เชียวหรือ? ยังมีเวลาอีกสองวันไม่ใช่หรือ? จะว่าไป ข้าก็ยังทำใจให้ท่านจากไปไม่ได้จริงๆ”
บ้าจริง แม่นางท่านนี้ คำพูดเหล่านี้ไม่ควรพูดออกมาง่ายๆ จางหงอี้รีบเหลียวซ้ายแลขวา โชคยังดีที่คนผู้นั้นไม่ได้อยู่แถวนี้ มิฉะนั้นคงเอาเื่เขาแน่
จางหงอี้ถอนหายใจโล่งอก เผยรอยยิ้มฝืนเล็กน้อย “วันเวลาอีกยาวไกล ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจหวนคืนสู่บ้านเกิดและมีโอกาสได้ชิมรสมือของแม่นางเสิ่นอีกก็เป็ได้”
เสิ่นม่านยิ้มและโบกมือปัด “ท่านอาจจะไม่ต้องรอจนกลับบ้านเกิด ไม่แน่ว่าอีกสองปีข้ากลายเป็เศรษฐีอันดับหนึ่งของแคว้นฝูเหลียง ร้านค้าของข้าคงขยายไปเปิดถึงเมืองหลวงแล้วก็เป็ได้”
เอ่อ… เศรษฐีอันดับหนึ่งของแคว้นฝูเหลียง ความทะเยอทะยานของแม่นางผู้นี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
จางหงอี้พยักหน้าคล้อยตาม “แม่นางเสิ่นเปี่ยมด้วยความแน่วแน่”
ในเมื่อจางหงอี้จะจากไป เสิ่นม่านจึงเข้าเรือนด้านหลังไปห่อเป็ดตุ๋นห่อใหญ่และอาหารว่างที่นางทำไว้ ของพวกนี้ล้วนเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อมอบให้คนที่มาในวันนี้
ไม่นานนัก เสิ่นม่านก็หอบห่อผ้าห่อใหญ่ออกมา น้ำหนักราวสิบกว่าชั่งและยัดใส่มือจางหงอี้ “ใต้เท้าจาง นี่คืออาหารว่างที่ข้าทำไว้ ท่านเอาไปกินระหว่างทาง”
จางหงอี้เพียงได้กลิ่นก็น้ำลายสอจนจะไหลออกมาทางมุมปากอยู่แล้ว เขายิ้มแย้ม “ขอบคุณ”
เสิ่นม่านโบกมือ “เกรงใจอะไรกัน สหายกันทั้งนั้น!” พูดจบก็ได้ยินเสียงลูกค้าเรียก เสิ่นม่านจึงขอตัวไปต้อนรับลูกค้า
จางหงอี้หิ้วอาหารว่างห่อใหญ่ ขณะกำลังจะขึ้นรถม้า สายตาพลันชำเลืองไปเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง จึงรีบเดินไปทางนั้น
“นายน้อย ที่แท้ท่านก็อยู่นี่เอง”
หนิงโม่กวาดตามองเขาอย่างไม่ใส่ใจ “จะไปแล้วหรือ?”
จางหงอี้พยักหน้า “เดินทางวันรุ่งขึ้น คาดว่าคงจะได้เจอบิดาของท่านในท้องพระโรง นายน้อยมีคำพูดใด้าฝากไปกับผู้น้อยหรือไม่?”
เมื่อเอ่ยถึงบิดา หนิงโม่ชะงักและเอ่ยเสียงค่อย “บอกเขาว่าข้าสบายดี ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องห่วง”
“ขอรับ” จางหงอี้โน้มตัวช้าๆ จากนั้นเหมือนจะนึกอะไรได้จึงเอ่ยเสริม “นายอำเภอใหม่มารับตำแหน่งแล้ว เมื่อวานข้าส่งงานต่อให้เขาหมดแล้ว แต่นายอำเภอจูคนใหม่นี้ เกรงว่าคงจะ…” ยากที่จะบรรยาย
หนิงโม่เลิกคิ้ว “ขุนนางละโมบหรือ?”
จางหงอี้รีบตอบ “ข้าได้กำชับเขาแล้ว เื่กิจการของแม่นางเสิ่น ข้าก็ฝากฝังกับเขาไว้แล้ว เดาว่าเขาคงไม่กล้าทำอะไร”
“อืม รู้แล้ว”
แม้ว่าจะเป็ขุนนางละโมบ แต่หากมากระตุกหนวดเสือเขาก็เท่ากับรนหาที่ตาย
จางหงอี้เอ่ยอีกเล็กน้อย ก่อนจะจากไป
หนิงโม่หันกลับมาและเห็นเสิ่นม่านกำลังยิ้มแย้มต้อนรับแเื่ มุมปากของเขาพลันยกยิ้มในองศาที่คนอื่นไม่อาจสังเกตเห็นได้
ดูท่าการมาอยู่ในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร
เต้าฮวยสกุลเสิ่นกับเป็ดดำเสิ่นเปิดกิจการวันแรก ร้านค้าเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พอเป็ดตุ๋นขึ้นวางบนตู้ พริบตาเดียวก็ถูกแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยง
ไม่ง่ายดายกว่าจะถึงกลางคืน ร้านค้าจึงได้ปิดประตูพักผ่อน หลังจากพนักงานกลับไปหมด เสิ่นม่านถึงฟุบกับโต๊ะด้วยสภาพสายตัวแทบขาด นางยกกาน้ำชากรอกน้ำใส่ปาก
“คอแห้งจะแย่ วันนี้ยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น แทบจะตายเสียให้ได้”
เยี่ยนชีที่ช่วยงานอยู่เรือนด้านหลังก็เหงื่อซึมทั่วศีรษะและท่าทางเหม่อลอย
“เหนื่อยจริงๆ ไม่ต่างจากที่ข้าฝึกวรยุทธ์เลย เพียงแต่แขกมากเกินไปจนจัดอาหารผิด หากไม่ใช่เพราะพวกเขาเห็นว่าข้าตัวโตจึงไม่กล้าโวยวาย ไม่อย่างนั้นเดาว่าวันนี้คงมีคนทุบตีข้าแน่”
เสิ่นม่านส่งเสียงจึ๊อย่างรังเกียจ “เยี่ยนชี หากเ้าทำงานไม่ดี ข้าจะหักค่าแรงเ้า”
เยี่ยนชีทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “อะไรนะ?! เ้าไม่จ่ายค่าแรงให้ข้าด้วยซ้ำ แต่ยังคิดจะมาหัก แม่นางเสิ่น เ้ากับเสี่ยวหนิงช่างสมเป็คู่์สร้างจริงๆ!”
ตระหนี่ไม่แพ้กันสักนิด!
พูดจบก็เหลือบไปเห็นั์ตาเยือกเย็นของหนิงโม่ เยี่ยนชีหดคออย่างหวาดกลัว ความเย็นะเืตรงลำคอนี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
เสิ่นม่านพลันตระหนักได้ ลืมไป เยี่ยนชีเองก็ช่วยงานนางมากมาย นางกลับลืมจ่ายค่าแรงให้เขา!
ไม่ได้!
นางหันไปหยิบลูกคิดมาคำนวณ จากนั้นเอ่ยกับเหอยวนยางขณะที่กลั้นขำไปด้วย
“จริงสิ อีกเดี๋ยวพอคำนวณบัญชีเรียบร้อย แบ่งเงินให้เยี่ยนชีกับหนิงโม่คนละสองตำลึง ถือว่าชดเชยค่าแรงหลายเดือนมานี้ให้พวกเขา”
นางเว้นจังหวะและเอ่ยต่อ “นับั้แ่เดือนนี้เป็ต้นไป เยี่ยนชีกับหนิงโม่จะได้รับเงินเดือนเดือนละสองตำลึง”
เยี่ยนชีซาบซึ้งจนน้ำหูน้ำตาไหล “แม่นางเสิ่น ข้าว่าแล้วเชียวว่าเ้าไม่เหมือนเสี่ยวหนิง เ้าเป็คนดีมาก!”
ฮี่ๆ เ้านายให้ค่าแรงเขาเดือนละสี่สิบตำลึง เงินจำนวนนี้ถือว่าเป็อันดับต้นๆ ในบรรดาองครักษ์เมืองหลวงเลยก็ว่าได้ ตอนนี้มาทำเต้าหู้เล่นๆ ยังได้เงินเพิ่ม เท่ากับได้เงินเดือนสองทาง ประเสริฐยิ่ง!
เขายังไม่ทันได้ดีใจ เสิ่นม่านที่ได้รับการ์ดคนดีเมื่อครู่ก็เสริมกับเหอยวนยางอย่างไม่ลังเล “วันนี้เขาส่งอาหารผิดโต๊ะ หักเงินหนึ่งร้อยอีแปะ”
เยี่ยนชี “?”
ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่! เสิ่นม่านเหนียงกับหนิงโม่ คนคู่นี้เสมือนกับหนูในรังเดียวกัน! เข้ากันอย่างสุดขีด! ชอบหักเงินค่าแรงของคนอื่น!
หลังเสียงลูกคิดดีดดังต่อกแต่กๆ บัญชีของวันนี้ก็ออกมา หลังปัดเศษออกไป วันนี้ขายได้ทั้งหมดสี่สิบสองตำลึงกับสามเฉียน หักต้นทุนแล้วเท่ากับมีกำไรสามสิบเอ็ดตำลึงกับห้าเฉียน
อืม รายรับถือว่าน่าปลื้ม
เป็ดตุ๋นของร้านเป็ดดำเสิ่นวันนี้ขายจนเกือบหมด กระทั่งเต้าฮวยก็ต้มไปทั้งหมดห้าหม้อ
จวบจน่บ่ายคนเริ่มน้อยลง เสิ่นม่านจึงลดราคาเพื่อส่งเสริมการขายเป็ถ้วยละหนึ่งอีแปะ จัดการขายให้หมด
ฟู่ กระปรี้กระเปร่าจริงๆ ตั้งใจหาเงินย่างสู่ก้าวแรกของเส้นทางเศรษฐี!
ทุกคนทานมื้อค่ำอย่างง่ายๆ แล้วแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
หนิงโม่นอนอยู่บนเตียง ในมือถือปิ่นหยกสีขาวราวหิมะและพินิจอย่างละเอียด นี่คือเครื่องประดับที่ซื้อเมื่อวันนั้น เขาตั้งใจมอบให้เสิ่นม่าน แต่ใครจะรู้ว่านางกลับโยนทิ้ง
หลายวันมานี้นางยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น เขาเองก็ไม่มีโอกาสมอบให้
หรือว่า… จะลองมอบให้นางอีกครั้ง?
ขณะที่สมองกำลังคิดอยู่ ร่างกายก็เดินไปถึงหน้าประตูเรือนหลังเล็กของใครบางคน เมื่อหนิงโม่คิดอยากหันหลังกลับก็สายไปเสียแล้ว
“ใครอยู่ข้างนอก?”
ภายในลานบ้าน หญิงสาวกำลังนั่งอยู่ริมอ่างล้างหน้าและกำลังสระผม
นี่คืออ่างล้างหน้าเรียบง่ายที่นางตั้งใจให้ช่างทำขึ้นมาพิเศษ เทียบกับการต้องยกน้ำเทน้ำ สิ่งนี้สะดวกกว่ามากนัก
เสิ่นม่านก้มศีรษะมองเห็นเงาร่างสูงโปร่งท่ามกลางแสงที่รำไร
“หนิงโม่?”
เสิ่นม่านตักน้ำขันสุดท้าย ก่อนจะสระผมจนสะอาดสะอ้าน นางหาผ้ามาพันศีรษะไว้ลวกๆ เช็ดพลางเดินไปทางเขา
“ดึกๆ ดื่นๆ เ้ามีธุระกับข้าหรือ?”
หนิงโม่จ้องมองนางอย่างตะลึง
ริมฝีปากแดงระเรื่อ ผมที่เพิ่งสระเสร็จยังมีกลิ่นหอมของสบู่จางๆ เส้นผมดำขลับดุจหมึกมีน้ำหยดติ๋งๆ ลงไปในคอเสื้อของนาง ไหลผ่านไหปลาร้าที่ขาวเนียนละเอียด และไหลลงไปเรื่อยๆ …
เขาไม่กล้ามองต่อ รีบเบนสายตาออกไม่รู้จะมองอะไรดี ได้แต่ยื่นของบางอย่างที่เป็ด้ามสีขาวให้นาง
“ของขวัญเปิดร้าน… มอบให้เ้า”
-----
