หลิวซื่อเข้ามาช่วย ตามที่หลี่ชิงชิงบอกว่าคนในบ้านล้วนหิวหนักกันแล้ว นางทำผัดผักสองอย่าง นึ่งเนื้ออบหนึ่งจาน พริกสับดองต้นหอมผัดไข่ไก่ยี่สิบฟองอย่างง่ายๆ เติมท้องให้อิ่มเสียก่อน
ตอนนี้เป็่บ่าย จ้าวตงเซิงกลัวว่าตระกูลหวังไม่ได้ทําอาหารเผื่อพวกเขาทั้งหลายคน จึงเอ่ยตรงๆ ว่า “ศิษย์พี่สะใภ้ พวกข้ามาอย่างรีบร้อน ยังไม่ได้กินข้าวขอรับ”
“วางใจเถิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่อัธยาศัยดีที่สุด ต้องทําอาหารส่วนของพวกเ้าแน่ๆ แต่วันนี้หิวกันมาก อาหารจึงกินแบบง่ายๆ”
จ้าวตงเซิงหัวเราะแล้วเอ่ย “สิ้นปีนี้ทุกบ้านล้วนกินของดี ได้รับไขมันเพียงพอแล้วขอรับ”
หลี่ชิงชิงนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้หวีผม หลายวันมานี้ยุ่งยิ่งนัก เพียงสระผม ยังไม่ได้อาบน้ำ จึงทักทายพี่น้องตระกูลจ้าวแล้วกลับไปล้างหน้าบ้วนปากในห้องนอน คิดในใจว่าวันนี้ต้องอาบน้ำล้างตัวให้ดีสักหน่อย
อาหารทำเสร็จแล้ว ทุกคนกินจนอิ่มท้อง หลังจากนั้นไม่นาน ไข้ของกั่วกัวก็ลดลงเป็ระดับปานกลางแล้ว ไม่ได้ร้อนเหมือนยามที่มาครั้งแรก แต่นางยังไม่ได้ถ่ายหนัก
ผ่านไปอีกสักพัก โต้วโต้วก็ร้องว่าปวดท้องมาก ทำเอามารดาโต้วโต้วกลัวจนคิดว่าเด็กชายกำลังจะไม่ไหวแล้ว นางยืนร้องไห้คร่ำครวญจนทรงตัวไม่อยู่ บิดาโต้วโต้วก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง คล้ายกับว่ากำลังจะเสียโต้วโต้วไป
ผู้ใดจะรู้ว่าโต้วโต้วผายลมที่ส่งกลิ่นเหม็นเป็พิเศษสองสามทีก็ร้องว่าจะถ่ายหนัก ถ่ายหนักคราวนี้ก็ถ่ายเอาพยาธิตัวหนาเท่าเข็มยาวครึ่งฉื่อออกมาสิบกว่าตัว มีหนอนหลายตัวพันกันเป็กลุ่มก้อน น่าขยะแขยงและน่ากลัวอย่างยิ่ง
บิดาโต้วโต้วใจนตะลึงตาค้างลืมร้องไห้ไปเสียแล้ว
เด็กตัวเล็กๆ ท้องจะใหญ่ได้เพียงใด เหตุใดถึงมีหนอนตัวยาวๆ มากมายซ่อนอยู่ในนั้นได้?
หากไม่เห็นกับตา ตีให้ตายก็ไม่กล้าที่จะเชื่อ
โต้วโต้วเห็นหนอนที่ตนเองถ่ายออกมา เขากลับไม่กลัว ยังปรบมือแล้วะโว่า “ฆ่าพวกมันให้ตาย!”
“พยาธิเหล่านี้ออกจากร่างกายมนุษย์ไม่นานก็จะตาย” หลี่ชิงชิงยังคงให้หวังจื้อเอาพยาธิออกไปเผาทิ้งด้วยไฟ
ในเวลานี้บิดาและมารดาโต้วโต้วเชื่อแล้วว่าวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงนั้นเหนือชั้นมาก พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจนัก คุกเข่าลงโขกศีรษะให้กับหลี่ชิงชิง “ขอบคุณหมอเทวดาหลี่ที่ช่วยชีวิตโต้วโต้ว”
“โต้วโต้วเป็รากเหง้าของครอบครัวพวกข้า ครั้งนี้ถ้าไม่ได้หมอเทวดาหลี่ หนอนมากมายในท้องของโต้วโต้ว ต่อให้เป็หมอจากเมืองเซียงก็ไม่อาจรักษาโรคของโต้วโต้วได้แน่นอน”
“โต้วโต้ว โขกศีรษะให้ท่านหมอเทวดาหลี่เร็วเข้า”
“โต้วโต้วของพวกข้าได้พบกับหมอเทวดาหลี่ ช่างถือว่าโชคดีจริงๆ”
มารดาโต้วโต้วถึงกับทุบบิดาโต้วโต้วหนึ่งกำปั้น บ่นว่า “โชคดีที่ข้ายืนกรานให้หมอเทวดาหลี่ช่วยโต้วโต้ว!”
บิดาโต้วโต้วนึกถึงพยาธิมากมาย และพยักหน้าติดๆ ด้วยความกลัวในภายหลัง
โต้วโต้วถ่ายออกมาทำให้ท้องว่างจนท้องร้องด้วยความหิว คนตระกูลหวังนําน้ำร้อนมาล้างก้น มือ และใบหน้าให้โต้วโต้วตามคําสั่งของหลี่ชิงชิง จากนั้นก็ไปนึ่งไข่ไก่ที่ย่อยง่ายให้เด็กชาย
โต้วโต้วกินอิ่มแล้วก็มีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย หลี่ชิงชิงให้เขาดื่มยาลดไข้ เอ่ยว่า “รอให้เหงื่อออกทั่วกายไข้ก็จะลด พวกท่านก็สามารถพาเขากลับบ้านได้”
บิดามารดาของโต้วโต้วดีใจ เดิมทีพวกเขาคิดว่าโรคของโต้วโต้วอย่างไรก็ต้องรักษาสิบวันถึงครึ่งเดือน ปีนี้ล้วนผ่านไปอย่างไม่ดีแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าจะรักษาให้หายได้เร็วขนาดนี้ พวกเขาขอบคุณหลี่ชิงชิงอีกครั้ง
ทางด้านกั่วกัวตื่นขึ้นมาแล้ว ยังคงไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายหนัก ไข้ก็ยังไม่ลด ทําเอาบิดาและมารดากั่วกัวกังวลใจจนเหงื่อซึมเต็มใบหน้า
แคว้นต้าถังไม่มียาเหน็บทางทวารหนักที่เป็ยาภายนอกสำหรับใช้รักษาอาการท้องผูกโดยเฉพาะ และไม่มีสบู่ที่สามารถหล่อลื่นทวารหนักได้
หลี่ชิงชิงทําได้เพียงใช้น้ำมันหมูแทนยาเหน็บและสบู่ นางทาน้ำมันหมูที่รูทวารหนักของกั่วกัว จากนั้นให้กั่วกัวออกแรงเบ่ง
กั่วกัวเชื่อฟังมาก พยายามใช้แรงเบ่งออกมา ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยเหงื่อผุดซึม
หลายคนยืนล้อมรอบกั่วกัวเป็เวลานานแล้ว ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นตุก็ลอยอยู่ในอากาศ กั่วกัวผายลมสองที จากนั้นก็ถ่ายอุจจาระรูปไข่ออกมาหลายก้อน
“เห็นหรือไม่เ้าคะ ความร้อนในร่างกายมากเกินไป หลายวันจึงจะถ่ายออกมาได้เท่านี้” หลี่ชิงชิงมองกั่วกัวที่เหนื่อยจนหอบ ทอดมองไปที่บิดามารดากั่วกัว พลางเอ่ยกำชับ “ต่อไปพวกท่านไม่อาจให้กั่วกัวกินอาหารที่ทำให้ร้อนในอย่างผลไม้แห้ง ส้มและพริกมากเกินไป”
“ตกลง”
“พวกข้ารู้แล้ว เฮ้อ เมื่อก่อนพวกข้าไม่รู้ ครั้งนี้รู้แล้ว”
ไม่นานไข้ของกั่วกัวก็ลดลง อุณหภูมิของร่างกายกลับสู่ปกติ ทำเอาบิดามารดากั่วกัวมีความสุขเป็อย่างยิ่ง
หลังจากหลี่ชิงชิงจ่ายยาสองเทียบให้กั่วกัวแล้ว ก็เอ่ยว่า “หลังจากกลับบ้าน กินยาอีกสองวันให้ร่างกายทรงตัว ดื่มน้ำผึ้งสามวันให้ลําไส้ชุ่มชื้น ที่บ้านพวกท่านไม่มีน้ำผึ้ง ให้กินสาลี่ก็ได้ รีบทําให้กั่วกัวกลับมาขับถ่ายได้ตามปกติ เด็กมักจะขับถ่ายวันละหนึ่งถึงสองครั้ง”
หลี่ชิงชิงลดไข้ให้โต้วโต้วและกั่วกัว ขับพยาธิในท้องให้โต้วโต้ว ทําให้ลําไส้ของกั่วกัวชุ่มชื้นจนสามารถขับถ่ายได้
บิดามารดาของเด็กทั้งสองและพี่น้องตระกูลจ้าวซาบซึ้งต่อหลี่ชิงชิงมาก
หลิวซื่อเอ่ยอย่างภูมิใจ “ชิงชิงของพวกข้าทําการค้าไปพลางรักษาผู้ป่วยไปพลาง ในเดือนล่าเยวี่ย พวกเ้าเป็คนที่สิบเจ็ดที่มาหาชิงชิงเพื่อตรวจโรค”
“พรุ่งนี้คือวันที่สามสิบของปี ข้าจะไม่รั้งพวกเ้าพี่น้องไว้ พวกเ้ารีบกลับบ้าน ถามไถ่อาจารย์และอาจารย์หญิงแทนข้าด้วย” หลี่ชิงชิงส่งพี่น้องตระกูลจ้าวและคนอื่นๆ จากไป
ของขวัญปีใหม่ที่ตระกูลหวังมอบให้จ้าวซิ่วไฉถูกหวังจื้อและหวังเลี่ยงขับเกวียนวัวส่งไปเมื่อสามวันก่อน ครั้งนี้หลี่ชิงชิงจึงไม่ได้ให้ของขวัญพี่น้องตระกูลจ้าวอีก
แต่เป็พี่น้องตระกูลจ้าวที่รู้สึกว่าการพาญาติมารักษา และไม่ได้ถือของขวัญติดมาด้วยเป็การเสียมารยาทอยู่บ้าง
หลี่ชิงชิงเร่งเร้าอีกครั้ง “อาจารย์หญิงมีนิสัยใจร้อน รอข่าวอยู่ที่บ้าน พวกเ้ารีบกลับบ้านเถิด”
รอคนจากไปแล้วหลี่ชิงชิงก็ไปอาบน้ำ ่เดือนล่าเยวี่ยยุ่งอยู่ตลอดเวลา ประจวบกับอากาศที่หนาวเย็น จํานวนครั้งในการอาบน้ำจึงลดลง ยามนี้ไม่มีเื่ต้องทํา นางรู้สึกว่าร่างกายสกปรกมาก ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
หลิวซื่อลากหวังเยวี่ยไปเก็บสัมภาระที่จะออกเดินทางไปค่ายทหารในวันมะรืน
หวังเลี่ยงถูกคนในวงศ์ตระกูลวัยเดียวกันหลายคนเรียกให้ไปจุดประทัด
หวังจวี๋ออกไปหาหลานสาวทั้งสามที่ไปปล่อยเป็ดอยู่ข้างนอก
ผู้เฒ่าหวังสวมเสื้อนวมผ้าฝ้ายสีเทาใหม่แปดส่วน ในลำคอฮัมทำนองเพลง มือทั้งสองไขว้หลังสาวเท้าก้าวอย่างสบายๆ ไปที่บ้านของหวังชี
พรุ่งนี้เป็วันสุดท้ายของเดือนล่าเยวี่ย ในวันนี้ทุกวงศ์ตระกูลในแคว้นต้าถังต้องจัดพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
จำต้องมีเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ กฎประจำตระกูลของวงศ์ตระกูลหวังคือคนมีเงินออกเครื่องเซ่นไหว้มาก คนไม่มีเงินออกเครื่องเซ่นไหว้น้อย
ปีก่อนตระกูลหวังยากจน เครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษน้อยมาก ใบหน้าของผู้เฒ่าหวังไร้ราศียิ่งนัก
ปีนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตระกูลหวังกลายเป็ครอบครัวที่มีเงินที่สุด ผู้เฒ่าหวังที่ตระหนี่มาตลอดตั้งใจว่าจะใจกว้างสักครั้ง กลายเป็จุดสนใจในการมอบเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษมากขึ้น
“ท่านอาห้ามาแล้ว”
“ท่านลุงห้า เมื่อครู่มีแขกมาที่บ้านท่าน ข้าจึงไม่ได้ไปเรียกท่านขอรับ”
“สวัสดีท่านปู่ห้าขอรับ”
ผู้เฒ่าหวังเพิ่งจะปรากฏตัวที่ลานบ้านของบ้านหวังชี ก็ถูกล้อมรอบด้วยคนที่รอหารือเกี่ยวกับพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษเข้ามาทักทาย การต้อนรับเช่นนี้ เมื่อก่อนเขาไม่เคยได้รับ
เมื่อผู้เฒ่าหวังเข้าไปในห้องโถง ชายชราอายุหลายปีของวงศ์ตระกูลหวังก็โบกมือทักทายเขา
“น้องห้า มานี่ เข้ามานั่งข้างพี่ชาย”
“หลานห้า เ้ามาแล้ว พวกข้ากำลังจะรอเ้าอยู่เลย”
หวังชีหัวเราะฮ่าๆ แล้วเดินเข้ามา กระซิบข้างหูผู้เฒ่าหวังว่า “พี่ห้า หลายวันมานี้ท่านยุ่งอยู่กับการหาเงินจนเท้าไม่แตะพื้น คืนนี้ท่านก็ดื่มที่บ้านข้าสักจอก พวกเราพี่น้องค่อยๆ คุยกัน”
ผู้เฒ่าหวังพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะไม่ออกแล้ว
