สามวันหลังจากนั้น เนี่ยเทียนพาพันเทาเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น
หลังจากที่เนี่ยตงไห่ตัดสินใจแทนเนี่ยเทียนว่าจะให้เขาไปบำเพ็ญตบะที่สำนักหลิงอวิ๋น พันป่ายบิดาของพันเทาจึงกลับไปพักที่ตระกูลอันชั่วคราวพร้อมอันหรง
ส่วนลี่ฝานและเจียงหลิงจูอยู่ต่อที่ตระกูลเนี่ย รอเนี่ยเทียนกลับไปที่สำนักหลิงอวิ๋นพร้อมกับพวกเขา
แม้ว่าเวลาสามวันจะสั้น ทว่าประสิทธิผลการจัดการเื่ราวในตระกูลเนี่ยของผู้าุโหลายคนกลับน่าตะลึงอย่างมาก
วันที่สอง ผู้าุโเนี่ยเหย้าเป็ผู้นำผู้าุโคนอื่นๆ ในตระกูล ประกาศว่าเนี่ยเป่ยชวนขาดความรับผิดชอบเื่เหมืองแร่อย่างร้ายแรง จึงปลดเขาลงจากตำแหน่งประมุขตระกูล
บ่ายวันนั้น ภายใต้การเป็พยานของลี่ฝาน ผู้าุโตระกูลเนี่ยจึงเลือกให้เนี่ยตงไห่ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขตระกูลเนี่ยใหม่อีกครั้ง
สามวันมานี้เนี่ยเป่ยชวนและเนี่ยหนันซานเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง น้อยครั้งที่จะออกมาข้างนอก ราวกับว่าล้มลงจนมิอาจฟื้นขึ้นมาได้ และไม่กล้าเข้ามาก้าวก่ายเื่ภายในตระกูลเนี่ยอีก
ขอแค่วันใดที่ลี่ฝานอยู่ในตระกูลเนี่ย สำหรับพี่น้องเนี่ยเป่ยชวนและเนี่ยหนันซานแล้ว ลี่ฝานก็เป็ดั่งูเาลูกั์ที่กดทับพวกเขา จนพวกเขาทำได้เพียงยอมฟังคำสั่งอย่างว่าง่าย ไม่กล้ามีความคิดต่อต้านใดๆ
คนในตระกูลเนี่ยที่ก่อนหน้านี้มองเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนด้วยสายตาเ็าก็เริ่มมาประจบเอาใจคนทั้งสองอีกครั้ง หอเรือนสูงแห่งนั้นที่เป็สัญลักษณ์ของตำแหน่งประมุขตระกูลซึ่งเนี่ยตงไห่ย้ายออกไปก็ได้กลับมาอยู่ในมือเขาอีกครั้ง
พันเทาที่เนี่ยเทียนพาเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองเฮยอวิ๋น รู้ว่ามิอาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของเนี่ยเทียนได้ สุดท้ายจึงไปที่ตระกูลอัน เตรียมตัวกลับหอหลิงเป่าพร้อมบิดาของเขา
เช้าตรู่ของวันนี้ ฟ้าเพิ่งสว่าง เนี่ยเทียนก็มาที่ลานสำหรับฝึกบำเพ็ญตบะของตระกูลเนี่ย
บนลานกว้าง เด็กหนุ่มสาวตระกูลเนี่ยมากมายหากไม่นั่งตัวตรงทำสมาธิ สูดรับเอาปราณิญญาฟ้าดินมาบำเพ็ญตบะ ก็กำหมัดเตะต่อยฝึกฝนวิชาวิเศษ
เนี่ยหงและเนี่ยหย่วนก็อยู่ในบรรดาเด็กกลุ่มนี้เช่นกัน ทั้งสองคนต่างก็กำลังนั่งฝึกบำเพ็ญตบะ
ทว่าไม่เหมือนก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มเด็กสาวคนอื่นๆ ในตระกูลเนี่ยบัดนี้ล้วนจงใจตีตัวออกห่างพวกเขา ไม่ได้มานั่งอยู่กับพวกเขาสองคนดั่งที่เคยเป็
แต่เมื่อสามวันก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เนี่ยหงและเนี่ยหย่วนมาถึง เด็กหนุ่มสาวหลายคนของตระกูลเนี่ยจะต้องเป็ฝ่ายรุดหน้าเข้ามาหาก่อน คอยอยู่ใกล้เพื่อประจบเอาใจพวกเขา
นับั้แ่ครั้งก่อนที่เนี่ยเทียนทำให้เนี่ยหงได้รับาเ็หนักบนลานกว้างแห่งนี้ เขาก็ไม่เคยได้มาที่นี่อีกเลย
วันนี้พอเขาปรากฏตัว เด็กมากมายในตระกูลเนี่ยล้วนตื่นใ สายตามากมายมีทั้งประหลาดใจ อิจฉาและเลื่อมใส ล้วนมารวมอยู่ที่ตัวของเนี่ยเทียน
“ตั้งใจฝึกกันให้ดี!” อู๋เทาเอ็ดเสียงขรม
เด็กหนุ่มสาวที่แสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถูกเขาตวาดใส่จึงค่อยๆ สงบกันลงไปได้
ทว่าสายตาของพวกเขายังคงติดตามเนี่ยเทียน มองเนี่ยเทียนที่เดินเข้าไปหาอู๋เทา
ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แค่สามวัน ชื่อของเนี่ยเทียนก็แพร่ไปทั่วเมืองเฮยอวิ๋น
แม้แต่เมืองใกล้เคียงอย่างเมืองอันซิง เมืองหันสือ รวมไปถึงเมืองซุ่ยกู่ก็ยังมีคนมากมายพากันวิพากษ์วิจารณ์เื่ของเขา
เพราะว่าเขา พันป่ายแห่งหอหลิงเป่าถึงกับเดินทางมาเยือนตระกูลเนี่ยด้วยตัวเอง เพราะว่าเขา สำนักหลิงอวิ๋นยอมทำลายกฏที่รักษากันมาหลายสิบปี ขณะที่เขายังไม่เหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นเก้า กลับแสดงออกถึงความกระตือรือร้นที่มีต่อเขา เป็ฝ่ายเชื้อเชิญเขาขึ้นเขาหลิงอวิ๋นด้วยตัวเอง
สำหรับเด็กหนุ่มสาวตระกูลเนี่ยที่อยู่บนลานกว้างเ่าั้ เนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้าได้กลายมาเป็ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่คนหนึ่งไปแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็นึกไม่ออกว่า เนี่ยเทียนที่เมื่อหนึ่งปีก่อนยังฝึกบำเพ็ญตบะร่วมกันกับพวกเขา ทุกวันต้องมาที่ลานกว้างเพื่อต่อสู้กับเนี่ยหงและเนี่ยหย่วน ใช้วิธีการใดกันแน่ถึงกลายมาเป็ปลาที่ะโข้ามประตูั สร้างเื่มหัศจรรย์ด้วยการเดินขึ้น์ในก้าวเดียวเช่นนี้ได้?
“ท่านอู๋ ขอบคุณท่านมากที่หลายปีมานี้คอยให้คำแนะนำและดูแล ต่อไปข้าจะต้องไปฝึกบำเพ็ญตบะที่สำนักหลิงอวิ๋นแล้ว วันนี้ข้าจึงตั้งใจมาบอกลาท่านเป็พิเศษ” เนี่ยเทียนคารวะอู๋เทาด้วยความนอบน้อม
ตอนที่ท่านตาและท่านป้าใหญ่ของเขาถูกพวกเนี่ยเป่ยชวนบีบคั้นให้ต้องไปรับโทษที่สำนักหลิงอวิ๋น ทุกคนในตระกูลเนี่ยล้วนปิดบังเขา ไม่มีใครบอกเขาสักคำ
มีเพียงอู๋เทาที่เป็ขุนนางต่างเมืองผู้นี้ที่เสี่ยงอันตรายครั้งใหญ่ แอบไปบอกให้เขารับรู้
อีกอย่างเมื่อก่อนตอนที่เขาฝึกบำเพ็ญตบะอยู่บนลานกว้าง อู๋เทาเองก็ดีกับเขาไม่น้อย ไม่ได้ปฏิบัติกับเขาอย่างเ็าเพียงเพราะท่านตาของเขาสูญเสียอำนาจเฉกเช่นคนอื่นๆ ในตระกูลเนี่ย
ในใจเขาซาบซึ้งกับสิ่งที่อู๋เทาทำให้ ก่อนหน้าที่จะไปจากตระกูลเนี่ย เขาจึงตั้งใจมาขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ
“มิกล้าๆ” อู๋เทารีบเข้ามาประคองเขา
หลังจากประคองตัวเนี่ยเทียนขึ้นมาแล้ว อู๋เทาก็มองเขาอย่างลึกล้ำ มุมปากเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เอ่ยเสียงเบาว่า “อันที่จริง ข้าก็รู้มาตลอดเวลาว่าเ้าไม่เหมือนคนอื่น แม้ว่าจะหาสาเหตุไม่พบ แต่ข้ามักมีความรู้สึกว่าเ้าจะเป็เหมือนเนี่ยเสียนที่ถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวไป กลายเป็ศิษย์ที่สำนักหลิงอวิ๋นให้การยอมรับ”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาหยุดชะงักไปครู่ถึงกล่าวว่า “แต่ว่าข้ายังประเมินเ้าต่ำไป...”
เป็ลูกหลานของตระกูลเนี่ยเหมือนกัน คนสองคนที่อู๋เทาให้ความสนใจเหมือนกัน หลังจากเนี่ยเสียนเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นเก้าแล้วถึงจะถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวไปอย่างเป็ทางการ
ทว่าเนี่ยเทียนกลับต่างออกไป
เขาไม่เพียงแต่ทำให้พันป่ายแห่งหอหลิงเป่าเดินทางมาด้วยตัวเอง ยังทำให้สำนักหลิงอวิ๋นแหกกฎในการรับศิษย์ที่รักษากันมาหลายสิบปีอีกด้วย กลายมาเป็กรณียกเว้นเพียงกรณีเดียว
อู๋เทายังรู้ด้วยว่า เพราะเนี่ยเทียน สำนักหลิงอวิ๋นจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยเืู่เาเหมืองแร่พังถล่ม ทั้งยังปลดเนี่ยเป่ยชวนออก ให้เนี่ยตงไห่กลับคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง
เนี่ยเทียนทำลายกฎของสำนักหลิงอวิ๋น พลิกผันสถานการณ์ของตลอดทั้งตระกูลเนี่ย!
อิทธิพลน่าตกตะลึงที่เขาแสดงออกมา ความฮือฮาที่เขาสร้างขึ้น เหนือล้ำเกินกว่าเนี่ยเสียนมากมายนัก
“บางที ในโลกมายามรกตอาจเกิดเื่อะไรขึ้น...” อู๋เทาแอบคาดเดา ในใจปลงอนิจจังอย่างสุดซึ้ง
“พี่เสี่ยวเทียน ตอนนี้เ้าอยู่ในขอบเขตอะไรหรือ?” เนี่ยโยวที่มัดผมจุกตั้งโด่จ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียนอย่างสงสัยใคร่รู้ แล้วถามขึ้นโต้งๆ
เนี่ยโยวไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย ก่อนหน้านั้นตอนที่เนี่ยเทียนต่อสู้กับเนี่ยหง เนี่ยหย่วน นางก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเนี่ยเทียน บอกว่าเนี่ยหง เนี่ยหย่วนไร้ยางอาย
“หลอมลมปราณขั้นแปด!” เนี่ยเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม
“หา!” เนี่ยโยวอุทานด้วยความตะลึง
เด็กหนุ่มสาวหลายคนพอได้ยินคำตอบนี้ต่างก็แสดงออกถึงความตื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาจำได้ว่าคราวก่อนตอนที่เนี่ยเทียนประมือกับเนี่ยหง ขอบเขตของเนี่ยเทียน... ยังอยู่เพียงแค่หลอมลมปราณขั้นสามเท่านั้น
เวลาเพิ่งผ่านไปได้ปีกว่า เนี่ยเทียนที่อยู่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นสามกลับฝ่าทะลุถึงหลอมลมปราณขั้นแปด ระดับความเร็วนี้ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่งยวด
“พี่เสี่ยวเทียน เ้าร้ายกาจมากเลย มิน่าเล่าสำนักหลิงอวิ๋นถึงได้ยอมทำลายกฎเพื่อเ้า” เนี่ยโยวใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส
“หนึ่งปีกว่า จากขอบเขตหลอมลมปราณสามถึงแปด ระดับความต่างนี้... น่ากลัวเกินไปแล้ว”
“ดูท่า ที่สำนักหลิงอวิ๋นยอมเว้นเขาให้เป็กรณีพิเศษ เพราะมีสาเหตุสมควรจริงๆ”
“น่าจะมองเห็นความสามารถแฝงของเขากระมัง”
เด็กหนุ่มเด็กสาวมากมายของตระกูลเนี่ยต่างก็มองเขาด้วยความอึ้งตะลึง พากันวิพากษ์วิจารณ์ เสียงชื่นชมดังให้ได้ยินไม่ขาดระยะ
มีเพียงเนี่ยหงและเนี่ยหย่วนที่นั่งห่างออกไปไกลเท่านั้นที่มีสีหน้าไม่น่าดูเท่าไหร่นัก
พวกเขาไม่ออกเสียงแม้แต่คำเดียว คิดว่าที่เนี่ยเทียนมาในครั้งนี้ก็เพื่อ้าสร้างความอับอายให้แก่พวกเขา
และหลังจากที่เนี่ยเทียนขอบคุณอู๋เทาเสร็จแล้วก็เดินเตร่มาทางพวกเขาจริงๆ
บนสนาม ตอนที่เด็กตระกูลเนี่ยทุกคนมองเห็นเขาเดินดิ่งเข้าไปหาเนี่ยหงและเนี่ยหย่วน ต่างก็พากันเงียบเสียงลงกะทันหัน
พวกเขาเผยสีหน้าสนอกสนใจกับเื่สนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
เนี่ยหงและเนี่ยหย่วนก้มหน้าลงต่ำ แอบกัดฟันกรอดๆ ไม่กล้าประสานสายตากับเนี่ยเทียน
บิดาของพวกเขาได้กำชับมาแล้วว่าต่อไปห้ามหาเื่ยั่วยุเนี่ยเทียนอีกเด็ดขาด ไม่ว่าเนี่ยเทียนจะกลั่นแกล้งให้พวกเขาขายหน้ามากแค่ไหน พวกเขาก็ทำได้เพียงยอมเป็ฝ่ายถูกกระทำ ห้ามตอบโต้กลับเด็ดขาด
เนี่ยเทียนที่สำนักหลิงอวิ๋นยอมฝ่ากฎหลายสิบปี แตกต่างไปจากเนี่ยหัน เนี่ยเสียน และลูกหลานของแต่ละตระกูลทุกคนที่ถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับขึ้นเขาไปอย่างเห็นได้ชัด
เนี่ยเทียนที่เป็เช่นนี้ ในเมื่อตลอดทั้งตระกูลเนี่ยไม่มีใครสามารถหาเื่ได้ พวกเขาก็ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่
เพราะต่อให้พวกเขาเองได้กลายเป็ลูกศิษย์ของสำนักหลิงอวิ๋น ถูกสำนักหลิงอวิ๋นรับตัวไปเหมือนกัน แต่เมื่อไปอยู่สำนักหลิงอวิ๋น แล้วเนี่ยเทียนพุ่งเป้ามาที่พวกเขา พวกเขาเองก็อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตอย่างสุขสบาย
เพื่อวันข้างหน้า พวกเขาจึงทำได้เพียงอดทนต่อการสร้างความอัปยศและการอวดดีอย่างบ้าระห่ำจากเนี่ยเทียนเอาไว้ ห้ามคิดต่อต้านแม้แต่นิดเดียว
เนี่ยหงและเนี่ยหย่วนเองก็รู้ดีในข้อนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงก้มหน้า ไม่พูดอะไรสักคำ รอให้เนี่ยเทียนมาถึงแล้วระบายความลำพองใจใส่พวกเขา
และเวลานี้เอง
เนี่ยตงไห่ที่กำลังพูดคุยกับลี่ฝานอยู่บนตึกสูงอันเป็สัญลักษณ์ของตำแหน่งประมุขตระกูลพลันหยุดชะงักลง
ลี่ฝานและเนี่ยตงไห่พิงตัวครึ่งหนึ่งกับแท่นหิน ก้มหน้าลงมองลานกว้างที่อยู่เบื้องล่าง สังเกตเนี่ยเทียนไปพร้อมกัน
“คือว่า...”
หลังจากเนี่ยเทียนมายืนอยู่ข้างกายเนี่ยหงและเนี่ยหย่วน เขาก็ลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวว่า “การชิงดีชิงเด่นกันระหว่างรุ่นบิดา อันที่จริงแล้วไม่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา หลายปีมานี้แม้ว่าข้าจะต่อสู้กับพวกเ้ามาหลายสิบครั้ง แต่ข้าไม่เคยเกลียดชังพวกเ้าเลย”
“ต่อไป ข้าจะไปฝึกบำเพ็ญตบะอยู่ที่สำนักหลิงอวิ๋น ข้าหวังว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเราจะไม่จบลงเพียงเท่านี้ และจะไม่จำกัดอยู่แค่ที่ตระกูลเนี่ย”
“หวังว่าอนาคตในอีกไม่ช้า ข้าจะได้เจอพวกเ้าที่สำนักหลิงอวิ๋น ถึงเวลานั้น ข้าพร้อมรอคอยการท้าทายจากพวกเ้าตลอดเวลา”
“ขอบคุณที่หลายปีมานี้พวกเ้ายินดีเป็หินลับมีดให้กับข้า ให้ข้ากระตือรือร้นฝึกบำเพ็ญตบะเพราะมีพวกเ้าเป็ตัวกระตุ้น ทำให้ในที่สุดวันนี้ข้าก็มีโอกาสเหยียบย่างเข้าสู่สำนักหลิงอวิ๋น”
“ข้าหวังว่าพวกเ้าเองก็จะได้เป็ลูกศิษย์ของสำนักหลิงอวิ๋นเช่นกัน”
“ถึงเวลานั้น การต่อสู้ของพวกเราจะเกิดขึ้นที่สำนักหลิงอวิ๋น ไม่ใช่ที่ตระกูลเนี่ย”
เนี่ยเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
เขาไม่เคยเกลียดเนี่ยหงและเนี่ยหย่วนจริงๆ พวกเขาสองคนล้วนเป็เหมือนเขา ต่างก็อายุแค่สิบเอ็ดปี จึงไม่ได้รับเอาความเลวทรามต่ำช้ามาจากเนี่ยเป่ยชวนและเนี่ยหนันซานเท่าไหร่นัก
หากไม่มีการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับเนี่ยหงและเนี่ยหย่วนเป็การฝึกฝนขัดเกลาตัวเขา เขาที่เป็มีดเล่มนี้... คงไม่ยิ่งลับก็ยิ่งคม และได้ผลิประกายแสงจัดจ้าแสบตาในท้ายที่สุด
“หา!”
ทุกคนที่จับตามองเนี่ยเทียน รอให้เขาสร้างความอัปยศต่อเนี่ยหงและเนี่ยหย่วนอย่างเต็มที่ต่างก็อุทานเบาๆ
อู๋เทาขุนนางต่างเมืองก็ยิ่งแสดงออกถึงความประหลาดใจทางดวงตา
แม้แต่ลี่ฝานและเนี่ยตงไห่ที่อยู่บนแท่นสูงก็ยังเบิกตากว้าง ใช้สายตาแปลกประหลาดมองสังเกตเนี่ยเทียน
เนี่ยหงและเนี่ยหย่วนที่คาดการณ์ถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยความงงงัน เหม่อมองเขาด้วยความตะลึง
จากสายตาของเนี่ยเทียน พวกเขามองไม่เห็นการเย้ยหยัน ไม่เห็นการสร้างความอัปยศอดสูที่เดิมทีควรมี พวกเขามองเห็นแค่ความจริงใจของเนี่ยเทียนเท่านั้น
เนี่ยหงอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ปมในใจพลันคลายออก อยู่ๆ ก็กำหมัดแน่น โบกใส่เขาหนึ่งครั้ง ะโพูดเสียงดัง “เ้าคอยดูเถอะ! ข้าจะต้องเข้าไปอยู่ในสำนักหลิงอวิ๋นให้ได้ รอข้าไปอยู่สำนักหลิงอวิ๋นเมื่อไหร่ ข้าจะทำให้เ้าพ่ายแพ้ ให้เ้าได้รู้ว่าข้าเองก็ไม่ด้อยไปกว่าเ้า!”
“ข้าก็เหมือนกัน!” เนี่ยหย่วนะโดัง
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม พยักหน้า “ดี ข้าจะรอพวกเ้าอยู่ที่สำนักหลิงอวิ๋น!”
“เ้ารอเอาไว้เถอะ!” เนี่ยหงฮึดฮัดหนึ่งเสียง แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาเบาๆ “ยินดีกับเ้าด้วย...”
“ฮ่าๆ!” เสียงหัวเราะของเนี่ยเทียนเบิกบานเป็อย่างยิ่ง
บนแท่นหิน ลี่ฝานหันกลับมามองเนี่ยตงไห่ กล่าว “เ้าสอนหลานได้ดี”
“นั่นสิ ทุกอย่างที่ข้าทำมาหลายปี วันนี้ล้วนได้รับการตอบแทนแล้ว” เนี่ยตงไห่ไม่ปิดบังอะไรอีก ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
ลี่ฝานพยักหน้าน้อยๆ กล่าวอย่างครุ่นคิด “ก็ไม่รู้ว่าในโลกมายามรกตเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ แต่ตามความเห็นข้า สิ่งที่เขาได้มาจากโลกมายามรกตไม่ได้มีแค่ขอบเขตที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น สติปัญญาของเขา วิธีการจัดการเื่ราวของเขาก็คล้ายจะแปรเปลี่ยนไปเพราะโลกมายามรกตด้วย การเติบโตเช่นนี้... ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าการเพิ่มพูนของตบะเสียอีก”
เนี่ยตงไห่หัวเราะหึหึเสียงเบา รู้สึกว่าความระทมทุกข์ที่มีมาหลายปี วันนี้คล้ายได้ระบายออกไปจนหมดสิ้น อารมณ์จึงเบิกบานอย่างถึงที่สุด
“ต่อไป ตระกูลเนี่ยจะเศร้าโศกเพราะความเศร้าโศกของเขา จะตกต่ำเพราะความตกต่ำของเขา” ลี่ฝานสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างมากว่า “และตระกูลเนี่ยก็จะปีติยินดีเพราะความปีติยินดีของเขา จะรุ่งโรจน์เพราะความรุ่งโรจน์ของเขา”
-----
