หลังจากที่ปราณิญญาฟ้าดินในอาณาจักรเลี่ยคงถูกทำให้สกปรก สัตว์วิเศษที่เคยอาศัยอยู่ในสถานที่ต่างๆ ของอาณาจักรเลี่ยคงจึงเริ่มสูญพันธ์กันไปเป็จำนวนมาก
คำว่าดีอยู่ด้อยไปก็นำมาใช้กับสัตว์วิเศษได้เช่นกัน สัตว์วิเศษที่อ่อนแอมิอาจต้านทานการกัดกร่อนของปราณิญญาสกปรกได้ จึงทยอยกันตายไปทีละตัว
ทว่าสัตว์วิเศษที่เดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้วจึงยังคงยืนหยัดมีชีวิตอยู่ต่อ ใช้ปราณิญญาที่ปะปนไปด้วยสิ่งสกปรกมากมายมาฝึกบำเพ็ญตบะ และกลับยิ่งทำให้พวกมันแข็งแกร่งราวกับเปลี่ยนจากตัวไหมมาเป็ผีเสื้อ
สัตว์วิเศษประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนป้วนเปี้ยนอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง คือฝันร้ายของผู้ฝึกลมปราณที่คิดจะมาเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮ่วนคง
เทือกเขาฮ่วนคงมีจุดที่น่ากลัวใหญ่ๆ อยู่สามจุด นั่นคือรอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกหนแห่ง และการล้อมสังหารโจมตีกันของผู้แข็งแกร่งแห่งเมืองโพ่เมี่ย เปลวอัคคีและเดือนดับ หรือการต่อสู้กันเองภายในตระกูล
ส่วนความน่าหวาดกลัวอย่างที่สามก็คือสัตว์วิเศษที่มีชีวิตรอดหลังจากผ่านประสบการณ์การคัดสรรให้เหลือแต่ผู้แข็งแกร่ง
“ตึง ตึง!”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีเท้าของเผ่ามนุษย์ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ คล้ายมีคนมาตีกลองแรงๆ อยู่บนหัวใจของเนี่ยเทียน
เขายังไม่ทันได้ปลดปล่อยกระแสจิตออกไปรับััก็มองเห็นสัตว์วิเศษตัวหนึ่งที่เรือนกายบึกบึนเป็สีทองไปทั้งร่าง ลำตัวยาวประมาณแปดเมตร ซึ่งน่าจะเป็สัตว์ประเภทแรดโผล่ออกมา
“แรดหินทอง!”
เมื่อสัตว์วิเศษตัวนั้นโผล่ออกมา หลีเหย่ก็อุทานขึ้นมาเบาๆ ทันใด บนใบหน้ากลมดิกของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“สัตว์วิเศษระดับใด?” เนี่ยเทียนถาม
“แรดหินทองคือสัตว์ระดับสี่ พลังในการสู้รบเทียบเคียงได้กับผู้ที่เก่งสายบู๊ขอบเขตต้น์” หลีเหย่ยิ้มเจื่อนหนึ่งครั้งแล้วจึงเอ่ยอธิบาย “แต่ว่าแรดหินทองที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงได้ย่อมแข็งแกร่งและดุร้ายยิ่งกว่าแรดหินทองของเก้าอาณาจักรในดินแดนดาวตก”
เนี่ยเทียนคาดเดาได้แต่แรกแล้ว เขาจึงมองลอดม่านโปร่งแสงของหยกเขียวไปยังแรดหินทองตัวนั้นอย่างจริงจัง
แรดหินทองเป็สีทองไปทั้งร่าง หากมองปราดๆ จะคล้ายรูปปั้นที่ราดด้วยน้ำสีทองร้อนๆ แต่เมื่อเนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดจึงพบว่าอันที่จริงแล้วสีทองที่เห็นนั้นกลับเป็ิัที่คล้ายหินมากกว่า
นอแรดขนาดใหญ่ั์เปล่งประกายแสงสีทองแวววาว เห็นได้ชัดว่าคมกริบอย่างถึงที่สุด
เขาแอบมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าหากถูกนอของแรดหินทองแทงเข้ามาที่หน้าอก ต่อให้เป็เขาที่ร่างกายแข็งแกร่งก็ยังต้องถูกแทงทะลุจนเป็รูโหว่แน่นอน
“นอของแรดสีทองคมมากที่สุด เ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้มันใช้นอแทงได้เด็ดขาด” หลีเหย่เอ่ยเตือนเบาๆ แหวนเก็บของที่เขาสวมอยู่เริ่มมีแสงสีแดงเข้มแผ่ออกมา
เกราะวิเศษชิ้นหนึ่งที่สลักลวดลายงดงามเอาไว้ถูกหลีเหย่หยิบออกมาจากในแหวนเก็บของ จากนั้นเขาก็สวมลงบนร่างทันที
หลังจากที่เกราะวิเศษชิ้นนั้นโอบล้อมไปรอบเรือนกายที่มีแต่เนื้อของเขาแล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะพอคลายใจลงไปได้บ้าง ไม่ได้ตื่นเต้นกระวนกระวายอย่างก่อนหน้านี้
จากนั้นมือหนึ่งของหลีเหย่ก็ถือยันต์วิเศษ ส่วนอีกมือหนึ่งถือโล่สีแดงเข้ม ตั้งท่าพร้อมรบต่อหน้าต่อตาเนี่ยเทียน
ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าในเมื่อแรดหินทองปรากฏออกมาแล้ว ศึกนี้อย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้
มองเห็นท่าทางของหลีเหย่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะต่อสู้กับแรดหินทอง แค่้าปกป้องให้ตัวเองปลอดภัยเท่านั้น
“พวกเ้าหลีกไปเถอะ”
เวลานี้เอง เผยฉีฉีก็เดินออกไปเผชิญหน้ากับแรดหินทอง กลิ่นอายของความอันตรายอย่างหนึ่งค่อยๆ แผ่ออกมาจากในร่างของนาง
“ฟู่วๆ!”
พื้นที่ข้างกายนางมีเสียงแปลกๆ ดังกังวานออกมา รอยแยกห้วงมิติมากมายที่ล่องลอยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็คล้ายได้รับอิทธิพลจากปราณที่นางปลดปล่อย
“หัวเทียน พวกเราแค่รักษาตัวรอด อย่าสร้างความวุ่นวายให้กับศิษย์พี่หญิงก็พอแล้ว” หลีเหย่ดึงรั้งเนี่ยเทียนให้ถอยหลังออกไปเงียบๆ จนไปหยุดอยู่ด้านหลังหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งพลางพูดเบาๆ ด้วยว่า “ในเทือกเขาฮ่วนคง ศิษย์พี่หญิงสามารถสำแดงความสามารถของเวทลับห้วงมิติออกมาได้เต็มที่ เวลาที่นางต่อสู้ เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่พิเศษของเทือกเขาฮ่วนคง อาจก่อให้เกิดเป็มีดแสงมิติที่แหลมคมมากมาย”
“มีดแสงเ่าั้หากถูกนางกระตุ้นจะพลาดไปทำร้ายคนอื่นได้ทุกเมื่อ”
“จำไว้ว่าหากศิษย์พี่หญิงลงมือเต็มที่แล้ว ทางที่ดีที่สุดพวกเราควรอยู่ให้ห่างจากนาง หลายครั้งเวลาอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง นางน่ากลัวเสียยิ่งกว่าศัตรูเสียอีก เ้าจำข้อนี้ไว้ให้ดี”
หลีเหย่ที่คุ้นชินกับวิธีการสู้รบของเผยฉีฉีเป็อย่างดีจึงทั้งกริ่งเกรงแรดหินทองและทั้งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อตัวเผยฉีฉี
“จะปล่อยให้นางต่อสู้กับแรดหินทอง โดยที่พวกเราเอาแต่หลบอยู่เฉยๆ อย่างนั้นน่ะหรือ?” เนี่ยเทียนเกิดความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ
“แบบนี้ไม่ว่าจะสำหรับเราหรือสำหรับนางก็ล้วนเป็วิธีที่ดีที่สุด เ้าฟังข้าก็พอแล้ว” หลีเหย่ตบไหล่เขา เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ข้ารู้ว่าเ้ามีความกล้าหาญ ข้าเห็นั้แ่ตอนอยู่ในถ้ำแล้ว แต่ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ในถ้ำประหลาดนั่น แต่อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง ลำพังเพียงแค่กำลังเรือนกายของเ้านั้นไม่มีทางช่วยอะไรศิษย์พี่หญิงได้หรอก”
“หากเ้าไปโจมตีแรดหินทองจะทำให้ศิษย์พี่หญิงเสียสมาธิ ไม่กล้าลงมือเต็มที่เสียเปล่าๆ”
“หากจะทำอย่างนี้ก็สู้อยู่ให้ห่างศิษย์พี่หญิง สังเกตการณ์ต่อสู้อย่างตั้งใจ หากมีโอกาสอันดีปรากฏขึ้น หรือศิษย์พี่หญิงทนไม่ไหวจริงๆ พวกเราค่อยลงมือก็ยังไม่สาย”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น กล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ได้”
“ตึง ตึง!”
แรดหินทองเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่เป็สีทองเข้มของมันซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยความดุร้ายจึงมาตกอยู่บนร่างของเผยฉีฉีที่กล้าเดินออกมารับหน้าอย่างกล้าหาญ
ในสายตาของแรดหินทอง เผยฉีฉีอาจเป็เพียงแค่อาหารรสเลิศชิ้นหนึ่งเท่านั้น อาหารเช่นนี้...อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงมันเคยแทะกินมาแล้วนักต่อนัก
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่ไร้รอยบินออกมาจากในแหวนเก็บของของเผยฉีฉีอย่างไม่มีวี่แวว แล้วพุ่งเข้าทิ่มแทงแรดหินทองด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ
“พรวด!”
รูเืเล็กๆ สี่รูปรากฏขึ้นบนเรือนกายที่แข็งแกร่งราวเหล็กของแรดหินทองจนเืสดพุ่งพรวดออกมาทันที
“โฮก!”
ด้วยความเ็ปรวดร้าว แรดหินทองจึงร้องคำรามแล้ววิ่งตะบึงใส่เผยฉีฉี
กระบี่ไร้รอยที่แทงลงไปบนร่างของแรดหินทองถูกกระชากกลับมาแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม จากนั้นก็เสียบเข้าไปที่ร่างของแรดหินทองอีกครั้ง บนร่างของมันจึงมีรูเืเพิ่มขึ้นมาอีกหลายรู
เนี่ยเทียนจับตามองอย่างตั้งใจจึงพบว่าขณะที่เผยฉีฉีต่อสู้กับแรดหินทอง กระบี่ไร้รอยนั้นกลับไม่ได้หายตัวและปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
ดูเหมือนเผยฉีฉีจะรู้ดีว่าถึงอย่างไรแรดหินทองก็เป็เพียงแค่สัตว์วิเศษระดับสี่เท่านั้น สติปัญญายังเทียบเคียงกับมนุษย์ไม่ได้ จึงไม่ได้ใช้ลูกเล่นอะไร และไม่จำเป็ต้องใช้เวทลับห้วงมิติทำให้กระบี่ไร้รอยหายตัวไปขณะที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วย
ดูเหมือนนางเองก็จะรู้ว่าสัตว์วิเศษแต่ละตัวที่อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงล้วนรู้สึกว่าเรือนกายตัวเองแข็งแกร่งเกินผู้ใด จนมองข้ามการโจมตีของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์จำนวนมากได้
นางรู้สึกว่าแรดหินทองย่อมไม่คิดหลบเลี่ยงการโจมตีของนาง
และแรดหินทองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงจริงๆ มันแค่ใช้เรือนกายที่แข็งแกร่งมารับการโจมตีทั้งหมดจากกระบี่ไร้ร่อย
ทว่ากระบี่ไร้รอยที่ปกติแล้วสามารถแทงทะลุร่างของผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกันหรือระดับสูงกว่าเล็กน้อยได้ ขณะที่เสียบแทงลงไปบนร่างของแรดหินทองกลับทำได้เพียงทิ้งรูเืเอาไว้เท่านั้น ไม่สามารถแทงทะลุร่างของมันจนทำให้มันตายคาที่ได้อย่างแท้จริง
นี่หมายความว่าเรือนกายของแรดหินทองแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มีความสามารถสูสีกับมันอยู่มากนัก มันถึงแบกรับความคมกริบของกระบี่ไร้รอยของเผยฉีฉีได้อย่างสบายๆ
“อู้!”
คลื่นเคลื่อนไหวชั้นหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพลันปรากฏขึ้นขณะที่แรดหินทองควบตะบึงเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
“ปัง!”
หัวของแรดหินทองกระแทกชนเข้ากับความว่างเปล่า เรือนกายใหญ่มหึมาที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความคลุ้มคลั่งพลันหยุดชะงัก
“กำแพงห้วงมิติ!”
เนี่ยเทียนแสดงความประทับใจออกมาทางสีหน้า มองลูกคลื่นชั้นนั้นก็รู้ว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง เผยฉีฉีสามารถแสดงความสามารถในการรบออกมาได้มากกว่าเวลาปกติอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านี้ เขายังสังเกตเห็นอีกว่าตอนที่แรดหินทองพุ่งชนกำแพงห้วงมิติที่เผยฉีฉีสร้างขึ้นมานั้น เผยฉีฉียังเคลื่อนที่ผ่านรอยแยกห้วงมิติหลายเส้นที่เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ อย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
“ฟู่วๆ!”
รอยแยกห้วงมิติเ่าั้ล่องลอยไม่อยู่นิ่ง คล้ายไม่มีการเคลื่อนไหวที่แน่นอน
หากเปลี่ยนมาให้เนี่ยเทียนและหลีเหย่ไปอยู่ตรงนั้น กล้าอยู่ใกล้กับรอยแยกห้วงมิติขนาดนี้ เขาเชื่อว่าหากไม่ระวังคงถูกรอยแยกห้วงมิติกรีดผ่าร่างกายจนหัวและร่างหลุดออกจากกัน
ทว่าเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห่วงมิติกลับสามารถจับทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติได้ เรือนกายอรชรของนางจึงโฉบแฉลบไปมาอยู่ท่ามกลางรอยแยกห้วงมิติได้อย่างสบายๆ โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่นิด
“โฮก!”
แรดหินทองที่ถูกกำแพงห้วงมิติกางกั้นเอาไว้พลันตั้งตัวได้แล้วกระโจนเข้าใส่เผยฉีฉีอีกครั้ง
ทว่าต่อให้เป็แรดหินทองที่กล้าอาศัยอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงมาเป็เวลานาน พอมันสังเกตเห็นว่าจุดที่เผยฉีฉียืนอยู่มีรอยแยกห้วงมิติล่องลอยอยู่มากมาย มันก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด
แรดหินทองก็หวาดเกรงรอยแยกห้วงมิติเ่าั้เช่นกัน คล้ายรู้ว่ารอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่งนั้นสามารถกรีดฟันร่างที่แข็งแกร่งของมันให้แหลกละเอียดเป็ชิ้นๆ
ด้วยเหตุนี้ตอนที่แรดหินทองกำลังจะเข้าไปใกล้เผยฉีฉีมันจึงพลันหยุดชะงักการโจมตีกะทันหัน
มันคำรามระบายความโกรธแค้นและไม่พอใจใส่รอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่รอบกายเผยฉีฉี แต่ไม่กล้าเดินหน้าเข้ามาลึกมากกว่านั้น
เผยฉีฉีเอาแต่มองมันด้วยสายตาเ็าโดยไม่เอ่ยอะไร รอให้มันบุกเข้ามาเอง
แรดหินทองคำรามเดือดดาลอยู่พักใหญ่ เห็นว่าเผยฉีฉีไม่ยอมออกมา มันพลันนึกอะไรออกจึงหันขวับมาตรงจุดที่เนี่ยเทียนและหลีเหย่ซ่อนตัวอยู่ทันที
สำหรับมันแล้ว เผยฉีฉี เนี่ยเทียนและหลีเหย่ต่างก็เป็แค่อาหารชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ในเมื่ออาหารอย่างเผยฉีฉีกินได้ยากเย็นนัก เช่นนั้นมันก็เปลี่ยนอาหารชิ้นใหม่ ไม่ว่าจะกินเนี่ยเทียนและหลีเหย่ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
“แย่แล้ว! ไอ้สัตว์เดรัจฉานระยำเอ๊ย!” หลีเหย่สบถด่าหยาบคาย
-----
