สำนักหลิวขจี ภายในเรือนรับรองแขกทางปีกตะวันตก
ไป๋หยุนเฟยกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูเงียบงันอยู่เนิ่นนาน กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยามจึงออกจากห้องอย่างเร่งร้อน เพื่อเดินไปยังห้องของหงยินที่อยู่ถัดไป
“พี่ใหญ่หงยิน ข้ามีเื่บางอย่างจะขอให้ท่านช่วย...”
หงยินเชิญมันเข้าห้องก่อนจะนั่งลงอย่างยิ้มแย้ม “หยุนเฟย ข้ากำลังคิดจะไปหาเ้าพอดี ข้ามีของบางอย่างจะมอบให้เ้า”
ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบ “มอบของบางอย่างแก่ข้า? อะไรหรือ?”
หงยินพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากโบกมือวูบในมือก็ปรากฏปลอกแขนสีแดงฉานขึ้น จากนั้นจึงมอบให้แก่ไป๋หยุนเฟย “ของสิ่งนี้ข้าขอมอบแก่เ้าเป็ของขวัญ”
ไป๋หยุนเฟยลอบประหลาดใจ หลังจากรับปลอกแขนมาก็เพ่งความคิดเพื่อตรวจสอบ
“ระดับไอเทม: หายากระดับสูง”
“พลังป้องกัน: 465”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 78 แต้ม”
ข้อมูลที่ปรากฏในความคิดสร้างความตื่นตะลึงแก่ไป๋หยุนเฟย มันโพล่งโดยไม่รู้สึกตัวว่า “วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูง!”
“เอ๊ะ?” ครานี้กลับเป็หงยินที่ตื่นตะลึง มันมองดูไป๋หยุนเฟยอย่างประหลาดใจ “หยุนเฟยเ้าเพียงปรายตามองคราเดียว ไฉนจึงทราบว่าเป็ชั้นมนุษย์ได้?”
ไป๋หยุนเฟยค่อยรู้สึกตัว มันไม่ตอบคำถามหงยินแต่กลับเอ่ยปากถามด้วยความประหลาดใจ “พี่ใหญ่หงยิน ท่านจะมอบปลอกแขนนี้ให้แก่ข้าจริงๆ?”
หงยินพยักหน้า “ถูกแล้ว ข้าไม่ได้พกม้วนคัมภีร์เคล็ดิญญาติดตัว และคาดว่าไม่กี่วันจากนี้เ้าคงไม่มีเวลาฝึกปรือเคล็ดิญญาใด ข้าได้รับปลอกแขนนี้มาโดยบังเอิญจึงขอมอบแก่เ้า หวังว่าจะมีส่วนช่วยต่อเ้าในการประลองอีกเจ็ดวันข้างหน้า”
“ข้า...” ไป๋หยุนเฟยลังเลอยู่บ้าง
“อย่าได้ปฏิเสธแล้ว เ้านับถือข้าเป็‘พี่ใหญ่’หากจะมอบของแก่เ้าก็ไม่มีอันใดไม่เหมาะสม ที่เ้าต้องทำตอนนี้คือเร่งฝึกปรือเพื่อพัฒนาฝีมือโดยเร็ว จึงจะสามารถรับมือกับการต่อสู้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าได้ เื่อื่นนอกเหนือจากนี้อย่างเพิ่งใส่ใจ...” หงยินชิงตัดบทไป๋หยุนเฟยพลางอธิบายอย่างยิ้มแย้ม
ไป๋หยุนเฟยมองดูหงยินที่กำลังยิ้มแย้ม มันเงียบงันอยู่เนิ่นนานสุดท้ายจึงรับปลอกแขนมาเก็บไว้ในแหวนช่องมิติ ก่อนจะกล่าวอย่างจริงใจ “ถ้าเช่นนั้น... ขอบคุณพี่ใหญ่หงยินมาก!”
หงยินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “จริงสิ... เ้าบอกว่า้าความช่วยเหลือจากข้า? ้าให้ข้าช่วยอันใดก็บอกมาเถอะ”
ไป๋หยุนเฟยก็ไม่อ้อมค้อมอีก มันกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าอยากให้ท่านช่วยซื้อของบางอย่างให้ข้า”
“ซื้อของ? ซื้ออะไร?” หงยินกล่าวอย่างงุนงง
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า “อาวุธและเครื่องประดับ ดาบ กระบี่ มีดสั้น กำไล แหวน... ข้าอยากให้ท่านช่วยซื้อมาให้ข้า ยิ่งมากยิ่งดี ข้า้าอย่างน้อยหลายร้อยชิ้น!”
หงยินนิ่งงันไปชั่วครู่ มันจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าประหลาดพิกล “หยุนเฟยเ้าล้อข้าเล่นหรือ? ไฉนเ้า้าซื้อของเหล่านี้ในเวลาเช่นนี้?”
ไป๋หยุนเฟยไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อย สีหน้ามันเคร่งเครียดจริงจัง “พี่ใหญ่หงยิน เื่นี้สำคัญต่อข้าอย่างยิ่งยวด สิ่งของเหล่านี้จำเป็ต้องใช้เพื่อการประลองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า! เื่นี้เป็สิ่งที่ข้าปกปิดเอาไว้ ข้าเชื่อถือท่านจึงไหว้วานขอให้พี่ใหญ่หงยินช่วย ยามนี้ข้าไม่อาจอธิบายให้ท่านเข้าใจได้ แต่อีกไม่นาน... หลังจากเื่ราวสิ้นสุด ข้าค่อยอธิบายเื่ราวทั้งหมดแก่ท่านได้หรือไม่?”
หงยินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของไป๋หยุนเฟย เพียงใคร่ครวญชั่วครู่สีหน้าก็ผ่อนคลายลงพลางพยักหน้ากล่าวว่า “ตกลง! หยุนเฟยข้าจะทำตามที่เ้าขอ! แม้ข้าจะไม่ทราบว่าเ้าวางแผนอันใดไว้ แต่ข้าเชื่อว่าเ้าต้องสร้างความประหลาดใจแก่ข้าได้แน่ ใช่หรือไม่?”
ไป๋หยุนเฟยหัวเราะเบาๆ “ย่อมเป็เช่นนั้น... ข้าจะไม่สร้างความผิดหวังแก่พี่ใหญ่หงยินอย่างแน่นอน”
กลางดึก ภายในเรือนรับรองทางปีกตะวันตก ไป๋หยุนเฟยนั่งบนเตียงอย่างเงียบงันพร้อมกับเพ่งตามองแหวนสีดำในมือ
นี่คือสิ่งที่หงยินนำมามอบให้ไป๋หยุนเฟย ทั้งหมดเป็’อุปกรณ์’ที่หงยินออกไปเสาะหามาให้เมื่อยามบ่าย แหวนช่องมิติวงนี้มีพื้นที่เก็บของใหญ่โตอย่างยิ่ง ภายในบรรจุไว้ด้วยอาวุธและเครื่องประดับนับไม่ถ้วน ครั้งแรกที่เพ่งจิตสำรวจภายในแหวนไป๋หยุนเฟยถึงกับอดไม่ได้ต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บ จำนวนสิ่งของด้านในช่าง... มันถึงกับคิดว่าหงยินอาจจะกวาดซื้อสิ่งของจากร้านอาวุธและเครื่องประดับภายในเมืองมาจนหมดสิ้นแล้วก็ได้
หลังจากพิจารณาอยู่ชั่วขณะ ไป๋หยุนเฟยจึงสวมแหวนลงบนนิ้วจากนั้นนำปลอกแขนที่หงยินมอบให้ออกมา
ปลอกแขนอันนี้เป็สีแดงฉานทั้งชิ้น รูปลักษณ์คล้ายทวนเปลวอัคคียิ่งนัก ดูจากภายนอกเรียบง่ายปราศจากการตกแต่งอันใด ผิวด้านนอกที่เรียบลื่นกลับส่งแสงจางๆภายใต้ความมืด หลังจากพิจารณาอย่างละเอียดไป๋หยุนเฟยจึงสวมลงบนแขนขวาปิด่แขนระหว่างข้อมือถึงข้อศอก ปลอกแขนนี้ป้องกันแขนท่อนล่างไว้เกือบหมดสิ้น แต่ยามสวมใส่กลับให้ความรู้สึกนุ่มนวลยืดหยุ่น ไป๋หยุนเฟยถ่ายทอดพลังิญญาลงไปเล็กน้อยก็รู้สึกแขนท่อนล่างตึงขึ้น ที่แท้ปลอกแขนสีแดงฉานอันนี้กระชับแแ่ขึ้น ทั้งยังปรากฏคลื่นความร้อนแผ่ซ่านออกมา ไป๋หยุนเฟยยังััถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แฝงอยู่ได้
ชายหนุ่มทดลองขยับแขนหลายครั้งก็ไม่รู้สึกติดขัดแม้แต่น้อย มันนำมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่งจากนั้นสะบัดมือฟันใส่ปลอกแขนเต็มแรง... มีดสั้นถึงกับสะท้อนออกมาโดยที่ไม่อาจสร้างริ้วรอยบนปลอกแขนแม้แต่น้อย
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้ามันเปี่ยมด้วยความยินดี “ด้วยปลอกแขนนี้... จะช่วยเสริมพลังให้ข้าอีกไม่น้อย ถ้าเช่นนั้น... ลองอัพเกรดดูเถอะ”
ผ่านไปชั่วน้ำเดือด
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: หายากระดับสูง”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“พลังป้องกัน: 465”
“พลังป้องกันเพิ่มเติม: 253”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อรับการโจมตี มีโอกาส 5% ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็พลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไป สามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้ 3 วินาที เมื่อเปลี่ยนเป็พลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 78 แต้ม”
“ปลอกแขนนี้สามารถดูดซับและแปรเปลี่ยนพลังโจมตีได้? หมายความว่า... ไม่เพียงป้องกันการโจมตีได้ แต่ยังสามารถนำเอาพลังจากศัตรูมาเป็ของตนเองได้อีก? วิเศษ วิเศษ! เมื่อถึง่เวลาสำคัญสิ่งนี้จะส่งผลในการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง!” ดวงตาไป๋หยุนเฟยเป็ประกาย หลังจากวิเคราะห์อย่างละเอียดก็เก็บปลอกแขนใส่แหวนช่องมิติไป ชายหนุ่มลูบหน้าผากด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ข้าใช้พลังิญญาไปกว่าครึ่งแล้ว ถ้าเช่นนั้น... ใช้ให้หมดเถอะ จากนี้ไปสมควรอัพเกรดสิ่งของทั่วไปที่มีให้หมด ไม่ว่าอย่างไร... ภายในเจ็ดวันนี้ข้าต้องเพิ่มพูนพลังิญญาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้!”
ไป่หยุนเฟยนำกระบี่สั้นออกมาเล่มหนึ่ง เพียงปรายตามองชั่วขณะก็พึมพำในใจ “อัพเกรด”
ผ่านไปชั่วน้ำเดือด
“อัพเกรดล้มเหลว อุปกรณ์ถูกทำลาย”
ดวงตาไป๋หยุนเฟยเพ่งความสนใจตลอดเวลา ก่อนที่กระบี่สั้นจะแปรสภาพกลายเป็เศษโลหะไร้ประโยชน์ไป มันก็รีบเก็บกลับใส่แหวนช่องมิติ จากนั้นจึงนำดาบยาวสามเชียะออกมาแทน
“อัพเกรด!”
ด้วยการอัพเกรดอย่างต่อเนื่อง หลังจากทำลายสิ่งของไปแปดชิ้น ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็ใช้พลังิญญาไปหมดสิ้นและล้มตัวลงบนเตียง
ผ่านไปสองชั่วยามเศษ หลังจากหลับใหลจากสุขสบาย นิ้วของไป๋หยุนเฟยก็สั่นกระตุกก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า เมื่อลุกขึ้นได้ก็ยกมือนวดขมับพลางขมวดคิ้วราวกับเผชิญความเ็ป
“การฝืนตนเองตื่นขึ้นช่างรู้สึกทรมานนัก...” ไป๋หยุนเฟยพึมพำกับตนเอง ก่อนจะสะบัดศีรษะและนำกระบี่สั้นออกมาจากแหวนช่องมิติ “แต่ทว่า... ยามนี้ไม่ใช่เวลาจะมาพร่ำบ่น ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องทุ่มเทให้หมดสิ้น!”
“อัพเกรด!”
ผ่านไปอีกชั่วน้ำเดือด ไป๋หยุนเฟยก็ใช้พลังิญญาจนเหือดแห้งจนล้มตัวลงกับเตียง
ยามที่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็ยามกลางวันแล้ว ไป๋หยุนเฟยไม่พักผ่อนแม้แต่น้อยรีบนำอาวุธออกมาและเริ่มอัพเกรดต่อทันที
อัพเกรด สิ้นสติ ตื่น อัพเกรด
มันวนเวียนกระทำโดยไม่หยุดยั้งราวเสียสติ ไป๋หยุนเฟยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาอันใด เพียงทุ่มเทเพิ่มพูนพลังอย่างคลุ้มคลั่ง
หลังจากสังหารจางหยาง ไป๋หยุนเฟยเพียงคิดจะหลบเลี่ยงการต่อสู้และหลบหนีไป มันหวังจะลอบออกจากมณฑลฉิงหยุนและหลบหนีการตามล่าให้พ้น แต่ยามนี้... มันไม่อาจหลบหนีได้อีกแล้ว ทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่มีคือต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี!
ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงใช้กระบวนการอัพเกรดอย่างคลุ้มคลั่งเพื่อเพิ่มพูนพลัง วิธีการเช่นนี้มันไม่กล้าใช้มาก่อน แม้ไม่ทราบว่าจะมีผลกระทบเช่นใดตามมา แต่ยามนี้มันจำต้องแข็งแกร่ง แข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งพอจะเอาชนะศัตรูที่ไล่ล่าแล้วออกจากมณฑลฉิงหยุนนี้อย่างสง่าผ่าเผย!
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวัน ประตูห้องไป๋หยุนเฟยยังคงปิดแน่นอยู่ตลอด ก่อนนี้มันเตรียมเสบียงอาหารเอาไว้แล้วจึงไม่ต้องให้ใครส่งอาหารเข้ามา ฉู่อวี้เหอ ชิวลู่หลิว มู่หว่านชิงและหยิวชิงเฟิงมักจะมายืนอยู่นอกเรือนรับรองทางปีกตะวันตกแห่งนี้บ่อยครั้ง แต่พวกนางก็ไม่กล้าจะรบกวนการฝึกปรือของไป๋หยุนเฟย จึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ด้านนอกและส่งเสียงแ่เบาสอบถามความเป็ไปจากหงยินที่ยืนอารักขาอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะจากไปอย่างเงียบงัน
หงยินเฝ้าอารักขาอยู่ด้านนอกเรือนรับรองตลอดเวลา มันเฝ้ามองเวลาที่ไหลผ่านอย่างไม่หยุดยั้ง ในใจก็เปี่ยมด้วยความกังวลห่วงใย ด้วยเกรงว่าจะรบกวนไป๋หยุนเฟยหงยินจึงไม่กล้าจะสำรวจความเป็ไปภายในเรือนรับรอง ที่มันััได้อย่างเลือนรางก็คือรังสีพลังจากไป๋หยุนเฟยกลับทวีความเข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราที่เหลือเชื่อ... แต่ก็ดูเหมือนยังไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้น หงยินจึงได้แต่รอคอยอย่างเงียบงันและเตรียมพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือยามเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“คุณลักษณะเพิ่มเติม: ความแข็งแกร่ง +33”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: แขนข้างที่สวมอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก +150”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 22 แต้ม”
หลังจากอัพเกรดสำเร็จอีกครั้ง ข้อมูลที่วาบผ่านจิตใจของไป๋หยุนเฟยก็ทำให้ดวงตามันกระจ่างวูบ ชายหนุ่มถึงกับลืมเลือนความเหนื่อยล้าไปชั่วขณะ ยามที่จ้องมองกำไลอำพันวงนี้ในมือสีหน้ามันก็ฉายแววยินดี “เพิ่มความแข็งแกร่ง! วิเศษมาก! ผลเพิ่มเติมเช่นนี้แหละที่ข้า้ามาตลอด!”
ไป๋หยุนเฟยเก็บกำไลใส่แหวนช่องมิติ หลังจากคลายความพลุ่งพล่านในใจความรู้สึกเหนื่อยล้าสิ้นแรงก็ท่วมท้นจิตใจ ไป๋หยุนเฟยรีบกัดฟันหยิบแหวนที่ส่งประกายสีแดงฉานออกมาถือไว้
“ข้ากำลังจะถึงขีดจำกัดอีกครั้งแล้ว ครั้งนี้ข้าใช้แต้มิญญาไปเท่าใด? ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก... น่าจะสองพันแต้มิญญากระมัง? ข้ารู้สึกได้ว่าใกล้จะบรรลุขั้นปลายด่านวีรชนิญญาแล้ว...”
“ยังมีเวลาอีกสี่วัน... ไม่ทราบว่าต้องมีแต้มิญญาเท่าใดจึงจะบรรลุด่านภูติญญา ไม่นานหรอก... ข้าต้องอัพเกรดต่อไป!”
“อัพเกรด!”
“อัพเกรดล้มเหลว อุปกรณ์ถูกทำลาย”
ไป๋หยุนเฟยรีบเก็บอุปกรณ์ที่ถูกทำลายตามสัญชาตญาณ ก่อนจะนำชิ้นต่อไปออกมา
“เอ๊ะ? เมื่อครู่ข้าอัพเกรดถึงระดับใด? เป็ +9 หรือว่า +10? ข้ากลับจำไม่ได้... ข้าถึงขีดจำกัดอีกแล้ว ช่างเถอะ... ข้าต้องใช้เวลาทุกขณะให้คุ้มค่า!”
“อัพเกรด!”
เดิมที ไป๋หยุนเฟยตั้งใจจะเก็บสิ่งของที่โชคดีอัพเกรดได้ถึง +10 แต่เมื่อถึงตอนท้ายมันกลับอัพเกรดไปตามสัญชาตญาณราวกับเครื่องจักร อัพเกรด อัพเกรดอีกครั้ง อุปกรณ์ถูกทำลาย เปลี่ยนอุปกรณ์ อัพเกรดอีกครั้ง ที่จริงแล้วไป๋หยุนเฟยเองก็ไม่แน่ใจว่าตนเองอัพเกรดไปกี่ครั้งหรืออัพเกรดสิ่งของถึงระดับใด สิ่งของทุกชิ้นเริ่มปนเปจนไม่อาจแยกออกได้แล้ว
ที่มันรู้มีเพียงสิ่งเดียว – มันต้องอัพเกรดต่อไปเรื่อยๆ ไป๋หยุนเฟยััได้ยามพลังิญญาของตนถูกใช้ไปทีละน้อยจนหมดสิ้น เมื่อถึงจุดนั้นมันก็จะหมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นมาหลังจากตรวจสอบเวลาแล้วก็จะเริ่มอัพเกรดต่อไป...
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า... ในที่สุดเวลาเจ็ดวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้เอง!
