มาลินีครางเสียงหวิวนั่นทีเดียว ความเสียวช่างไม่ปราณีใครโดยแท้ ยิ่งเห็นพี่เขยขย่มท่อนรักอยู่บนบั้นท้ายของพี่สาวหล่อนก็นึกอยากขึ้นมาอย่างอดใจไม่ได้ ถึงแม้มันจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่ก็ทำให้เด็กสาวมีความสุขอย่างประหลาด มันก็แค่จินตนาการเท่านั้นเอง ภาสกรคงไม่หันมามองเด็กสาวสิบแปดที่ยังไม่ประสีประสาเื่นี้ดีอย่างหล่อน
“โอย...โอย...อ่าส์...มันส์จริง...โอย...”
พี่เขยทั้งขย่มทั้งกระแทกรุนแรงกระทั่งถึงจุดสุดขีด มาลินีเห็นพี่สาวของหล่อนเกร็งตัวพร้อมพี่เขย เด็กสาวเข้าใจว่าทั้งสองคงไปถึง์พร้อมกันแล้ว
“อูย...โอย...ผัวจ๋า...อา...ซี๊ดดดด...ซี๊ดดดด”
มาลีนอนราบลงกับพื้นทั้งที่อาวุธประจำกายของพี่เขยยังคาอยู่ในตัวหล่อนจากด้านหลัง ภาสกรนอนทาบทับบนหลังของมาลี มาลินีได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างเป็สุขของคนทั้งสอง
“ภาสน่ะ...ลุกขึ้นได้ละ เดี๋ยวน้องสาวมาลีตื่นมาเข้าห้องน้ำก็เห็นกันพอดี”
เสียงมาลีบ่นอุบหลังบทรักร้อนแรงผ่านพ้นไป มาลินีไดยินเสียงภาสกรหัวเราะชอบใจ
“แหม..ไม่เห็นจะเป็ไรเลย ธรรมดาของผัวเมีย นีเค้ารู้ล่ะน่า”
“นีพึ่งสิบแปดนะภาส...ยังเด็กอยู่ เห็นแบบนี้แล้วเดี๋ยวใจแตก”
เสียงพี่สาวกับพี่เขยยังคุยกันอยู่ทั้งที่ยังไม่สวมเสื้อผ้า มาลินีค่อย ๆ ปิดประตูที่แง้มเปิดแล้วย่องกลับไปที่เตียง รู้สึกเหมือนยังมีอะไรค้างอยู่ในใจของเด็กสาว ไหนจะเื่ที่เกิดบนรถเมล์แล้วภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้อีก หล่อนแทบหลับไม่ลง ในหัวยังคิดวนเวียนไปมา เห็นแต่หน้าพี่เขยลอยอยู่เต็มไปหมด
เช้าของอีกวัน มาลินีต้องรีบตื่นตอนนาฬิกาปลุกเสียงดัง แต่ก็ยังงัวเงียเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เด็กสาวยังได้ยินเสียงหนังเอ็กซ์ที่พี่สาวของหล่อนเปิดดูกับพี่เขย แต่หล่อนไม่ยักนึกถึงภาพในโทรทัศน์ และไม่ได้นึกถึงมาลีพี่สาวของหล่อนแม้แต่น้อย สิ่งที่หล่อนนึกถึงตอนนี้คือ ภาสกร พี่เขยผู้หล่อล่ำที่ทำไงก็ยังเห็นเรือนร่างเร้าใจของเขาอยู่ดี
“นี...วันนี้นีนั่งรถเมล์ไปทำงานวันแรก พี่จะให้พี่ภาสพาไปส่งนะ”
มาลีเอ่ยกลางโต๊ะอาหาร ภาสกรที่นั่งกินอาหารเช้าอยู่หันมามองน้องเมีย
“ไปกับพี่ก่อนวันนี้ พี่จะพานีไปส่งที่ทำงาน”
“แล้วที่ทำงานของพี่ภาสล่ะคะ?” มาลินีถามขึ้นบ้าง
“ที่ทำงานพี่อยู่เลยจากที่ทำงานของนีไปอีกหลายป้าย พอส่งนีแล้วพี่ก็นั่งรถเมล์ต่อ”
“แหม...ลำบากพี่ภาสมากรึเป่าคะเนี่ย”
มาลินีพูดอย่างเกรงใจแต่สายตาของหล่อนกลับจ้องอยู่ที่ไส้กรอกั์ซึ่งพี่สาวกำลังเอาเข้าปาก หล่อนกำลังคิดถึงภาพที่เห็นมาลีกลืนท่อน์ของภาสกรเข้าไปเมื่อคืน แล้วหันกลับมามองพี่เขย รู้สึกร้อนขึ้นมาที่กลางลำตัวอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เป็ไรหรอกนี...พี่ภาสเค้าเต็มใจช่วยน่า”
มาลีกล่าวก่อนที่ภาสกรและมาลินีจะออกจากห้องพัก เด็กสาวเดินตามพี่เขยของหล่อนไปที่ป้ายรถเมล์ มองจากด้านหลังภาสกรเป็ผู้ชายที่มีรูปร่างสูงและ่ไหล่กว้าง แล้วมาลินีก็เริ่มจินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของพี่เขย หล่อนตัวเล็กกว่าภาสกรมาก แต่ความอวบอัดนี่สิเกินหน้าพี่สาวอยู่หลายขุม ถ้าผู้หญิงเมื่อคืนเป็...
“นี...เวลาขึ้นรถเมล์ถ้าคนเยอะต้องระวังกระเป๋าสะพายนะ”
เสียงของพี่เขยทำลายสมาธิเด็กสาวที่กำลังจินตนาการไปไกล ภาสกรหันมายิ้มแล้วพูดต่อ
“กระเป๋าสตางค์ถ้าไม่จำเป็ก็อย่าไว้ในกระเป๋ากระโปรงหรือกระเป๋ากางเกง พวกมิจฉาชีพมันมือไว บางทีมันก็กรีดเอากระเป๋าของเราไปโดยเราไม่รู้ตัว”
“ค่ะ...พี่ภาส”
มาลินีรับคำกระทั่งเดินไปถึงป้ายรถเมล์ที่มีคนยืนรออยู่เยอะพอควรเพราะมันเป็เวลาเช้าที่ผู้คนต้องรีบร้อนไปทำงาน
“มานี่มา...รถเมล์มาแล้ว”
ภาสกรหันไปดึงข้อมือของมาลินีขึ้นรถโดยที่หล่อนไม่ทันตั้งตัว ดูเหมือนชีวิตในเมืองใหญ่อะไร ๆ ก็เร่งร้อนไปหมด เด็กสาวขึ้นไปบนรถเมล์ที่คนนั่งกันเต็มทุกที่นั่ง หล่อนกับพี่เขยเลยต้องยืนท่ามกลางคนแออัดในที่แคบ ภาสกรกำลังจะหันมาพูดกับเด็กสาวเขาก็ถูกเบียดเข้ามาจากทางด้านหลังทำให้ชายหนุ่มต้องเบียดเข่าไปที่ด้านหน้าของมาลินีโดยไม่ได้ตั้งใจ
“อุ๊ย!”
บทที่ 4
มาลินีร้องอุทานเบา ๆ เพราะเนื้อตัวของหล่อนตอนนี้เหมือนปลาถูกอัดในกระป๋องไม่ต่างจากตอนที่หล่อนขึ้นรถเมล์มาเมื่อวานนี้เลย
“เป็ไงบ้าง...นี”
เสียงของภาสกรดังอยู่ใกล้ชิดหล่อนมาก มาลินีตอนนี้ยยืนเบียดอยู่กับพี่เขยของหล่อน หล่อนได้ยินเสียงลมหายใจของเขาชัดเจน ความร้อนผ่าวจากลมหายใจและกลิ่นน้ำหอมของภาสกรทำให้หล่อนรู้สึกแปลก ๆ มันเป็ความรู้สึกที่ดีมากกว่าจะรังเกียจ
“มะ...ไม่เป็ไรค่ะ พี่ภาส”
โดยไม่ได้ตั้งใจอีกนั่นล่ะที่มาลินียืนเบียดเสียดอยู่กับพี่เขยของหล่อน เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองพี่เขยก็เห็นอะไรบางอย่างในดวงตาของภาสกรขณะที่โนมเนื้อของหล่อนมันเสียดสีกับหน้าอกของพี่เขย
มาลินียิ้มกับพี่เขยของหล่อน พอรถจอดที่ป้ายทีก็ทำให้เนื้ออวบอัดยิ่งเบียดกับเนื้อแข็ง ๆ ของชายหนุ่ม เด็กสาวช้อนตามองภาสกรแล้วก็เริ่มเบียดตัวเข้าหาเขา ภาสกรก็เหมือนไม่ได้ใหรือรังเกียจ เขาก็เบียดตัวเข้าหาน้องเมียเช่นเดียวกัน
