ในห้องโถงด้านหน้า ยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มต่างๆ กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อสื่อสารกับวัตถุหายากและแปลกใหม่ในวังวนหลากสีสัน โดยหวังว่าตนจะทะลุทะลวงไปได้โดยเร็วที่สุดเพื่อแย่งชิงโชคลาภที่มากขึ้น
บางคนโชคดีได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย จึงสามารถผ่านสถานที่นี้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
บางคนโชคร้ายล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อวิตกกังวลความอิจฉาริษยาจึงเกิดตามมา จากนั้นจึงเริ่มสุ่มโจมตีผู้อื่นจนเกิดการต่อสู้ขึ้น
ชิวซานอวิ๋นและซูอวิ๋นต่างก็โชคดี พวกเขาทั้งสองััได้ถึงสมบัติที่แตกต่างกันในกระแสวังวนพลังหลากสีสัน
ชิวซานอวิ๋นได้รับการยอมรับจากกั้งทองสีม่วง[1] ซึ่งเป็อาวุธิญญาที่ทรงพลังและมีระดับสูงมาก
สิ่งที่ซูอวิ๋นััได้คือพัดหิมะลอยล่อง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทอาวุธิญญา ทั้งยังสามารถใช้เป็ทหาริญญาได้อีกด้วย
อาวุธทั้งสองต่างตระหนักถึงความรู้สึกของตนเองและสื่อสารด้วยความแข็งแกร่ง ต้องใช้เวลามากถึงจะสามารถใช้มันได้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วส่งยิ้ม ก่อนจะลอยตัวขึ้นสูง กั้งทองสีม่วงและพัดหิมะลอยล่องต่างก็ออกมาจากวังวน พวกมันเปิดโล่แสงแห่งจิติญญาเพื่อปกป้องพวกเขาทั้งสอง แล้วพาลอยเข้าไปในวังวนโดยหวังว่าจะทะลุผ่านระดับนี้ไป
แต่ในขณะนี้ ลมหายใจที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น
ซูอวิ๋นสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง และมองย้อนกลับไป ทันใดนั้นดวงตาที่สดใสของนางก็เปล่งประกายด้วยแสงเย็นเยียบ
หนิงเทียน เขาอยู่ที่นี่แล้ว!
เขาเดินมาจากนอกห้องโถงอย่างใจเย็น แล้วมองนางด้วยสายตาเ็า
ซูอวิ๋นกำหมัดแน่น นางอยากจะรีบพุ่งไปฆ่าเขาจริงๆ แต่หลังจากคิดเื่นี้ นางก็อดกลั้นไว้
เมื่อชิวซานอวิ๋นเห็นหนิงเทียน รอยยิ้มน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา
ครั้งก่อนที่เมืองร้างในแดนลับ ชิวซานอวิ๋นถูกหนิงเทียนทุบตีจนต้องหลบหนีไปด้วยความอับอาย นี่เป็ความอัปยศตลอดชีวิตของเขา และเขาสาบานว่าจะฆ่าหนิงเทียนให้ได้
ตอนนี้เมื่อพบกับหนิงเทียนอีกครั้ง เขาก็เข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่านแล้ว คราวนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเขาจะต้องฆ่าหนิงเทียนให้จงได้!
หนิงเทียนยืนอยู่ที่ทางเข้าห้องโถง มองซูอวิ๋นและชิวซานอวิ๋นด้วยสายตาราวกับกริช ทักษะเก้าเนตร์สังเกตเห็นทันทีว่าสถานะของทั้งสองคนเปลี่ยนไปมากจากครั้งก่อน
“ขอบเขตเปลี่ยนผ่านขั้นแรกทรงพลังขนาดนั้นเลยหรือ?”
ดวงตาของหนิงเทียนร้อนแรง เขา้าท้าทายอีกฝ่าย ทว่าน่าเสียดายที่ซูอวิ๋นและชิวซานอวิ๋นไม่หยุด พวกเขาพากันลอยเข้าไปในวังวนและหายตัวไปอย่างรวดเร็วก่อนแล้ว
กลุ่มต่างๆ กำลังต่อสู้กันด้านนอกพระราชวัง
ซิ่งอวี่เจวียนและเสิ่นซินจู๋ทำงานร่วมกัน พยายามเลือกศิษย์หยวนซิวเพื่อโจมตี โดยมีเป้าหมายที่จะยึดแหวนมิติและเก็บเกี่ยวทรัพยากรการบ่มเพาะ
หนิงเทียนเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่และมาถึงวังวนหลากสีแล้ว ยามนี้มียอดฝีมือมากมาย โดยความสนใจของทุกคนล้วนมุ่งไปที่วัตถุหายากและแปลกใหม่
ภายในกระแสวังวนพลัง อาวุธิญญาต่างๆ ส่องแสงด้วยแสงประกายแปลกตา ปลดปล่อยรังสีผันผวนแตกต่างกันซึ่งดึงดูดทั้งซิงซิว หยวนซิว และจื๋อซิวให้พยายามสื่อสารกับพวกมัน
หนิงเทียนมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นว่ามีอาวุธิญญาจื๋อซิวอยู่ห้าสิบหกชิ้นภายในกระแสวังวนพลัง เขาจึงเริ่มที่จะสื่อสารกับมันอย่างจริงจัง
หนิงเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจเหตุผล
เขารวมเส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางแห่งจิติญญา และเส้นทางิญญาไว้ในร่างเดียว หลังจากเข้าสู่ขั้นแรกของขอบเขตผนึกดาราเขาก็ควบแน่นหอคอยพลัง กลิ่นอายที่ปล่อยออกมาจึงมีแรงดึงดูดร้ายแรงสำหรับอาวุธิญญาในเส้นทางเต๋าพฤกษา
อาวุธิญญาจื๋อซิวทั้งห้าสิบหกชิ้น แต่ละชิ้นล้วนมีลักษณะเฉพาะของมันเอง บ้างก็แข็งแกร่ง บ้างก็อ่อนแอ หนิงเทียนระบุพวกมันทีละชิ้นและในไม่ช้าก็ถูกแส้ยาวเส้นหนึ่งดึงดูด
แส้เส้นนี้มีสีเขียวเข้ม ตัวแส้มีลวดลายทางจิติญญาอันลึกลับ ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้
หนิงเทียนสามารถมองเห็นความมหัศจรรย์ของแส้เส้นนี้ได้ด้วยความช่วยเหลือจากญาณทิพย์ ทักษะเก้าเนตร์ ม่านตาสุวรรณ และม่านตาเพลิงของเขา ก่อนจะตกหลุมรักมันทันที
“มานี่เร็ว!”
หนิงเทียนเหยียดมือขวาออกไป แส้เถาวัลย์สีเขียวเข้มที่อยู่ในกระแสวังวนพลังคำรามพร้อมพุ่งมาหาเขา คลื่นอากาศโดยรอบสั่นคลอน พร้อมปล่อยคลื่นเสียงที่รุนแรง ดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน
“แส้อะไร ไปแย่งมา!”
ดวงตาของยอดฝีมือหยวนซิวเป็ประกาย พวกเขาลงมือฉกชิงทันที
หนิงเทียนหัวเราะเยาะ นี่เป็อาวุธิญญาจื๋อซิว เ้าสามารถใช้มันได้หรือ?
แส้เถาวัลย์สีเขียวเข้มนั้นดุร้ายและทรงพลัง หลังจากลอยออกมาจากกระแสวังวนพลังหลากสี มันก็กลายเป็ัสีหมึกลอยกลางอากาศ ก่อนลอยโฉบผ่านศิษย์หยวนซิว
“สมบัติล้ำค่า ปราบมัน!”
ยอดฝีมือหยวนซิวที่อยู่ในขอบเขตเปลี่ยนผ่านกางขนนกสีแดงที่อยู่บนหลังออก พลิกมือขวาเป็กรงเล็บ กลืนเปลวเพลิงสีแดง และโจมตีใส่ัสีหมึก
“ที่แท้เป่ยเยี่ยนเฟยแห่งโถงเพลิงทมิฬก็อยู่ในขั้นสองของขอบเขตเปลี่ยนผ่านแล้ว”
มีคนบอกที่มาของชายคนนั้นแล้วถามอย่างสงสัย “ทำไมเขาถึงพยายามแย่งอาวุธิญญาจื๋อซิว?”
“สมบัติชิ้นนี้พิเศษมาก ไม่แน่ว่า...”
บางคนกำลังพูดอยู่ แต่ใน่กลางของคำพูด สถานการณ์ในสนามรบก็เปลี่ยนไป แส้ที่กลายเป็ันั้นทรงพลังมากจนทำให้แขนของเป่ยเยี่ยนเฟยหักและแทงทะลุหัวใจของเขา ก่อนเสียงกรีดร้องจะทำให้หลายคนใ
“บ้าไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น?”
“อาจเป็เพราะกฎ หากคนที่ไม่มีโอกาสคว้ามันอาจต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิด”
“มันสมเหตุสมผลแล้ว เขาเป็หยวนซิว เห็นได้ชัดว่าเขาฝ่าฝืนกฎทั้งยังรีบเร่งแย่งชิงอาวุธิญญา”
ัสีหมึกหมุนวน คำรามเสียงดัง ตรวจดูผู้คนที่อยู่ตรงนั้น และออกคำเตือนแบบเงียบๆ
หลังจากนั้นแสงสีเขียวก็เริ่มกะพริบ พร้อมร่างของัสีหมึกที่จางหายไป ก่อนแส้เถาวัลย์จะปรากฏขึ้นในมือของหนิงเทียน
แส้นี้มีรูปร่างสวยงามและเกิดขึ้นจากธรรมชาติ มันมีชื่อว่าแส้เกล็ดมรกตัทมิฬ และมันเป็อะไรบางอย่างจาก์
นี่คือสิ่งที่หนิงเทียนได้รับรู้หลังจากััแส้
แส้นี้มาจากหลิงฮวงและจบลงที่ดินแดนหยวนซิง
ด้วยการสะบัดแขน แส้ยาวของหนิงเทียนก็ราวกับัคำรามสายฟ้า ห้วงอากาศสั่นะเื ทำให้เกิดเสียงฟ้าร้อง
บนแส้มีอักขระที่เบ่งบานขึ้นมาทีละตัวเหมือนเกล็ดสีเขียว พร้อมสัญญาณของขอบเขตเปลี่ยนผ่านของัที่มาพร้อมกับพลังอันยิ่งใหญ่
ตามข้อมูลของหนิงเทียนแส้เกล็ดมรกตัทมิฬนี้เติบโตบนเกาะั กลืนเืของัมาั้แ่เด็ก แล้วใช้เวลานับหมื่นปีในการเติบโตตามธรรมชาติก่อนที่จะเป็รูปเป็ร่างในที่สุด
สมบัติชิ้นนี้มีความพิเศษและทรงพลังอย่างยิ่ง ว่ากันว่ามันได้รับการรดน้ำ เลี้ยงดู และเติบโตด้วยเืัซึ่งหาได้ยากมาก
หนิงเทียนหมุนข้อมือ เงาแส้ลอยราวกับัคำราม ซึ่งทำให้ผู้คนใ
“แส้อะไร!”
ยอดฝีมือบางคนชื่นชมและจ้องมองแส้เกล็ดมรกตัทมิฬในมือของหนิงเทียน
“เด็กคนนี้ดูคุ้นๆ นะ เขาเป็ใคร?”
“นั่นหนิงเทียนผู้มีความแข็งแกร่งทางกายภาพถึงหนึ่งแสนจินไม่ใช่หรือ?”
“อะไรนะ นั่นเขา!”
ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็ยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนผ่าน พวกเขาไม่เข้าใจหนิงเทียนมากนัก เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน
ตอนนี้ตัวตนของหนิงเทียนถูกเปิดเผย เจตนาฆ่าจึงปรากฏขึ้นในห้องโถง
ทั้งซิงซิวและหยวนซิวไม่อยากให้หนิงเทียนได้เติบโตและ้าบีบเขาลงเหว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยอดฝีมือของสำนักชื่อหยวนปังที่เคยมีความขัดแย้งกับสำนักร้อยบุปผา ทั้งยังมีปรมาจารย์สองคนที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของกล้วยไม้ราตรีเพราะหนิงเทียน
ประสาทััทั้งหกของหนิงเทียนนั้นเฉียบคม เจตนาฆ่าที่ไม่ปิดบังของยอดฝีมือที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ทำให้เขาระมัดระวัง ก่อนจะลอยตัวมุ่งตรงสู่กระแสน้ำวนหลากสีสัน
ยอดฝีมือของสำนักชื่อหยวนปังลงมือด้วยความโกรธ แต่ถูกขัดขวางโดยผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเปลี่ยนผ่านของสำนักวั่นจื๋อ
“คิดให้รอบคอบก่อนลงมือ อาจารย์ของหนิงเทียนไม่ใช่ผู้ที่ยอมให้ใครก่อกวนโดยง่าย เ้าควรคิดถึงชีวิตของตนเองให้มาก”
นี่เป็สิ่งที่น่าใและเป็การเตือนทุกคนว่าอย่าทำอะไรโดยประมาท
หนิงเทียนสามารถผ่านวังวนหลากสีสันได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือจากแส้เกล็ดมรกตัทมิฬ และมาถึงอีกปลายหนึ่งของห้องโถง
บนพื้นมีแผงไฟขนาดใหญ่กะพริบพร้อมไฟหลากสีสัน ซึ่งดึงดูดความสนใจของหนิงเทียนได้ทันที
แส้เกล็ดมรกตัทมิฬในมือของเขาชี้ไปที่รูปแบบบางอย่างบนแผนภาพ พวกมันััถึงกันได้จริงๆ ทั้งยังเปิดช่องทางการส่งข้อมูลถึงกันได้อีกด้วย
หนิงเทียนถูกดูดเข้าไป ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอกประตูห้องโถงใหญ่แล้ว
“ที่นี่ที่ไหน?”
หนิงเทียนหันกลับไปรอบด้าน ก่อนจะพบห้องโถงใหญ่ด้านหลัง นั่นไม่ใช่ห้องโถงหรือ?
“ข้าอยู่นอกประตูห้องโถงกลางหรือ?”
เมื่อมองห้องโถงใหญ่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง หนิงเทียนก็พบว่ามีเพียงความเงียบอยู่รอบบริเวณ ยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ที่เข้ามาเร็วกว่าเขาไปอยู่ที่ไหนกันหมด?
ที่ประตูพระราชวังซึ่งยังคงปิดอยู่ ด้านซ้ายแกะสลักไว้ด้วยลายพฤกษาต่างๆ ด้านขวาสลักอสูรมากมาย นี่หมายถึงจื๋อซิวหรือไม่?
ความคิดนี้แวบเข้ามาในจิตใจของหนิงเทียน ก่อนเขาจะส่ายสะบัดแส้ยาวในมือราวกับหอก ค่อยๆ ผลักประตูพระราชวังออกช้าๆ
แสงเจิดจ้าส่องมาจากในห้องโถง กลิ่นอายโบราณห่อหุ้มอยู่รอบร่างของหนิงเทียนอย่างฉับพลัน
แส้เกล็ดมรกตัทมิฬกลายร่างเป็ั โอบอุ้มทั้งร่างของหนิงเทียน แล้วพาเขาลอยเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ซึ่งภายในมีเสาหินกลมกว่าหนึ่งร้อยแปดต้นตั้งอยู่
เสาหินที่สั้นที่สุดมีความสูงหนึ่งจั้ง ส่วนที่สูงที่สุดมีความสูงกว่าร้อยจั้ง ตั้งวางเป็ลูกคลื่นขึ้นและลงได้สัดส่วนพอเหมาะ ทั้งยังมีการวาดลวดลายต่างๆ ที่้า
ัสีหมึกร่อนกายลงบนเสาหินที่สูงที่สุดตรงกลางห้องโถง และกลายเป็แส้ยาวทันที
หนิงเทียนยืนอยู่บนเสาหิน มองไปรอบๆ อย่างสงสัย ก่อนจะพบว่ามีคนอื่นๆ ในห้องโถงแห่งนี้ด้วย ทั้งหมดล้วนยืนอยู่บนเสาหินที่แตกต่างกัน
หนิงเทียนก้มหน้าลงมองลวดลายที่เท้า มันคือเถาวัลย์สีเขียวที่มีรูปร่างเหมือนแส้เกล็ดมรกตัทมิฬที่อยู่ในมือ
“ห้องโถงนี้ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมสำหรับจื๋อซิวเป็พิเศษ ลวดลายบนเสาหินสอดคล้องกับอาวุธิญญาจื๋อซิวในกระแสวังวนพลังหลากสี แต่ทำไมจำนวนคนถึงไม่ตรงกัน?”
มีเสาหินหนึ่งร้อยแปดต้นอยู่ที่นี่ เมื่อหนิงเทียนได้รับแส้เกล็ดมรกตัทมิฬในห้องโถงด้านหน้า ในนั้นมีอาวุธิญญาจื๋อซิวเหลือเพียงห้าสิบห้าชิ้นในกระแสวังวนพลัง เมื่อพิจารณาจากจำนวนเสาหิน ผู้ที่เข้ามาก่อนหนิงเทียนน่าจะมีผู้บำเพ็ญห้าสิบสองคน แต่ตอนนี้มีคนไม่มากนัก
ในห้องโถงหลักมีเพียงสิบเจ็ดคน รวมทั้งหนิงเทียนด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“สิบเจ็ดบวกห้าสิบห้าเท่ากับเจ็ดสิบสอง ซึ่งคิดเป็เพียงสองในสามของจำนวนเสาหินเท่านั้น…”
หนิงเทียนกำลังวิเคราะห์ สองในสามนี้เป็เื่บังเอิญหรือมีเหตุผลอื่นอีกกันแน่?
“เ้าคือหนิงเทียนใช่หรือไม่?”
ทันใดนั้นเสียงที่ชัดเจนก็ดังมาจากด้านซ้ายของหนิงเทียน
“ข้าคือหนิงเทียน เ้าเป็ใคร?”
ชายผู้นี้อายุประมาณยี่สิบต้นๆ เขาสวมชุดสีเขียว มีใบหน้ากลมและรอยยิ้มอวบๆ ทำให้เขาดูน่ารักอย่างยิ่ง
“ชิวอีเซี่ยนศิษย์จากโถงร้อยทหารภายใต้สำนักกายา”
“ชิวอีเซี่ยน? โถงร้อยทหาร?”
ั้แ่หนิงเทียนกลายเป็จื๋อซิว นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับศิษย์ของสำนักกายา และเขาค่อนข้างประหลาดใจ
ชิวอีเซี่ยนยิ้มอย่างไร้เดียงสาและพูดว่า “ทุกสิ่งมีข้อดีอยู่เสมอ พ่อของข้าตั้งชื่อนี้ให้ข้าเพราะเขาหวังว่าข้าจะมีโอกาสรอดชีวิต และมีชีวิตที่ยืนยาวสงบสุขตลอดไป”
“พ่อของเ้ามีความตั้งใจดีจริงๆ”
หนิงเทียนคิดถึงพ่อหนิงหยางของตน ก่อนที่อารมณ์ของเขาจะทรุดลงทันที
ชิวอีเซี่ยนพูดอย่างจริงใจ “พ่อของข้าอยากให้ข้าเป็คนที่มีความสามารถ ดังนั้นเขาจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อส่งข้าเข้าสู่โถงร้อยทหาร”
เมื่อพูดถึงโถงร้อยทหาร ชิวอีเซี่ยนก็แสดงความภาคภูมิใจบนใบหน้า แต่หนิงเทียนรู้เื่โถงร้อยทหารน้อยมาก
“ข้าได้ยินมาว่าสำนักกายาค่อนข้างลึกลับ ยิ่งกว่านั้นยังมีลูกศิษย์เพียงไม่กี่คน”
ชิวอีเซี่ยนกล่าวว่า “สำนักกายามีเพียงโถงร้อยทหารและสำนักอาวุธศักดิ์สิทธิ์ การรับสมัครลูกศิษย์มีความเข้มงวดมาก จำนวนศิษย์ทั้งหมดมีไม่ถึงพันคนเท่านั้น”
หนิงเทียนถามอย่างสงสัย “สำนักอาวุธศักดิ์สิทธิ์? สำนักกายาสามารถขัดเกลาอาวุธิญญาจื๋อซิวได้หรือ?”
บนดินแดนหยวนซิง ทุกคนต่างยอมรับว่าจื๋อซิวไม่สามารถขัดเกลาอาวุธิญญาได้
ชิวอีเซี่ยนกล่าวว่า “สำนักกายาไม่สามารถขัดเกลาอาวุธิญญาได้ แต่เป็การดีที่จะรวบรวมอาวุธิญญา ห้องโถงร้อยทหารของเราได้รวบรวมทหาริญญาไว้มากมาย ในขณะที่สำนักอาวุธศักดิ์สิทธิ์จะรวบรวมอาวุธิญญาเป็หลัก”
หนิงเทียนถามอย่างสงสัย “ทำเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะหรือ?”
“ใช่ นี่คือทิศทางของการฝนของเรา ศึกษาทหาริญญาและอาวุธิญญา จากนั้นจึงพัฒนาตนเองและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”
หนิงเทียนรู้สึกงุนงง “หลังจากสะสมทหารและอาวุธิญญามาหลายปี พวกเ้าลองใช้ทั้งหมดหรือยัง?”
ชิวอีเซี่ยนยิ้มแห้งๆ และพูดว่า “อะไรก็ตามที่ไม่จำเป็ล้วนถูกขายให้กับสำนัก์และสำนักวั่นจื๋อ”
“ช่างโง่เขลาจริงๆ ช่างรู้จักหากำไรอะไรเช่นนี้”
“ฮ่าฮ่า ชมเกินไปแล้ว”
---------------------------------------
[1] กั้ง (锏) คือชื่ออาวุธจีนโบราณชนิดหนึ่งเป็เหล็กท่อน ปราศจากคมและปลายแหลม มักสร้างให้มีรูปทรงคล้ายเจดีย์คือ มุมเหลี่ยม เหมาะแก่การใช้ตี และกระทุ้งเป็สำคัญ เทียบแล้วก็คล้ายกับคมแฝกในไทย
