ตอนที่ 6
เคสแปลกประหลาด
“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง?” ฉู่สือเอ่ยถามด้วยดวงตาลุกโชน
ชิงหลี่หาวออกมาวอดใหญ่ เธอเอื้อมมือไปลอกแผ่นยันต์บนหัวศพออกอย่างไม่ใส่ใจ ร่างนั้นจึงกลับแน่นิ่งไปตามเดิม
“คุณหมอฉู่คะ เรามาทำข้อตกลงกันหน่อยดีไหม?”
ในมือของชิงหลี่พลันปรากฏแผ่นยันต์เพิ่มขึ้นมาอีกปึกใหญ่ เธอคลี่ยิ้มหวานหยด “ยันต์พวกนี้ฉันยกให้คุณค่ะ ฉันเชื่อว่าระดับคุณหมอฉู่แล้ว น่าจะหาความลับที่ซ่อนอยู่ในยันต์พวกนี้ได้ไม่ยาก”
เหยื่อถูกโยนออกไปแล้ว และเธอมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้จะยอมฮุบเบ็ดแต่โดยดี
“ตกลง เธออยากจะแลกเปลี่ยนกับอะไรล่ะ?” ฉู่สือถามด้วยความสนใจ
เมื่อเห็นเขาตกลง ชิงหลี่ก็ชูแขนบิดี้เีพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงง่วงงุน “ฉันอยากขอนอนงีบที่นี่สักพัก รบกวนคุณหมอช่วยระวังอย่าให้ใครมากวนฉันก็พอค่ะ”
“อ้อ รวมไปถึงผีด้วยนะคะ” ชิงหลี่เสริมทิ้งท้าย
เธอหาวอีกรอบ ความง่วงเริ่มเข้าจู่โจมจนตาจะปิด
ไอ้สถานที่เฮงซวยนี่เอาแต่รบกวนเวลานอนของเธอ ในเมื่อหาที่ที่ทั้งปลอดภัยและพึ่งพาได้ขนาดนี้เจอแล้ว มีหรือที่เธอจะปล่อยให้หลุดมือไป
ฉู่สืออึ้งไปครู่หนึ่ง นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยื่นข้อเสนอที่ประหลาดแบบนี้
ในจังหวะที่ฉู่สือกำลังเผลอ ชิงหลี่ก็จัดการเอาผ้าขาวห่อศพบนเตียงผ่าตัดแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะะโขึ้นไปนอนบนเตียงแทนพร้อมกับหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย
อืม... เตียงผ่าตัดนี่นอนสบายชะมัด สบายกว่าโซฟาใน KFC ตั้งเยอะ
“เธอชื่ออะไร?”
ท่ามกลางสติที่เริ่มเลือนลาง ชิงหลี่ได้ยินเสียงของฉู่สือดังแว่วมา
เธอกดเสียงตอบอย่างเกียจคร้าน “ชิงหลี่...”
“ชิงหลี่...”
ฉู่สือพึมพำชื่อของเธอเบาๆ ปลายลิ้นที่ดุนฟันบวกกับน้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้อารมณ์ในตอนนั้นดูละมุนละไมและลึกซึ้งอย่างประหลาด
[ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนอีตาหมอนี่จะปิ๊งยัยหนูบ้านนอกเข้าแล้วล่ะ ]
[ สายตาที่เขามองยัยหนูมันดูไม่ถูกปกตินะ เหมือนอยากจับนางไปชำแหละมากกว่า ]
[ ยัยหนูนี่ก็ใจเด็ดเกิน นอนหลับปุ๋ยในที่แบบนี้ได้เฉยเลย ]
[ แต่จะว่าไป ถึงยัยหนูจะแต่งตัวเชยไปหน่อย แต่เครื่องหน้าดูดีไม่เบาเลยนะ ]
หน้าเตียงผ่าตัด ฉู่สือหลุบตามองหญิงสาวที่จมสู่นิทรา เขาหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาเล่มหนึ่ง นิ้วเรียวไล้ไปตามคมมีดที่วาววับ แววตาเ็าของเขาฉายประกายบางอย่างที่ดูซับซ้อน
ช่างเป็เด็กสาวที่น่าสนใจจริงๆ
“พี่สาวครับ... ผมมาหาแล้วนะ...”
ที่โถงทางเดิน เด็กชายกอดลูกบอลไว้แน่น เสียงอันกลวงโบ๋แฝงไปด้วยไอเย็นที่น่าขนลุก เขาก้มหน้าลง แววตาฉายความเ็าล้ำลึก
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
ลูกบอลเด้งขึ้นเด้งลง เขาใช้สายตาหม่นหมองกวาดมองห้องผ่าตัดทีละห้อง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ห้องสุดท้าย
“พี่สาวครับ... ผมเจอพี่แล้วนะ...”
เขายืนอยู่หน้าห้องผ่าตัด จ้องมองประตูที่ปิดสนิท มุมปากยกยิ้มอย่างบิดเบี้ยว ทว่ายามที่เขากำลังจะก้าวเข้าไป รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้าง…
“พี่สาว ออกมาสิครับ!”
“พี่สาว ออกมา!”
“ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงเล็บขูดพืดพาดไปกับบานประตูไม้ ตามมาด้วยเสียงของเด็กชายที่เริ่มหวีดร้องอย่างบิดเบี้ยวสยองขวัญ
ใบหน้าของเขาเริ่มน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นทุกที มือเล็กๆ ตะกุยตะกายประตูไม้จนทิ้งรอยเืเป็ทางยาว
“ออกมา! ——”
เสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหูปลุกชิงหลี่ให้ตื่นขึ้น เธอลืมตาที่พร่ามัวพลางมุ่ยหน้าอย่างขัดใจ “คุณหมอฉู่คะ ข้างนอกเสียงดังจัง”
“ขอโทษที เดี๋ยวผมไปจัดการให้”
ฉู่สือที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้น เลียนแบบท่าทางของชิงหลี่โดยการแปะยันต์บนหัวศพ พอเห็นศพขยับเขาก็รีบแกะออก
เขาสนุกกับการทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนไม่ได้สนใจเสียงรบกวนข้างนอกเลย
เขาลุกขึ้นยืน หยิบมีดผ่าตัดติดมือไปด้วยเล่มหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูออกไป
เสียงหวีดร้องแหลมสูงจากภายนอกพลันเงียบกริบลงทันที…
เมื่อฉู่สือกลับเข้ามา คมมีดผ่าตัดของเขามีหยดเืสีดำข้นไหลริน กลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
[ ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นน่ะ? ]
[ มุมกล้องไม่ได้เื่เลย! ฉากเด็ดขนาดนี้ดันถ่ายไม่ติด ]
[ ฉันเพิ่งเข้าใจว่าทำไมยัยหนูถึงยอมกลับมาที่ห้องนี้ ที่แท้กะจะให้คุณหมอฉู่ไปบวกกับเด็กนั่นสินะ ให้ผีฟัดกันเองซะเลย ]
[ ดูทรงแล้ว เด็กนั่นสู้คุณหมอฉู่ไม่ได้ว่ะ ยัยหนูทำแสบมาก ]
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดเด้งรัวๆ แต่นั่นก็ไม่ได้กวนเวลาการนอนของชิงหลี่แต่อย่างใด
“เสิ่นรั่ว ดูนี่สิ นี่มันอะไรกัน?”
ภายในห้องพักครูที่มืดมิด สีขาวบนโต๊ะทำงานหลุดร่อนเป็แผ่น บนโต๊ะมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ แต่หากสังเกตให้ดี จะพบว่าบนกองเอกสารมีรอยฝ่ามือเล็กๆ ประทับอยู่เต็มไปหมด
หลินเสวี่ยเอ๋อร์พยายามโชว์พาวด้วยการรื้อค้นเอกสารวุ่นวาย
ในพล็อตหนังสยองขวัญเชยๆ เอกสารพวกนี้แหละมักจะมีข้อมูลสำคัญซ่อนอยู่
เสิ่นรั่วรับไฟล์เอกสารมาแล้วรีบกวาดสายตาอ่านภายใต้แสงไฟสลัว
เนื้อหาในนั้นส่วนใหญ่เป็ประวัติคนไข้ทั่วไป ไม่มีอะไรสำคัญ
“จากข้อความเืบนผนัง ตัวละครสำคัญของภารกิจนี้น่าจะเป็เด็กผู้ชายคนหนึ่งกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง หรือไม่ก็เด็กผู้หญิงสองคน เราควรเน้นหาประวัติที่อยู่ใน่อายุประมาณนี้” โจวหย่าเตือนสติ
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงแยกย้ายกันค้นหาในห้องทำงาน
“ฉันเจอใบหนึ่งแล้ว พวกคุณลองดูสิว่าใช่คนนี้ไหม?” หลินจื่อโจวขมวดคิ้วพลางหยิบประวัติคนไข้ที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีเหลืองออกมา เขามีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเนื้อหาที่บันทึกไว้นั้น... สยองเกินไป
ชื่อ: มู่ฉิง
อายุ: 13 ปี
อาการ: โรคหลอนจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
บันทึกอาการถูกเขียนไว้ในรูปแบบของไดอารี่:
17 มีนาคม 2015 วันนี้น้องชายมาหาฉันอีกแล้ว เขาดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะคุณหมอบอกว่าน้องชายไม่มีตัวตนอยู่จริง เขาเป็เพียงภาพหลอนของฉัน ฉันเลยพยายามเมินเขาไปทั้งวัน เขาโมโหมากจนเอาเล็บข่วนแขนฉันแล้วเดินหนีไป (หมายเหตุ: พบรอยข่วนชัดเจนที่แขนท่อนล่างของคนไข้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนไข้ข่วนตัวเอง)
31 มีนาคม 2015 น้องชายไม่ยอมคุยกับฉันมาหลายวันแล้ว ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน เลยลองชวนเขาคุยก่อน แต่น้องชายบอกว่าตอนนี้เขามีเพื่อนใหม่แล้ว ไม่้าฉันอีกต่อไป... ฉันเสียใจจัง (หมายเหตุ: คนไข้จิตใจย่ำแย่ ปฏิเสธการกินยา)
14 เมษายน 2015 มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในโรงพยาบาลโดดตึกฆ่าตาย เธอคือเพื่อนใหม่ที่น้องชายหาเจอนี่เอง พอเห็นเธอตายฉันก็เสียใจมาก แต่น้องชายกลับมาหาฉันแล้ว เขาบอกว่าฉันยังคงเป็เพื่อนเพียงคนเดียวของเขา (หมายเหตุ: คนไข้เริ่มมีพฤติกรรมรุนแรง จิตใจไม่คงที่)
17 พฤษภาคม 2015 น้องชายชอบเล่นซ่อนแอบ เขาบอกให้ฉันไปซ่อนตัวอย่าให้ใครหาเจอ ไม่อย่างนั้นถ้าแพ้จะถูกลงโทษ (หมายเหตุ: วันนี้คนไข้หายตัวไป สุดท้ายพบตัวอยู่ในห้องผ่าตัด)
18 พฤษภาคม 2015 ฉันแพ้ซ่อนแอบ... น้องชายให้ฉันส่งของขวัญให้ชิ้นหนึ่ง เขาบอกว่าต้องเป็ของที่มาจากร่างกายของฉัน ฉันเลยควักลูกตาให้น้องชายไป (หมายเหตุ: คนไข้จิตใจไม่ปกติ ใช้มีดผ่าตัดทำร้ายตัวเองด้วยการควักดวงตาทั้งสองข้างออก)
23 มิถุนายน 2015 ดูเหมือนฉันจะพังไปแล้ว ไม่มีใครมาหาฉันเลย ร่างกายฉันเริ่มมีหนอนไชเต็มไปหมด แม้แต่น้องชายก็ไม่อยากมาเล่นกับฉันแล้ว
25 มิถุนายน 2015 น้องชายมาหาแล้ว! ฉันดีใจเหลือเกิน ดูเหมือนว่าสำหรับเขาแล้ว ฉันยังคงสำคัญที่สุด
26 มิถุนายน 2015 น้องชายบอกว่าเขาไม่มีของเล่นแล้ว เขาร้องไห้เสียใจมาก ฉันเองก็เศร้าใจ ฉันบอกน้องชายว่าอย่าร้องไห้เลยนะ แล้วฉันก็ยก ‘หัว’ ของตัวเองให้น้องชายไป น้องชายได้ของเล่นชิ้นใหม่ก็ยิ้มออกทันที ฉันเองก็ยิ้มเหมือนกัน
14 กันยายน 2018 เจ็บเหลือเกิน... ฉันไม่อยากเป็ของเล่นให้น้องชายแล้ว
17 สิงหาคม 2019 เจ็บเหลือเกิน…
14 พฤศจิกายน 2022 เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ...
