ณ เรือนเหยากวาง หานอวี่วิ่งกลับที่พักด้วยน้ำตา นางรู้สึกเ็ปเหลือเกิน ทางด้านหลัง หลงเหยียนเดินตามนางมาตลอดทาง ด้วยเกรงว่านางจะทำร้ายตัวเองนั่นเอง
ที่หลงเหยียนทำเช่นนี้ก็เพราะอยากให้นางรู้ว่าเจ็บเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ดีกว่ายาว เขามองเด็กสาวที่กำลังร้องไห้เสียใจอยู่ในห้อง ทันใดนั้นก็มีความรู้สึกปวดใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนร้องไห้เสียใจเช่นนี้มาก่อน หลงเหยียนรู้สึกผิดมาก โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่สวยแบบนี้
หลงเหยียนดันประตูให้เปิดแล้วเดินเข้าไปภายใน เดิมทีเขาอยากจะปลอบใจนางเสียหน่อย กลับคิดไม่ถึงว่านางจะร้องไห้หนักกว่าเก่า
“ฮึก... ฮือๆ... ทำไม ทำไมเ้าถึงไม่รีบบอกข้าให้เร็วกว่านี้ ทำไมกัน ตอนที่เ้าไม่ยอมรับรักจากพี่เมิ่งเหยา ข้าก็พอจะเดาได้แล้ว ข้าไม่ได้เก่งเหมือนพี่เมิ่งเหยา ยิ่งเป็ผู้หญิงคนนั้น คนที่อยู่ข้างกายเ้า ข้ายิ่งสู้ไม่ได้เลย เพราะนางงดงามราวกับเทพธิดาขนาดนั้น ข้า... ข้าโง่เกินไปสินะ”
แค่คิดว่าต้องไปเจอเย่ซีหนาน นางก็รู้สึกต่อต้านอย่างไม่อาจเก็บกลั้น เย่ซีหนานไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่นางชอบด้วยซ้ำ แล้วนางควรจะปฏิเสธและขัดขืนคำสั่งของผู้ใหญ่อย่างไรดี
หลงเหยียนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ทว่าหานอวี่กลับโผเข้ามากอดเขาเอาไว้อย่างกะทันหัน น้ำตาหยดใสยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางเศร้าหมอง หลงเหยียนมองสตรีที่อยู่ในอ้อมแขน ยามนี้หลงเหยียนไม่อาจทำใจให้นิ่งสงบเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ตอนนี้หลงหลิงไม่อยู่ ดังนั้นสิ่งเดียวที่หลงเหยียนสามารถทำได้ก็คืออยู่ปลอบใจนางที่นี่
กลิ่นอายของหานอวี่ทำให้หลงเหยียนรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมา เขารู้ดีว่าคำพูดของตนเมื่อครู่คงจะทำร้ายหัวใจของนางจนไม่มีชิ้นดีแล้ว หานอวี่ค่อยๆ ยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของหลงเหยียนเอาไว้อย่างแ่เบา และหลงเหยียนก็ไม่ได้ปฏิเสธนาง
“เหยียน... ข้าขอเรียกเ้าด้วยชื่อที่สนิทสนมนี้ได้หรือไม่? ข้ารู้ว่าเื่ระหว่างเราเป็ไปไม่ได้ ถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากจะพูดความในใจให้เ้าได้รู้อยู่ดี เ้ารู้หรือไม่? ข้าอยากเ้าจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ตอนที่ออกไปฝึกฝนนอกสำนัก ในความคิดของข้ามีแต่เ้าอยู่เต็มไปหมด ฮึๆ เหมือนกับคนบ้าไม่มีผิด ตอนที่เ้าบอกกับข้าว่าเื่ของเราเป็ไปไม่ได้ ตอนที่สตรีที่งดงามราวกับนางฟ้าคนนั้นกอดแขนของเ้าเอาไว้แน่น ข้ารู้สึกชิงชังเหลือเกิน ทำไมนางต้องปรากฏตัวในเวลาเช่นนี้ด้วย ข้าอิจฉาและริษยานาง มองว่านางแย่งชิงความรักของข้าไป”
“เ้าชอบนางมากเลยใช่หรือไม่? ชอบจนแทบเป็แทบตายเลยสินะ ชอบจนแม้แต่จะชายตาแลข้าสักครั้งก็ยังเป็เื่ยาก ข้าใช้เวลานานกว่าจะรวบรวมความกล้า ไปสารภาพความในใจต่อเ้า ข้าชอบเ้ามานาน ความรักที่ข้ามีต่อเ้า มากกว่าความรักของพี่เมิ่งเหยาเป็ไหนๆ”
“เ้า... เ้ารู้หรือไม่ว่าการรักข้างเดียวมันทรมานเพียงใด? พวกเ้าคงพูดหยอดกันอย่างหวานชื่นทุกวัน โอบกอดกันอย่างอบอุ่น ให้ทุกสิ่งที่นาง้า คอยวนเวียนอยู่ข้างกายนางด้วยท่าทางต่ำต้อยและขี้ขลาดตลอดเวลา ข้าพูดถูกใช่หรือไม่ ข้าทรมานเหลือเกินที่เห็นเ้ามองนางด้วยสายตารักใคร่เช่นนั้น ขณะที่ข้ากลับเป็ได้แค่คนที่แอบชอบเ้าอย่างต่ำต้อยและขี้ขลาดคนหนึ่ง ต้องรอเ้าอยู่ในเงามืดอย่างเงียบๆ คิดไม่ถึงว่าที่ทำไปทั้งหมดจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเช่นนี้ ข้าเกลียดเ้าเหลือเกิน เ้าช่างน่าแค้นเคืองนัก ทำไมต้องตามข้ามาด้วย กำลังเป็ห่วงข้าอยู่หรือ?”
“ข้าไม่เคยชอบเย่ซีหนานด้วยซ้ำ แล้วทำไมเื่ทุกอย่างถึงเกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ อยู่ๆ เขาก็มาสู่ขอข้าที่นี่ ข้าไม่มีเวลาได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ เพราะไม่มีเวลาเหลือแล้ว ข้าก็เลยตัดสินใจสารภาพรักกับเ้าแบบนั้น เหยียน ข้าเกลียดเ้า เกลียดที่เ้าเ็าและใจร้ายกับข้าได้ถึงเพียงนั้น เกลียดที่เ้าคอยปกป้องและทะนุถนอมพี่เมิ่งเหยามาโดยตลอด ถึงขั้นยอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยนางออกมา กลับมองว่าข้าเป็แค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ทำไมกัน ข้าไม่ได้อยากเป็น้องสาวของเ้าสักหน่อย”
หานอวี่เช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ จากนั้นก็นำรูปภาพรูปหนึ่งออกมาจากใต้ผ้าห่ม นางยิ้มขมขื่น “ข้าคงจะน่าขันมากเลยสินะ เ้ารู้หรือไม่? ข้าเคยจุมพิตเ้าอย่างจริงจังผ่านทางรูปวาดนี้ นี่เป็รูปที่ข้าจ้างให้นักวาดภาพข้างนอกวาดขึ้น เป็รูปของเ้าในความทรงจำของข้า ใช้เวลานานถึงสามวันทีเดียว ชีวิตนี้ ข้าคงลืมใบหน้าของเ้าไม่ได้แล้ว เพราะเ้าฝังรากลึกลงไปในหัวใจของข้า ข้ากอดรูปของเ้าเข้านอนทุกวัน ข้าจูบเ้า และจินตนาการว่าได้กอดเ้าแนบอก จินตนาการว่าเราต่างเปลื้องผ้าให้กัน...”
“ข้ารู้ว่าความรักที่มีต่อเ้าอาจดูวิปริตและบ้าคลั่งไปหน่อย ที่ข้าทำท่าทีเ็าใส่เ้าก็เพราะอยากให้เ้ามองว่าข้าไม่เหมือนใครเท่านั้น ข้าอยากให้เ้ามองเห็นและให้ความสนใจกับข้ามากขึ้น ข้ายังเคยคิดว่าจะไปหาและบอกความในใจกับเ้าตรงๆ หากเ้าไม่ยอมตกลง ข้าก็จะไปที่ห้องโทษรางวัลเพื่อนำหญ้าปลิดิญญามา จากนั้นก็ทำให้เราสองคนตายไปพร้อมกัน มองดูเ้าตายไปก่อน จากนั้นข้าก็จะตายตามเ้าไปภายใต้ความสุข ข้าอยากไปอยู่กับเ้าในนรก อยากให้เรากลายเป็คู่รักที่แม้แต่ยมทูตก็ยังต้องอิจฉา”
“แต่ข้าทำไม่ลง สุดท้ายข้าก็ใจอ่อนจนได้” พูดจบก็นำสมุนไพรต้นหนึ่งออกมาจากหน้าอก
“นี่เป็หญ้าปลิดิญญา เมื่อละลายด้วยพลังและผสมกับน้ำเมื่อใด มันจะกลายเป็ยาพิษที่ไม่มีทั้งสีและกลิ่น”
หลงเหยียนใจนเหงื่อท่วม! เขาแอบนึกดีใจ... ‘โชคยังดีที่นางไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ’
หานอวี่พูดต่อ “ทว่าต่อจากนั้น เมื่อรู้ว่าเราไม่มีทางได้รักกัน นับวันข้าก็ยิ่งอยากให้เราไปรักกันในโลกิญญามากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายข้าก็ลงมือจนได้ แต่ทำไมกัน ทั้งที่เ้ากินหญ้าปลิดชีพนั้นลงไปแล้วแท้ๆ ทำไมถึงไม่เป็อะไรเลย ทั้งที่ข้าเป็คนให้หลิงเทียนอวี่ยกพิษไปให้เ้าด้วยตนเองแท้ๆ ความจริงแล้ว สมุนไพรในมือข้าเป็สมุนไพรส่วนที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้ตัวเอง”
“ข้าเข้าใจแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็ลิขิต์สินะ คงต้องโทษที่เราไม่มีวาสนาต่อกัน ถึงจะเป็เช่นนั้น ข้าก็ยังไม่อยากยอมแพ้ นอกจากจะเกลียดเ้าแล้ว ข้ายังเกลียดตัวเองด้วย เกลียดที่ตัวเองไร้ประโยชน์ เกลียดที่ตัวเองไม่เอาไหน เกลียดที่ไปชอบคนที่เป็ไปไม่ได้เช่นนี้ อีกทั้งความรักนั้นยังทำให้ข้าคลั่ง ทำให้ข้าสติแตกอีก”
“เหยียน... เ้าเองก็คงจะรู้สึกว่าตัวเองใจร้ายเหมือนกันสินะ? ข้ารักเ้า เ้ากลับไปรักคนอื่น ข้ารู้ว่าเื่ของเราเป็ไปไม่ได้ อย่างไรเสียข้าก็แค่อยากได้รับความรักจากเ้า เพียงเล็กน้อยก็พอแล้ว ขอร้องเถิด อย่าเืเย็นกับข้านักเลย”
หัวใจของหลงเหยียนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผู้หญิงคนนี้รักแรงแค้นแรงจริงๆ คิดไม่ถึงว่านางจะวางยาพิษใส่ตนเช่นนี้ หญ้าปลิดชีพเป็พิษร้ายแรง หากไม่ใช่เพราะวิชาหวนปราณ ป่านนี้ตนคงจะตายจนเหลือแค่กระดูกไปแล้ว
เมื่อมองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง หลงเหยียนกลับรู้สึกด้านชาไปทั้งใจ นางกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเสียใจ หรือนี่คือความรักที่ใครคนหนึ่งมีต่อใครอีกคน มันทำให้คนคนหนึ่งเป็บ้า และสูญเสียความเป็ตัวเองไปได้ขนาดนี้เชียว?
หากเขาเสียหลงหลิงไป เขาก็คงจะเป็เช่นนี้เหมือนกันสินะ ภาพวาดนั้นก็เป็เหมือนที่ยึดเหนี่ยวหัวใจของนาง คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเหยียนจะทำร้ายนางอย่างรุนแรงขนาดนี้โดยไม่รู้ตัว
“ข้าขอโทษ”
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน บางทีนี่อาจเป็การปลอบประโลมที่ดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้แล้ว
“เสี่ยวอวี่ หากอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถิด ร้องออกมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้น จากนั้นเราค่อยไปที่โถงหลักกัน หากเ้าไม่ชอบเขาจริงๆ ก็ปฏิเสธออกไปโดยตรงเลย วางใจเถิด ข้าจะคอยช่วยเหลือและสนับสนุนเ้าเอง”
เมื่อหลงเหยียนพูดจบ หานอวี่ที่เดิมก็น่าสงสารอยู่แล้วกลับปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดนางก็ค่อยๆ สงบลง แล้วมองไปยังหลงเหยียนด้วยสายตาลึกซึ้ง
“จูบข้าสักครั้งได้หรือไม่?”
“นี่มัน...?” หลงเหยียนยังคงลังเล ทว่าหานอวี่กลับประคองใบหน้าของเขาเอาไว้แล้วประกบริมฝีปากเข้ามา เมื่อริมฝีปากของนางัักับริมฝีปากของหลงเหยียน เขาที่เตรียมจะผลักนางออกห่าง กลับรู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ความซาบซ่านไหลพล่านไปทั่วร่างกาย ในตอนที่นางขบริมฝีปากของหลงเหยียนเบาๆ เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ หากมีใครมาเห็นเข้าต้องแย่แน่ ถึงแม้จะรู้แบบนั้น ก็เป็เื่ยากเหลือเกินที่หลงเหยียนจะปฏิเสธสตรีที่น่าหลงใหลเช่นนี้
‘ไม่... ไม่นะ... นี่ไม่ใช่ความ้าของข้า ข้าจะทำแบบนี้ไม่ได้ คนที่ข้ารักคือเสี่ยวหลิง ข้าแค่อยากปลอบใจนางเท่านั้น’
หลงเหยียนผลักนางออกห่าง ทว่าหานอวี่กลับหันไปปลดอาภรณ์บนร่างอรชรลงอย่างช้าๆ
“พอได้แล้ว” ในตอนนั้นเอง หลงเหยียนก็คำรามกร้าวขึ้น
เขาเดินหลบหน้านางออกมา กระทั่งเดินไปถึงที่หน้าประตูถึงหยุดแล้วหันหน้ากลับไปอีกครั้ง
“เสี่ยวอวี่ ไปที่โถงหลักกับข้าเถิด ท่านตงจวินกับคนอื่นๆ รอมานานแล้ว เดี๋ยวพวกเขาจะร้อนใจเอา”
เมื่อเปิดประตูออก สิ่งที่หลงเหยียนมองเห็นกลับเป็ใบหน้าของชายหนุ่มที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เย่ซีหนานยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง ข้างกายเขายังมีเย่ซีหรานยืนอยู่ด้วย ทั้งสองกำลังกวาดตามองหลงเหยียนด้วยสายตาที่คมเฉียบและเยือกเย็นดั่งคมมีด
--------------------
