บทที่ 11 คนปรุงโอสถขั้นห้า
สำหรับยาหุยหยวนนั้น มันใช้กับนักพรตชั้นสูงที่อยู่เหนือขั้นตงซวน พลังปราณของร่างกายนักพรตชั้นสูงเ่าั้เปรียบเสมือนท้องทะเลกว้างยากจะหยั่งถึง ต่อให้กินยาอายุวัฒนะทั่วไปเป็สิบเป็ร้อยเม็ดก็ไม่สามารถฟื้นฟูพลังปราณที่แท้จริงได้มากนัก อีกทั้งยังต้องใช้เวลานาน ดังนั้นนักพรตเ่าั้จึงไม่โปรดปรานสักเท่าไร แต่ยาหุยหยวนเป่านั้นแตกต่างออกไป สรรพคุณทางยาของมันอ่อนโยน กลมกล่อม และคงอยู่ต่อเนื่อง สำหรับผู้บำเพ็ญในขั้นตงซวนแล้ว แค่เพียงลมหายใจไม่กี่อึดใจก็สามารถฟื้นฟูพลังปราณได้เกือบจะครบสิบส่วนแล้ว นับว่าเป็ยาอายุวัฒนะที่ช่วยชีวิตในการต่อสู้และการผจญภัยโดยแท้
แต่ยานี้ปรุงออกมาไม่ง่าย มีปริมาณน้อยแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วจึงไม่แพร่หลายในตลาด แต่กลับแพร่หลายในหมู่นักพรตระดับสูงที่มีพลังยุทธ์สูงเท่านั้น ก็นับว่าเป็เื่ปกติที่พวกเ้าจะไม่รู้!
“มิน่าเล่าท่านถึงได้พูดว่าเขาสิ้นเปลือง มันก็เป็เื่จริง ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นพลังจิตหนึ่งที่กินยาอายุวัฒนะของขั้นตงซวน ไม่จุกตายก็โชคดีมากแล้ว!”
“ไม่ได้ยินที่ท่านผู้เฒ่าพูดหรืออย่างไร ยานี้มีสรรพคุณอ่อนโยน และคงอยู่ต่อเนื่อง น่าจะปล่อยพลังของมันออกมาทีละน้อยตามระดับพลังยุทธ์ มิฉะนั้น นายน้อยตระกูลลู่คงจะจุกตายไปนานแล้ว!”
“คิดไม่ถึงว่าตระกูลลู่จะได้ยาหุยหยวนเป่ามาครอง คิดว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้น่าจะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย!”
ในบรรดาผู้คนนับพัน คนที่เฝ้าสังเกตการณ์จากภายนอก แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงนักพรตที่มีการฝึกตนขั้นสูงและนักพรตที่มีวิสัยทัศน์ที่ต่างจากผู้อื่น ในเวลานี้ ต่างก็มีความรู้สึกนึกคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจเหมือนกัน
เมิ่งเทียนอวิ๋นในฐานะนักพรตอัจฉริยะ ย่อมรู้จักยาอายุวัฒนะเม็ดที่ลู่อวี่กินอยู่แล้ว ถึงกับสาปแช่งในใจเงียบๆ เพราะแม้แต่สถานะเช่นเขาในตระกูลเมิ่งก็มียาหุยหยวนเป่าปกป้องชีวิตแค่เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น และได้ใช้มันในการต่อสู้ไปเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้เมื่อรู้ว่าแผนที่วางไว้พังทลายลง ก็รู้สึกเคียดแค้นไม่น้อย ข้าเป็ถึงนักพรตอัจฉริยะใน่ปลายขั้นพลังจิตแต่จะจัดการเ้าไม่ได้จริงๆ น่ะหรือ?
“ฝ่ามือปีศาจชิงหยาง จัดการให้ข้าเดียวนี้!” เมิ่งเทียนอวิ๋นชูมือขวาขึ้นสูงและะโเสียงดังออกมา วงล้อชิงหยางก็หยุดกะทันหันและกลายเป็ฝ่ามือั์ฟาดไปที่ลู่อวี่อย่างไม่ปรานี
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของพลังวิเศษ ร่างของลู่อวี่ถูกจับนิ่งอยู่กลางอากาศ แทบจะขยับตัวไม่ได้ ภายใต้อากาศกดทับแม้แต่หายใจก็ยังลำบาก
แม้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับอันตรายและความตายตรงหน้า แต่ในเมื่อลู่อวี่เคยผ่านความตายมาแล้ว เหตุการณ์เช่นนี้จึงไม่ทำให้เขาล้มได้ เขาจึงพ่นลมหายใจเข้าออกยาวๆ ดวงตาพลันปรากฏแสงเปล่งประกาย และคำรามออกมาด้วยเสียงอันกึกก้อง ในขณะเดียวกันก็เหยียดมือขวาออกไป ชูนิ้วชี้ขึ้น พลังลมปราณขนาดมหึมาของแสงจากทั่วทุกสารทิศก็เข้ามารวมตัวกัน เปลี่ยนความว่างเปล่าให้กลายเป็ความจริง รวบรวมพลังปราณเป็นิ้วสีทองขนาดใหญ่ยาวหลายจั้งชี้ไปยังกลางฝ่ามือั์ที่กำลังใกล้เข้ามา
“พลังฟ้าดิน นิ้วทะลวงฟ้า! สลาย!”
หลังจากเสียงะโก้องของลู่อวี่ พลังวิเศษทั้งสองก็ปะทะเข้าหากันทันที แต่น่าแปลกที่ไม่มีเสียงใดๆ ดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่เสียงเดียว แต่มีเพียงแสงสีฟ้าทองพร่างพรายที่กระจายออกมาจากจุดปะทะกัน จนกระทั่งแสงกระจายตัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งูเาไป๋สือ เสียงะเืและเสียงการแตกกระจายของพลังวิเศษก็ค่อยๆ ดังขึ้นอย่างช้าๆ
บนฝ่ามือั์ปกคลุมไปทั่วรอยแตกที่กระจัดกระจาย ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินเสียงแตกกระจายมันก็แตกออกเป็เสี่ยงๆ แค่ในลมหายใจเดียว และท้ายที่สุดวงล้อชิงหยางที่อยู่ตรงกลางฝ่ามือั์ก็ส่งเสียงครวญครางออกมาและสลายหายไปกลายเป็แสงสีฟ้าอ่อนๆ พลันหายวับไปจากจุดยิ่นถางของเมิ่งเทียนอวิ๋นในพริบตา
แต่หลังจากพลังนิ้วทะลวงฟ้าทลายฝ่ามือนั้นแล้ว มันกลับยังคงอยู่ไม่หายไปแค่ลดขนาดลงจากเดิมเพียงเล็กน้อย และพุ่งเข้าโจมตีเมิ่งเทียนอวิ๋นต่อทันที
เมื่อพลังวิเศษถูกทำลายลง และในขณะที่ควบคุมพลังยื้อแย่งชัยชนะกันอยู่นั้น เมิ่งเทียนอวิ๋นที่ได้รับาเ็จากการย้อนกลับของพลังวิเศษ และในขณะที่นิ้วั์จากพลังนิ้วทะลวงฟ้าก็เข้ามาใกล้ตัว ใบหน้าสุขุมแดงก่ำขึ้นภายใต้แรงกดดันท่ามกลางความเป็ความตาย ดวงตาเบิกกว้าง ถอยหลังไปตั้งหลัก พร้อมกับขว้างอาวุธวิเศษป้องกันทั้งหมดที่มีในแหวนลับออกมาสร้างเป็เกราะป้องกันหลายชั้น
แต่พลังนิ้วทะลวงฟ้าที่ลู่อวี่ปล่อยออกมานั้นทั้งแข็งแกร่งและรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด อาวุธวิเศษทั้งหมดที่ขวางอยู่ตรงหน้าเขาจึงแตกออกเป็เสี่ยงๆ เมิ่งเทียนอวิ๋นอาเจียนออกมาเป็เืทุกครั้งที่มันแตกออกเป็เสี่ยงๆ และเป็เพราะว่าถูกควบคุมไว้จนไม่สามารถหลบหลีกได้ต่อให้ใจอยากจะทำก็ตาม
บริเวณรอบนอกเวทีประลองซือซาที่ตระกูลเมิ่งอยู่ เมื่อเมิ่งฉางชิงเห็นว่าลูกชายคนโตของเขากำลังจะถูกนิ้วั์สังหาร ก็พลันทำสีหน้าตื่นตระหนก คิดจะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เวทีประลองซือซากลับถูกพลังบางอย่างเด้งกลับด้วยแรงมหาศาลจนกระอักเืออกมาอย่างรุนแรง
เป็เพราะก่อนการประลองได้มีการสร้างเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นไว้ เป็การตกลงร่วมกันของทั้งสองตระกูล และนักพรตที่ได้รับเชิญมาเป็ประธานในครั้งนี้ ดังนั้นการที่เมิ่งฉางชิงฝ่าเข้าไปโดยพลการเช่นนี้ จึงถูกผลักออกมา
ประมุขตระกูลเมิ่ง เมิ่งฉางเซิงถึงกับหน้าถอดสี รีบรุดเข้าไปช่วยน้องชาย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเมิ่งฉางชิง จะเพิกเฉยต่อเขาและอาเจียนออกมาเป็เืพลางะโเสียงดัง “ตระกูลเมิ่ง ยอมแพ้ หยุดสู้กันเสียตอนนี้ โปรดสั่งหยุดการประลองนี้ทันที ข้ายอมทำตามที่พนันกันไว้!”
พูดตามหลักความเป็จริงในเมื่อเป็การประลองสู้กัน จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดหยุดกลางคัน แต่อาจลองเสนอข้อตกลงที่น่าพึงพอใจเพื่อยุติการต่อสู้กันได้ นับว่าเป็ราคาที่ต้องจ่าย แม้ว่าตระกูลเมิ่งจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปก็ตาม แต่จะนับเป็อะไรได้สำหรับตระกูลอันดับห้าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรในเทียนตู เพราะอย่างไรเสีย ค่าใช้จ่ายของตระกูลในการฝึกฝนเด็กอัจฉริยะสักคนหนึ่งนั้นย่อมมากกว่าราคาที่จ่ายในเวลานี้เสียอีก อาวุธวิเศษ แหล่งแร่เซียนหยกเสียไปก็หาซื้อใหม่ได้ หรือหากจะให้ปล้นชิงมาก็ย่อมได้ แต่ลูกหลานอัจฉริยะมีแต่ตนเองเท่านั้นที่ฝึกฝนได้
เมื่อได้ยินเสียงะโของบิดา เมิ่งเทียนอวิ๋นก็กระอักเืออกมาเต็มปากอีกครั้ง เขารู้สึกเศร้าและโกรธแค้นยิ่งนัก! มองลู่อวี่อย่างเคียดแค้น และเ็ปอยู่ในใจ ถึงแม้เขาจะรอดไปได้ในวันนี้ แต่การดูถูกเหยียดหยามที่เขาได้รับก็เพียงพอที่จะทำให้เขาละอายแก่ใจอยู่ไม่น้อย อัจฉริยะที่รายล้อมไปด้วยความภาคภูมิใจของตระกูล ความอิจฉาและถ้อยคำชื่นชมของญาติพี่น้องและมิตรสหาย ทุกอย่างมลายหายไปหมดสิ้น และทั้งหมดนี้เป็เพราะคนเสเพลจากตระกูลลู่ผู้นี้
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลของพลังวิเศษนิ้วทะลวงฟ้า ทำให้เส้นลมปราณทั้งหมดในร่างกายของเมิ่งเทียนอวิ๋นแตกสลาย ตัวของเขาเปื้อนไปด้วยเืก่อนจะร่วงหล่นลงมาจากฟ้า อาการาเ็รุนแรงมากจนคนที่ดูออกก็อดใกับพลังวิเศษของลู่อวี่ไม่ได้!
หลังจากที่ลู่อวี่ปล่อยพลังนิ้วทะลวงฟ้าออกมาก็ยังคงยืนอยู่บนฟ้า แม้ว่าใบหน้าจะซีดเซียวเล็กน้อย แต่กลับยังคงแข็งแกร่ง
'นิ้วทะลวงฟ้า' นี่เป็พลังวิเศษหนึ่งในบรรดาพลังยุทธ์โดยกำเนิดทั้งสาม ที่ลู่อวี่ได้รับหลังจากที่บรรลุขั้นเข้าสู่่ปลายเริ่มต้นของขั้นพลังจิต ตามจริงแล้วหากจะฝึกฝนพลังวิเศษนี้ย่อมต้องมีพลังยุทธ์ขั้นพลังจิต หากไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาอายุวัฒนะ ที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้ยังคงมีฤทธิ์อยู่ แค่พลังปราณที่เขามีในตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางยืนหยัดอยู่จนโจมตีฝ่ามือปีศาจชิงหยางแตกได้
เมื่อตระกูลเมิ่งยอมรับความพ่ายแพ้ นักพรตที่เป็ประธานในการประลองฝีมือกันในครั้งนี้ก็รีบโบกแสงวิเศษเข้าปกป้องเมิ่งเทียนอวิ๋นทันที แต่พลังวิเศษที่ลู่อวี่ปล่อยออกมากลับยังหลั่งไหลออกมาไม่หยุด และยังคงพุ่งตรงไปทางเมิ่งเทียนอวิ๋นที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงวิเศษ ตามมาด้วยเสียงคำรามทุ้มต่ำ จากนั้นนิ้วั์ก็สลายหายไปในที่สุด เมิ่งเทียนอวิ๋นที่ได้รับการปกป้องอยู่ในแสงวิเศษนั้นไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าพลังนิ้วทะลวงฟ้าก็มาถึงจุดสิ้นสุดของความแข็งแกร่งแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ลู่อวี่ผิดหวังในใจไม่น้อย
แต่เวลานี้เขาเองก็ไม่สามารถโจมตีผู้ใดได้อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เขายังอ้างได้ว่ามีเวลาฝึกฝนแค่่สั้นๆ ทำให้ปล่อยพลังออกไปได้แต่เรียกเก็บกลับคืนมาไม่ได้ หากเป็เช่นนั้นแล้วไม่ว่าใครก็ตำหนิเขาไม่ได้ แต่หากยังโจมตีต่อไปอีก ก็จะดูเหมือนทำเกินไป ที่สำคัญคือการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถทำลายเกราะป้องกันที่อยู่นอกร่างของเมิ่งเทียนอวิ๋นได้ นั่นถือเป็เกราะป้องกันวิเศษที่ยอดฝีมือผู้มีพลังยุทธ์ใน่ปลายตงซวนปล่อยพลังออกมา เดิมทีมันก็ไม่ใช่พลังปราณและพลังเวทในระดับเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นแกล้งทำเป็มีน้ำใจและยืนนิ่งอยู่กับที่ดีกว่า
แต่ในเวลานี้ เมิ่งเทียนอวิ๋นได้รับาเ็สาหัสคล้ายกับกำลังสิ้นใจอยู่รอมร่อ หากไม่มียาขนานวิเศษ ก็อย่าหวังว่าจะฟื้นตัวในเวลาอันสั้นได้ เดิมทีเมื่อลู่อวี่เห็นดวงตาอาฆาตแค้นและไม่พอใจของเมิ่งเทียนอวิ๋น ก็คิดจะฆ่าเขาทิ้งไปแล้ว แต่กลับยังกลั้นใจไว้ได้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ตระกูลลู่ก็ไม่คิดที่จะต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายกับตระกูลเมิ่งอยู่แล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการที่เขามีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น และไม่กลัวการแก้แค้นของผู้ใดอีกแล้ว นี่คือข้อดีที่เขาได้รับจากการเกิดใหม่ เพราะหากยังไม่สามารถจัดการแม้แต่คนที่มีสมญานามว่าเด็กอัจฉริยะของตระกูลเมิ่งได้ง่ายๆ ก็สู้ตายไปเลยเสียยังดีกว่า!
เมื่อเมิ่งฉางชิงเห็นลูกชายได้รับการปกป้อง ความตึงเครียดที่มีก็คลายลง ร่างกายพลันอ่อนยวบและหมดสติไป
คนในตระกูลเมิ่งต่างพากันใ และไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยซ้ำ ตระกูลลู่ก็ยิ่งตกตะลึง เดิมทีคิดว่าหากลู่อวี่สามารถเอาชีวิตรอดอยู่บนเวทีได้ก็นับว่าขอบคุณ์แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์น่าตกตะลึงเช่นนี้เกิดขึ้น ในทางกลับกัน อัจฉริยะของตระกูลเมิ่งเกือบจะถูกฆ่าตาย
แค่เพียงพริบตาเดียว “เสียงฮือฮา” ก็ดังขึ้นด้านนอกสนามประลอง เสียงดังอื้ออึงเซ็งแซ่ไปทั่วทิศ มีทั้งคนที่ใและชื่นชม มีที่เสียใจ โกรธ และยกย่อง
ใบหน้าของเมิ่งฉางเซิงบึ้งตึง ดวงตาเต็มไปด้วยความมืดดำอำมหิตจ้องมองลู่อวี่ที่อยู่กลางอากาศ จากนั้นถึงได้เข้าไปประคองเมิ่งฉางชิงลุกขึ้นและกล่าวกับลู่เหว่ยจุนอย่างเ็า “ตระกูลลู่เต็มไปด้วยคนมีพร์เสียจริง เื่ในวันนี้ก็ให้จบลงที่แห่งนี้ และเื่ที่เ้ากับน้องชายของข้าตกลงกัน จะมีคนตามมาจัดการให้!”
ตอนนี้เมิ่งเทียนอวิ๋นถูกส่งไปยังที่พักของตระกูลเมิ่ง และได้รับยารักษาอาการาเ็ เพื่อให้าแฟื้นตัวชั่วคราว แต่เห็นได้ชัดว่าอาการของเขาย่ำแย่ไม่น้อย ทำให้สมาชิกในตระกูลที่เห็นอาการาเ็ของเมิ่งเทียนอวิ๋น แสดงสีหน้าเศร้าและโกรธแค้น
ตรงข้ามกับฝั่งของตระกูลลู่ ลู่เหว่ยจุนสังเกตเห็นปฏิกิริยาของตระกูลเมิ่งอยู่นานแล้ว เวลานี้เมื่อได้ยินสิ่งที่ประมุขตระกูลเมิ่งพูด จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับและทำเป็ไม่สนใจ ก่อนจะเหาะเหินเดินอากาศมายืนข้างกายลู่อวี่และถามด้วยความเป็ห่วง “อวี่เอ๋อร์ เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”
ลู่อวี่ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็ดีขอรับ แต่ระดับพลังยุทธ์ของข้าต่ำเกินไป พลังปราณถูกใช้ไปมาก แต่นับว่ายังไม่ได้เป็อะไรมาก!”
ลู่เหว่ยจุนได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตบไหล่ลูกชายเบาๆ แล้วพาเขาหายวับกลับมายืนตรงหน้าทุกคนในตระกูลลู่ในชั่วพริบตา
ผู้เฒ่าสามลู่หงจี มองลู่อวี่ด้วยความประหลาดใจพลันยิ้มและกล่าวว่า “ลู่อวี่น้อยมีไพ่เด็ดจริงๆ พลังวิเศษนี้ผู้าุโที่เ้าเคยเล่าให้ฟังได้ถ่ายทอดวิชามาให้ด้วยใช่หรือไม่? ไม่เสียแรงที่เป็ถึงปรมาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง แม้แต่ฝ่ามือปีศาจชิงหยางของตระกูลเมิ่งยังถูกโจมตีจนแตกสลายได้อย่างง่ายดาย พลังนี้ของเ้าทรงพลังยิ่งนัก!”
ในเวลานี้ นักพรตที่นั่งรับชมอยู่วงนอกและคุ้นเคยกับตระกูลลู่ดีก็ทยอยกันเข้ามาแสดงความยินดี แม้ว่าการต่อสู้ของทั้งสองตระกูลจะเป็เพียงการต่อสู้ของสองนายน้อยเท่านั้น แต่รางวัลที่ได้รับนั้นช่างน่าดึงดูดใจจริงๆ
มีกระทั่งผู้ที่เข้ามาสอบถามเื่ของยาหุยหยวนเป่าของตระกูลลู่ ทั้งยังแอบถามดูว่าตระกูลลู่ยังมียาหุยหยวนเป่าเก็บไว้มากน้อยเพียงใด ด้วยอยากจะขอซื้อเก็บไว้สักเม็ด
ยาหุยหยวนเป่ามีความพิเศษมาก มันคือยาอายุวัฒนะที่มาพร้อมกับการปรุงยาหุยหยวนระดับสาม แต่มีโอกาสสำเร็จได้น้อยยิ่งนัก การปรุงยาหุยหยวนเป็ร้อยเตาก็อาจไม่ได้ยาหุยหยวนเป่าออกมาแม้แต่เม็ดเดียว แต่บางครั้งแค่ปรุงยาเตาหนึ่ง หากไม่ทันระวังก็อาจได้ยาหุยหยวนเป่าออกมาหลายเม็ดในคราวเดียวกัน จริงๆ แล้วยาอายุวัฒนะนี้ไม่ได้มีสูตรพิเศษในการสกัดยา อาศัยเพียงโชคเท่านั้น ไม่เช่นนั้น ยาอายุวัฒนะนี้คงจะไม่ล้ำค่ามากเช่นนี้
ดังนั้นลู่เหว่ยจุนจึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการตอบคำถาม แต่ไม่ได้เปิดเผยที่มาของยาอายุวัฒนะนี้ เขากล่าวแต่เพียงว่ายาอายุวัฒนะนี้เป็สมบัติของตระกูลลู่ และเพื่อความปลอดภัยของลูกชายถึงได้นำออกมาใช้ในครั้งนี้เท่านั้น