เมื่อร้านอาหารว่างปิดตัวลง อย่างมากที่สุดคือเปิดใหม่อีกครั้ง
หากค้าขายในเขตอันชิ่งได้ไม่ดี เช่นนั้นก็ไปเมืองเฟิ่งเสียน หรือไปซางตูเมืองเอกประจำมณฑลเสียเลยก็ย่อมได้ ตลาดผู้บริโภคของซางตูมีขนาดใหญ่กว่า ถ้าธุรกิจราบรื่นจะมีแต่กำไรเพิ่มพูน
จะหย่าไม่ได้เด็ดขาด
แม้รู้สาเหตุของการปิดร้านและสาเหตุที่บิดามารดาทะเลาะกัน เซี่ยจื่ออวี้ก็อยากเลียนแบบเซี่ยเสี่ยวหลานจริงๆ เธออยากตัดขาดความสัมพันธ์กับคนตระกูลเซี่ยที่ไร้ความรู้เหลือเกิน แต่เธอกลับทำเช่นนั้นไม่ได้ ในปี 84 การหย่าร้างนับเป็ชื่อเสียติดตัวที่ไม่น่าฟังอย่างรุนแรง เซี่ยเสี่ยวหลานปล่อยความผิดพลาดไปตามยถากรรม ทว่าเซี่ยจื่ออวี้ต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของหวังเจี้ยนหัว
หวังเจี้ยนหัวไม่ถือสาที่พ่อแม่เธอหย่าร้าง แล้วหวังก่วงผิงกับหร่านซูอวี้เล่า?
ยังไม่ต้องพูดถึงหร่านซูอวี้ ในตอนแรกหวังก่วงผิงเ็าต่อเธอมาก ต่อมาท่าทีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เซี่ยจื่ออวี้มิอาจท้าทายความอดทนของหวังก่วงผิงได้อีก สามีภรรยาต้องมีทุกข์ร่วมทุกข์มีสุขร่วมเสพ นี่คือแิหยั่งรากฝังลึกของคนรุ่นก่อน แน่นอนว่ายังมีคู่สามีภรรยามากมายที่ทนถูกอีกฝ่ายถ่วงรั้งไม่ไหวเหมือนกัน ยามมหันตภัยมาเยือนต่างหลีกลี้หนีหายไปคนละทาง... ในเมื่อหร่านซูอวี้สามารถทนทุกข์พร้อมกับหวังก่วงผิงได้ แิที่คนตระกูลหวังเห็นชอบย่อมเป็การร่วมทุกข์ร่วมสุขแน่นอน สามีภรรยาที่ทะเลาะกันหนักหนาเพียงใดก็ยังใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้ แล้วทำไมพ่อแม่ของเธอเซี่ยจื่ออวี้จะต้องหย่าร้างแยกทางกัน?
แม้แต่การดูตัวในอนาคต หลายคนก็ยังชั่งใจผู้ที่มาจากครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่น้อยทีเดียว นับประสาอะไรกับยุค 80
คนที่จะไม่ถือได้นั้นมีอยู่น้อยนิดเหลือเกิน เซี่ยจื่ออวี้ไม่้าเสี่ยง
พอหย่าแล้ว หากอาศัยจางชุ่ยมารดาของเธอเพียงผู้เดียว จะสามารถประคับประคองธุรกิจไว้ได้หรือ? แม้มีน้าชายจางหม่านฝูช่วยเหลือ สุดท้ายก็ไม่ใช่คนฉลาดหลักแหลมอะไรอยู่ดี เซี่ยจื่ออวี้รู้ว่าบิดามารดารักเซี่ยจวิ้นเป่าผู้เป็น้องชายมากกว่า แต่เทียบกับคนนอกแล้ว เธอทำได้แค่เลือกเชื่อมั่นในบิดามารดา
พ่อแม่บังเกิดเกล้ายังมีข้อบกพร่องต่างๆ นานา คนนอกจะไม่มีข้อบกพร่องเชียวหรือ?
หาเงินได้หนึ่งหมื่น ต่อให้พวกเขามีความเห็นแก่ตัวของตนเอง อย่างน้อยจะเหลือไว้ให้เธอห้าพัน ส่วนคนนอกนั้นไม่แน่
ระหว่างเซี่ยฉางเจิงกับจางชุ่ยตึงเครียดมาก เซี่ยจื่ออวี้เองก็ร้อนใจ ด้วยสภาวะแบบนี้ กระทั่งชีวิตของครอบครัวตนเองยังเอาไม่รอด จะก่อกวนคนอื่นได้อย่างไร? หรือจะปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัยโดยสวัสดิภาพกันเล่า?!
ครั้งนี้เซี่ยจื่ออวี้ไม่ส่งโทรเลข เธอเขียนจดหมายยาวเหยียดหนึ่งฉบับ พรรณนาให้หวนระลึกว่ากว่าทั้งครอบครัวจะเดินทางมาจนถึงวันนี้มันช่างยากเย็นเพียงใด ต้องทำธุรกิจโดยหลบๆ ซ่อนๆ คนอื่น ความเป็อยู่สุขสบายขึ้นได้อย่างไร เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ในอนาคตน้องชายเซี่ยจวิ้นเป่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาเป็คนเมืองด้วยเช่นกัน ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองตามทุกวันเวลาที่ผันผ่าน อย่าว่าแต่คนอื่นในตระกูลเซี่ย ต่อให้นับทั่วทั้งหมู่บ้าน ทั่วทั้งถิ่นชนบท ชีวิตใครจะดีเทียบเทียมพวกเขาสี่คนได้?
ในเวลานี้ สำหรับคนอื่นแล้วมันสายเกินไปที่จะอิจฉาตาร้อน ทว่าครอบครัวตนเองกลับไม่ทะนุถนอมสิ่งที่มี สร้างความแตกแยกในครอบครัว ทำให้คนอื่นต้องหัวเราะเยาะ
เซี่ยจื่ออวี้นึกถึงความยากลำบากในอดีต และมุ่งหวังถึงความรุ่งโรจน์ในอนาคต
จบแล้วเขียนไว้ท้ายจดหมาย ถ้าพ่อแม่หย่ากัน เธอจะไม่เลือกใครสักคน และจะไม่กลับบ้านเกิดอีกเลย ให้พวกเขาคิดเสียว่าไม่มีลูกสาวคนนี้!
จดหมายของเซี่ยจื่ออวี้ใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง โดยเฉพาะประเด็นสุดท้าย ให้เซี่ยฉางเจิงกับจางชุ่ยคิดเสียว่าไม่มีลูกสาวอย่างเธอคนนี้... นั่นจะเป็ไปได้อย่างไรเล่า เซี่ยจื่ออวี้สร้างเกียรติยศให้พวกเขามากมายขนาดไหน? เป็เพราะเซี่ยจื่ออวี้สอบติดมหาวิทยาลัย เวลาเซี่ยฉางเจิงกับภรรยาแกไปไหนก็ถูกผู้คนชื่นชมยกย่อง
หากไม่มีเซี่ยจื่ออวี้ ต่อจากนี้ไปใครจะพาพวกเขาหลุดพ้นจากชนบทและกลายเป็คนเมืองกัน?
ในที่สุดจดหมายของเซี่ยจื่ออวี้ก็ทำให้เซี่ยฉางเจิงกับจางชุ่ยสามารถนั่งลงเจรจากันอย่างใจเย็น สองเดือนที่ผ่านมานี้ ตระกูลเซี่ยกับตระกูลจางผลัดกันทำลายล้างอีกฝ่าย เซี่ยฉางเจิงและจางชุ่ยโกรธเคืองกันจริงๆ โดยเฉพาะจางชุ่ย เธอมีฝีมือทำอาหารว่าง ขบคิดดูแล้วเธอไม่กลัวการหย่าแม้แต่น้อย... คำพูดในจดหมายเซี่ยจื่ออวี้ตรงใจของจางชุ่ยพอดี อย่างมากที่สุดเธอไม่เอาร้านหน้าเซี่ยนอีจงก็ได้ และค่อยเปิดร้านอาหารว่างแห่งใหม่ที่อื่นแทน เธอทำอาชีพนี้จนมีประสบการณ์แล้ว จางหม่ายฝูและเจียงเหลียนเซียงก็สามารถช่วยงานได้ เธอจะคาดหวังกับเซี่ยฉางเจิงไปทำไม!
ความ้าหย่าของจางชุ่ยมากกว่าเซี่ยฉางเจิง
เซี่ยฉางเจิงโดนคนในครอบครัวยุยง เกิดอาการขึ้นหลังเสือแล้วยากจะลง
ถ้าให้เขาไม่มีจางชุ่ยและไปเปิดร้านอาหารว่างด้วยตนเอง เซี่ยฉางเจิงไม่มีปัญญาแน่นอน
ส่วนเซี่ยหงปิงกับหวังจินกุ้ยก็ไม่กล้าปากมากแล้ว เนื่องจากทั้งสองเคยไปลองที่ ‘จางจี้’ เซี่ยหงปิงมีแค่พละกำลัง ไร้ซึ่งทักษะการนวดแป้งโดยสิ้นเชิง ส่วนหวังจินกุ้ยทำของกินได้รสชาติเลวร้ายเหลือจะทน—หวังจินกุ้ยทำอาหารบ่อยครั้งตอนอยู่บ้านเซี่ย แต่คนชนบทใส่ใจกับความคุ้มค่า อิ่มท้องได้ก็ไม่เลวแล้ว ยังหวังรสชาติอะไรอีก? อีกทั้งก่อนหน้านี้หวังจินกุ้ยไม่มีความคิดจะฝึกปรือฝีมืออยู่แล้ว ตระกูลเซี่ยนั้นยากจนข้นแค้น เก็บมันเทศได้ก็กินมันเทศ วอวอโถว [1] ที่นึ่งจากแป้งข้าวโพดถือว่าคือของดี ต้นปีจวบจนท้ายปียังเห็นเนื้อสัตว์ไม่ถึงสองหนด้วยซ้ำ จะปรุงรสบะหมี่เนื้อแพะ หูล่าทัง หรือไส้ของซาลาเปาอย่างไร หวังจินกุ้ยไม่เคยแม้แต่จะเห็น
ฝีมือของจางชุ่ยเองก็ได้รับการชี้แนะจากเซี่ยจื่ออวี้
จางชุ่ยฝึกฝนเองอีกสามสี่ปี ถึงมีความชำนาญอย่างทุกวันนี้ ต่อให้หวังจินกุ้ยชิงหน้าร้านไป อย่างไรก็ทำธุรกิจไม่รอด
ฝ่ายที่เริ่มก่อนคือตระกูลเซี่ย ในเวลาต่อมา ตระกูลจางจึงแผลงฤทธิ์เดชบ้าง
พอได้รับจดหมายของเซี่ยจื่ออวี้ เซี่ยฉางเจิงเองก็เบาใจขึ้นมาก หากยังขัดแย้งกันต่อไปทั้งสองคงพังทลายจริงๆ จางชุ่ยถึงกับพาเซี่ยจวิ้นเป่ากลับบ้านมารดา ตัวเขาที่หย่าร้างก็จะกลายเป็ผู้ชายที่ไม่มีทั้งภรรยาและลูกชาย... เซี่ยต้าจวินคือบทเรียนแห่งความผิดพลาดนั่นเอง
แต่งภรรยาใหม่สักคน?
นั่นก็ต้องมีเงินนี่นา เงินก้อนใหญ่อยู่ในมือจางชุ่ยทั้งนั้น!
แต่งงานใหม่เพื่อมีลูกชาย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่นอน เซี่ยฉางเจิงรู้อยู่แก่ใจ เซี่ยจื่ออวี้ใช้ชีวิตกับมารดามากกว่าบิดาอย่างเขาคนนี้ หากถึงวันนั้นจริง เซี่ยจื่ออวี้จะสนใจใยดีเพียงจางชุ่ยเพียงผู้เดียว เหมือนเซี่ยเสี่ยวหลานที่หนีตามหลิวเฟินไปไม่ใช่หรือไร?
เซี่ยฉางเจิงเสี่ยงไม่ไหว เมื่อมีจดหมายของเซี่ยจื่ออวี้ เขาจึงมีบันไดให้ก้าวลงจากสถานการณ์อันแสนกระอักกระอ่วนนี้
แม่เฒ่าเซี่ยไม่รู้จักผ่อนปรน จะบงการจางชุ่ยจนยอมจำนนให้ได้ คนตระกูลจางสนับสนุนจางชุ่ย... เซี่ยฉางเจิงกล่าวกับแม่เฒ่าเซี่ยด้วยท่าทีสลดหดหู่
“จื่ออวี้บอกว่ามีพ่อแม่ที่หย่ากันมันน่าอับอายเหลือเกิน เธอจะไม่กลับบ้านเกิดอีกแล้ว แม่ แม่ว่าจะหย่าได้หรือ? พวกน้องสามไม่ใช่ไม่เคยไปเปิดร้าน พอร้านนั่นห่างจากจางชุ่ยก็ไปไม่รอด ถ้าแม่อยากให้เธอก้มหน้ารับผิด นั่นเป็การบังคับฉันเหมือนที่ทำกับเ้ารอง ฉันจะหนีออกจากบ้านเสียเลย ดีกว่าเป็ม่ายหย่าร้าง!”
ผ่านพ้นตรุษจีนมาสองเดือน ยังคงไม่มีข่าวคราวใดเกี่ยวกับเซี่ยต้าจวินเลยแม้แต่น้อย
หนีไปพร้อมกับาแ อยู่ข้างนอกนั้นมีสภาพอย่างไรกันแน่นะ เขาจะตายอยู่นอกบ้านหรือเปล่า?
ใครจะล่วงรู้เล่า ฆ่าคนฝังข้างทางในยุคนี้ เหลือเพียงโครงกระดูกยังค้นหาไม่พบด้วยซ้ำ
หญิงชราเซี่ยรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา
เธอเป็แม่ม่าย อุตส่าห์เลี้ยงดูบุตรชายสามคนจนเติบใหญ่ ก็หวังให้บุตรชายทั้งสามดูแลยามแก่เฒ่า
ตอนนี้เซี่ยต้าจวินผู้เชื่อฟังที่สุดหนีไปแล้ว ถ้าเซี่ยฉางเจิงไปอีกคน เธอจะทำอย่างไร? ให้พึ่งเซี่ยหงปิงหรือ ลูกชายคนเล็กเป็คนแบบไหน แม่เฒ่าเซี่ยรู้ดี ไม่ต้องพูดถึงภรรยาของเ้าสาม ทั้งเกียจคร้านทั้งตะกละ บ้านเ้าสามหาดีไม่เจอสักคนเดียว แม่เฒ่าเซี่ยถึงขั้นจินตนาการออกว่าหากตนเองอาศัยให้เซี่ยหงปิงดูแลเธอจะใช้ชีวิตเช่นไร
และยิ่งไปกว่านั้น หลานสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ทำให้เธอภาคภูมิใจอย่างสุดซึ้งได้ลั่นวาจาไว้แล้ว หากบิดามารดาหย่าร้างกัน จะไม่กลับมาบ้านเกิดอีก
แม่เฒ่าเซี่ยแทบไม่ยอมใช้จ่ายเงินค่ากินอยู่ ทั้งยังรีดไถเงินจากเซี่ยต้าจวินกับเซี่ยหงปิงเพื่อส่งเสียเซี่ยจื่ออวี้ศึกษาเล่าเรียน เฝ้าดวงดาวหวังดวงจันทร์ เฝ้าหวังติดตามเซี่ยจื่ออวี้ไปเป็คนเมือง
ถ้าเซี่ยจื่ออวี้ไม่กลับมาอีกแล้ว แม่เฒ่าเซี่ยยังจะดึงดันแข็งขืนไปทำไม?!
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดสถานการณ์ที่ตระกูลเซี่ยและตระกูลจางนั่งลง ‘เจรจาเพื่อสันติภาพ’ ร่วมกัน
เชิงอรรถ
[1]窝窝头 วอวอโถว คือ อาหารหลักชนิดหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวโพด มีสีเหลือง ลักษณะคล้ายหมั่นโถว