“ข้า ข้าทำเอง”
นางรีบคว้าเสื้อผ้าของตนเองเอาไว้อย่างลนลาน ไม่ยอมให้เขาถอด
ให้ตายเถอะ อยู่ๆ นางก็เกือบจะโดนเขาจับถอดเสื้อผ้าเสียแล้ว
ถูกนางปฏิเสธ เหอชางก็เก็บมือตนเองกลับไปเงียบๆ แล้วหันไปหยิบผ้าสะอาดมาจุ่มลงไปในน้ำอุ่น รอคอยให้นางถอดเสื้อตนเองออกอย่างใจเย็น
“ท่าน.. ท่านช่วยทำเหมือนไม่ได้มองได้หรือไม่”
เพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องถูกมอง หม่าเจี่ยซินที่รู้สึกอับอายจนตัวแดงจึงหันไปบอกเหอชางพร้อมกับถลึงตาใส่เขาไปด้วยครั้งหนึ่ง แล้วนางก็เห็นริมฝีปากของเขายกยิ้มขึ้นมาราวกับกำลังขำ
เหอชางดึงอาภรณ์ตัวนอกที่นางถอดเสร็จแล้วไปพาดด้านข้าง จากนั้นก็หันมาหยิบผ้าที่บิดน้ำออกจนหมาดมาถือเอาไว้แล้วลงมือช่วยนางเช็ดไปตามร่างกาย
ริมฝีปากบางกัดเข้าแน่นตลอดเวลาที่ถูกเขาัั หน้าอกใต้เอี๊ยมตัวบางของนางร้อนวูบวาบเมื่อถูกผ้าเปียกในมือของเขาเช็ดไปตามลำคอมายังหัวไหล่และเลยไปยังแขน จากนั้นเขาก็เช็ดไปยังแผ่นหลังที่มีเชือกของเอี้ยมมัดอยู่เพียงเส้นเดียวจนทั่ว จากนั้นมือหนาก็ขยับเลื่อนมาด้านหน้า
ขวับ
นางคว้ามือของเขาเอาไว้ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ริมฝีปากบางอวบอิ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับสายตาที่เงยขึ้นมามองกันด้วยความสงสัย
“ข้า ข้าเช็ดด้านหน้าเอง”
นางดึงผ้าเปียกออกมาจากมือของเขาแล้วหันไปอีกด้าน แต่เมื่อเอี๊ยมของนางถูกเหอชางปลอดออก นางจึงหันไปมองเขาอีกครั้งด้วยความใ นางถลึงตาใส่เขาอีกครั้งหนึ่งที่ปลดเอี๊ยมนางออกโดยไม่บอกกล่าว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะรู้ดีว่าเหอชางเพียงช่วยปลดสายเอี๊ยมเพื่อให้นางเช็ดร่างกายส่วนด้านหน้าเท่านั้น
หม่าเจี่ยซินหันกลับมาอีกครั้งแล้วลงมือเช็ดร่างกายส่วนด้านหน้าของตนเองจนทั่ว เมื่อเช็ดเสร็จนางก็พบว่าเอี๊ยมที่กองอยู่ตรงเอวของตนเปียกไปหมดเสียแล้ว
“ใช้ผ้าผืนนี้”
ผ้าขาวสะอาดผืนหนึ่งถูกยื่นมาให้ หม่าเจี่ยซินก็ชะงักไปก่อนจะรับมาใช้ปิดร่างกายแล้วดึงเอี๊ยมที่เปียกออก จากนั้นนางถึงขยับขาทั้งสองข้างที่เปลือยเปล่ายื่นไปให้เหอชาง แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความขัดเขิน
เหอชางรับผ้าเปียกกลับมาจุ่มน้ำแล้วบิดจนหมาด จากนั้นมือหนาก็เช็ดผ้าเปียกไปตามขาเรียวทั้งสองข้างตรงหน้าจนทั่ว ตลอดเวลาเขาเช็ดตัวให้นาง เหอชางทำทุกอย่างเงียบๆ อย่างตั้งใจ ในห้องจึงมีเพียงเสียงบิดน้ำในบางครา
“เสร็จแล้ว ข้าจะหยิบเสื้อตัวใหม่มาให้เ้า”
เขาวางผ้าเปียกลงบนขอบอ่าง แล้วลุกไปหยิบเสื้อผ้าสีซีดที่ค่อนข้างเก่ามายื่นให้หม่าเจี่ยซิน ก่อนจะอธิบายว่า
“นี่เป็ชุดเก่าเมื่อหลายปีก่อนของข้า เ้าสวมมันไปก่อน อีกไม่กี่วันเมื่อพี่รองกลับมาเ้าค่อยเลือกผ้ามาเย็บชุดใหม่”
หม่าเจี่ยซินมองชุดเก่าที่ซักจนสะอาดของเหอชางแล้วรับมาอย่างไม่มากเื่ จากนั้นก็สวมใส่โดยมีเขาช่วยเหลือ เพียงแต่นางมีเอี๊ยมอยู่เพียงตัวเดียว เมื่อมันเปียกไปแล้วนางจึงไม่มีเปลี่ยนอีก เหอชางจึงแก้ปัญหาด้วยการฉีกผ้าผืนหนึ่งออกมาให้นางใช้พันหน้าอกอวบแทนเอี๊ยมไปก่อน
หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็อุ้มนางไปวางบนเตียง จากนั้นก็ยกถังน้ำและหยิบเสื้อผ้าที่เปียกออกไป
ได้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย หม่าเจี่ยซินที่อดทนกับคราบเหงื่อไคลมาหลายวันก็รู้สึกสบายไปทั้งตัว นางจึงเอนตัวนอนลงบนเตียงแล้วหลับไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
ตอนที่เหอชางกลับมาพร้อมกับชุดเครื่องนอนในมือ เขาเห็นหม่าเจี่ยซินนอนหลับไปแล้ว ด้วยเหตุนี้หลังปูที่นอนข้างเตียงให้ตนเองเสร็จแล้ว เหอชางจึงดับเทียนแล้วเข้านอนเช่นกัน
หลายวันนี้เขาแทบไม่นอนพักผ่อน คืนนี้เมื่อหัวถึงหมอนในบ้านของตนเอง เหอชางจึงหลับใหลไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันต่อมาเหอชางลุกไปทำอาหารเช้าั้แ่ฟ้ายังไม่สางด้วยความเคยชิน ั้แ่เล็กด้วยความที่ในครอบครัวมีแต่บุรุษ ทั้งบ้านมีมารดาเป็สตรีเพียงผู้เดียว เหอชางจึงเรียนรู้ที่จะตื่นเช้ามาช่วยมารดาทำงานในครัวจนเคยชิน นั่นทำให้เขาสามารถทำอาหารง่ายๆ ช่วยมารดาทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าล้างจานได้อย่างคล่องมือ
เมื่อเติบโตขึ้น ถึงจะถูกส่งออกไปร่ำเรียนหนังสือข้างนอก แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน เหอชางก็ยังคงเคยชินกับการทำงานเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้เมื่อน้องสี่กลับมา เหอหยวนกับเหอตงที่จำใจต้องเข้าครัวทุกวันนับั้แ่มารดาล้มป่วย ก็ไม่กล้ำกรายไปผ่านหน้าห้องครัวอีก
ยามเช้าในหุบเขาที่เงียบสงบ เสียงไก่ขันดังไปทั่วหุบเขาแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับผู้ใด เพราะสมาชิกครอบครัวเหอล้วนตื่นมาทำกิจวัตรประจำวันกันหมดแล้ว ส่วนหม่าเจี่ยซินก็ตื่นนอนแล้วเช่นกัน เพียงแต่นางถูกความเงียบสงบและไออุ่นในผ้าห่มทำให้ไม่อยากลุกออกไปจากที่นอน
ชาติก่อนหลังย้ายออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง หม่าเจี่ยซินก็แทบจะจำไม่ได้แล้วว่านางเคยมี่เวลาที่ได้พักผ่อนอย่างเงียบสงบเช่นนี้บ้างหรือไม่ บรรยากาศในยามเช้าที่เงียบสงบเช่นนี้ดูเหมือนนางไม่ได้ััมานานมากแล้ว
ตอนนี้เมื่อได้ััอีกครั้งนางจึงนึกอยากจะนอนซุกอยู่ในผ้าห่มนิ่งๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรให้นานกว่านี้ไปอีกสักหน่อย
จนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วจริงๆ หม่าเจี่ยซินถึงได้ยอมลุกขึ้นมา เมื่อลุกขึ้นจากเตียงนางก็หันไปพับผ้าห่มของตนให้เรียบร้อย จากนั้นก็ก้มลงหยิบชุดเครื่องนอนที่ถูกพับเอาไว้เรียบร้อยข้างเตียงขึ้นไปวางเอาไว้บนเตียงด้วยกัน โดยไม่มีสีหน้าประหลาดใจใดๆ
เพราะตอนที่เหอชางตื่นนอน หม่าเจี่ยซินก็ตื่นแล้วเช่นกัน นางจึงได้รู้ว่าเขาเข้ามานอนเป็เพื่อนนางตลอดทั้งคืน
ลงมาถึงชั้นล่างหม่าเจี๋ยซินก็เห็นเหอตงกำลังผ่าฟืนอยู่ข้างบ้าน เขาก็หันมาเห็นนางเช่นกันมือที่ถือขวานผ่าฟืนอยู่จึงหยุดชะงัก
“ตื่นแล้วรึ ไปหาน้องสี่ในห้องครัวสิ”
เขาบอกนางเช่นนี้ หม่าเจี่ยซินก็พยักหน้าเบาๆ แล้วเดินพาร่างกายที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ของตนเองเดินไปยังบ้านอีกหลัง แล้วตามหาห้องครัวที่เหอตงบอกจนเจอ
“ตื่นแล้วรึ เข้ามานั่งสิ”
เหอชางที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ข้างเตาไฟหันมามองนางด้วยความแปลกใจ ก่อนจะบอกให้นางไปนั่งด้านในห้อง
“ข้า... อยากล้างหน้า”
“ด้านข้างมีโอ่งน้ำ เ้าไปใช้ตรงนั้นได้เลย”
หม่าเจี่ยซินพยักหน้าแล้วเดินออกไปล้างหน้าและบ้วนปาก หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จนางก็ใช้ชายเสื้อเช็ดน้ำที่เปียกออกอย่างไม่มากเื่ แล้วเดินกลับมาหาเหอชางในห้องครัว
“หิวหรือไม่ อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว เ้านั่งรออีกสักหน่อย”
เหอชางผัดผักป่าในกระทะใบใหญ่บนเตาด้วยความคล่องแคล่ว หม่าเจี่ยซินมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจดจ่อกับการทำอาหารตรงหน้าไม่ต่างจากอ่านหนังสือแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่นางไม่ได้แอบมองเขานานนัก เมื่อเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเตี้ยแล้ว นางก็หันไปมองสำรวจห้องครัวแทน
“ข้าตุ๋นเนื้อกระต่าย ผัดเห็ดและผัดผักป่าอีกสองจาน กินกับข้าวต้ม เ้ายังอยากกินอะไรอีกหรือไม่”
ตักผัดผักป่าที่สุกได้ที่แล้วใส่จาน เหอชางก็เอ่ยถามหม่าเจี่ยซินที่นั่งมองโน้นมองนี่อยู่ ด้วยคิดว่าบางทีนางอาจจะอยากกินสิ่งอื่น
“ไม่แล้ว”
หม่าเจี่ยซินส่ายหน้าปฏิเสธ ยามเช้าเช่นนี้นางไม่ได้มีความอยากอาหารมากนัก ดังนั้นนางจึงกินอาหารอะไรก็ได้
เหอชางทำอาหารเสร็จเขาก็ตักอาหารใส่ชามสองชุด ชุดเล็กยกมาให้นาง ส่วนชุดใหญ่ยกออกไปยังห้องด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีข้าวอีกถ้วยที่ตักเตรียมเอาไว้ให้หลิวซื่อ
หลังยกอาหารไปให้บิดาและพี่ชายแล้ว เหอชางก็กลับมานั่งกินมื้อเช้ากับหม่าเจี่ยซินในห้องครัว การกระทำอย่างใส่ใจของเหอชางทำให้นางอดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ แต่อีกใจหม่าเจี่ยซินก็รู้สึกไม่ดีนักที่ทำให้เขาไม่ได้ไปนั่งกินอาหารรวมกับคนในครอบครัว
“ท่าน.. ไปกินมื้อเช้ากับคนอื่นก็ได้นะ ข้านั่งกินคนเดียวได้”
“แต่ข้าอยากนั่งกับเ้า”
เหอชางหันมาตอบนางด้วยรอยยิ้ม หม่าเจี่ยซินที่กำลังมองเขาอยู่ถูกรอยยิ้มนั้นทำให้เสียอาการจนต้องหลบตาหนี แล้วนางก้มหน้าก้มตากินข้าวในชามของตนเองจนหมดโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
____________________________________________________
เหอชางคือตื้อแบบเงียบๆ แต่ตื้อแบบไม่ยอมไปไหน แล้วลูกสาวฉันจะเอาเวลาไหนไปคิด
กดติดตาม กดหัวใจและคอมเม้นท์ให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
