ครึ่งหลังของการแข่งขันเป็การถามตอบ พวกเขาจึงตั้งคำถามเหมือนที่เตรียมตัวมา ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะเอื้อนเอ่ยคำถามใด ล้วนแล้วแต่อยู่ความคาดหมายของอีกฝ่าย คนพวกนั้นเชิดหน้าตอบอย่างมั่นใจด้วยคำตอบสุดลึกซึ้งแยบยล สมบูรณ์แบบเสียราวกับตระเตรียมไว้แล้ว ในขณะที่ฝ่ายเราถูกฉีกหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เป็เหมือนตัวตลกทำให้อีกฝ่ายดูดีดูเก่งยิ่งขึ้นไปอีก แม้แต่ิเยี่ยยังทนดูต่อไม่ไหวจนต้องลุกออกไป
น่าขันยิ่งนัก
“เป็แค่บัญฑิตบ้านนอกยังคิดอยากเอาชนะเรา ทีนี้เป็อย่างไร รู้สึกอับอายบ้างหรือไม่?”
“นั่นสิ เทียบคุณชายหยางกับคุณชายเซี่ยไม่ติดด้วยซ้ำ นี่สินะที่เขาเรียกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คางคกอยากกินเนื้อหงส์ [1] แท้ๆ เชียว”
“สุดท้ายเป็อย่างไร ไม่พร้อมก็อย่ามาแข่งเลยดีกว่า รกลูกตาคนอื่นเปล่าๆ”
“ได้ยินมาว่าคนแซ่ิเป็บัณฑิตที่มีความสามารถที่สุดในเจียงโจวด้วยมิใช่หรือ? เหอะ…ก็ไม่เท่าไหร่ พวกนอกคอกไม่รู้จักเจียมตัว”
บัดนี้กลุ่มของหยางจวินถูกผู้คนรายล้อมพร้อมเสียงชื่มชมดังเซ็งแซ่ ในขณะที่ผู้คนส่วนหนึ่งจงใจเดินผ่านพวกิหยวนเพื่อเอ่ยคำพูดเหน็บแนม ซึ่งคำพูดพวกนั้นเป็เสมือนหนามแหลมคมทิ่มแทงใจพวกเขา ทั้งโกรธทั้งอับอายจนใบหน้าแดงก่ำ
“ไป! เราปล่อยเื่นี้ไปไม่ได้แล้ว! ไปเอาเื่พวกนั้นกัน!”
แม้แต่เหยาเซี่ยงฮุยผู้เฉยชายังมีสีหน้าตึงเครียด เม้มปากเน้นจนกลายเป็เส้นตรง
ิหยวนพยักหน้า เขาไม่เชื่อว่าหยางจวินทำจริง เขาบังคับตัวเองให้ถามตัวเอง
หยางจวินกับพรรคพวกต่างอาศัยอยู่ที่จวนข้างนอกสำนักศึกษา มีเพียงเซวียปั๋วที่มีห้องพักในสำนักศึกษา ทว่าไม่ได้มีแค่ห้องเดียว แต่กินพื้นที่ถึงสามห้อง ขนาดใหญ่พอสำหรับบัณฑิตหกถึงเจ็ดคน มีเตียงไม้แกะสลัก ข้าวของเครื่องใช้ในห้องล้วนหรูหรา ตอนนี้คนพวกนั้นเดินมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อฉลองชัยชนะ
เสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล คงฉลองกันยิ่งใหญ่เสียงถึงได้ดังจนหลังคาห้องแทบพัง ยิ่งเห็นคนพวกนั้นหน้าชื่นตาบาน ิหยวนก็ยิ่งเจ็บใจ
เนื่องจากเป็วาระสำคัญในการแสดงความยินดี ทุกคนต่างมารวมตัวกันที่ลานด้านในจึงไม่มีผู้ใดเข้ามาขวางพวกเขา บัณฑิตบางคนพอเห็นพวกเขาก็แอบซุบซิบหัวเราะเยาะ ท่าทางเหมือนรอดูเื่ตลก
ิหยวนเดินมาถึงนอกลานก็แอบได้ยินเซี่ยชิงฟาชื่นชมใครสักคน “ครั้งนี้เ้าทำดีมาก ลำบากเ้าแล้ว”
คนผู้นั้นแท้จริงก็คือเซวียปั๋ว เขาตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนปิดไม่มิด “ภารกิจที่ท่านป๋อน้อยมอบหมาย ข้าต้องทำอย่างสุดความสามารถ! ขอเพียงช่วยเหลือพวกท่านได้ข้าก็พอใจแล้ว”
ิหยวนก้มหน้าเงียบก่อนจะยกมือรั้งหลี่โส่วอีที่กำลังฉุนเฉียวเอาไว้ “กลับกันเถอะ”
“เฮ้ย! จะปล่อยไปง่ายๆ อย่างนี้หรือ!”
เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นยังลอยเข้าหูเป็ระยะ ิหยวนเลือกที่จะไม่ตอบ ยืดหลังตรงหมายจะเดินกลับออกไป ทว่าบังเอิญเจอหยางจวินที่กำลังถูกผู้คนมากมายรายล้อมตรงประตูทางเข้าเสียก่อน หยางจวินจึงเดินเข้ามากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “วันนี้ขอบคุณเ้าที่ออมมือ ไจ้เฉินมาเดิมด้วยกันเถอะ”
ิหยวนถอยหลังหนึ่งก้าว ปล่อยมือเขาพร้อมจ้องอีกฝ่ายด้วยั์ตาสีดำวาววับราวกับดวงดาว “ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะเป็คนเช่นนี้”
จากนั้นก็เชิดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้หยางจวินยืนอึ้งเพียงลำพัง
เขาผิดหวังมาก หากิหยวนซื่อสัตย์กับตัวเองมากพอเขาก็ต้องยอมรับว่าที่เมืองเจี้ยนคังเขาไม่เคยคิดสนใจเื่ของพวกคนรวยตระกูลใหญ่มาก่อน แต่หากจะมีผู้ใดทำให้เขาสนใจได้ก็คงเป็หยางจวินผู้นี้ อาจเป็เพราะชื่อ “ฉางผิง” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของท่านลุง อาจเป็เพราะเื่ราวของจิติญญายามเยาว์วัยที่ิเยี่ยเคยเล่าให้ฟัง อาจเป็เพราะฤทธิ์สุรา แสงร่ำไรจากกองไฟ และมีดในคืนนั้น ไม่รู้เหตุใดเขาถึงได้มีความรู้สึกเชื่อมั่นและเฝ้าคอยต่อหยางจวิน
แต่วันนี้…ความเชื่อมั่นนั้นได้ถูกทำลายลงแล้ว
ิเยี่ย หวงซื่อเหวย หลี่โส่วอี และคนอื่นๆ ต่างหอบสุราอาหารมากมายมาหาิหยวน เพราะคิดว่าต้องปลอบใจเขาหลังแข่งแพ้
แต่ิหยวนกลับปฏิเสธพร้อมส่งพวกเขากลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะกลับเข้าไปอ่านตำราของตนเงียบๆ เขาไม่ได้้าสิ่งใดทั้งนั้น
ภายใต้ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความมีน้ำใจของเขา ผู้อื่นหารู้ไม่มีว่านิสัยเ็าซ่อนอยู่ การแข่งขันครั้งนี้เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาเคยประสบมา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็จางจิ่วรั่งยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่หน้าประตู เขามาพร้อมขวดน้ำเต้าและกระดานหมากล้อมเช่นเคย
ิหยวนได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางไล่คนผู้นี้กลับไปได้ แต่ถ้าให้เขาเลือก เล่นหมากล้อมก็ดีกว่าดื่มสุรา
เขาจึงเปิดทางให้จางจิ่วรั่งเข้ามาข้างใน “วันนี้ข้าจะเล่นหมากดำ”
“ได้ ตามใจเ้า”
“่นี้เ้ายุ่งมากหรือ? เหตุใดไม่คอยเห็นมาชวนข้าเล่นหมากล้อม”
“์เมตตา อย่างข้าจะไปยุ่งอันใดได้ แต่เป็เพราะพวกพี่เยี่ยห้ามข้าไว้ต่างหาก บอกว่าเ้าต้องเข้าร่วมการแข่งขัน บอกว่ามันสำคัญอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็สั่งไม่ให้ข้ามารบกวนเ้า ซึ่งข้ารู้มาว่าวันนี้การแข่งจบแล้ว”
“และข้าก็แพ้แล้ว”
“แพ้สิดี!” ทว่าปฏิกิริยาที่ได้จากจางจิ่วรั่งนั้นช่างแตกต่างสิ้นดี “ให้ข้าพูดตามตรง ที่จริงข้าอยากให้เ้าแพ้ั้แ่รอบก่อนๆ นี้แล้ว ข้ารอเ้าจนจะกลายเป็ดอกไม้เหี่ยวแล้ว”
ทุกท่านฟังเอาเถิด นี่คือคำพูดจากปากคนหรือ?
ิหยวนที่ได้ยินก็ขบขัน “เอาเถอะๆ ข้าก็คันไม้คันมือเหมือนกัน วันนี้เล่นจนพอใจเ้า คืนนี้พวกเราไม่ต้องนอน”
“เ้าพูดเองนะ!”
คำพูดนั้นเขาเอ่ยแล้วก็จริง ทว่าดูเหมือน์จะลิขิตให้เขาต้องผิดคำพูด ิหยวนเพิ่งหยิบหมากตัวแรกยังไม่ทันได้วาง ประตูห้องก็ถูกเคาะดังสนั่นอย่างกับฟ้าร้อง
หม่านสือชีมาพร้อมเสียงะโ “หยวนเก้อเอ๋อร์! หยวนเก้อเอ๋อร์! อย่าพึ่งนอน ออกมาช่วยข้าก่อน!”
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[1] คางคกอยากกินเนื้อหงส์ (癞蛤蟆想吃天鹅肉) หมายถึง ไม่รู้จักประมาณตน ใฝ่สูงเกินตัว
