ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน ปั้นตุ๊กตาหิมะอะไรกันเล่า
“ข้าพาเพื่อนมาเล่นกับพวกเ้าด้วย” เจินเจินกล่าวคำ
สามพี่น้องกู้เหลียวซ้ายแลขวา รอบด้านมีแต่หิมะ ไม่เห็นเงาผู้ใดเลยสักคน
“เสี่ยวไป๋ ออกมา” เจินเจินกวักมือไปทางกองฟืน เอ้อร์หลางหันไปมองอย่างสงสัยว่าเหตุใดต้องแอบด้วย แต่ทว่าเมื่อเห็นสิ่งที่โผลออกมาก็ถึงกับใจนฉี่ราด รวมถึงซานหลางและซื่อหลางด้วยเช่นกัน
เจินเจินจูงมือกู้อวี้พาไปหยุดอยู่ตรงหน้าเสือขาวตัวใหญ่ ก่อนจะแนะนำให้ชายหนุ่มรู้จัก “เสี่ยวไป๋ นี่คือพี่ชายของข้า เป็คนที่ข้าชอบมาก พี่ชาย นี่คือสหายของข้า เสี่ยวไป๋เป็เพื่อนที่ดีที่สุด”
สามพี่น้องสกุลกู้ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลต่างอ้าปากค้างต่อภาพเบื้องหน้า พยายามจะส่งเสียงร้องออกมาแต่กลับพบว่าเปล่งเสียงไม่ออกเลยแม้แต่น้อย ในสมองของพวกเขาขาวโพลนด้วยไม่รู้จะทำเช่นไรกับสถานการณ์ในเวลานี้ดี
‘นี่พวกเขาเป็ใคร แล้วมาทำอันใดอยู่ตรงนี้’ ทั้งสามคิดในใจ ก่อนจะเห็นว่าเสือขาวตัวใหญ่เอาศีรษะถูไถกับมือของเจินเจิน มันส่งเสียงครางอย่างออดอ้อน
“พี่ชาย ท่านก็ลูบมันได้นะ” เจินเจินเชื้อเชิญให้กู้อวี้ััตัวเสี่ยวไป๋ แม้สีหน้าของชายหนุ่มจะเรียบเฉย ทว่าภายในใจรู้สึกเครียดเขม็งเป็อย่างยิ่ง เขายื่นมือออกไปท่ามกลางการให้กำลังใจของเจินเจิน เ้าเสือขาวแลบลิ้นเลียที่มือของเขา ยามนี้เขากับมันยืนอยู่ใกล้กันมาก จนเห็นเขี้ยวอันแหลมคมได้อย่างชัดเจน แต่โชคดีที่เสี่ยวไป๋เก็บเขี้ยว หาไม่แล้วกู้อวี้อาจจะโดนคมเขี้ยวของมันแทงทะลุมือก็เป็ได้
“เสี่ยวไป๋ ให้พี่ชายลูบท้อง ต่อไปพวกเราก็จะถือว่าเป็สหายกันแล้ว” เจินเจินแย้มยิ้มอย่างยินดีที่พี่ชายรับเสี่ยวไป๋ของนางได้ เ้าเสือขาวจึงส่งเสียงร้องออกมาก่อนจะนอนหงายท้อง ขาสี่ข้างชี้ขึ้นฟ้าเผยให้เห็นท้องสีขาวดุจหิมะ
สามพี่น้องกู้ที่มองดูอยู่ถึงกับตาโตด้วยความสับสน ‘เ้าสัตว์ตรงหน้าคือเสือแน่หรือ ไฉนถึงได้เชื่องประหนึ่งแมวเช่นนี้?’
ถึงแม้ในใจกู้อวี้จะรู้สึกประหวั่นอยู่ลึกๆ แต่เขาก็เชื่อใจเจินเจินจึงค่อยๆ นั่งยองลงกับพื้น แล้วยื่นมือไปลูบท้องของเ้าเสือขาว ท้องของมันนุ่มนิ่มยิ่งกว่าศีรษะมาก ลูบแล้วให้ความรู้สึกสบายมือเหลือเกิน เขาลูบไล้ไปมา เ้าเสือก็หลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม
เจินเจินเห็นแล้วตบมืออย่างชอบใจ “พี่ชาย มันชอบท่าน” กล่าวจบเด็กหญิงจึงเอ่ยกับเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวไป๋ลุกขึ้น พาพวกเราไปเล่นข้างนอกกันเถิด”
เ้าเสือขาวลุกขึ้นยืนทันที เจินเจินออกแรงจับตัวมันไว้ขณะปีนขึ้นไปบนหลัง ขณะที่เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร ทว่าเสี่ยวไป๋ประหนึ่งจะไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องใดออกมาแม้แต่คำเดียว
เจินเจินที่ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังเสือเรียบร้อยแล้วยื่นมือไปทางกู้อวี้ “พี่ชาย ขึ้นมาเร็วเข้า”
ในสมองของเอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางพลันปรากฏภาพจินตนาการหนึ่งขึ้นมา นั่นคือภาพของแม่ทัพผู้หล่อเหลาองอาจห้าวหาญที่หลังจากชนะศึกและกำลังเดินทางกลับเมืองหลวง ระหว่างทางได้บังเอิญพบกับหญิงงามนางหนึ่ง แม่ทัพผู้นี้เห็นหญิงงามนางนั้นก็เกิดความรู้สึกชมชอบ เลย้าจะพาตัวไปด้วย จึงยื่นมือมาที่เชื้อเชิญพลางเอ่ยว่า “แม่นาง รีบขึ้นมาเร็วเข้า…”
พี่ชายผู้หล่อเหลาของพวกเขาถูกพาขึ้นหลังเสือ จากนั้นเ้าเสือขาวก็พุ่งทะยานวิ่งออกไป เพียงพริบตาก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
“พี่รอง ข้าก็อยากขี่เสือบ้าง!” ซานหลางเอ่ยกับพี่ชายของตน
ท่านอารองหยวนเคยเล่าเื่เสือให้ฟัง ทว่าเคยฟังกับได้เห็นกับตามันคนละเื่กัน ยามที่ได้ฟังแม้จะรู้สึกอิจฉา แต่มันก็แค่เท่านั้น ครั้นได้เห็นกับตาตัวเองแล้วทำให้อดรู้สึกริษยาพี่ชายผู้ที่เปรียบเสมือนเทพเซียนในสายตาพวกเขามิได้
“ข้าก็อยากเช่นกัน!” เอ้อร์หลางลอบกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
ส่วนซื่อหลาง “ตูดข้าแข็ง!”
เอ้อร์หลางและซานหลางหันไปมองน้องชายโดยพร้อมเพียง ซื่อหลางก้มหน้า เอ่ยอย่างม่อยๆ ว่า “ข้าฉี่ราดกางเกง”
เอ้อร์หลาง ซานหลางได้ยินเช่นนี้พลันนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาก็ฉี่ราดกางเกงเช่นกัน ทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนจะพากันไปนั่งหน้ากระถางไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ข้างนอกหนาวเหลือเกิน หากได้สติช้ากว่านี้อีกหน่อยคงต้องแข็งตายแน่ๆ
“พี่รอง ข้าอยากขี่เสือ!” เมื่อร่างกายอบอุ่นดีแล้วซานหลางจึงเอ่ยออกมาอีกครา ถึงแม้ปากบอกว่าอยากขี่ หากอีกใจนั้นกลับไม่กล้า
ขณะที่เอ้อร์หลางเองก็อยากลองขี่เสือเช่นกัน พลางย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ เ้าเสือขาวออกจะเชื่อฟังเจินเจินถึงเพียงนั้น ต้องยอมให้พวกเขาขี่แน่ เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็กัดฟันแล้วลุกขึ้นยืน “ไป พวกเราไปรอที่หลังบ้าน!”
ทั้งสามคนรวบรวมความกล้าแล้วพากันเดินออกไปรอที่ลานหลังบ้าน โดยมีซื่อหลางเดินตามออกไปเป็คนสุดท้ายเพราะรีบวิ่งไปหยิบถุงร้อน เนื่องจากอากาศข้างนอกหนาวเหน็บ หากมีถุงร้อนไว้ข้างตัวจะช่วยคลายหนาวได้มาก
ทั้งสามคนรอได้สักครู่เอ้อร์หลางและซานหลางที่หนาวจนน้ำมูกไหลหันไปมองซื่อหลางซึ่งกำลังถือถุงร้อนยืนอยู่ใต้ชายคาบ้าน เหตุใดพวกเขาถึงคิดไม่ได้แบบเ้าสี่นะ
คนทั้งสามมองไปทางประตูหลังบ้าน ทว่าคนที่พวกเขารอคอยก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที จนกระทั่งกู่ซื่อออกมาตาม นางมองบุตรชายทั้งสามคนที่ยืนตากอากาศหนาวจนใบหน้าแทบจะกลายเป็น้ำแข็ง จึงรีบสั่งให้พวกเขาทั้งหมดรีบเข้าไปในบ้าน แล้วดื่มน้ำขิงแช่น้ำร้อน หาไม่แล้วอาจจะไม่สบายเอาได้
“พี่ชาย สนุกหรือไม่ เป็เพราะข้าตัวเตี้ยเกินไปจึงกันลมให้ท่านได้แค่หน้าอก ไม่อาจกันลมให้ใบหน้าของท่านได้ ท่านไม่สู้เอาหน้าซุกมาที่คอของข้าไว้ คอเสื้อของข้าทำจากขนกระต่ายให้ความรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก!”
ขณะที่กู้อวี้กับเจินเจินซึ่งได้ขี่วนรอบเขาหนึ่งรอบ เป็เพราะบนพื้นถูกปกคลุมด้วยหิมะจึงมีผลต่อความเร็วในการวิ่งของเสี่ยวไป๋ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังวิ่งได้เร็วมากอยู่ดี และด้วยมีหิมะตกลงมาไม่หยุดหย่อน ทำให้หมวกของทั้งคู่จึงกลายเป็สีขาวโพลน
ถึงแม้อากาศจะเหน็บหนาว แต่ประโยคนี้ของเจินเจินกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นจนแทบร้อนเลยทีเดียว
กู้อวี้ใช้เสื้อคลุมของตนเองห่มคลุมร่างของเจินเจินขณะที่มือจับตรงคอของเสี่ยวไป๋ไว้ สภาพในตอนนี้จึงเหมือนเขากำลังกอดนางอยู่กลายๆ การได้ขี่เสือเป็สิ่งที่เขาไม่เคยกล้าเขียนลงในนิยาย ทว่าบัดนี้เด็กหญิงในอ้อมกอดกำลังพาเขามาัักับประสบการณ์นี้ ช่างให้ความรู้สึกตื่นเต้นจนไม่อาจบรรยายเป็คำพูดได้
“พวกเรากลับกันเถิด” ถึงแม้คนทั้งคู่จะสวมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น แต่ทว่าพวกเขาอยู่ข้างนอกมานานแล้ว อีกทั้งหิมะก็ตกหนัก เขาจึงกลัวว่าเด็กหญิงจะหนาวจนตัวแข็งได้
“รอให้อากาศอบอุ่นกว่านี้ ข้าค่อยพาเ้ามาเล่นกับเสี่ยวไป๋” กู้อวี้เอ่ยคำ
หลังจากพวกเขาขี่วนรอบเขาหนึ่งรอบ ทำให้กู้อวี้นึกวางใจในตัวเ้าเสือขาวขึ้นไม่น้อย เจินเจินช่างเป็เด็กหญิงที่น่าประหลาดโดยแท้ แม้แต่เสือบนูเาก็ยินดีและยินยอมให้นางขึ้นขี่ หรือว่านางจะเป็ปีศาจ หาไม่แล้วจะหาเหตุผลมาอธิบายเหตุการณ์นี้ว่าอย่างไร
เขารู้สึกว่าเมื่อชาติที่แล้วหรือไม่ก็ชาติก่อนชาติที่แล้วตัวเขาคงทำดีเอาไว้มาก ไม่อย่างนั้นชาตินี้์จะมีเมตตาส่งปีศาจตัวน้อยที่แสนน่ารักเช่นนี้มาอยู่ข้างกายเขาได้อย่างไร ทั้งยังเรียกเขาว่าพี่ชาย ทั้งปฏิบัติต่อเขาอย่างจริงใจ นางมีค่าต่อเขาอย่างมาก และมากพอที่จะให้เขาปฏิบัติกลับคืนอย่างจริงใจและยินดีใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องนาง
