วันแล้ววันเล่าผ่านไปเช่นนี้ พวกเขาใช้ชีวิตกันในูเาซงเป็เวลาหลายเดือนโดยไม่รู้ตัว
โชคดีที่หลี่ชิงหลิงเก็บอาหารไว้มาก มิฉะนั้นพวกเขาคงอดตายไปนานแล้ว
แต่ถึงกระนั้น หลี่ชิงหลิงก็ยังกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นเสบียงที่ลดลง หากเป็เช่นนี้ต่อไปอาจไม่เพียงพอได้
อย่าว่าแต่นางเลย แม้แต่เด็กๆ ก็กังวลกันมาก ต่างพากันกินน้อยลงเพื่อประหยัดข้าว
เมื่อเห็นแบบนี้หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกทุกข์ใจมาก นางบอกพวกเขาว่าไม่ต้องประหยัด กินเท่าที่ควรกิน ที่บ้านยังมีอาหาร ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่พอ
แต่เด็กๆ ไม่ฟัง และยังคงทำตามความคิดของตัวเอง
หลี่ชิงหลิงก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยพวกเขาไป
“ไม่รู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะกินเวลานานแค่ไหน?” หลี่ชิงหลิงยืนอยู่ข้างทางเข้าถ้ำ ลูบหัวอาหวงและพูดอย่างหมดหนทาง “หลังจบหายนะครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะมีชาวบ้านกลับมากี่คน”
เท่าที่นางประเมินไว้คงมีคนรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัยไม่มากนัก
แม้ว่านางจะไม่สนิทกับคนในหมู่บ้านมากนัก แต่นางก็ยังหวังว่าพวกเขาจะสามารถกลับหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย
หลิวจือโม่ชำเลืองมองหลี่ชิงหลิง จากนั้นหันไปมองข้างนอก และเรียกพี่สืออีเสียงเบา
พลันสืออีปรากฏตัวต่อหน้า พวกเขาต้องใช้เวลาพักใหญ่ในการคุ้นชิน ยามนี้ไม่ใเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
"มีอะไรหรือ?"
“พี่สืออี รู้ไหมว่าการรบครั้งนี้จะกินเวลานานแค่ไหน”
สืออีส่ายหน้าและบอกว่าไม่รู้
่นี้เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องพวกหลิวจือโม่ เขาไม่รู้เกี่ยวกับโลกภายนอกนัก
เมื่อได้ยินคำพูดของสืออี หลิวจือโม่ไม่ก็พยักหน้าอย่างสงบโดยไม่แสดงอาการผิดหวังใดๆ และกล่าวขอบคุณ
หลังจากที่สืออีหายไปอีกครั้ง เขาก็หันไปหาหลี่ชิงหลิง "ทนรอไปก่อนเถอะ คงอีกไม่นาน” ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ที่ควรบุกยึดได้ก็คงยึดไปแล้ว
หลี่ชิงหลิงตอบรับอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอ
พลันอั้นเตี้ยนที่หายไปนานก็ปรากฏขึ้น ทำให้เด็กๆ ที่ไม่ทันตั้งตัวใกันมาก
ส่วนหลี่ชิงหนิงรู้สึกตื่นเต้นมาก ทันทีที่เห็นอั้นเตี้ยนก็รีบวิ่งไปกอดหน้าแข้ง เงยหน้ามองและถามด้วยเสียงเล็กๆ ว่าไปไหนมา
ร่างกายของอั้นเตี้ยนแข็งค้างไปชั่วขณะจึงค่อยๆ ผ่อนลง เขาก้มมองเ้าตัวเล็ก และตอบอย่างหมดหนทาง "ข้ายุ่งกับเื่อื่นอยู่" เขากลัวเ้าตัวเล็กคนนี้มาก จะกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้านางสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร
หลี่ชิงหนิงพยักหน้า เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่มาก ดึงเสื้อคลุมเตรียมปีนขึ้นไป
อั้นเตี้ยนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มลงอุ้ม หลี่ชิงหนิงนั่งในอ้อมแขนของอั้นเตี้ยนอย่างมีความสุขและมองเขาด้วยรอยยิ้ม
โดนสายตาที่บริสุทธิ์แบบนี้จับจ้อง อั้นเตี้ยนรู้สึกรับมือไม่ไหว
เขากระแอมและกล่าวเสียงเรียบ "คุณชายหลิว นายท่านให้ข้ามาแจ้งว่าาาหนานเยี่ยนแพ้แล้ว าครั้งนี้จบลงแล้ว กลับบ้านกันได้แล้ว" เขาไม่คิดเลยว่าหลิวจือโม่จะเป็ลูกพี่ลูกน้องของนายท่าน
เื่นี้เหนือความคาดหมายจริงๆ
เมื่อพวกหลี่ชิงหลิงได้ยินข่าวดีนี้ ดวงตาก็เป็ประกาย รีบพากันถามอั้นเตี้ยนว่าจริงหรือ
พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่มานานจึงอยากกลับบ้านจริงๆ แต่ไม่กล้ากลับก่อนาจะจบ ถ้าตอนนี้าสิ้นสุดลง พวกเขาก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว
อั้นเตี้ยนพยักหน้า พูดว่าจริงอย่างแน่นอน
หลี่ชิงหลิงลุกขึ้นหมุนรอบอย่างมีความสุขจึงจะสงบความตื่นเต้นลงได้ นางมองอั้นเตี้ยนอย่างใจเย็น ถามเขาว่ากลับวันนี้เลยจะได้หรือไม่
“ไม่มีปัญหา ทหารม้าของาาหนานเยี่ยนถูกกวาดล้างหมดแล้ว ปลอดภัยมาก!”
เมื่อได้ยินคำพูดยืนยัน หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกโล่งใจ นางหันไปหาเด็ก ๆ ยกมือขึ้นและประกาศอย่างตื่นเต้นว่าพวกเขาจะกลับบ้านกันวันนี้
เด็กๆ ะโโลดเต้นอย่างมีความสุข หันหลังวิ่งไปเก็บข้าวของ
พวกเขาคิดถึงทุกอย่างที่บ้านจริงๆ อยากจะบินกลับบ้านเสียตอนนี้เลย
เขาทำงานที่ได้รับมอบหมายจากนายท่านสำเร็จแล้วจึงส่งหลี่ชิงหนิงในอ้อมแขนให้หลี่ชิงหลิง แต่หลี่ชิงหนิงปฏิเสธ
มือเล็กๆ ของนางกอดคอเขาแน่นเหมือนหมีโคอาล่า ไม่ยอมเขยื้อน
อั้นเตี้ยนสงสัยจริงๆ ว่าไอสังหารของเขาอ่อนแอเกินไปหรือไม่ ถึงไม่สามารถทำให้เด็กกลัวได้
อย่าว่าแต่อั้นเตี้ยน แม้แต่หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกแปลกใจ
แม้ว่าหลี่ชิงหนิงจะยังเด็ก แต่นางก็ค่อนข้างป้องกันตัวได้ดีและจะไม่เข้าใกล้คนแปลกหน้าง่ายๆ
แต่ไม่รู้ทำไมถึงสนิทกับอั้นเตี้ยนมาก
อั้นเตี้ยนไม่กล้าดึงหลี่ชิงหนิงแรงเพราะกลัวว่าจะทำให้นางเจ็บ ดังนั้นเขาจึงได้แต่มองหลี่ชิงหลิงราวกับขอความช่วยเหลือ
หลี่ชิงหลิงยิ้ม "หนิงหนิง ลงมาเถอะ ลุงไม่มีเวลาอุ้มแล้ว เขายังมีเื่ต้องทำ!"
"..." อั้นเตี้ยนหมดคำจะพูด เขาแก่ขนาดนั้นเลยหรือ? เขาเพิ่งสิบเจ็ดปีเองนะ
หลี่ชิงหนิงหันมองหลี่ชิงหลิง จากนั้นมองอั้นเตี้ยน นางเม้มปากด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย สองมือกอดคอของอั้นเตี้ยนแน่น วางหัวเล็กๆ ไว้บนไหล่ของชายหนุ่ม ใช้การกระทำบ่งชี้ว่าไม่อยากลงมา
"หลี่ชิงหนิง ลงมา อย่าให้พี่พูดเป็ครั้งที่สาม"
หลี่ชิงหลิงทำเสียงเข้ม ทำให้ร่างเล็กของหลี่ชิงหนิงสั่นเล็กน้อย อั้นเตี้ยนรู้สึกสงสารขึ้นมา
เขาแอบถอนหายใจ ยื่นมือออกไปลูบหลังหลี่ชิงหนิง "งั้นข้าจะเล่นด้วยสักพักหนึ่ง เล่นเสร็จแล้วลงไป ตกลงไหม" เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาปลอบเด็กแบบนี้
ทันทีที่หลี่ชิงหนิงได้ยินคำพูดก็เงยหน้าขึ้น ยิ้มกว้างและตอบรับทันที
เมื่อมองไปที่ใบหน้าเล็กๆ ที่สดใสของนาง อั้นเตี้ยนก็เกาจมูกน้อยๆ อุ้มนางหันหลังเหินออกไป
ครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะคิกคักที่ตื่นเต้นของหลี่ชิงหนิงก็ดังขึ้นในูเา
เมื่อเด็กคนอื่นๆ ได้ยินก็อิจฉามาก
พวกเขาก็อยากเหินด้วย มันต้องสนุกแน่ๆ
แต่พวกเขากลัวอั้นเตี้ยน แค่เห็นใบหน้าเ็าของอั้นเตี้ยนพวกเขาก็รู้สึกกลัวแล้ว
“พี่สืออีอยู่ไหน” เด็กๆ นึกถึงสืออีแล้วยิ้มออก ก่อนจะะโเรียกหา
ในสายตาของพวกเขา สืออีมีพลังพอๆ กับอั้นเตี้ยน แถมสนิทกับพวกเขามากกว่า หากให้อุ้มไปบิน สืออีจะไม่ปฏิเสธ
สืออีซึ่งอยู่บนต้นไม้นอกถ้ำ ได้ยินเสียงเด็กๆ ะโแล้วเกือบตกจากต้นไม้
เขาเห็นอั้นเตี้ยนบินไปรอบๆ ในป่าพร้อมกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กในอ้อมแขน เขาใจนลูกตาเกือบหลุด หากมาขอให้เขาทำ เขาไม่ทำแน่
สืออีจึงอยู่บนต้นไม้เงียบๆ ไม่เคลื่อนไหวราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงเรียกของเด็กๆ
อั้นเตี้ยนกระตุกมุมปากของเขา ใบไม้ใบหนึ่งบินตรงไปทางสืออี
หากไม่ใช่เพราะสืออีหนีได้ไว ใบหน้าของเขาคงเสียโฉมไปแล้ว
เขาแยกฟันใส่ทิศของอั้นเตี้ยน เป็การบอกว่าเขาจะไม่ลงไป
อั้นเตี้ยนเห็นแล้วหัวเราะเสียงเย็น ใบไม้อีกจำนวนมากบินไปทางสืออี เ้านั่นอยากนั่งดูเฉยๆ งั้นหรือ ฝันหวานไปแล้ว เขาจะลากอีกฝ่ายลงน้ำให้ได้
เขาจะยอมลำบากคนเดียวได้อย่างไร? ต้องมีเพื่อนลำบากด้วยสิ!
คนรอบตัวหลิวจือเฮ่านั้นจัดลำดับตามระดับของศิลปะการต่อสู้ ความจริงที่ว่าอั้นเตี้ยนสามารถกลายเป็ผู้รับใช้ประจำตัวหลิวจือเฮ่าก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าฝีมือการต่อสู้ของเขานั้นสูงกว่าของสืออีมาก
สืออีที่ถูกใบไม้จำนวนมากโจมตีจำใจต้องเผยกาย
ทันทีที่เขาปรากฏตัว เด็ก ๆ ก็เรียกเขาอย่างกระตือรือร้นยิ่งกว่าเดิม
เขาอยู่กับเด็กๆ มาระยะหนึ่งและมีความประทับใจที่ดีต่อพวกเขา เขาเองก็ไม่อยากทำให้เด็กๆ ผิดหวังจึงเหินไปที่ถ้ำ ยื่นมือออกมาอุ้มหลิวจือโหรวและเหินตัวออกไป
หลิวจือโหรวชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อรู้ตัวก็หัวเราะคิกคัก ะโว่าบินแล้ว บินแล้ว…
อั้นเตี้ยนมองสืออีที่บินขึ้นไปแล้วเลิกคิ้วพอใจ เขารู้สึกดีขึ้นมากที่มีใครบางคนร่วมชะตา
สืออีกัดฟันจ้องอั้นเตี้ยน จากนั้นอุ้มหลิวจือโหรวบินไปทางอื่น
ครั้งต่อไปที่เขาจะหาโอกาสจัดการอั้นเตี้ยน ไม่ให้เขาได้หยิ่งผยอง
สืออีอาจสาปแช่งอั้นเตี้ยนในใจ แต่เขาไม่กล้าพูดอะไร เขาไม่สามารถเอาชนะอั้นเตี้ยนได้ หากว่าอะไรออกไป คนที่โดนสั่งสอนอาจเป็เขาเอง
ไม่ว่าสืออีจะสาปแช่งเขาอย่างไร อั้นเตี้ยนที่มีความสุขแล้วก็ไม่ใส่ใจนัก
หลังจากที่เด็กๆ ทุกคนบินกันแล้วรอบหนึ่ง หลี่ชิงหลิงก็สั่งห้ามไม่ให้พวกเขาเล่นอีก บอกให้พวกเขาเก็บข้าวของกลับบ้าน
แม้แต่หลี่ชิงหนิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดนไล่ให้ไปเก็บข้าวของเช่นกัน
เ้าตัวเล็กหันมองอั้นเตี้ยน อ้อนบอกให้คราวหน้ากลับมาเล่นด้วยอีก
อั้นเตี้ยนพยักหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะหายไปในพริบตา
