ตอนที่ 7
เขตปลอดภัย
บนกระดาษ A4 แผ่นนั้น เต็มไปด้วยตัวอักษรที่เขียนซ้ำๆ จนยั้วเยี้ยว่า “เจ็บเหลือเกิน เจ็บเหลือเกิน...”
หลินจื่อโจวเหงื่อกาฬไหลพราก ยิ่งเมื่อเห็นว่าวันที่ล่าสุดบนบันทึกตรงกับวันวันนี้พอดี ความหนาวเหน็บเยือกเย็นก็พุ่งจู่โจมจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“อ๊าย! เจ็บจัง!”
ทันใดนั้น หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความเ็ป ทุกคนในห้องทำงานต่างหันขวับไปมองเธอเป็ตาเดียว
“ขอโทษค่ะ พอดีฉันเผลอไปกระแทกโดนมุมโต๊ะเข้าน่ะ”
เธอคลึงข้อศอกตัวเองพลางทำสีหน้าไร้เดียงสาน่าสงสาร
“จำคำใบ้ที่ 1 ไว้ให้ดี อย่าพูดเสียงดัง” เสิ่นรั่วเตือนด้วยเสียงกระซิบ
ใบหน้าของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ฉายแววอับอายวูบหนึ่ง ในใจนึกค่อนขอดว่าเสิ่นรั่วช่างเป็พวกตายด้าน ไม่รู้จักถนอมบุปผาเอาเสียเลย
“ทราบแล้วค่า~” เธอแลบลิ้นปลิ้นตา แกล้งทำตัวใสซื่อซุกซน
[ หลินเสวี่ยเอ๋อร์นี่เฟคชะมัด หน้าก็ศัลย์จนจะพังอยู่แล้วยังจะมาทำแบ๊วอีก ]
[ ถึงจะเฟค แต่เขาก็รู้จักอ่อยรู้จักเกาะผู้ชายนะยะ! ]
[ แต่เสิ่นรั่วไม่เล่นด้วยสักนิด แผนการอยากเกาะขาคนดังของหลินเสวี่ยเอ๋อร์คงต้องพับเก็บไปก่อนละ ]
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์หมายเลข 92 ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เกรงใจ
เหล่าสตรีมเมอร์ในห้องไลฟ์นี้มักจะถูกเปลี่ยนตัวบ่อยที่สุดอยู่แล้ว จึงแทบไม่มีใครรู้สึกเป็ห่วงชะตากรรมของหลินเสวี่ยเอ๋อร์เลยสักกี่คน
หลังจากได้เบาะแสมาแล้ว ทุกคนก็รีบออกจากห้องทำงาน โดยมีหลินเสวี่ยเอ๋อร์เดินรั้งท้ายด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย
ไม่รู้ว่าเป็เพราะเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าตรงข้อศอกที่เพิ่งกระแทกโดนมุมโต๊ะเมื่อกี้มันคันยุบยิบอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเกา
“คันจัง... คันเหลือเกิน...”
หลินเสวี่ยเอ๋อร์เริ่มเกาแรงขึ้นและเร็วขึ้น เล็บที่ตกแต่งมาอย่างประณีตราวกับใบมีดคมกริบที่กรีดลงบนเนื้อหนัง เพียงครู่เดียวข้อศอกของเธอก็กลายเป็แผลเหวอะหวะเือาบ
“หลินเสวี่ยเอ๋อร์ เธอทำอะไรน่ะ?”
หลินจื่อโจวสังเกตเห็นความผิดปกติจึงหันกลับมามอง และต้องพบกับภาพแขนที่โชกไปด้วยเืของเธอ ในขณะที่มือยังคงจิกทึ้งิัไม่หยุด
ทว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์กลับไม่ได้ยินเสียงเรียก ในปากเอาแต่พร่ำบ่นว่า “คัน... เหมือนมีหนอนไต่อยู่ข้างในเลย คันจะตายอยู่แล้ว!”
“หยุดนะ! ข้างในนั่นไม่มีหนอนสักตัวเดียว!” หลินจื่อโจวพยายามเข้าไปห้าม
“หนอนเต็มไปหมดเลย ฉันเห็นแล้ว! พวกมันมุดลึกลงไปเรื่อยๆ ฉันต้องกระชากมันออกมาให้หมด!”
ดวงตาของหลินเสวี่ยเอ๋อร์กลายเป็สีแดงฉาน เธอฉีกทึ้งเนื้อหนังตัวเองออกมาทีละชิ้นราวกับคนเสียสติ
“ดูนี่สิ! ฉันหาหนอนเจอแล้ว!” จู่ๆ เธอก็ะโก้องด้วยความดีใจ
หลินจื่อโจวหน้าถอดสีด้วยความสยดสยอง เพราะเขาเห็นว่าในมือที่อาบเืของหลินเสวี่ยเอ๋อร์กำลังคีบ "หนอนแมลงวัน" ที่ยังกระดิกไปมาอยู่จริงๆ…
“อุแหวะ...!”
หลินจื่อโจวทนไม่ไหวจนต้องอาเจียนออกมา
“ยังมีหนอนอีก... ยังมีอีกตั้งเยอะ...”
หลินเสวี่ยเอ๋อร์โยนหนอนทิ้งลงพื้นแล้วเริ่มหาต่อ เนื้อหนังบนแขนถูกฉีกทึ้งออกจนหมดเกลี้ยง ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “ดวงตาของฉัน... คันเหลือเกิน...”
ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกด้วยความกลัวของหลินจื่อโจว หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็สอดนิ้วเข้าไปในเบ้าตาตัวเอง…
“หนีเร็ว!”
เสิ่นรั่วรีบกระชากแขนหลินจื่อโจวให้วิ่งตามมา สีหน้าของเขาดูแย่ไม่แพ้กัน แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งหวาดกลัว
ท่ามกลางโถงทางเดินที่มืดมิด หลังจากที่พวกเสิ่นรั่ววิ่งหนีไป เสียงกรีดร้องของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยิ่งโหยหวนและแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว... ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไป...”
“เจ็บเหลือเกิน เจ็บเหลือเกิน...”
ทว่าเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายนั้น... ชัดเจนว่ามันไม่ใช่เสียงของหลินเสวี่ยเอ๋อร์อีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าการที่หลินเสวี่ยเอ๋อร์เผลอะโคำว่า ‘เจ็บ’ ในห้องทำงาน จะทำให้เธอโดนดีเข้าให้แล้ว” โจวหย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เสิ่นรั่วมีสีหน้าเคร่งเครียด: “พวกเราห้ามะโพูดเสียงดังเด็ดขาด”
“เหลือเวลาอีกแค่ 40 นาที... พวกเราจะรอดไปได้จริงๆ เหรอ?” หลินจื่อโจวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างท้อแท้ สภาพศพที่น่าอนาถของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ทำให้เขาแทบไม่เหลือความหวังที่จะมีชีวิตรอด
ภารกิจระดับ 3 ดาวครึ่ง สำหรับพวกเขามันคือขุมนรกที่ไร้ทางออกชัดๆ!
——: ติ๊ง! ยินดีด้วยกับผู้เล่นหมายเลข 65 ที่สะสมแต้มความนิยมครบ 10,000 แต้ม ปลดล็อกคำใบ้ที่ 2
คำใบ้ที่ 2: พี่สาวไม่ได้ป่วย
เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ สีหน้าของเสิ่นรั่วก็เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว
พี่สาวไม่ได้ป่วย... นั่นหมายความว่าเด็กผู้ชายที่มู่ฉิงเห็นนั้นมีตัวตนอยู่จริง
ดังนั้นเด็กคนนั้นก็คือ—ผี!
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
“พี่ชาย พี่สาวครับ... มาเล่นเกมด้วยกันไหม?”
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่มีเด็กชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าคนทั้งสาม ในอ้อมกอดเขามีลูกบอลสีแดงก่ำ นิ้วมือทั้งสิบแหลกเหลวพังยับเยินจนเห็นปลายกระดูกขาวโพลน
“พี่ชาย พี่สาวครับ... มาเล่นเกมด้วยกันไหม?”
เขาถามซ้ำอีกครั้ง เืสีน้ำตาลคล้ำไหลทะลักออกมาจากลำคอไม่ขาดสาย
เสิ่นรั่วเพิ่งจะสังเกตเห็นชัดๆ ว่า ลำคอของเด็กชายถูกของมีคมบาดจนเกือบขาดออกจากกัน
“พี่... ชาย... พี่... สาว...”
เสียงของเด็กชายเริ่มแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ตุ๊บ! ——”
จู่ๆ ศีรษะของเขาก็หลุดร่วงลงบนพื้นปูน
เืเน่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจนน่าคลื่นไส้
“พว—ก—เรา—มา—เล่น—เก—ม—ด้—วย—กั—น—ไ—ด้—ไ—ห—ม?”
ปากบนศีรษะของเด็กชายขยับพะงาบๆ ส่งเสียงแหลมบาดหู
ร่างกายที่ไร้หัวเริ่มคลานกระดึ๊บเข้าหาทั้งสามคน ทิ้งรอยเืเป็ทางยาวเหยียดบนโถงทางเดิน
“หนี... รีบหนีเร็ว!”
เสิ่นรั่วรูม่านตาหดเกร็ง เขาะโเตือนเสียงต่ำก่อนจะใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปในทิศทางตรงกันข้าม
“กรี๊ดดดดด!”
โจวหย่าหวีดร้องด้วยความใ เมื่อเห็นว่าบนกำแพงทั้งสองฝั่งของโถงทางเดินมีมือเน่าๆ นับไม่ถ้วนยื่นออกมาไขว่คว้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น แขนของโจวหย่าก็ถูกข่วนจนเป็แผลลึกเืไหลนอง ส่วนหลินจื่อโจวและเสิ่นรั่วเองก็สะบักสะบอมไม่แพ้กัน ร่างกายเต็มไปด้วยาแจากการถูกทำร้าย
“หรือว่าพวกเราจะต้องมาตายที่นี่กันหมดจริงๆ?” หลินจื่อโจวสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด...
อีกด้านหนึ่ง
เสียงอึกทึกครึกโครมที่โถงทางเดินทำให้ฉู่สือขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ
เขามองไปยังชิงหลี่ที่ยังคงหลับตาพริ้ม ก่อนจะถกแขนเสื้อขึ้นอย่างเ็า มีดผ่าตัดสีเงินวาววับสะท้อนเงาข้อนิ้วที่เรียวยาวของเขา
ในขณะที่ฉู่สือกำลังจะเปิดประตูออกไปจัดการพวกคนที่เสียงดังรำคาญข้างนอกให้พ้นทาง…
ชิงหลี่ก็ลืมตาขึ้นมา เธอส่งยิ้มหวานพลางรวบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่นว่า “คราวนี้ไม่ต้องรบกวนคุณหมอฉู่หรอกค่ะ คนข้างนอกนั่นเป็พวกพ้องของฉันเอง”
เธอะโลงจากเตียงผ่าตัด แล้วเดินไปเปิดประตูอย่างเนิบนาบ
โถงทางเดินสีแดงสลัวที่ชวนขนลุก มือผีจำนวนมหาศาลกำลังกวัดแกว่งไปมา ผู้คนที่กำลังหนีตายด้วยความสิ้นหวังและความหวาดกลัว…
เมื่อเทียบกับชิงหลี่ที่ยืนนิ่งสงบอย่างใจเย็นแล้ว ราวกับพวกเขาอยู่กันคนละโลก
ชิงหลี่กลอกตาไปมาเล็กน้อย เธอไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปช่วยฟรีๆ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะะโก้องว่า:
“เปิดขายที่พักปลอดภัยจ้า! ยังว่างอีกสามที่นั่ง ใครอยากเข้าที่พักรีบมาเลยจ้า!”
พวกเสิ่นรั่วที่กำลังวิ่งหนีตายถวายหัว: “......”
“เธอยังไม่ตายเหรอ!?”
เสิ่นรั่วอุทานด้วยความใเมื่อเห็นชิงหลี่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาพุ่งตัวหลบเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างทุลักทุเล โดยมีโจวหย่าและหลินจื่อโจววิ่งตามเข้ามาด้วยสภาพหนีตายสุดชีวิต
ร่างกายของแต่ละคนโชกไปด้วยเื าแบางแห่งลึกจนมองเห็นกระดูก
“ปัง! ——”
ชิงหลี่เหวี่ยงประตูปิดลง ตามมาด้วยเสียงข่วนประตูแหลมบาดหูดังมาจากด้านนอก ทำเอาทั้งสามคนที่รอดตายมาได้หวาดผวาจนตัวสั่น
“หมายเลข 100... เธอ...”
เสิ่นรั่วอึกอักพูดไม่ออก เขาอยากรู้เหลือเกินว่าชิงหลี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทั้งๆ ที่เธอถูกผีพาตัวไป…
“ฉันดวงดีน่ะค่ะ เลยหาที่ที่ปลอดภัยและพึ่งพาได้แห่งนี้เจอ พวกผีข้างนอกนั่นเข้ามาไม่ได้ชั่วคราวหรอกค่ะ”
ชิงหลี่ยิ้มด้วยท่าทางซื่อๆ ไร้พิษสง แต่ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปยังคนทั้งสามอย่างมีเลศนัย
เมื่อได้ยินว่าที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว ทั้งสามคนก็เริ่มผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียดลง
ทว่าวินาทีต่อมา ชิงหลี่ก็โพล่งออกมาตรงๆ ว่า:
“แต่ว่านะคะ... ที่ปลอดภัยแห่งนี้ฉันเป็คนเจอ และเมื่อกี้ถ้าฉันไม่เปิดประตูให้พวกคุณเข้ามา ป่านนี้พวกคุณคงได้ไปเฝ้ายมบาลข้างนอกนั่นแล้ว เพราะฉะนั้น... พวกคุณควรจะตอบแทนบุญคุณฉันหน่อยไหมคะ?”
ชิงหลี่พูดจาเปิดเผยชัดแจ้ง ชนิดที่ว่าแทบจะแบมือขอเงินกันตรงนั้นเลยทีเดียว!
