“หลินเฟิง!”
“นั่นหลินเฟิง… ไม่คิดเลยว่าจะเป็หลินเฟิง!”
หัวใจของผู้คนเริ่มสั่นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้บัญชาการทหารม้าโลหิต… จะเป็หลินเฟิง เมื่อก่อนเขาได้แสดงพร์ในงานประลองของเมืองหยางโจว หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็ศัตรูของตระกูลหลินและตระกูลน่าหลัน แล้วถูกบีบให้ออกจากเมืองหยางโจวไป
งานประลองของเมืองหยางโจวเมื่อปีที่แล้วมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย และตอนนี้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงปลายปีล้วนเป็ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองหยางโจว ซึ่งทั้งหมดย่อมรู้จักหลินเฟิงอย่างแน่นอน... เขาเป็ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและเย่อหยิ่ง
ไม่มีใครคิดว่า… บุรุษผู้สวมหน้ากากทองแดงที่สร้างความตกตะลึงให้กับเมืองหยางโจว ผู้บัญชาการทหารม้าโลหิต และชายหนุ่มในวันวาน... จะเป็คนคนเดียวกัน
เื่นี้... ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน...
หลินเฟิง… เขาอายุเท่าไร? ไม่ว่าจะอายุ 17 หรือ 18 ปี แต่ตอนนี้เขาก็เป็ถึงผู้บัญชาการทหารม้าโลหิตและขุนนางโลหิตแล้ว มิหนำซ้ำยังมีกองทหารม้าโลหิตอยู่ใต้บังคับบัญชาอีกนับหมื่นนาย ฝูงชนต่างตกตะลึงขณะจ้องมองไปที่หลินเฟิง พวกเขาล้วนไร้คำพูด ถึงอยากพูดแต่กลับพูดไม่ออก
น่าหลันซยงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน หลินเฟิง… ผู้บัญชาการทหารม้าโลหิต ไม่คิดว่าจะเป็หลินเฟิง หัวใจของเขาในตอนนี้กำลังสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง
ในอดีตเ้าเศษขยะหลินเฟิงที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลหลิน ในวันนี้… กลายเป็ขุนนางไปแล้ว? เื่เช่นนี้ทำให้น่าหลันซยงรู้สึกราวกับกำลังฝันไป
แน่นอนว่าคนที่ตะลึงมากที่สุด... คงไม่พ้นน่าหลันเฟิง เมื่อหลินเฟิงถอดหน้ากากออก มันทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็จังหวะ นางกัดริมฝีปากบางของตน ขณะที่ใบหน้าซีดเซียวนั้นหันมาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย
งานประลองของเมืองหยางโจวเมื่อปีที่แล้ว นางคิดว่าตนเองจะโดดเด่นกว่าใครๆ เมืองหยางโจวมีเพียงหลินเชียนเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงนางได้ ทว่าผลลัพธ์กลับไกลเกินกว่าที่นางคิดไว้ เมื่อป๋ายหยวนฮ่าวปรากฏตัว หลินเฟิงก็ร่อนลงจากฟ้าและขโมยแสงอันเจิดจรัสของนางไป ซึ่งในตอนนั้นนางยังคิดว่าหลินเฟิงกับนางอยู่ในระดับเดียวกัน แม้กระทั่งนางอาจทำได้มากกว่า
แต่ตอนนี้... หลินเฟิงได้ปรากฏตัวต่อหน้านางอีกครั้ง ซึ่งเป็ฉากที่สร้างความตกตะลึงอย่างมาก เขานั่งอยู่บนหลังม้าศึกสีแดงด้วยท่าทางองอาจ หรือพูดง่ายๆ ก็คือชายที่นางภาคภูมิใจอย่างตู๋กูเสี่ยวถูกเขาตัดแขน โดยที่หลินเฟิงไม่แม้แต่กะพริบหรือขมวดคิ้ว บางทีหากตู๋กูเสี่ยวคิดก่อนพูดสักนิด เขาคงไม่โดนหลินเฟิงตัดแขนอย่างง่ายดาย… ราวกับเป็เื่ปกติเช่นนี้
ตู๋กูเสี่ยวมีสถานะเป็ถึงเสนาบดี หลังจากที่เขามาที่นี่ก็ทำให้น่าหลันเฟิงรู้สึกเป็เกียรติอย่างมาก ทั้งเมืองหยางโจวล้วนมีแต่คนพูดถึงนาง พวกเขาต่างศรัทธาและชื่มชมน่าหลันเฟิง แล้วตระกูลของนางก็เป็ถึงเ้าเมืองแห่งเมืองหยางโจวจึงยิ่งภูมิใจมากขึ้นไปอีก ท่านพ่อของนางจึงจัดงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่เพื่อนางและตู๋กูเสี่ยวโดยเฉพาะ
ในขณะที่น่าหลันเฟิงกำลังอาบแสงแห่งความรุ่งโรจน์อย่างภาคภูมิใจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานประลองเมืองหยางโจวอย่างสง่างาม
สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็เพราะการมาของกองทหารม้าโลหิต หรืออาจพูดได้ว่า ทั้งหมดถูกทำลายลงเพราะหลินเฟิง หลินเฟิงทำลายความภาคภูมิใจของนางและทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น
นางกับหลินเฟิงนั้นไม่อาจเทียบเคียงได้ และนางยังห่างไกลกับความแข็งแกร่งของหลินเฟิงอีกมาก
คนที่สงบนิ่งมากที่สุดในตอนนี้กลับเป็คนที่เพิ่งถูกหลินเฟิงตัดแขนไป เพราะขณะที่หลินเฟิงได้เอ่ยกับตู๋กูเสี่ยว ทำให้ตู๋กูเสียวถึงกับต้องคุกเข่าลง แม้เขาจะรู้สถานะของหลินเฟิง แต่ว่าเขากลับไม่เคยเห็นหลินเฟิงมาก่อน
เมื่อมองชายหนุ่มที่เยาว์วัยกว่าเขา ดวงตาของตู๋กูเสี่ยวก็เต็มไปด้วยความมืดมน หลินเฟิงไม่เพียงทำลายความภาคภูมิใจของเขาเท่านั้น แต่ยังตัดแขนของเขา ซึ่งส่งผลให้การบ่มเพาะในอนาคตรวมไปถึงพร์ของเขาต้องลดลง
สายตาของทุกคนในตอนนี้ล้วนจดจ้องไปที่หลินเฟิง ตอนนี้เองบนใบหน้าของหลินเฟิงพลันปรากฏรอยยิ้มเ็าขึ้นมา
นั่นคือความแข็งแกร่งและอำนาจ ในอดีตเขาเป็เพียงรุ่นเยาว์ที่ไร้นาม ถึงแม้จะเฉิดฉายในงานประลองเมืองหยางโจว แต่เพราะความแข็งแกร่งยังไม่เพียงพอและไม่มีผู้สนับสุน พร์ของเขาจึงเป็เพียงหายนะ น่าหลันซยงไม่อาจทนเห็นเขาได้ แม้แต่ตระกูลกู่และตระกูลเหวินก็ต่างเกลียดชังและหวังให้เขาตาย
หลินเฟิงถูกบีบบังคับให้ออกจากเมืองหยางโจว แต่ในตอนนี้เขากลับมาแล้ว และเขาก็ยังคงเป็หลินเฟิงคนเดิม
อย่างไรก็ตามหลินเฟิงในตอนนี้มีทั้งความแข็งแกร่งและสถานะที่สูงส่ง แล้วยังมีกองทหารม้าโลหิตอยู่ภายใต้บังคับบัญชา เขาจึงเชิดหน้ามองผู้คนได้อย่างภาคภูมิใจและเย่อหยิ่ง
ความอัปยศในวันวานที่เขาเคยได้รับเมื่อตอนอยู่เมืองหยางโจว… ตอนนี้กรรมนั้นจะคืนสนอง
“เ้ามองเห็นชัดหรือยัง?”
หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแสขณะมองน่าหลันเฟิง
น้ำเสียงเรียบเฉยนี้ทำให้ผู้คนต่างได้สติกลับมา พวกเขามองหลินเฟิงด้วยแววตาซับซ้อน หัวใจที่สั่นระรัวก็ไม่อาจสงบลงได้
หลินเฟิงกลับมาแล้ว ชายหนุ่มที่อยู่บนเวทีประลองซึ่งถูกขับไล่ไปอย่างน่าอดสู ไม่มีใครคิดว่า วันหนึ่งในอนาคตเขาจะปรากฏตัวอย่างน่าตกตะลึงเช่นนี้ กลับมาเมืองหยางโจวคราวนี้ ทุกสิ่งล้วนตกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มผู้เคยเป็เศษขยะในสายตาทุกคน
น่าหลันซยงในตอนนี้เหมือนกับมีอะไรติดอยู่ในลำคอ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร แน่นอนว่าเขาย่อมเห็นทุกสิ่งได้ชัดเจนกว่าคนอื่น
เขาเป็คนเย่อหยิ่ง ในดวงตาคู่นั้นยังคงเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว เขาในตอนนี้กลับไม่สามารถเห็นได้กระจ่างนัก อย่างไรก็ตามหลินเฟิงสามารถควบคุมกองทหารม้าโลหิตและยังกลายเป็ขุนนาง มีเมืองหยางโจวเป็ศักดินา เห็นอย่างนี้แล้วหลินเฟิงยังอ่อนแออยู่อีกหรือ? ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เลย
“เ้า้าอะไร?”
น่าหลันซยงมองหลินเฟิงขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความโศกเศร้า เดิมทีในวันนี้น่าจะเป็วันที่มีความสุข แต่เมื่อหลินเฟิงมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างกลับพังทลายลง
“แล้วเ้าล่ะ?” หลินเฟิงกล่าวอย่างเ็า “เมื่อปีก่อน เ้าน่าหลันซยงผู้เป็เ้าเมืองหยางโจวได้จัดงานประลองขึ้น ข้าหลินเฟิงจึงเข้าร่วมการประลองครั้งนั้นด้วยและท้ายที่สุดข้าก็ได้รับชัยชนะมา แต่ตอนนั้นตระกูลหลิน้ากำจัดเศษขยะ แต่เ้าที่เป็เ้าภาพกลับไม่หยุดการกระทำของตระกูลหลินเอาไว้ ซึ่งเป็การยอมรับว่าเ้า้าชีวิตของข้า เพราะข้าชนะทุกคนรวมไปถึงบุตรสาวของเ้าที่ข้าได้พรากความเฉิดฉายไป ดังนั้นเ้าจึง้าให้ข้าตาย”
“งานประลองเมืองหยางโจวเป็เพียงเื่น่าขบขัน”
หลินเฟิงกล่าวต่อช้าๆ ว่า “จุดประสงค์ของงานประลองก็เพื่อบุตรสาวของเ้า แท้จริงแล้วข้าแข็งแกร่งกว่าบุตรสาวของเ้ามากนัก เ้าจึง้าให้ข้าตายไป แล้วอีกอย่างในปีนั้นน่าหลันเฟิงยังส่งคนมาลอบสังหารข้า เพียงเพราะข้าทำให้นางโกรธ นางคิดว่าตัวนางเองเป็เทพธิดามาจากไหน ตอนนั้นที่ภัตตาคารข้าก็แค่โต้แย้งกับนางเท่านั้น แต่นางกลับ้าสังหารข้า”
“แต่ในตอนนี้ข้ากลับมาแล้ว หากข้าอ่อนแอกว่าพวกเ้า เกรงว่าพวกเ้าจะสังหารข้า แต่ว่าข้าในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเ้า เพราะอย่างนั้นชีวิตของข้าจะไม่ถูกพวกเ้าควบคุมอีกต่อไป ในทางกลับกันชีวิตของพวกเ้าจะตกอยู่ในกำมือของข้า”
น้ำเสียงของหลินเฟิงฟังดูเยือกเย็นอย่างมาก
“เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่เ้าได้เคยกระทำกับข้าไว้ ตอนนี้ข้าจะคืนสนอง น่าหลันซยง เ้า... จงฆ่าตัวตายซะ!”
“เ้า... จงฆ่าตัวตายซะ!”
น้ำเสียงที่สงบนิ่งแสดงให้เห็นว่าหลินเฟิงนั้นเด็ดขาดแค่ไหน หัวใจของผู้คนสั่นระรัวอีกครั้ง หลินเฟิง... ไม่คิดว่าเขาจะสั่งให้น่าหลันซยงฆ่าตัวตาย ทั้งๆ ที่เขาเป็ถึงเ้าเมืองหยางโจว
ในปีนั้นใครเล่าจะคิดว่าเศษขยะที่ถูกขับไล่ออกไป ในตอนนี้กลับมองน่าหลันซยงอย่างองอาจ แล้วยังบังคับให้น่าหลันซยงต้องฆ่าตัวตาย ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยนั่งมองหลินเฟิงจากอัฒจันทร์ แต่ตอนนี้กลับเป็หลินเฟิงหลุบตาลงมองเขาจากที่สูงกว่า
“ข้าจะติดสินใจเองว่าจะทำอย่างไร!”
น่าหลันซยงกล่าวเสียงแ่เบาขณะจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิง
“เ้าสามารถเลือกปฏิเสธได้ แต่ข้าไม่ได้มีเวลามากพอที่จะเล่นกับเ้า ข้าจะให้เวลาเ้าคิดสิบวินาที หากเ้าไม่ตอบข้าจะถือว่าเ้าปฏิเสธ”
น้ำเสียงของหลินเฟิงยังไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“หนึ่ง”
“สอง”
หลินเฟิงไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เขาเพียงมองน่าหลันซยงและเริ่มนับเวลา สีหน้าของน่าหลันซยงถึงกับซีดขาวไปทันตา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครมาสั่งให้เขาฆ่าตัวตาย นอกจากนี้เขายังมีทางเลือกอยู่อีกหรือ?
หากเขาปฏิเสธแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? น่าหลันซยงไม่กล้าคิดไปไกล
“หก!”
“เจ็ด!”
เวลาผ่านไปเกือบสิบวินาที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่น่าหลันซยง
“ไม่... ไม่นะ....” น่าหลันเฟิงส่ายศีรษะอย่างบ้าคลั่งขณะมองบิดาของตน ในตอนนี้นางกำลังเสียใจอย่างมาก เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อ เพียงเพราะหลินเฟิงทำให้นางโกรธจึงส่งคนไปสังหารหลินเฟิง หากเื่นี้ไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างในวันนี้คงไม่มีจุดจบเช่นนี้
ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการกระทำตามอำเภอใจของนาง มันช่างน่าเ็ปยิ่งนัก
“เก้า!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...” ทันใดนั้นน่าหลันซยงก็ไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตนอีกต่อไป เขาเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฉึก!!!”
เกิดเสียงบางอย่างขึ้น ทันใดนั้นที่มุมปากของน่าหลันซยงได้มีเืไหลออกมา
“ท่านพ่อ!”
ใบหน้าของน่าหลันเฟิงกลายเป็ซีดขาว พ่อของนางเลือกที่จะฆ่าตัวตาย เขาไม่กล้าที่จะเดิมพัน หลินเฟิงในตอนนี้โเี้เกินไปแล้ว เขาไม่อาจยั่วยุให้หลินให้โกรธเคืองไปมากกว่านี้ได้…!